ใบหน้าของใบพลูร้อนฉ่าจนแทบจะะเิเป็โกโก้ครันช์เธอรีบพลิกหนังสือในมือให้กลับมาอยู่ในองศาที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อนความอับอายพุ่งทะยานจนอยากจะมุดลงไปใต้แผ่นไม้ปาร์เกต์ของห้องสมุดเสียเดี๋ยวนี้
"พี่คิน!" เธอเผลอเรียกชื่อเขาเสียงหลง ลืมไปสนิทว่าตัวเองกำลังพยายามทำตัวให้ไร้ตัวตน
อัครินหัวเราะในลำคอเบาๆ ไหล่กว้างของเขาสั่นน้อย ๆ อย่างพยายามกลั้นขำเต็มที่
"โอเคๆ พี่ไม่แกล้งแล้วครับ" เขาเปลี่ยนท่านั่งเป็ขัดสมาธิสองมือเท้าคางมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู
"แล้วนั่นอ่านเื่อะไรอยู่สนุกขนาดต้องตีลังกาอ่านเลยเหรอ"
ใบพลูเม้มปากแน่นพยายามปรับลมหายใจให้เป็ปกติเธอสุ่มหยิบหนังสืออีกเล่มจากกองที่ยืมมาขึ้นมาบังหน้าเพื่อหนีสายตาจับผิดของคนตรงหน้า
"อ้าว..." เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้อัครินชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนใบพลูต้องเอนตัวหนี
"เล่มนี้พี่รู้จักนี่'ปริศนาใต้เงาจันทร์' เพิ่งสร้างเป็หนังและเข้าโรงไปเมื่ออาทิตย์ก่อนพี่เพิ่งไปดูกับพวกไอ้เจมส์ในทีมมา"
ใบพลูลดระดับหนังสือลงเล็กน้อยดวงตาหลังเลนส์แว่นเริ่มมีประกายความสนใจ"พี่คินดูหนังแนวสืบสวนด้วยเหรอคะ"
"ดูสิ สนุกมากเลยนะ โปรดักชันดีสุด ๆ"อัครินตอบอย่างกระตือรือร้น ท่าทางดูผ่อนคลายขึ้นมากเมื่อได้คุยเื่สัพเพเหระ
"แต่แอบขัดใจตอนจบไปหน่อยใครจะไปคิดว่า เพื่อนสนิทของนางเอกนั่นแหละที่เป็ฆาตกรตัวจริง โคตรหักมุมเลยพี่นี่ร้องเฮ้ยลั่นโรง!"
บรรยากาศรอบตัวใบพลูหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างมือเล็กที่จับขอบหนังสือสั่นระริก เธอค่อย ๆหันหน้าปกหนังสือความหนากว่าหกร้อยหน้าไปทางอัคริน...พร้อมกับที่คั่นหนังสือที่เสียบอยู่ตรง่ ห้าสิบหน้าสุดท้าย
"เอ่อ..." รอยยิ้มบนใบหน้าของกัปตันทีมบาสค่อย ๆ เจื่อนลงเขาเพิ่งตระหนักได้ถึงความผิดพลาดมหันต์ "น้องใบพลู... ยังอ่านไม่ถึงตอนจบ...ใช่ไหมครับ?"
"หนูอ่านมาสามวัน..." ใบพลูตอบเสียงแ่แต่เต็มไปด้วยความปวดร้าวระดับสิบ"เหลืออีกแค่บทเดียวจะรู้ตัวคนร้ายแล้วค่ะ"
อัครินยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองทันที"ฉิบหายแล้ว..." เขาสบถเบาๆ "พี่ขอโทษ! พี่ไม่รู้จริง ๆว่าเรายังอ่านไม่จบ โธ่เอ๊ย ปากหนอปาก"
ชายหนุ่มผู้เป็ที่หมายปองของสาวๆ ทั้งมหา'ลัยกำลังลุกลี้ลุกลานพยายามอธิบายและขอโทษขอโพยอย่างหนักใบพลูมองท่าทางเงอะงะนั้นแล้วก็ถอนหายใจยาวเธอพับปิดหนังสือเล่มนั้นลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก เพราะความลุ้นระทึกทั้งหมดได้ถูกสปอยล์จนแหลกละเอียดไปแล้ว
"ไม่เป็ไรค่ะ" เธอพูดพลางเก็บหนังสือเข้ากระเป๋า
"หนูคงต้องหาเล่มอื่นอ่านแทน"
"เดี๋ยวสิ ให้พี่ไถ่โทษเถอะนะ" อัครินรีบสวนขึ้นมา
"เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ หรือให้พี่ไปซื้อนิยายเล่มใหม่มาคืนให้ก็ได้ เอาไหม"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่หนังสือเื่เดียวเอง"
"ไม่ได้พี่ทำลายความสุขของเธอ พี่ต้องรับผิดชอบ"น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนใบพลูชะงักอัครินกวาดสายตามองกองหนังสือที่เหลืออยู่บนพื้นข้างตัวเธอเขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสือนิยายแปลเล่มไม่หนามากนักขึ้นมาหนึ่งเล่ม
"งั้น... เพื่อเป็การไถ่โทษ" เขาชูหนังสือในมือขึ้นระดับสายตา"พี่ขอยืมเล่มนี้ไปอ่านบ้างได้ไหม?"
ใบพลูกะพริบตาปริบๆ อย่างไม่เชื่อหู "พี่คินจะอ่านนิยาย... เล่มนี้เหรอคะ?"
คนอย่างเขาเนี่ยนะจะมานั่งอ่านวรรณกรรมเยาวชนที่เกี่ยวกับการค้นหาความหมายของชีวิต?
"อืม" อัครินพยักหน้าหนักแน่น
"ถ้าพี่เอาไปอ่านเราสองคนก็จะได้มีเื่มาคุยกันไง... ถือว่าแลกเปลี่ยนกันเธอจะได้มีเพื่อนคุยเื่หนังสือและพี่ก็จะได้ชดใช้ความผิดที่ดันไปสปอยล์ตอนจบของเธอด้วย"
ใบพลูลอบมองใบหน้าคมคายนั้นอย่างชั่งใจไม่มีแววตาล้อเล่นอยู่ในนั้น มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจนเธอปฏิเสธไม่ลง
"ก็ได้ค่ะ... แต่อย่าทำยับนะคะ" เธอยอมพยักหน้าในที่สุด
ทันทีที่ได้ยินคำอนุญาตริมฝีปากของอัครินก็คลี่ออกเป็ยิ้มกว้าง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มขี้เล่นหรือยิ้มโปรยเสน่ห์อย่างที่เขาชอบทำเวลาอยู่ท่ามกลางฝูงชนมันเป็ รอยยิ้มที่อบอุ่น อ่อนโยน และดูเป็ธรรมชาติที่สุด จนทำให้หัวใจของคนมองเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
"ขอบคุณครับ..." เขาพูดเสียงนุ่ม พลางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
"พี่จะดูแลอย่างดีเลย...สัญญา"
ในวินาทีนั้นใบพลูไม่ได้ตระหนักเลยว่า การแลกเปลี่ยนหนังสือครั้งนี้จะเป็จุดเริ่มต้นที่ดึงโลกสองใบที่แตกต่างกันสุดขั้วให้ขยับเข้ามาใกล้กันจนไม่อาจแยกออกจากกันได้อีกต่อไป