เมื่ออี้เหรินเฟิ่งได้ผ่าหินก้อนนี้นั้น ยามเมื่อนายช่างผ่าตัดหินจวนจะเสร็จ บรรยากาศโดยรอบก็หนาวเย็นจับใจขึ้นมาทันที มีไอเย็นพวยพุ่งออกมาจากหินหยก
ทุกคนต่างหันมามองบนเวทีเป็นตาเดียว พวกเขาต่างรับรู้ได้ว่าหินหยกก้อนนี้นั้น เป็นของวิเศษฟ้าดินแน่แล้ว แต่จะเป็นสิ่งไดนั้น ดูจากนิมิตที่แสดงออกมานั้น น่าจะเป็นของวิเศษระดับสูงเลยทีเดียว ลานผ่าหยกคึกคักขึ้นมาอีกครั้งในทันได
เมื่อนายช่างทำการผ่าเสร็จสิ้นแล้วนั้น เขาได้เปิดหินหยกขึ้นในทันได แสงสว่างสีขาวสาดวาบออกมา ไอเย็นเยือกกระจายออกมาจากก้อนหยก ในที่สุด ด้านในหินหยกก้อนนี้ก็ได้แสดงออกมาไห้ทุกคนได้เห็น
ด้านในนั้น เป็นหินหยกสีขาวอมฟ้า เปล่งพลังวิญญาณออกมาอ่อนๆ พร้อมกับความเย็นเสียดกระดูกที่กระจายออกมา
"ผลึกวิญญาณธาตุน้ำแข็ง !!!" เสียงดังออกมาจากผู้ประเมิน
พร้อมกันกั้นทั่วทั้งลานก็มีแต่เสียงฮือฮาออกมา หินชนิดนี้เหมือนกับหินวิญญาณเพลิง มันสามารถบ่มเพาะวิญญาณน้ำแข็งออกมาได้ ยิ่งเหมาะสำหรับผู้ฝึกวิชาธาตุน้ำแข็ง หรือวิชาสุดหยิน เพราะว่า เมื่อทำการดูดกลืนหินวิญญาณน้ำแข็งเข้าไปนั้น จะทำไห้สามารถสร้างวิญญาณน้ำแข็งได้สำเร็จสิบส่วนเต็ม
หรือถ้าหากผู้ไดสามารถสร้างวิญญาณน้ำแข็งได้แล้วนั้น มันก็จะเป็นเหมือนยาบำรุงวิญญาณน้ำแข็งดวงนั้น มันจะทำไห้เกิดสติปัญญา และทำไห้วิญญาณน้ำแข็งแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก
"ห้าแสนผลึกวิญญาณ"เสียงผู้ประเมินประกาศราคาประเมินออกมา
อี้เหรินเฟิ่งเดินตรงไปชะระเงินค่าผ่าหิน แล้วรับของหายไปในฝูงชน ของสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป เขาต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสียใหม่เพื่อไม่ไห้ผู้คนจำได้
ที่แห่งนี้แม้จะอยู่ในการดูแลของเจ้าเมือง แต่ในดินแดนแห่งนี้ อะไรก็เกิดขึ้นไดทั้งนั้น การเข่นฆ่าแย่งชิงเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา
อี้เหรินเฟิ่งหายไปในกลุ่มคน เขาค่อยๆถอดชุดคลุมออก ถอดหมวกจนเผยโฉมหน้าที่แท้จริงกลืนหายเข้าไปในฝูงชน ด้วยฝีมือระดับเขาพร้อมทั้งเคล็ดวิชาอาภรณ์โลหิตของเขา การจะหาตัวเขาหรือจับกลิ่นอายนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในสถานที่พลุกพล่านแห่งนี้
อี้เหรินเฟิ่งมาโผล่อีกทียังชั้นสองของจินซานฟู่กุ้ย บนชั้นนี้นั้นเป็นบ่อนพนันชนิดต่างๆ มีทั้งไพ่นกกระจอก สูงต่ำ ไฮโล กำถั่ว และอื่นๆมากมาย
อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานต่างตื่นเต้น ทั้งสองยังไม่เคยมาสถานที่แบบนี้มาก่อน ยิ่งจินฉานนั้นยิ่งอยู่ใกล้เงินทองของมีค่ามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น จินฉานนั้นสามารถกลืนกินเงินทองของมีค่า ของวิเศษทุกชนิดเพื่อบ่มเพาะได้ แล้วก็ยังสามารถเสกเหรียญทองได้อีกด้วย เมื่อเขาเข้าสู่ระดับ 5
ทั้งสองได้ตระเวนไปตามโต๊ะต่างๆ ได้ทดลองเล่นการพนันทุกชนิดบนนั้น เหมือนกับปลาได้น้ำ จินฉานนั้นมีพรสวรรค์ในการหาเงินจริงๆ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงเงินทอง การเดินพันแต่ละคราไม่เคยพลาด
ทั้งสองเล่นพนันตั้งแต่ขึ้นมายังชั้นนี้นั้น ยังไม่แพ้สักตาเลยก็ว่าได้ สักพักนักพนันทุกคนต่างก็เริ่มสังเกตเห็นว่าเด็กน้อยคนนี้ แทงร้อยตาชนะทุกตา พวกเขาจึงเริ่มวางเงินเดิมพันตามอี้เหรินเฟิ่งกันเป็นจำนวนมาก
ทำไห้ผู้ดูแลสังเกตเห็นแล้วเช่นกัน พวกเขาตามดูไปสักพัก จึงเห็นว่าเริ่มจะไม่ดีแล้ว ขืนเป็นแบบนั้น บ่อนจะต้องขาดทุนหนักเป็นแน่ ผู้ดูแลชั้นสองจึงได้รีบไปแจ้งยังผู้ดูแลร้านไห้มาจัดการ
สักพักมีหญิงสาวผู้หนึ่งได้เดินมาหาอี้เหรินเฟิ่ง เขาได้แนะนำตัวเองไห้กับเด็กชาย
"คาราวะคุณชายน้อย ข้าน้อยมีนามว่า จ้าวฟางหรู เป็นผู้จัดการหอจินซานฟู่กุ้ยแห่งนี้"
"ชั้นสองนี้ดูจะคับแคบไปสำหรับคุณชาย เชิญท่านไปเล่นยังชั้นสามดีหรือไม่ ด้านบนนั้นเป็นที่เล่นสำหรับแขกพิเศษเช่นท่าน"
"เต็มไปด้วยผู้เล่นผู้มีเงินทองของวิเศษมากมาย เมาะสำหรับเซียนพนันน้อยเช่นท่านเป็นพิเศษ"
อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็ตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเล เพราะบนชั้นสองแห่งนี้พนันกันแค่เหรียญทอง เขาไม่ค่อยจะสนใจสักเท่าไดนัก เพราะที่มีติดตัวอยู่นั้นก็ใช้ไม่หมดแล้ว
ทั้งสองเดินตามจ้าวฟางหรูไปยังชั้นสามในทันที ผู้ดูแลชั้นสองเป่าปากอย่างโล่งอก ขืนไห้อยู่ต่อต้องขาดทุนแน่แล้ว
พอขึ้นมาถึงชั้นสาม ผู้คนบนชั้นนี้นั้น เต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งตัวโอ่อ่าร่ำรวย ทุกคนล้วนมีผู้ติดตามของวิเศษติดตัวระยิบระยับ เครื่องเล่นบนนี้คล้ายๆกับชั้นสอง แต่ว่าของที่ใช้พนันนั้นจะเป็นหินวิญญาณ โดยที่ผู้เล่นจะต้องใช้หินวิญญาณไปแลกเป็นแผ่นหยกก่อน
โดยแผ่นหยกแต่ละแผ่นนั้นก็จะมีมูลค่าแตกต่างกันไป ตั้งแต่หนึ่งร้อยผลึกวิญญาณ ไปจนถึง หนึ่งแสนผลึกวิญญาณ เพื่อไห้ง่ายแก่การเล่นพนันบนโต๊ะ
อี้เหรินเฟิ่งได้ทำการแลกหินวิญญาณมาเป็นจำนวนหนึ่งแสนผลึกวิญญาณ เขาคิดว่าน่าจะพอแล้วเผื่อแพ้พนันหมดเขาก็ไม่ได้จะเสียหายมากนัก
อี้เหรินเฟิ่งนั้นตรงไปยังโต๊ะพนัน เขาชอบเล่นพนันสูงต่ำยิ่ง เพราะเวลาที่ใช้เล่นในแต่ละตานั้นเร็วนัก เขาเข้าไปนั่งยังหัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับเจ้ามือพร้อมวางเดิมพันแล้ว
เขาหันไปมองรอบๆ โต๊ะพนันนี้มีผู้เล่นอยู่หกคนรอแทงอยู่ อี้เหรินเฟิ่งมองเจ้ามือที่เริ่มสับไพ่แล้วแจกไพ่วางบนโต๊ะ
"เปิดแทงได้"เจ้ามือกล่าวขึ้นมา
ทุกคนต่างเริ่มวางเดิมพัน อี้เหรินเฟิ่งกับจินฉานปรึกษากันเลือกลงข้างวางเดิมพัน เปิดมือมาเขาก็วางตรงแต้มเสมอ !! ถ้าถูกเขาจะได้เงินสามเท่าจากเงินเดิมพัน อี้เหริงเฟิ่งตานี้แทงไปห้าหมื่นผลึกวิญญาณ เมื่อทุกคนวางเดิมพันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้ามือหันมามองรอบๆว่าจะมีไครแทงเพิ่มไหม
เมื่อไม่มีไครแทงเพิ่มเขาจึงเริ่มเปิดไพ่ทีละฝั่ง
"แดงแปดแต้ม"
"น้ำเงินแปดแต้ม"
"แต้มเสมอ !!!"
ทุกคนต่างหันมามองอี้เหรินเฟิ่งเป็นตาเดียว เพราะแต้มเสมอนั้น สามสี่สิบตาจะออกเสียทีหนึ่ง เด็กคนนี้มาถึงก็ลงแต้มเสมอแล้วก็รับเงินไป
จากนั้นจึงเริ่มตาใหม่ เจามือเก็บไพ่บนโต๊ะเริ่มทำการสับไพ่แล้วแจกลงไปบนโต๊ะ
"เริ่มแทงได้"
ตานี้อี้เหรินเฟิ่งใช้เงินที่ได้มาจากตาที่แล้ว วางเดิมพันไปอีกครั้ง เขาเลือกวางเดิมพันไปยังแต้มเสมออีกครั้ง เสมอ สองแสนผลึกวิญญาณ
เหล่านักพนันบนโต๊ะต่างหันมายิ้มเยาะเด็กน้อย พวกเขาต่างคิดว่าอี้เหรินเฟิ่งนั้นไม่เคยเล่นพนันมาก่อน ที่หลุดขึ้นมาบนชั้นสามได้คงเป็นเพราะว่า เด็กน้อยเป็นลูกเศรษฐีมีเงินมาจากที่ไหนสักแห่ง เพราะการออกแต้มเสมอแต่ละครั้งนั้น ช่างยากเสียเหลือเกิน
พอทุกคนวางเงินเดิมพัน เจ้ามือก็เริ่มเปิดไพ่อีกครั้งหนึ่ง
"แดงสามแต้ม"เริ่มมีเสียงเฮขึ้นมา เพราะออกแต้มต่ำ น้ำเงินรอบนี้คงจะชนะแน่แล้ว สักพักเจ้ามือจึงเริ่มหงายไพ่ฝั่งสีน้ำเงิน
"น้ำเงิน สามแต้ม !!!" เงียบกริบ ทุกคนหันมามองอี้เหรินเฟิ่งเป็นตาเดียวอีกครั้ง รอบนี้เขาทำเงินได้หกแสนผลึกวิญญาณเลยทีเดียว รวมๆตอนนี้เขามีผลึกวิญญาณเกือบล้านเข้าไปแล้ว แต่สำหรับเศรษฐีพวกนี้แล้ว ก็ยังนับว่าเป็นเศษเงินของพวกเขาอยู่ดี
อี้เหรินเฟิ่งหลังจากรับเงินมาแล้วก็นั่งเล่นต่อไปอีกเรื่อยๆ เขาตั้งใจว่าจะใช้เงินเดิมพันที่ชนะมาแต่ละรอบ แทงลงไปเรื่อยๆ เพราะยังไงต้นทุนของเขาตอนนี้ใช้ไปเพียง ห้าหมื่นผลึกหินวิญญาณเท่านั้น
อี้เหรินเฟิ่งเล่นต่อไปอีกสิบตาติด เขาชนะรวด! บัดนี้เขาทำเงินไปกว่าหกร้อยล้านผลึกวิญญาณแล้ว อี้เหรินเฟิ่งเมื่อเห็นว่าได้เยอะแล้ว กลัวจะเป็นที่จับตามอง เขาก็เลยจงใจเล่นแพ้ไปสิบตารวดเช่นกัน แต่เขานั้นเลือกที่จะแทงเพียงตาละสิบล้านเท่านั้น
เมื่อแพ้สิบตารวดเขาก็แกล้งบ่นแล้วเปลี่ยนโต๊ะเล่นพนันไปเสียอย่างนั้น เขาเดินไปอีกโตะที่อยู่ไกลจากโต๊ะเดิมลิบๆ เป็นโต๊ะไฮโล อี้เหรินเฟิ่งก็ทำเช่นเดิม เขาค่อยๆแทงทบไปเรื่อยๆ ด้วยความสามารถของจินฉานนั้น เขาแทงไม่เคยพลาดมาก่อน
แต่อี้เหรินเฟิ่งเพื่อที่จะไม่ไห้เป็นที่สนใจของผู้อื่นมากนัก เขาจงใจแทงไห้เสียอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งที่แทงเสียเขาจะลงเงินเพียงน้อยนิด ด้วยความฉาดนี้ เขาทำเงินเพิ่มไปได้ไม่น้อยเลย แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดรอดไปจากสายตาของผู้จัดการร้านไปได้อยู่ดี