บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 แย่งประมูล

            หลังจากรับขวดยาหลายใบมาจากเนี่ยหลีเนี่ยเอินเปิดขวดใบหนึ่งออก ไม่นานก็เห็นว่าภายในเต็มไปด้วยยาเสริมพลังวิญญาณยารวมสมาธิ และยาสงบอารมณ์! ไม่ว่าจะเป็นยาเสริมพลังวิญญาณ ยารวมสมาธิ หรือยาสงบอารมณ์ แต่ละเม็ดมีขนาดเล็กมากๆ ทว่าเป็นยาแท้ๆ!

            อย่างไรก็ตาม ตรงนี้มียาสงบอารมณ์อยู่หนึ่งร้อยเม็ด โอ้สวรรค์ต้องรู้ว่าคุณสมบัติของยาสงบอารมณ์นี้มีฤทธิ์แรงกว่ายารวมสมาธิถึงสิบเท่านอกจากครอบครัวชั้นสูงเพียงไม่กี่ครอบครัวแล้วผู้ใดจะสามารถชื่นชมกับยาระดับนี้ได้ ยาสงบอารมณ์นี้ไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด

            สำนักประมูลวายุหิมะใจกลางเมืองกวงฮุยเคยนำยาสงบอารมณ์ชุดหนึ่งออกมาขายยาสงบอารมณ์เม็ดหนึ่งประมูลขายได้ถึงหนึ่งล้านห้าแสนเหรียญจิตอสูรแล้ว! หนึ่งร้อยเม็ดรวมกันก็มากกว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูรเสียอีก!

            ครั้นครุ่นคิดถึงตัวเลขนี้ เนี่ยเอินแทบเป็นลมไปแล้วต่อให้มีเงินมากมายเท่านี้ เว้นแต่จะมีช่องทางพิเศษอยู่บ้างไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะหาซื้อยาสงบอารมณ์ในตลาดได้

            “ยาเหล่านี้แพงเพราะว่าเพิ่งถูกปล่อยออกสู่ท้องตลาดความจริงสมาคมนักปรุงยาวิเศษมีตุนไว้มากมาย ดังนั้นราคาในอนาคตข้างหน้าก็จะค่อยๆลดลงไปเอง ยาจำนวนนี้ไม่นับว่ามากมายอันใด การสนับสนุนตระกูลเทียนเหินถือว่าเป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกคนในตระกูล!” เนี่ยหลีพูดอย่างองอาจผึ่งผาย

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เนี่ยไห่ยิ่งกว่าห่อเหี่ยวสิ้นหวังแล้วเมื่อครู่เขาเอ่ยขอเนี่ยหลี เนี่ยหลีกลับไม่ใส่ใจที่จะให้ยาวิเศษแก่เขาแม้สักนิดยังพูดกระทั่งว่าหากเนี่ยไห่ต้องการแย่งยาวิเศษไปจากเขา เขาจะฟ้องผู้อำนวยการหยางไม่มีความสนใจที่จะส่งเสริมครอบครัวแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อเนี่ยเอินเอ่ยปากขอเนี่ยหลีกลับส่งมอบยาวิเศษมากมายออกมาให้ทันที เนี่ยไห่รู้สึกว่าฐานะประมุขของตนนี้ช่างไร้ประโยชน์เสียจริงๆ

            คิดไม่ถึงว่าจะส่งมอบยาเสริมพลังวิญญาณออกมาถึงห้าพันเม็ดยารวมสมาธิหกร้อยเม็ด ยังมียาสงบอารมณ์อีกหนึ่งร้อยเม็ดเนี่ยไห่รู้สึกว่าหัวใจของตนสั่นแล้วสั่นอีกยาเหล่านี้เพียงพอให้ตระกูลเทียนเหินใช้ไปอีกนานทีเดียว!

            “ผู้อาวุโสรีบเก็บไว้ให้ดี เมื่อกลับไปถึงแจกจ่ายพวกมันให้แก่ผู้คนในตระกูลสาขาของเราไว้ใช้!” เนี่ยหลีย้ำเตือนเนี่ยเอิน

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เนี่ยเอินจึงได้สติรีบเก็บยาเหล่านี้เข้าไว้ในแหวนมิติ สายตากวาดมองออกไปไกลด้วยความกังวล ขณะพูดพวกเขาควบคุมเสียงไม่ให้เล็ดรอดออกไป ดังนั้นประมุขทั้งสี่ตระกูลจึงไม่ได้ยินเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น เนี่ยเอินจึงค่อยเบาใจ

            เมื่อคิดถึงยาที่เก็บอยู่ในแหวนมิติ เนี่ยเอินรู้สึกสุขใจยิ่งยามากมายเหล่านี้ยิ่งกว่าเพียงพอที่จะทำให้สาขาของตระกูลมีความก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง! ตระกูลเทียนเหินมีทั้งหมดแปดสาขาปกติระหว่างแต่ละสาขายังมีความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ กันอยู่ดังนั้นเนี่ยเอินจึงไม่คิดจะใจกว้าง

            “เนี่ยหลี ผู้อาวุโสเนี่ยเอิน พวกเจ้าพูดเช่นนี้ไม่ถูกต้องแล้วทุกคนในตระกูลเทียนเหินล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน จะเห็นแก่ตัวไม่สนใจผู้คนในสาขาอื่นได้อย่างไร?” เนี่ยไห่รีบพูดดูจากความหมายของเนี่ยหลีและเนี่ยเอินแล้วดูท่าพวกเขาคงไม่คิดแบ่งปันยาเหล่านี้ให้สาขาอื่นแล้ว!

            เนี่ยหลีและเนี่ยเอินมองหน้ากัน จากนั้นเนี่ยหลีหันไปมองเนี่ยไห่ทำหน้าสงสัยและเอ่ยถามว่า “ยาวิเศษเหล่านี้เป็นของข้าข้ายินดีจะให้กับผู้ใดก็ให้ผู้นั้น นี่ก็ไม่ถูกต้องหรือ? สาขาตระกูลของพวกเรามิใช่ส่วนหนึ่งของตระกูลเทียนเหินหรอกหรือ? เมื่อคนในสาขาของพวกเราแข็งแกร่งขึ้นก็เท่ากับตระกูลเทียนเหินทั้งตระกูลแข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน!”

            “จะด่วนสรุปเช่นนี้ได้อย่างไร! ยาวิเศษเหล่านี้ควรจะถูกแจกจ่ายออกไปให้กับทุกสาขาเพื่อให้เกิดผลดีที่สุด!” เนี่ยไห่รีบพูดขึ้น “ยาตั้งมากมายเท่านี้อย่างไรก็ต้องแบ่งให้กับสาขาอื่นๆ บ้าง?”

            เนี่ยเอินเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลเทียนเหิน ฐานะค่อนข้างต่ำต้อยกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเพราะเนี่ยหลี เขาจึงกลายเป็นผู้อาวุโสคุมกฎของตระกูลเนี่ยเอินมักปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยดี ทว่าค่อนข้างอ่อนแอนักปกติจึงไม่ค่อยต่อสู้เพื่อผลประโยชน์เพื่อคนในสาขา ทว่าวันนี้ในเมื่อมียาวิเศษมากมายอยู่ในมือ เนี่ยเอินจึงรู้สึกมีความเชื่อมั่นขึ้นมาเต็มที่

            ยาเหล่านี้ย่อมเพียงพอที่จะตัดสินอนาคตของทั้งตระกูลได้

            “ท่านประมุขเนี่ยไห่ เนี่ยหลีเป็นผู้มอบยาเหล่านี้ให้ข้าเนี่ยหลีอยากให้ผู้ใด ข้าก็จะให้คนผู้นั้น ข้าไม่มีอำนาจตัดสินใจ!” เนี่ยเอินพูดขึ้นด้วยความเคารพ โยนเรื่องกลับไปที่เนี่ยหลี อย่างไรก็ตามเวลานี้เนี่ยหลีมีหยางซินคอยหนุนหลัง สามารถที่จะเพิกเฉยต่อเนี่ยไห่ได้

            “พวกเจ้า...” เนี่ยไห่หงุดหงิดแทบบ้าเจ้าปู่หลานคู่นี้สมรู้ร่วมคิดกันเสียแล้ว

            เนี่ยหลีไม่คิดจะทะเลาะเบาะแว้งกับเนี่ยไห่ สาขาอื่นๆ ของตระกูลแน่นอนว่าอย่างไรก็ยังต้องให้ความสนับสนุนอยู่บ้าง ในเมื่อมียาวิเศษมากมายผู้คนในสาขาของเขาย่อมใช้ไม่หมดอยู่แล้ว อีกทั้งอนาคตข้างหน้าก็จะได้เพิ่มขึ้นอีกไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้มากนัก

            “ท่านผู้อาวุโส ยาเหล่านี้พวกเราแบ่งให้กับทางตระกูลสองในห้าส่วน” เนี่ยหลีจ้องมองเนี่ยเอินและพูด

            “อืม ตกลง” เนี่ยเอินพยักหน้าหงึกๆ พูดเขาเองก็มิใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณ

            “สามในห้าส่วน!” เนี่ยไห่ต่อรอง

            “แค่สองในห้าส่วน หากท่านประมุขเนี่ยไห่ไม่ต้องการก็ช่างเถอะ” เนี่ยหลีส่ายศีรษะและพูดอย่างหนักแน่น ยาตั้งมากมายเท่านี้ต่อให้แบ่งไปแค่สองในห้าส่วนก็นับว่าเกินพอแล้วมันเพียงพอที่จะทำให้ตระกูลเทียนเหินใช้ไปได้อีกพักใหญ่

            “อย่างนี้เป็นอย่างไร พวกเราแบ่งครึ่งหนึ่งให้กับทางตระกูลดีหรือไม่” เนี่ยเอินพูดขึ้นอย่างรอมชอม

            “ผู้อาวุโสช่างรู้จักมองภาพรวม เนี่ยไห่ต้องขอบคุณเจ้าแล้ว!” เนี่ยไห่ยกสองมือขึ้นคำนับและพูดอย่างจริงจัง มีครึ่งหนึ่งถือว่าดีมากแล้วไม่ว่าอย่างไร จำนวนของยาเหล่านี้มีมากมายเกินความคาดคิดของเขานัก

            “ท่านประมุขเนี่ยไห่พูดเช่นนี้ หมายความว่าข้าไม่รู้จักมองภาพรวมรึ?” เนี่ยหลีสองคิ้วเลิกสูงเล็กน้อย

            “ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น เสี่ยวหลีเข้าใจผิดแล้ว ข้าต้องขอโทษเสี่ยวหลีเสี่ยวหลีสามารถส่งเสริมยามากมายให้แก่ครอบครัวนี่ย่อมหมายความว่าเสี่ยวหลีมีความใส่ใจต่อตระกูล!” เนี่ยไห่ตกใจจนรีบขอโทษหากเนี่ยหลีโมโหและริบยาทั้งหมดคืน เขาคงต้องร้องไห้แล้ว

            ไม่ทันได้รู้ตัว เนี่ยหลีก็ควบคุมทั้งตระกูลไว้ได้แล้วฐานะประมุขของตระกูล หากให้เนี่ยหลีพูด ล้วนไม่มีความหมายอันใดหากเนี่ยหลีโกรธขึ้นมา เนี่ยไห่ยังต้องรีบเอ่ยปากขอโทษอย่างระมัดระวังตัวแม้เนี่ยไห่จะเศร้าใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา เมื่อคิดถึงยาวิเศษเหล่านั้นความโกรธอะไรเนี่ยไห่ก็ล้วนเลิกคิดแล้วมียาวิเศษมากมายเพียงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงให้แก่ตระกูลเทียนเหินได้ปานนี้ต่อให้ต้องโมโหมากกว่านี้ก็ถือว่าคุ้ม

            เนี่ยหลีร้องฮึสองครั้งจึงหันไป เนี่ยเอินเห็นภาพฉากนี้แล้วก็อดรู้สึกขำขึ้นมามิได้ที่ผ่านมา ยามเมื่อเนี่ยหลีพบเห็นผู้อาวุโสภายในหมู่บ้านเขาจะหวาดกลัวจนแทบทำอะไรไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเนี่ยไห่ทว่าเวลานี้สถานการณ์กลับเป็นตรงกันข้าม เนี่ยไห่อยู่ต่อหน้าเนี่ยหลีกระทั่งหายใจก็ยังต้องกลัว ยังจะหาความสูงส่งเยี่ยงประมุขของตระกูลได้จากที่ไหนอีก?

            การประมูลยาทั้งสิบชุดในที่สุดจึงเสร็จสิ้นลงพวกมันถูกขายให้กับหลายตระกูลและพวกพ่อค้าทุกคนที่ประมูลซื้อยาวิเศษได้ต่างมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี

            เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยไห่หรือเนี่ยเอิน ต่างมีความรู้สึกว่าตนอยู่เหนือกว่าผู้คนในที่นี้

            “เพื่อยารวมสมาธิหนึ่งร้อยเม็ด ต้องแย่งชิงกันดุเดือดถึงเพียงนี้เชียว!”

            สำนักประมูลหงเยวี่ยได้รับยาเสริมพลังวิญญาณและยารวมสมาธิมาเพียงหนึ่งพันเม็ดและหนึ่งร้อยเม็ดตามลำดับหากคำนวณออกมาเป็นตัวเงิน ก็ย่อมมีมูลค่ามหาศาลยากจะจินตนาการถึงได้ยังไม่ต้องพูดถึงยาสงบอารมณ์เหล่านั้นอีก!

            ในใจของเนี่ยเอินตื่นเต้นสุดขีด ยังคิดว่าตนอยู่ในความฝันสองมือเผลอแตะแหวนมิติเป็นครั้งแรกที่แหวนมิติของเขามีโอกาสได้ซุกซ่อนของล้ำค่าปานนี้เอาไว้อดที่จะรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมามิได้ เริ่มหวาดกลัวว่าจะถูกขโมยแม้ว่าการเก็บพวกมันเอาไว้ในแหวนมิติถือว่าปลอดภัยยิ่ง ทว่าเขาก็ยังกังวลอย่างหนัก

            ส่วนเนี่ยไห่ที่อยู่ด้านข้าง อยู่ๆก็ทำตัวราวกับเป็นผู้คุ้มกันของเนี่ยเอิน หากมีใครกล้ามาชิงยาวิเศษของพวกเขาไปพวกเขาคงต้องทุ่มชีวิตเข้าต่อสู้กับผู้อื่นแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน