จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 17 — ร่วมล่าในคืนจันทร์ค้างฟ้า

    แสงจันทร์เย็นส่องลอดหน้าต่างไม้ของโรงเตี้ยมซ่งจิงเหอเซียฉินวางตำรับโอสถและสมุนไพรที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะ เขาพลิกดูไปมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างประตู

    “ไปกันเถอะ ฉู่เหยียน”

    “แน่ใจนะว่าจะล่าในคืนนี้เลย?”

    “หากเ๯้าต้องเพิ่มพลังให้ทันก่อนวันรับสมัครสำนักชิงเหอไม่รอใครแน่”

    ฉู่เหยียนพยักหน้ารับด้วยแววตาจริงจังเขาออกเดินตามเซียฉินไปโดยไม่ลังเล

    ...

    ???? ชายป่านอกเมืองซือเหลียน — ยามค่ำ

    เสียงใบไม้ไหวเบา ๆแทรกผ่านความเงียบสงัดในความมืด สายลมพัดกลิ่นคาวจาง ๆ ลอยมากระทบจมูกเซียฉินย่อตัวลงพลางหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมาเขาขว้างมันไปเบื้องหน้าด้วยแรงพอประมาณ

    เสียงข่วนพื้นกรวดตามมาทันที…สัตว์อสูรระดับหนึ่ง— หมาป่าหางหนาม

    “เหยียน เ๯้ารับซ้าย ข้าล่อขวา”

    ฉู่เหยียนไม่ตอบแต่ชูหอกด้ามยาวขึ้นอย่างมั่นคง แล้วพุ่งตัวไปทางด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว

    เซียฉินใช้ไม้กระบี่ที่เขาตัดเองแทงเฉียงไปที่สีข้างของหมาป่าล่อสายตาของมันให้หันมา ทางด้านฉู่เหยียนก็พุ่งเข้าใส่จากทางด้านหลังด้วยหอกยาวตรงเข้ากลางแผ่นหลังของสัตว์อสูร

    เสียงหอกปักลงอย่างแม่นยำหมาป่าครางลั่นก่อนจะล้มลง

    เซียฉินหอบเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองอีกฝ่าย

    “ฝีมือหอกเ๽้าไม่เลวเลย”เขาว่า พลางใช้ไม้กระบี่เกลี่ยเ๣ื๵๪ออกจากขนสัตว์

    ฉู่เหยียนยิ้มบาง ๆ“ข้าฝึกใช้หอกมา๻ั้๫แ๻่ยังเด็ก ที่หมู่บ้าน...หน้าที่ของข้าคือออกล่าสัตว์ถ้าเข้าใกล้เกินไปก็ถูกกัด พอได้หอกมาก็ใช้มันแทนแขนอีกข้างเลยล่ะ”

    “แต่ไม่มีวิชาหอกสินะ?”

    “ไม่มีข้าแค่จำท่าที่คนในหมู่บ้านเคยใช้ แล้วปรับเอาเอง”

    เซียฉินพยักหน้า —พลังของเขาอาจไม่สูง แต่พื้นฐานการต่อสู้ของฉู่เหยียนกลับมั่นคงน่าประหลาด

    ...

    หลังจากนั้นทั้งสองล่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้อีกสองตัวฉู่เหยียนเริ่มรู้จังหวะในการเคลื่อนไหวร่วมกับเซียฉินมากขึ้นส่วนเซียฉินก็สังเกตวิธีการปิดทางถอยของศัตรูด้วยหอกยาวที่น่าสนใจไม่น้อย

    ร่างกายของเซียฉินแม้จะมีพลังอยู่ในระดับผู้ฝึกปราณขั้นที่ 8 แล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าเส้นปราณภายในยังไม่สมบูรณ์พลังที่ได้จึงไม่มั่นคงเหมือนคนอื่น ๆเขาต้องใช้โอสถและหินปราณมากกว่าคนทั่วไปเพื่อรักษาระดับการฝึกฝนไว้

    ‘ถ้าไม่มีภูมิปัญญาจากตาหรือทักษะในการประหยัดพลังงาน ข้าคงตามใครไม่ทันจริง ๆ’

    ...

    กลางดึกทั้งสองแบกซากสัตว์อสูรกลับเข้ามาในเมืองเงียบ ๆ โดยไม่ให้เป็๲จุดสนใจมากนัก

    คืนนั้น… ไม่มีคำพูดมากนักแต่แววตาของฉู่เหยียนที่หันมามองเซียฉินในระหว่างทางกลับ บ่งบอกชัดว่าความไว้วางใจเริ่มก่อตัวแล้ว

    แม้จะเป็๞เพียงการร่วมล่าในค่ำคืนเดียวแต่บางมิตรภาพ… ก็เริ่มขึ้นจากการหายใจรอดไปด้วยกัน