ภายหลังจากก้าวพ้นม่านมิติออกมา สิ่งแรกที่จื่อลู่ ััได้คือสภาพอากาศที่ย่ำแย่และเบาบางอย่างถึงที่สุด มันแตกต่างจากดินแดนเทพนภาและดินแดนมารที่เขาจากมาอย่างสิ้นเชิง เขาต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ในการปรับลมหายใจให้เข้ากับสภาพอากาศของที่นี่ โดยที่ตนเองก็ยังมิอาจทราบได้ว่าบัดนี้กำลังเหยียบยืนอยู่ ณ ส่วนใดของมหาจักรวาล “ข้าถูกส่งมาไกลเพียงใดกัน... อากาศที่นี่ช่างเบาบางนัก หรือว่าจะเป็ดาวชั้นต่ำงั้นรึ?”
จื่อลู่พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สภาพร่างกายของเขายามนี้สาหัสสากรรจ์ แขนขวาถูกคมปราณจาก ‘กระบี่ทลายฟ้า’ ของอวิ๋นเหมยฟันจนขาดสะบั้นในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนม่านมิติจะปิดลง โชคยังดีที่เขาสามารถโคจรพลังหยุดโลหิตเอาไว้ได้ทันท่วงที จื่อลู่ก้มลงจ้องมองทารกน้อยในอ้อมแขนซ้าย ใบหน้าของเขายังคงซีดขาวไร้สีเืด้วยความเวทนา
“เด็กน้อยเอ๋ย ข้าพาเ้ามาลำบากเสียแล้ว นอกจากจะทำลายเส้นกำเนิดพลังปราณของเ้าจนกลายเป็ขยะั้แ่ยังไม่ทันลืมตาดูโลก หน้าบิดามารดาก็ยังมิเคยได้พบเจอ ชะตาชีวิตของเ้าช่างเลวร้ายยิ่งนัก ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ากลับเป็ตัวข้าเองที่ลงมือกระทำเื่อำมหิตเช่นนี้กับเ้า หากข้าต้องตายไป แม้แต่นรกขุมที่ลึกที่สุดก็คงมิอาจยอมรับคนจิตใจโฉดช้าเช่นข้าได้เป็แน่”
จื่อลู่ทอดถอนใจยาวพลางมองทารกที่ยังคงหลับใหลอย่างเดียงสา “เด็กน้อย... ข้ายังมิอาจล่วงรู้ชื่อเดิมของเ้าเลยสินะ” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวสืบต่อ “ต่อจากนี้ไป... นามของเ้าคือ จิ่นเม่ยหลง”
จื่อลู่ใช้เวลา่แรกในการพักฟื้นร่างกายที่กระท่อมไม้เก่า ๆ หลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านอันห่างไกล เขาพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้ จนกระทั่งในวันที่สิบ จื่อลู่จึงได้ล่วงรู้ว่าดาวดวงนี้มีนามว่า ดาวเป่ยฮุย ซึ่งมีภูมิประเทศประกอบไปด้วยผืนน้ำสี่ส่วน ผืนดินสามส่วน และผืนป่าอีกสามส่วน ส่วนเมืองที่เขาอาศัยอยู่นี้คือ เมืองเทียนฮุย ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของดาวเป่ยฮุย
เขาพยายามตรวจสอบระดับพลังของผู้คนในเมืองนี้ และผลที่ได้ก็ทำให้จื่อลู่ถึงกับตกตะลึง “นี่มันบ้าอะไรกัน! เหตุใดผู้คนในเมืองนี้ถึงมีพลังปราณที่ต่ำต้อยดั่งเศษขยะเช่นนี้? ข้าเพียงใช้แค่หนึ่งกระบวนท่า ก็สามารถลบเมืองทั้งเมืองให้หายไปได้ในพริบตาเสียด้วยซ้ำ!”
จากการสำรวจพบว่า ผู้ที่มีระดับพลังสูงสุดในเมืองแห่งนี้ บรรลุเพียงระดับปราณเ้านภาขั้นที่สี่เท่านั้น
ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่สะกิดใจจื่อลู่อยู่ไม่น้อย นั่นคือเขาไม่สามารถตรวจสอบระดับพลังของยอดฝีมือใน พรรคหยาดฟ้า ได้เลย พรรคแห่งนี้ถูกก่อตั้งและหนุนหลังโดยสองตระกูลใหญ่คือ ตระกูลเจียว และ ตระกูลเฟย ทั้งยังมีพรรคย่อยในสังกัดอีกสองแห่งคือ พรรคัอัสนี และ พรรคหมาป่าอัสนี จื่อลู่ขบคิดอย่างระมัดระวัง “หรือคนของสองตระกูลนี้จะสมบัติวิเศษบางอย่างที่ใช้ปกปิดกลิ่นอายพลังปราณเอาไว้?” เขาเลิกสนใจเื่อื่นและตัดสินใจมุ่งหน้ากลับไปยังกระท่อม เพื่อดูแลเด็กน้อยที่บัดนี้กลายเป็ภาระหน้าที่เพียงหนึ่งเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่ของเขา