บทที่ 15 ฝึกฝนต่อหน้าผู้คน
เซียวอวิ๋นยืนอยู่ในหอดารา มือถือเคล็ดวิชาระดับสาม ‘หมัดทลายภูผา’ ด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะสายตาประหลาดของผู้คนรอบข้าง ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาแย่ลงไปอีก
หลินเสี่ยวหย่าที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากปลอบใจว่า "ศิษย์พี่ ท่านอย่าโกรธเลย บางทีหอดาราอาจจะเข้าใจผิดก็ได้"
มีคนผู้หนึ่งพูดขึ้นมาอย่างขบขันว่า "หลินเสี่ยวหย่า หอดาราถือกำเนิดมากี่ปีแล้ว ไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง"
หลินเสี่ยวหย่าจ้องคนผู้นั้นด้วยความดุดัน ร้องเสียงแหลมว่า "ศิษย์พี่ของข้าบรรลุขั้นสูงสุดในวันเดียว เ้าคิดว่าพร์ของเขาไม่ดีหรือ"
"นี่..." คนผู้นั้นพลันพูดไม่ออก
นี่ก็คือจุดที่ทำให้ทุกคนสงสัยเช่นกัน
ผู้ที่สามารถบรรลุขั้นสูงสุดในวันเดียว จะเป็คนที่มีพร์ธรรมดาได้อย่างไร
ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก!
เซียวอวิ๋นถอนหายใจ มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า การที่เขาสามารถทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังเก้าครั้ง และบรรลุขั้นสูงสุดได้ภายในวันเดียว ล้วนเป็เพราะระบบที่ทำให้เขาเข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง
พร์ของเขา...
อนิจจา พูดมากไปก็มีแต่น้ำตา
‘ให้ตายเถอะ! ในเมื่อข้ามีระบบแล้ว พร์ต่ำต้อยจะเป็ไรไป ถึงอย่างไรข้าก็ยังสู้ผู้อื่นได้อยู่ดี!’ เซียวอวิ๋นรีบปลุกใจตนเอง แต่เมื่อมองไปยังหอดาราตรงหน้า เขาก็อดรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
"หอดารา เ้าฟังข้าให้ดี พร์ของข้าเซียวอวิ๋นไม่จำเป็ต้องให้เ้ามาตัดสิน ชีวิตข้าข้าเป็ผู้กำหนดเอง ไม่ใช่ฟ้าลิขิต เคล็ดวิชาของข้า ข้าเป็คนตัดสินใจเอง เ้ารีบเอาเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาให้หมด แล้วให้ข้าจะเป็คนเลือกเอง"
เซียวอวิ๋นะโก้องฟ้าด้วยความเกรี้ยวกราด
เมื่อหลินเสี่ยวหย่าที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นท่าทางองอาจของศิษย์พี่ ใบหน้านางก็พลันแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเป็ประกายวิบวับ "ศิษย์พี่ช่างดูอาจหาญยิ่งนัก!"
เหนือหอดารา บรรดาผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายได้ยินคำพูดของเซียวอวิ๋นก็อดยิ้มไม่ได้
"เ้าหนูนี่ยังไม่ยอมรับอีก!"
"ถือเป็เื่ปกติ เขาบรรลุขั้นสูงสุดได้ภายในวันเดียว ย่อมไม่เชื่อว่าพร์ตัวเองต่ำต้อย"
"ไม่รู้ว่าท่านผู้าุโที่คุ้มครองหอดาราจะทำอย่างไร!"
...
ผู้คนเหล่านี้ต่างก็จ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สถานที่สำคัญอย่างหอดาราย่อมมีท่านผู้าุโคนหนึ่งคอยคุ้มครอง ขนานนามว่าท่านผู้าุโแห่งดารา
ขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น ภายในหอดารา ดวงดาวมากมายส่องแสงระยิบระยับ โดยเฉพาะดวงดาวที่สว่างที่สุดหลายสิบดวงพลันตกลงมาปรากฏตรงหน้าเซียวอวิ๋น
เห็นได้ชัดว่า ผู้าุโแห่งดาราตัดสินใจให้เซียวอวิ๋นเลือกเคล็ดวิชาด้วยตนเอง
"หอดาราถึงกับยอมให้เขาเลือกเคล็ดวิชาด้วยตัวเองจริงๆ หรือนี่!" ภายในหอดารา ผู้คนต่างเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันมามองแสงดวงดาวตรงหน้าเซียวอย่างพร้อมเพียงกัน
ขณะนี้ แสงดวงดาวเ่าั้ค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นตำราโบราณหลายสิบเล่ม
‘เก้าหมัดราชัน’ ‘หัตถ์เทพไท่จี๋’ ‘หัตถ์สังหารเทพ’ ‘เทวาเก้าชั้นฟ้า’ ‘ฝ่ามือแปดทิศสลาตัน’ ‘ย่างก้าวเทพวายุ’ ‘หมื่นดาบคืนสมุทร’ ‘หนึ่งกระบี่สะบั้นภพ’ ‘กระบี่ผ่า์’ ...
เคล็ดวิชาหลายสิบเล่ม ล้วนเป็เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมทั้งสิ้น ทำเอาผู้คนตะลึงงัน ต่างจ้องมองด้วยดวงตาเป็ประกายแวววาว
แน่นอนว่าพวกเขาเพียงอิจฉาเท่านั้น หากให้พวกเขาเลือกจริง ๆ พวกเขาก็คงไม่เลือก
ด้วยเหตุที่ว่า ยิ่งระดับของเคล็ดวิชาสูงเท่าไหร่ ความยากในการฝึกฝนก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ขอบเขตหลอมกายาเป็เพียงก้าวแรกของผู้ฝึกยุทธ์ ทุกคนย่อมไม่อยากเสียเวลาอยู่ในขอบเขตนี้ยาวนานเกินไป ถือว่าเป็เื่ที่ได้ไม่คุ้มเสีย
ต่อให้จะเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตหลอมกายา แต่ก็ต้องตายอยู่ดีเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือในขอบเขตสะพานเทพ
มีเพียงอัจฉริยะเท่านั้นที่ฝึกฝนได้รวดเร็ว เพื่ออนาคตอันไร้ขีดจำกัด จึงจะขุดศักยภาพของตนในขอบเขตหลอมกายาได้อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างรากฐานอันแข็งแกร่ง
คนธรรมดาคงทำเช่นนั้นไม่ได้...
ในขณะเดียวกันนี้ เซียวอวิ๋นมองดูเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมมากมายที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า ก่อนเงยหน้าถามว่า "หอดารามีเคล็ดวิชาเพียงเท่านี้เองหรือ? ไม่มีเคล็ดวิชาระดับสูงสุดให้เลือกชมบ้างเลยหรือไร?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็พากันอึ้งไป เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมยังไม่พอใจ? ยังอยากได้เคล็ดวิชาระดับสูงสุดอีก
หอดาราดูเหมือนไม่คาดคิดว่าเซียวอวิ๋นจะถามเช่นนี้ จึงเงียบไปครู่หนึ่ง
ในตอนนั้น เหล่าผู้าุโสูงสุดและผู้าุโที่อยู่เหนือหอดาราต่างก็ยิ้มน้อย ๆ พลางส่ายหน้า
"เ้าเด็กคนนี้ ที่แท้ก็ยังไม่รู้ความหมายของเคล็ดวิชา ตี้เทียน เ้าเป็อาจารย์ที่ไม่เอาไหนเสียจริง!" ผู้าุโท่านหนึ่งอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อตี้เทียน
ใบหน้าของตี้เทียนแดงก่ำ เขามองไปทางเซียวอวิ๋นที่อยู่ด้านล่าง แล้วเอ่ยเตือนว่า "ศิษย์ข้า เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมเหล่านี้ ย่อมเหมาะสมสำหรับพลังในปัจจุบันของเ้า เมื่อเ้าฝึกฝนเคล็ดวิชาเหล่านี้ ก็จะรีดเค้นพลังสูงสุดของพวกมันออกมาได้"
"ต่อให้เ้าได้เคล็ดวิชาระดับสูงสุด เ้าก็ใช้งานพวกมันได้ในระดับเดียวกับเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมเท่านั้น เพราะรากฐานพลังของเ้ายังไม่แข็งแกร่งมากพอ หากเ้า้าเคล็ดวิชาระดับสูงสุด ก็คงต้องสร้างขึ้นมาเองเสียแล้ว"
...
ในหอดารา เซียวอวิ๋นได้ยินเสียงของตี้เทียนจึงเอ่ยด้วยความใว่า "ท่านอาจารย์ ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
ตี้เทียนกล่าวว่า "รีบเลือกเคล็ดวิชาเถอะ อย่าโลภให้มากเกินไปนัก เลือกแค่หนึ่งวิชาก็พอ ขอบเขตหลอมกายาเป็เพียงก้าวแรกของผู้ฝึกยุทธ์ อย่าเสียเวลาโดยไม่จำเป็อีกเลย"
เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ ะโสวนกลับไปว่า "ข้าอยากให้หอดารานี้ได้เห็นว่าพร์ของข้านั้นเป็อย่างไร!"
พูดจบ เซียวอวิ๋นก็คว้าวิชาขั้นสูงทั้งหกเล่มที่ลอยอยู่ตรงหน้าเข้ามาไว้ในมือ ซึ่งประกอบไปด้วย เก้าหมัดราชัน หัตถ์เทพไท่จี๋ หัตถ์สังหารเทพ ย่างก้าวเทพวายุ หมื่นดาบคืนสมุทร และกระบี่ผ่า์
ในหอดารา ทุกคนต่างตะลึงงัน มองเซียวอวิ๋นราวกับมองคนเสียสติ
การฝึกวิชาขั้นสูงถึงหกชนิด ไม่ทราบว่าเขา้าติดอยู่ในขอบเขตหลอมกายานานเป็ร้อยปีเลยหรือ? นี่ถือเป็การกระทำที่โง่เขลาที่สุดแล้ว
เหนือหอดารา เมื่อตี้เทียนเห็นการกระทำของเซียวอวิ๋นก็ถึงกับพูดไม่ออก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในพริบตา
ผู้าุโสูงสุดเทียนอีที่อยู่ตรงข้ามได้ทีเยาะเย้ยอีกครั้ง "ตี้เทียน พร์ของเด็กคนนี้ยังไม่ต้องพูดถึง แม้แต่สมองของเขาก็คงเลอะเลือนไปแล้ว ต่อไปเ้าต้องสั่งสอนให้มากๆ นะ ฮ่าๆๆ เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมหกเล่ม แม้แต่ศิษย์เอกก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็ร้อยปี"
สีหน้าของตี้เทียนดูไม่ดีเอาเสียเลย
ภายในหอดารา
เซียวอวิ๋นชำเลืองมองผู้คนทั้งหลาย ในใจหัวเราะเยาะ ทุกคนคงนึกว่าเขาเสียสติไปแล้ว แต่เขาเพียงแค่ใช้การกระทำในครั้งนี้เพื่อสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้อื่น ด้วยคิดจะรับรางวัลจากระบบเท่านั้น
แน่นอน เมื่อเซียวอวิ๋นตรวจสอบระบบ เขาพบว่าจำนวนครั้งของการรู้แจ้งของตนเองกลายเป็สิบเก้าครั้งแล้ว
เห็นได้ชัดว่า เมื่อครู่ที่เขาเรียกร้องให้หอดารามอบเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมทำให้ทุกคนตกตะลึง ต่อมาเมื่อเขาเลือกเคล็ดวิชาถึงหกเล่มในคราวเดียว ทุกคนก็ตกตะลึงอีกครั้ง นับว่าได้ทำภารกิจของระบบสำเร็จสองครั้งติดๆ กัน
‘จำนวนครั้งของการรู้แจ้งนี้ช่างได้มาง่ายเหลือเกิน ต่อไปข้าควรทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างไรอีกดีนะ อ้อ... นึกออกแล้ว!’
ทันใดนั้น ดวงตาของเซียวอวิ๋นก็เปล่งประกาย นึกถึงวิธีหนึ่งได้ เขารีบหยิบเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันออกมาจากอกเสื้อแล้วเปิดอ่าน
เมื่อเขาเปิดเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชัน ตำราเล่มนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็ตัวอักษรสีทองมากมาย พุ่งเข้าสู่สมองของเซียวอวิ๋นทันที
ทันใดนั้น ในห้วงความคิดของเซียวอวิ๋นก็ปรากฏวิชาฝึกฝนจิตใจของคัมภีร์เก้าหมัดราชัน
‘ระบบ ข้าขอใช้การรู้แจ้งหนึ่งครั้ง!’ เซียวอวิ๋นคิดในใจ เขาตั้งใจจะบรรลุวิชาเก้าหมัดราชันนี้ต่อหน้าผู้คน เพื่อทำให้ทุกคนต้องอุทานด้วยความประหลาดใจออกมาอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันนี้ ไม่ว่าจะเป็ผู้คนรอบข้างหรือกลุ่มผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายที่อยู่เหนือหอดารา ต่างก็จับตามองการกระทำของเซียวอวิ๋นด้วยความสงสัยเป็อย่างยิ่ง
"เขา้าทำอะไรกันแน่? ทำไมถึงหลับตาลงเช่นนั้น? หรือว่าเตรียมจะฝึกฝนเคล็ดวิชาที่นี่?"
"ล้อเล่นหรือ เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมนั้นยากมากที่จะฝึกฝน แม้แต่ศิษย์เอกก็ต้องใช้เวลาสิบกว่าปีถึงจะฝึกสำเร็จ"
"เ้าหนุ่มนี่จะฝึกเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมต่อหน้าผู้คนหรือ? ช่างเรียกร้องความสนใจเหลือเกิน วิชาระดับนี้ จะฝึกสำเร็จในชั่วพริบตาได้อย่างไร"
ผู้คนรอบข้าง รวมถึงบรรดาผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายเหนือหอดารา ต่างก็ไม่เชื่อมั่นในตัวเซียวอวิ๋น พากันส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ
มีเพียงตี้เทียนที่จ้องมองเซียวอวิ๋นอย่างไม่ละสายตา ด้วยเคยเห็นมาแล้วว่าเซียวอวิ๋นสามารถบรรลุขอบเขตพลังเก้าขั้นในหนึ่งวัน แม้แต่วิชาที่ยากต่อการฝึกฝนอย่างคัมภีร์ฮุ่นตุ้นก็ยังทำได้ในหนึ่งวันเช่นกัน แล้วการฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมเหล่านี้จะไม่ง่ายดายสำหรับเขาหรือ?
ในใจของตี้เทียนปรากฏความคาดหวังขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว