บันไดหินที่ทอดยาวลงไปในความมืดนั้นทั้งแคบ ชื้น และลื่นอย่างน่ากลัว ทุกย่างก้าวของเฟิงหลงสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่หยดลงบนพื้นเป็ครั้งคราวจากผนังที่ชื้นแฉะ และเสียงครวญครางอันแ่เบาที่ลอยมาตามลมเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเบื้องล่างนี้ยังมี "สิ่งมีชีวิต" หลงเหลืออยู่
กลิ่นอับชื้นของเชื้อราและกลิ่นคาวเืที่ผสมปนเปกับกลิ่นเน่าเปื่อยของเนื้อหนังและความตายนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนน่าสะอิดสะเอียน มันคือกลิ่นของความสิ้นหวังที่จับต้องได้... กลิ่นที่สามารถกัดกร่อนจิตใจของผู้ที่อ่อนแอให้แหลกสลายได้ในเวลาไม่นาน แต่สำหรับเฟิงหลงแล้ว มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรเป็พิเศษ หัวใจของเขาตายด้านไปแล้วั้แ่หนึ่งปีก่อน ณ ลานประลองกลางแจ้งแห่งนั้น
หลังจากเดินลงมาได้ประมาณร้อยกว่าขั้น เขาก็มาถึงชั้นแรกของคุกอเวจี
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้แม้แต่เฟิงหลงที่เตรียมใจมาแล้วว่าต้องเจอกับความโหดร้ายยังต้องขมวดคิ้วแน่น นี่ไม่ใช่คุกธรรมดา... แต่มันคือขุมนรกบนดินที่ถูกสร้างขึ้นโดยน้ำมือของมนุษย์อย่างแท้จริง
ทางเดินแคบๆ ที่ปูด้วยหินขรุขระทอดยาวไปจนสุดสายตา สองข้างทางคือห้องขังที่สร้างจากเหล็กดำทมิฬซึ่งถูกหลอมขึ้นจากแร่เหล็กเย็นทางตอนเหนือ มันดูดซับแสงจากคบเพลิงที่ปักอยู่ห่างๆ กันจนแทบไม่เหลือ และยังแผ่ไอเย็นที่กัดกินพลังลมปราณออกมาจางๆ ภายในห้องขังที่มืดมิดและสกปรก มีร่างของนักโทษจำนวนนับไม่ถ้วนถูกจองจำอยู่ พวกเขานอนขดตัวอยู่บนพื้นฟางที่ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลราวกับสุนัขข้างถนน
นักโทษทุกคนล้วนผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เนื้อตัวเต็มไปด้วยาแที่เกิดจากการถูกทรมานอย่างแสนสาหัส ทั้งรอยแส้, รอยไหม้, และร่องรอยของการถูกเหล็กร้อนนาบ ดวงตาของพวกเขาที่เคยอาจจะเคยฉายแววหยิ่งผยองหรือมีความหวัง บัดนี้กลับว่างเปล่าและไร้ซึ่งประกายแสงแห่งชีวิต มีเพียงความสิ้นหวังอันดำมืดที่สะท้อนออกมาเท่านั้น
"อ๊า... ได้โปรด... ฆ่าข้าที..." เสียงกระซิบที่แหบแห้งดังมาจากห้องขังห้องหนึ่ง
"น้ำ... ขอน้ำให้ข้าหน่อย... ข้าไม่ได้ดื่มน้ำมาสามวันแล้ว..."
"ฮือ... ฮือ... ข้าอยากกลับบ้าน... ข้าคิดถึงลูก..."
เสียงครวญคราง, เสียงสะอื้นไห้, และเสียงละเมออย่างบ้าคลั่งดังระงมมาจากทั่วทุกสารทิศ มันคือบทเพลงแห่งความทุกข์ทรมานที่บรรเลงอยู่ในนรกแห่งนี้ไม่เคยหยุดพัก
เฟิงหลงเดินผ่านห้องขังเ่าั้ไปอย่างเงียบเชียบ สายตาของเขากวาดมองใบหน้าของนักโทษทุกคนเพื่อค้นหาร่างของบิดา แต่เขาก็ไม่พบ เขารู้ได้ในทันทีว่านักโทษการเมืองที่สำคัญและเป็ที่เกลียดชังของตระกูลเซียวอย่างบิดาของเขา ย่อมต้องถูกขังไว้ในชั้นที่ลึกและมีการป้องกันที่แ่ากว่านี้อย่างแน่นอน
เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ตามทางเดินที่คดเคี้ยว และในที่สุดก็ได้ยินเสียงที่แตกต่างออกไป... เสียงแส้หนังที่ฟาดลงบนเนื้อหนังสดๆ และเสียงหัวเราะอย่างโเี้และสะใจ
เพียะ!
"ฮ่าๆๆ! ยังจะปากแข็งอยู่อีกรึ เ้าแก่นักการค้า! บอกข้ามาว่าเ้าซ่อนแผนที่เส้นทางการค้าลับของเ้าไว้ที่ไหน! แล้วข้าจะเมตตาปล่อยให้เ้าตายอย่างสบายๆ!"
เฟิงหลงมองไปยังต้นเสียงที่ดังมาจากสุดทางเดิน เขาเห็นยามตระกูลเซียวสองคนกำลังรุมล้อมชายชราคนหนึ่งที่ถูกล่ามโซ่ไว้กับผนัง ชายชราคนนั้นาเ็สาหัสจนร่างกายโชกไปด้วยเื และใกล้จะหมดสติเต็มที
เป้าหมายของเฟิงหลงคือการตามหาบิดาโดยเร็วที่สุด เขาไม่้าเสียเวลาหรือสร้างความวุ่นวายโดยไม่จำเป็ แต่ภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลับจุดประกายความเย็นเยียบที่อันตรายขึ้นในดวงตาของเขา
เขาใช้ "มายาอสูร" เคลื่อนไหวร่างกายราวกับเงาในความมืดที่แม้แต่แสงก็ยังไม่อาจไล่ตามได้ทัน เขาเข้าไปประชิดด้านหลังของยามคนหนึ่งที่กำลังเงื้อแส้ขึ้นสูงอย่างเงียบกริบ
ยามคนนั้นยังไม่ทันจะได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามัจจุราชได้มาเยือน...
แกร๊ก!
เฟิงหลงใช้มือข้างเดียวบิดคอของมันจนหักสะบั้น! ร่างของมันล้มลงกองกับพื้นโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว!
"ใคร!" ยามอีกคนที่เหลืออยู่หันขวับมาด้วยความใและชักดาบออกมาทันที แต่สิ่งที่ต้อนรับเขาก็คือดวงตาสีดำทมิฬที่ลึกล้ำราวกับหุบเหวของเฟิงหลง ซึ่งบัดนี้ได้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของมันแล้ว
"อึ่ก!" ยามคนนั้นตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว เขารู้สึกราวกับถูกอสูรจากขุมนรกที่ลึกที่สุดจ้องมองอยู่จนจิติญญาแทบจะแข็งตัว
"บิดาข้า...เฟิงเจิ้น...อยู่ที่ไหน?" เฟิงหลงถามเสียงเรียบไร้ซึ่งอารมณ์
ยามคนนั้นตัวสั่นเทาด้วยความกลัว แต่ด้วยความภักดีหรือความโง่เขลาก็ไม่อาจทราบได้ มันกลับกัดฟันและตอบว่า "ขะ...ข้าไม่รู้! ต่อให้ฆ่าข้า ข้าก็ไม่บอก!"
"งั้นรึ?" มุมปากของเฟิงหลงยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่น่าขนลุก "เ้าคิดว่าความตายคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในคุกแห่งนี้งั้นรึ? ช่างไร้เดียงสาเสียนี่กระไร..."
เฟิงหลงยื่นมือขวาออกไป... และวางลงบนศีรษะของยามคนนั้นอย่างแ่เบา
"อ๊ากกกกกกก! เ้า...เ้าจะทำอะไร!?" มันกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก
"ห้วงิญญาอสูรา!"
แรงดูดมหาศาลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าะเิออกจากฝ่ามือของเขา! ยามคนนั้นกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนราวกับิญญาที่กำลังถูกฉีกกระชาก! เขารู้สึกราวกับว่าพลังชีวิต, พลังลมปราณ, และดวงิญญาของเขากำลังถูกดูดกลืนเข้าไป! ใบหน้าของเขาเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็วราวกับผลไม้ที่ถูกคั้นน้ำออกจนหมด ผมสีดำของมันเปลี่ยนเป็สีขาวโพลนในชั่วพริบตา!
"บอก...ข้าจะบอก! เขาอยู่...เขาอยู่ชั้นที่สาม! ส่วนที่ลึกที่สุด! ห้องขังตะวันออก! ได้โปรด...ปล่อยข้าไป! อ๊ากกก!"
แต่ก็สายเกินไปแล้ว... เฟิงหลงไม่เคยคิดที่จะปล่อยให้มันรอดไปั้แ่แรก เขาดูดกลืนพลังงานและ "ความทรงจำ" ทั้งหมดของมันมาจนหมดสิ้น! ร่างของยามคนนั้นเหี่ยวแห้งลงจนกลายเป็มัมมี่และสลายเป็ผงธุลีสีเทาไปในที่สุด
ภาพแผนผังของคุกอเวจีทั้งหมด... ตำแหน่งของยาม... กลไกป้องกัน... และห้องขังของบิดา... ทั้งหมดได้ปรากฏขึ้นในหัวของเฟิงหลงอย่างชัดเจนราวกับแผนที่ที่ถูกวาดขึ้นอย่างละเอียด
"ชั้นสาม... ห้องขังตะวันออกสุด"
เฟิงหลงพึมพำกับตัวเอง เขามองไปยังชายชราที่ถูกทรมานจนหมดสติไปแล้วด้วยแววตาที่เรียบเฉย ก่อนจะใช้คมดาบที่ยึดมาจากยามตัดโซ่ตรวนที่ล่ามเขาไว้ให้เป็อิสระ แม้จะไม่รู้จักกัน แต่การกระทำนี้ก็ถือเป็การตอบแทนสำหรับข้อมูลที่เขาได้รับมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
จากนั้น เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ร่างของเขาพุ่งลึกลงไปในทางเดินที่มืดมิด มุ่งหน้าไปยังบันไดที่จะนำไปสู่ชั้นต่อไป... ชั้นที่ลึกขึ้น... และอันตรายยิ่งขึ้น
เสียงครวญครางในความมืดยังคงดังต่อไป... แต่บัดนี้... มันได้มีเสียงฝีเท้าของพญามัจจุราชก้าวเข้าไปร่วมบรรเลงด้วยแล้ว