“ถึงตลาดแล้วคงถึงเวลาที่พวกข้าต้องแยกไปตั้งแผงขายของที่นำมาแล้วนะแม่นางน้อย” ท่านลุงที่บนหลังของเขามีตะกล้าไม้ใบใหญ่อยู่บนหลังเอ่ยคำร่ำลา
“ข้าขอบคุณท่านลุงท่านป้ามากๆที่บอกทางขอให้พวกท่านค้าขายดีนะเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวลา”
“ขอบใจเ้า ข้าก็ขอให้เ้าเจอกับหมอเทวดาผู้นั้นอย่างที่ตั้งใจเอาไว้นะ”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” ตลาดที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ ตลาดแห่งนี้เป็ศูนย์กลางของเมืองหลวงจึงคับคั่งไปด้วยผู้คนทุกชนชั้นที่เดินเต็มท้องถนน นางในร่างของพระสนมกุ้ยเฟยปลอมตัวเป็หญิงชาวบ้านทาตัวดำหวังว่าจะไม่มีคนในวังหลวงที่บังเอิญพบเห็นแล้วจำนางได้นะ จุดมุ่งหมายคือท่ารถลากที่ให้บริการรับส่งผู้คนไปส่งยังหมู่บ้านชิวที่อยู่ห่างไปอีกไม่กี่เมตรข้างหน้า
“เ้าหยุดก่อน!” อยู่ๆก็มีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่มีหนวดเคราแต่งตัวเหมือนทหารแต่ความทรงจำของร่างก่อนช่างไม่คุ้นกับบุคคลผู้ที่ปรากฏตัวใหม่
“ท่านเป็ผู้ใด เหตุใดจึงมาขวางทางข้าทั้งที่พวกเรามิคุ้นหน้าหรือรู้จักกันมาก่อน” พระสนมกุ้ยเฟยก้มหน้าแสดงความหวาดกลัวเหมือนสตรีผู้แสนบอบบางที่กำลังจะถูกบุรุษร่างใหญ่ั์ทำร้าย
“เ้าแน่ใจหรือว่าพวกเราไม่รู้จักกันมาก่อน” ชายร่างใหญ่ั์ไม่มีท่าว่าจะปล่อยให้นางไปง่ายๆ
“ข้าแน่ใจเ้าค่ะ เพราะตัวข้าพึ่งจะเดินทางมาจากต่างเมืองเข้ามาในเมืองหลวงวันนี้ไม่เคยมาที่แห่งนี้มาก่อน ไหนเลยจะคุ้นหน้ากับท่านได้”นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษปริศนาอย่างหวาดกลัวเพื่อให้เขาเชื่อว่านางไม่มีพิษภัยเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาผู้หนึ่ง
“แต่ทำไมข้าเหมือนคุ้นหน้าเ้านัก…”
“ข้ายืนยันคำเดิมว่ามิรู้จักกับท่านมาก่อนแน่นอนเ้าค่ะ ปล่อยข้าไปเถอะข้ามีธุระสำคัญที่ต้องเร่งไปทำต้องเดินทางต่ออีกถ้ายังเสียเวลาอยู่ตรงนี้เกรงว่าจะไปไม่ทันการเอาได้”
“อืมแต่เ้าผิวดำมิได้ผิวขาวแถมมีปานแดงมุมปากอีกคงไม่ใช่คนที่ข้าคุ้นเคยหรอก สงสัยข้าจะจำคนผิดต้องขอโทษแม่นางด้วยเชิญไปได้”บุรุษร่างั์ขมวดคิ้วแล้วก็คลายออกเหมือนจะหายสงสัยแล้วปล่อยนาง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ” นางเดินไม่ช้าไม่เร็วมากทำทีเป็มองสิ่งรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจเหมือนกับคนไม่เคยเจอกับสถานที่แห่งนี้มากก่อนในชีวิต(พูดง่ายๆทำเป็บ้านนอกเข้ากรุงให้คนจีนโบราณมันดูกันหน่อยแล้วกัน ไอ้ั์นั้นต้องเป็คนของฝ่ายตรงข้ามกับพระสนมกุ้ยเฟยแน่นอน ท่าทางคนที่อยู่เื้ัอาจมีมากกว่าหนึ่งกลุ่มที่้ากำจัดนางให้ตาย)
เดินไปจนถึงท่ารถลากที่มีทั้งรถม้าและรถลามากมายเปรียบเหมือนสถานีขนส่งในยุคปัจจุบันที่มีให้บริการสาธารณะกับคนทั่วไป
“ท่านลุงเ้าคะ ถ้าข้าต้องไปหมู่บ้านชิวต้องเสียค่าเดินทางเท่าไหร่เ้าคะ” ผู้ชายวัยกลางคนที่ท่าทางเหมือนคนเก็บเงินและจัดให้ชาวบ้านไปตามจุดหมายที่ได้ตกลงกันเอาไว้
“ใช่หมู่บ้านชิวที่ปลูกลูกท้อเอาไว้เยอะๆทางทิศเหนือของเมืองหลวงใช้หรือไม่แม่นาง”
“ใช่เ้าค่ะท่านลุงข้าจะไปที่นั้น ราคาค่าเดินเท่าไหร่เ้าคะ”
“แม่นางจะเดินทางขาไปอย่างเดียวหรือจะเดินทางทั้งไปและกลับด้วย”
“ข้าง้าเดินทางทั้งไปและกลับเข้ามาตลาดแห่งนี้อีกเ้าคะ”
“ถ้าเ้า้าล้อเกวียนม้าลากราคาหนึ่งตำลึง แต่ถ้าเป็ล้อเกวียนวัวลากจะมีราคาอยู่ที่ห้าสิบอีแปะ และสุดท้ายเป็ล้อเกวียนลาลากราคาจะอยู่ที่ยี่สิบห้าอีแปะ แม่นางจะเลือกแบบไหนรึ”
“ถ้าเลือกล้อเกวียนม้าลากไปกลับราคาจะอยู่ที่สองตึงเชียวหรือเ้าคะ” นางทำท่าคิดหนักเพื่อป้องการโจรที่อาจจะมองเมื่อเห็นนางเดินทางคนเดียวแต่เลือกรถม้าที่มีราคาสูงอาจจะมีการดักปล้นระหว่างทาง
“ใช่ตกลงแม่นางจะเลือกเกวียนม้าลากนะ ข้าจะไปเรียกให้รอสักครู่”
“เอ่อเดี๋ยวก่อนเ้าคะท่านลุงข้างมีธุระจำเป็ต้องเดินทางไปหาหมอมารักษามารดา เดินทองพอมีแต่เอาไว้เสียค่ายาแต่อยากรีบเดินทางไปหมู่บ้านชิว ท่านลุงช่วยลดค่าเดินทางให้ค่าสักอีแปะได้หรือไม่เ้าคะข้าขอร้อง”นางแสร้งทำหน้าเศร้าหมองและกังวลใจพยายามบีบน้ำตาให้คลอเบ้า
“เฮ้ย! ข้าทำกิจการหวังกำไรไม่ใช้ผู้ใจบุญเ้าจะมาต่อลองราคากันแบบนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีเงินเดินทางเอาแล้วกัน” จากท่านลุงท่าทางใจดีกลายเป็เถ้าแก่หน้าเืขึ้นมาทันทีเมื่อนางขอลดราคา
“เถ้าแก่คุยกันดีๆก็ได้นะขอรับ แม่นางผู้นี้ช่างน่าสงสารนักเพื่อหาหมอมารักษามารดาชราที่ป่วยนางเพียงขอลดราคาไม่กี่อีแปะท่าจะใจร้ายไม่ให้นางเชียวเหรอขอรับ” บุรุษปริศนาคนที่สองแต่งตัวคลายบัณฑิตเดินเข้ามาพูดแทรกบทสนทนา
“วันหนึ่งๆมีผู้คนมาหาข้ออ้างแบบแม่นางผู้นี้นับไม่ถ้วยเพื่อต่อรองราคาค่าเดินทางกับข้าง ข้าไม่ต้องยอมขาดทุนเพื่อลดราคาให้พวกเขาทุกคนเลยรึ”
“เอ่อไม่ต้องมีเื่กันหรอกเ้าคะ ข้าตกลงจะนั่งเกรียนล้อวัวลากไปกลับหนึ่งตำลึงแล้วกันนะเ้าคะ ข้าขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้า”
“หึท่านมันใจดำเถ้าแก่หลง” บุรุษปริศนาคนที่สองพูดประชดประชันเถ้าแก่เหมือนพวกเข้าจะรู้จักกัน
“ท่านแม่ของเ้าบอกให้เ้าไปสอบเข้าราชสำนักเป็ขุนนางเช่นท่านตาของเ้า ก็ไปอ่านตำราของเ้าไปไม่ต้องมายุ่งกับกิจการเถ้าแก่หน้าเืเช่นข้าไอ้ลูกไม่รักดี”สรุปแล้วท่านลุงเถ้าแก่กับบุรุษปริศนาพวกเขาเป็พ่อลูกกันชินะถึงกล้าเดินมาเถียงแทนสตรีเช่นนาง
“ก่อนไปท่านก็ลดราคาให้แม่นางคนนี้ชักห้าสิบอีแปะแล้วให้นางเดินทางโดยรถม้าเพื่อไปหมู่บ้านชิวเพื่อนเป็การทำกุศลให้ข้าเพื่อส่งเสริมให้ลูกชายของท่านสอบขุนนางได้ดีไหมท่านพ่อ”
“ไม่ดีข้าขาดทุน ถ้าเ้าอยากทำบุญก็ไปหาไต๋ชือที่วัดใต้นู่น”
“แต่ถ้าท่านช่วยลดราคาค่าเดินทางให้แม่นางผู้นี้ ข้าจะเอาไปเล่าให้ท่านตาฟังว่าเถ้าแก่หลงใจดีมีน้ำใจกับคนยากไร้เดือดร้อน รับรองท่านได้ใจใต้เท้าเฉียงหวินรองเ้ากลมการคลังอีกหนึ่งแน่นอนเถ้าแก่หลง”
“เ้าจะเล่าให้ท่านตาเ้าฟังจริงๆนะเซียนหลงลูกรัก แล้วแม่เ้ายอมให้อภัยพาน้องสาวกลับมานอนที่จวนของข้า”
“แค่เงินห้าสิบอีแปะหวังเยอะเกินไปขอรับเถ้าแก่หลง ให้ท่านแม่ทำอาหารเย็นส่งให้ท่านที่จวนได้ไหม”
“ไอ้ลูกคนนี้นิเ้ายอกย้อนข้านัก!”
“หรือท่านจะไม่เอาขอรับท่านพ่อ”
“เอ่อๆเอาก็เอาตกลงข้าจะลดราคาค่าเดินทางไปกลับโดยรถม้าให้แม่นางน้อยคนนี้ห้าสิบอีแปะ เ้าพอใจแล้วก็ไปอ่านตำราเตรียมสอบเถอะข้าได้ข่าวกับสายที่อยู่แนวชายแดนบอกว่าอีกไม่เกินหนึ่งปีฮ่องเต้ก็ต้องจบศึกครั้งนี้ และต้องมีการเปิดสอบขุนนางใหม่อย่าทำให้เสียชื่อเสียงท่านตาของเ้า แค่มีพ่อเป็พ่อค้าหน้าเืท่านตาของเ้าก็ไม่พอใจมาตลอดสิบแปดปี้แล้ว”ท้ายประโยคท่านลุงพูดเสียงเศร้าๆ
“เอาน่า ถ้าข้าสอบติดท่านจะได้นอนกอดภรรยาแน่นอนท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้าทำได้อยู่แล้ว แม่นางขอให้เ้าเดินทางปลอดภัย ข้ามีนามว่าเซียนหลงไม่ถือเป็บุญคุณลาก่อน”
“ขอบคุณท่านเซียนหลงและเถ้าแก้หลงที่ลดราคาค่าเดินทางให้ข้านะเ้าคะ” ข่าวใหม่ฮ่องเต้จะกลับมาอีกหนึ่งปีหวังว่านางกับองค์ชายน้องจะมีชีวิตที่ปลอดภัยนะ พอได้ยินข่าวของฮ่องเต้ทำให้ร่างนี้มีความรู้สึกเป็สุขขึ้นมาอย่างเอ่อล้น สงสัยป่วงรักป่วงสวาทของพระสนมกุ้ยเฟยกับฮ่องเต้พระองค์นี้จะรุนแรงยิ่งนักขนาดได้ยินว่าเขาผู้นั้นจะต้องชนะศึกและกลับมาภายในหนึ่งปีก็ดีใจจนเนื้อเต้นขนาดไม่สนใจิญญาใหม่ที่มาสิ่งร่างเลย ฉันที่สิงร่างพระสนมเป็จิติญญาไม่อินกับเื่ความรัก…คติของการดำรงชีวิตในชีวิตก่อนคือรักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน