ต่งฟางหรูย่อมจะเห็นสีหน้าของบุตรชายคนรองและหลานสาวแน่นอนว่ายามกลับเรือนไปนางย่อมจะต้องคิดบัญชีย้อนหลังกับสามีแน่แต่ยามนี้คนที่นางอยากจะจัดการก็คือสตรีหน้าหนาที่กำลังคุกเข่าร่ำไห้อยู่ตรงหน้ามากกว่าหากไม่ได้รู้สึกเกรงใจพ่อสามีคนที่นางอยากจะจัดการอีกคนก็คือน้องชายของสามีที่กำลังคุกเข่าลงเคียงข้างนางแล้วโอบกอดสตรีหน้าหนาผู้นั้นเอาไว้
“ท่านพ่อข้าไม่ได้รังแกคนในครอบครัวของน้องรองแต่ข้า้าทวงคืนสินเดิมของน้องสะใภ้ที่อนุเฉียวยักยอกไปคืนกลับมาให้ชิงชิงของพวกเราต่างหากเล่าเ้าคะอนุผู้นี้กลับถือดีที่นายท่านรองหนุนหลังไม่เพียงไม่ยอมคืนแต่ยังพูดจาล่วงเกินข้าด้วยเ้าค่ะ เื่นี้ชิงชิงกับเฉิงเฉิงช่วยเป็พยานให้ข้าได้”เมื่อต่งฟางหรูเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงและฮวาจื่อเฉิงจึงได้หันไปสบตากันอีกครั้งพวกเขาพึ่งจะเดินเข้ามาก็เห็นว่าเฉียวเหมยถูกตบตีแล้ว ต้นสายปลายเหตุการทะเลาะวิวาทยังไม่ค่อยจะเข้าใจแน่ชัดเห็นแค่เพียงใบหน้าที่ถูกตบตีจนบวมปูดและเสียงก่นด่าของต่งฟางหรูเพียงเท่านั้นแต่ในเมื่อต่งฟางหรูบอกว่าพวกเขาได้ยินพวกเขาก็ย่อมจะต้องได้ยินห้ามมีความเห็นเป็อย่างอื่น
"เื่ในวันนี้ล้วนเป็เช่นที่ท่านแม่เอ่ยมาท่านปู่ขอรับคนอย่างท่านแม่ถ้านางไม่รู้สึกโกรธเคืองอย่างเต็มที่แล้วคงไม่สั่งให้คนลงมือทำร้ายคนแน่”คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างของเขารีบพยักหน้ายืนยันในทันที
“นายท่านรองเ้าคะข้าน้อยถูกใส่ความเ้าค่ะ ข้าก็แค่ปกป้องทรัพย์สินของตนเองเพียงเท่านั้นแต่ฮูหยินใหญ่กลับจงใจกล่าวหาข้า หาว่าข้ายักยอกเงินสินเดิมของฮูหยินรองเ้าค่ะ”เฉียวเหมยเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาทำให้ฮวาฉือยิ่งรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของต่งฟางหรูแล้วเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจในทันที
“ท่านพ่อพี่สะใภ้ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะขอรับเื่ในเรือนข้านางไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามายุ่ง”คำพูดของฮวาฉือทำให้ฮวาเหลียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“แล้วข้าที่เป็บิดาของเ้าสามารถเข้ามายุ่งเื่ในเรือนของเ้าได้ไหม”เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไป ฮวาเหลียงจึงได้เอ่ยต่อ
“พี่สะใภ้ใหญ่ของเ้าบอกว่าอนุของเ้ายักยอกสินเดิมของฮูหยินที่จากไปแล้วของเ้าเ้าไม่คิดจะสอบสวนนางสักหน่อยหรือว่าคำกล่าวหาของพี่สะใภ้ของเ้าเป็จริงหรือไม่หรือแค่นางบอกว่าตนเองถูกใส่ร้ายเ้าก็เชื่อนางแล้วหรือ”คำถามประโยคนี้ของบิดาทำให้ฮวาฉือเม้มปากแน่นส่วนต่งฟางหรูส่งสายตาให้ซูหมัวมัวคนสนิทข้างกายของซูอวี้หลันฮูหยินที่จากไปแล้วของฮวาฉือ
“เครื่องประดับเหล่านี้บ่าวค้นเจอจากในหีบเครื่องประดับของอนุเฉียวเ้าค่ะ”เครื่องประดับในมือของซูหมัวมัวฮวาฉือย่อมจะรู้สึกคุ้นตาดี เพราะเครื่องประดับเหล่านี้อนุของเขาสวมใส่ให้เห็นจนชินตา
“เครื่องประดับนี้เฉียวซื่อสวมใส่ติดตัวอยู่บ่อยครั้งหากเ้าไม่พบในหีบเครื่องประดับของนางจึงจะเป็เื่แปลกแต่ที่ข้ารู้สึกแปลกใจก็คือเหตุใดเ้าจึงได้ไปค้นข้าวของของเฉียวซื่อได้”เมื่อฮวาฉือเอ่ยถามเช่นนี้ซูหมัวมัวก็ยิ้มออกมาแล้วพลิกเครื่องประดับขึ้นมาให้ฮวาฉือดู
“ก็เพราะบ่าวรู้ว่าเครื่องประดับเหล่านี้ไม่ใช่ของอนุเฉียวแต่เป็เครื่องประดับของฮูหยินรองผู้เป็เ้านายของบ่าววันนี้ฮูหยินใหญ่ตั้งใจจะนำสินเดิมของฮูหยินรองไปเติมลงในหีบสินเดิมของคุณหนูบ่าวย่อมจะต้องไปเอาเครื่องประดับที่เป็ของฮูหยินรองกลับคืนมาให้คุณหนูสิเ้าคะ”ซูหมัวมัวเอ่ยพลางชี้ให้ฮวาฉือดูรอยสลักรูปดอกอวี้หลันขนาดเล็กบนเครื่องประดับที่หากไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็น
“ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องประดับบนถาดนี้แต่อีกสองหีบที่เหลือล้วนเป็ของฮูหยินรองเกือบทั้งสิ้น นายท่านรองก่อนจากไปฮูหยินรองตั้งใจฝากฝังคุณหนูไว้ให้ท่านดูแลรวมทั้งสินเดิมของนางที่นางเอาติดตัวมาด้วยแล้วเหตุใดยามนี้สินเดิมของคุณหนูจึงได้ไปอยู่ในมือของอนุเฉียวได้”เมื่อซูหมัวมัวเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาฉือก็ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจไปที่เฉียวเหมยในทันที
“ข้าไม่รู้ข้าไม่รู้จริงๆ นะเ้าคะเครื่องประดับบนถาดนี้นายท่านรองให้สาวใช้ผู้หนึ่งนำมามอบให้บอกกับข้าว่าเป็ของกำนัลที่ข้าดูแลนายท่านเป็อย่างดีข้าจึงมักจะนำมาสวมใส่ให้นายท่านเห็นเสมอ”เมื่อเฉียวเหมยเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็ขมวดคิ้วแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เฉียวเหมย!ข้าไม่เคยมอบเครื่องประดับเหล่านี้ให้เ้า”เมื่อฮวาฉือเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็นิ่งงันไปแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ
“หากนายท่านรองไม่ได้มอบให้ข้าแล้วข้าน้อยจะมีความสามารถมาจากไหนที่จะไปเอาของพวกนี้มาใส่เล่าเ้าคะ”นางเอ่ยพลางส่ายหน้าแล้วก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้
“จะต้องมีคนใส่ร้ายข้าแน่ๆสาวใช้ผู้นั้นข้า...”เฉียวเหมยกำลังจะเอ่ยว่าข้าไม่เคยเห็นมาก่อนแล้วก็หยุดชะงักไว้
“สาวใช้ที่ไม่คุ้นหน้านำเครื่องประดับมามอบให้แต่อนุเฉียวก็ยังรับเอาไว้ด้วยความยินดีเช่นนั้นหรือ”เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็จ้องมองสตรีที่คุกเข่าอยู่เคียงข้างเขาด้วยสายตาที่ใช้จ้องมองคนแปลกหน้าในทันทีเขาทำงานอยู่ในกรมอาญาแต่สตรีในเรือนของเขากลับยินดีที่จะรับของมีค่าอย่างไม่สนใจที่มาที่ไปเช่นนี้หากวันหน้ามีคนคิดจะเล่นงานก็คงจะถูกคนเล่นงานโดยไม่รู้ตัวแล้ว
“นางบอกว่าเป็นายท่านมอบให้ข้าข้าก็เลยรับเอาไว้”เฉียวเหมยเอ่ยพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขออภัย
“พอได้ยินว่าเป็ของที่นายท่านมอบให้ข้าก็ดีใจจนไม่มีความคิดอื่น” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้สายตาของฮวาฉือก็พลันอ่อนลง
“ท่านพ่อเป็อาลักษณ์ในกรมอาญาแต่กลับส่งของมีค่าถึงขนาดนี้มาให้อนุเฉียว หากเป็ข้าข้าก็คงจะต้องถามท่านพ่อแล้วว่าเครื่องประดับเหล่านี้มาจากไหนและท่านพ่อต้องสูญเงินเท่าไหร่อนุเฉียวที่มากด้วยปัญญาแต่กลับรับไว้โดยไม่ติดใจอนุเฉียวช่างรักใคร่ในตัวท่านพ่อของข้ามากจริงๆ”คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ทุกคนต่างก็หันไปมองนาง นางจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ
“มีคนรักท่านพ่อมากถึงขนาดนี้ข้าในฐานะที่เป็บุตรสาวของเขาอดรู้สึกยินดีไม่ได้จริงๆเ้าค่ะ”เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็เงยหน้าขึ้นมามองนางแล้วเอ่ยออกมาในทันที
“คุณหนูชิงชิงที่จริงแล้วเป็แผนของท่านใช่ไหม ท่านจงใจให้คนนำสินเดิมของฮูหยินมามอบให้ข้าเพื่อที่จะได้ใส่ร้ายข้าใช่ไหม”คำพูดของเฉียวเหมยเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเจ็บช้ำทำให้ฮวาฉือขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองบุตรสาวด้วยสายตาคาดโทษ
“เป็ฝีมือของเ้าหรือชิงชิง”คำถามของฮวาฉือทำให้ฮวาจื่อชิงรีบส่ายหน้าในทันที
“ไม่ใช่ลูกนะเ้าคะลูกเกลียดชังอนุเฉียวมากก็จริง แต่ลูกไม่มีทางทนเห็นนางใส่เครื่องประดับของท่านแม่ได้แน่ท่านพ่อลูกไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเครื่องประดับที่นางสวมใส่อยู่ทุกวันเป็หนึ่งในสินเดิมของท่านแม่ด้วยซ้ำแล้วลูกจะใส่ร้ายนางได้อย่างไร”คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้เฉียวเหมยรีบส่งเสียงคัดค้านขึ้นมาในทันที
“ไม่จริง! นางโกหกหากไม่ใช่นางแล้วจะเป็ผู้ใดที่กล้ายุ่งกับสินเดิมของฮูหยินรอง”คำพูดของเฉียวเหมยทำให้ฮวาจื่อชิงหลั่งน้ำตาออกมาในทันที
“ท่านพ่อจนถึงขั้นนี้แล้วนางยังไม่ยอมรับผิดและคิดจะโยนความผิดให้ผู้อื่นอีกสินเดิมของท่านแม่นอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่มีผู้ใดได้เข้าใกล้ ท่านพ่อลองตรองดูนะเ้าคะว่าจะมีผู้ใดคิดอาจหาญกล้านำสินเดิมของท่านแม่มาใส่ร้ายอนุเฉียวกันเล่าแต่แท้จริงแล้วอาจจะเป็นางที่อาศัยความโปรดปรานของท่านพ่อเข้าไปหยิบสินเดิมของท่านแม่มาใช้เสียเอง”เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไปเพราะถ้อยคำที่ฮวาจื่อชิงพูดล้วนเป็ความจริงทุกประการ