บทที่ 50 สาวน้อยคนนี้ช่างใสซื่อบริสุทธิ์จริง ๆ
“ได้!” ฟ่านมี่มี่รีบเช็ดน้ำตา
เธอยังต้องใช้หนังสือเรียนในวันพรุ่งนี้!
“งั้นฉันไปด้วยก็แล้วกัน!” ฟ่านเจวียนเจวียนลุกขึ้นยืน
ไม่ว่าจะหาเจอหรือไม่ก็ตาม ไปดูหน่อยก็ดีเหมือนกัน
“ฉันก็ไปด้วย!” ฟ่านจิ่นซินที่ช่วงนี้รู้สึกหดหู่ใจอยู่ตลอด ก็อาสาเข้าร่วมทีมช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ
ฟ่านซีซีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เดินกลับบ้านไปพร้อมกับโทรหาผู้กองเฉิน
สามสิบนาทีต่อมา ฟ่านซีซีเปลี่ยนชุด เปลี่ยนทรงผม แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกจาก ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’
ใครจะคิดว่า ฟ่านซีซีที่ดูเหมือนสาวน้อยน่ารักเรียบร้อย จะไปที่ผับแบบนั้น
จริง ๆ แล้วที่เขตหมี่ซีมีผับไม่มากนัก รวมแล้วมีแค่สามร้านเท่านั้น และผับที่ ฟ่านซีซีไป ก็คือผับที่ฟ่านจิ่นซินไปเมื่อวันก่อนพอดี
ในผับนั้นคึกคักมาก แต่บรรยากาศก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีควันลอยฟุ้งจนมองไม่เห็น ฟ่านซีซีไม่ชอบเลยจริง ๆ
แต่เพราะมีเรื่องต้องทำ เธอจึงแค่ยกมือปัดควันพวกนั้นเบา ๆ แล้วใช้กระถางต้นไม้สองใบข้างเคาน์เตอร์บาร์วางค่ายกลง่าย ๆ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดควันเล็ก ๆ ให้ตัวเอง
หลังจากนั้นเธอก็สั่งน้ำส้มหนึ่งแก้ว เท้าแขนที่ขอบเคาน์เตอร์บาร์ พลางเล่นโทรศัพท์มือถือ
สาวน้อยหน้าตาดีปรากฏตัวในผับ ย่อมเป็นที่สะดุดตาอยู่แล้ว ยิ่งเธอนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เด่นขนาดนี้ มือยังถือโทรศัพท์ที่ยิ่งดึงดูดสายตา เธอจึงกลายเป็นจุดสนใจของทั้งผับอย่างรวดเร็ว
คนที่เข้ามาทักทายมีไม่น้อย ฟ่านซีซีก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง บางครั้งยังตอบกลับไปสองสามประโยคเหมือนกัน
ผู้จัดการผับเห็นว่าสาวน้อยคนใหม่ไม่ได้ขี้อาย ไม่ได้เจ้าชู้ หรือขี้กลัว และสามารถรับมือกับคนที่เข้ามาทักทายได้อย่างคล่องแคล่ว จึงรู้สึกสงสัยมาก
“น้องสาว เธอมารอใครหรือเปล่า?”
ฟ่านซีซีมองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะลังเลสักครู่ก่อนจะพูดว่า “ก็พอจะเรียกได้ว่ามาหาคนนะ พวกเขาเคยชอบมาที่นี่บ่อย ๆ วันนี้ดูเหมือนจะไม่เห็นเลย”
ผู้จัดการผับรู้จักคนที่มาผับของพวกเขาบ่อย ๆ เป็นอย่างดี จึงถามว่า “เธอจะหาใครล่ะ บางทีฉันอาจจะรู้จักก็ได้นะ”
ฟ่านซีซีเท้าคาง พลางกดโทรศัพท์มือถือไปด้วย แล้วพูดอย่างเฉยเมยว่า “เขาชอบขี่มอเตอร์ไซค์สีดำ ตัวค่อนข้างผอม และมีคนที่เล่นด้วยกันบ่อย ๆ อีกหลายคน พี่ชายของฉันบอกว่าพวกเขามีความสามารถบางอย่าง ฉันก็เลยจะหาพวกเขาเพื่อซื้อของบางอย่าง ถ้าคุณรู้จัก ช่วยแนะนำให้ฉันหน่อยสิ”
ผู้จัดการผับมองเธออย่างครุ่นคิด “คนที่มาที่นี่บ่อย ๆ และมีรถมอเตอร์ไซค์สีดำก็มีหลายคนนะ”
ตอนนี้ ชายอ้วนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ไม่ไกลหัวเราะร่าและพูดแทรกขึ้นมา “คนที่เธอพูดถึงต้องเป็นพี่กังแน่ ๆ! วันนี้พวกเขาไม่ได้มา เพราะไปทำงาน คงไม่กลับมาเที่ยวเล่นเร็ว ๆ นี้หรอก”
สายตาของฟ่านซีซีมองไปที่ชายอ้วนคนนั้น “คุณรู้จักเขาเหรอ?”
“รู้จักสิ บ้านเขาฐานะดีที่สุด คนในวงการของพวกเรารู้จักเขากันเยอะแยะ คนที่อยู่กับเขา พ่างโถวอวี๋ ต้าเถียวเซีย โซ่วปิ่ง ล้วนแต่เป็นคนโหด น้องสาว ฉันว่าฐานะทางบ้านของเธอก็ดูดีนะ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นเลย”
ฟ่านซีซีหรี่ตาลงเล็กน้อย ยุ่งกับพวกนั้น?
พวกเขาเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่านะ?
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สำคัญแล้ว
เธอปรับสีหน้า ทำท่าทางเก้อเขินเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฉันไม่ยุ่งกับพวกนั้นหรอก ถ้าฉันไปยุ่งกับพวกนั้น พ่อแม่ของฉันต้องตีฉันตาย อย่าพูดเลอะเทอะนะ ฉันเป็นเด็กดี”
ชายอ้วนมองท่าทางน่ารักและขี้กลัวของเธอ ก็อดหัวเราะไม่ได้ “ดูเธอยังเด็กอยู่เลย เธอไม่ได้ไปโรงเรียนแล้วเหรอ?”
ฟ่านซีซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ไปสิ แต่ลาหยุดน่ะ ตราบใดที่ฉันสอบได้คะแนนดี พ่อแม่ของฉันก็ไม่สนใจหรอกว่าฉันจะไปเรียนหรือเปล่า วันนี้พวกเขาไปทำธุระที่ปักกิ่ง ฉันเลยแอบออกมาเที่ยว จริง ๆ แล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาผับ ฉันแค่อยากรู้ว่าในผับเป็นยังไง ตอนนี้ได้เห็นแล้ว ก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย”
ชายอ้วนอึ้งไปครู่หนึ่ง “เธอผิดหวังอะไร?”
ผู้จัดการผับก็อดไม่ได้ที่จะตั้งใจฟัง สาวน้อยคนนี้ช่างใสซื่อบริสุทธิ์จริง ๆ ใครถามอะไรก็ตอบไปหมด แถมยังเปิดเผยเรื่องส่วนตัวอีกด้วย
ฟ่านซีซีมองไปรอบ ๆ ผับแล้วพูดเบา ๆ “ฉันไม่อยากจะพูดเหน็บแนมหรอกนะ แต่คุณถามฉันเอง ฉันว่าการตกแต่งผับนี่ดูเชย ๆ แสงสว่างก็ไม่ดี สภาพแวดล้อมก็แย่มาก กลิ่นบุหรี่ก็แรงเกินไป ผู้หญิงส่วนใหญ่คงไม่อยากเข้ามาหรอก แต่ก็มีข้อดีนะ น้ำส้มนี่ไม่เลวเลย”
ผู้จัดการผับลูบหน้าผาก สาวน้อยคนนี้วิจารณ์ได้ตรงประเด็นมากจริง ๆ
แต่ชายอ้วนกลับหัวเราะแล้วพูดว่า “งั้นฉันขอเลี้ยงน้ำส้มเธออีกแก้วนะ”
ฟ่านซีซีโบกมือปฏิเสธอย่างใจกว้าง “ไม่ต้องหรอก ฉันเลี้ยงคุณเองแล้วกัน ฉันว่าคุณดูเหมือนจะไม่ค่อยมีตังค์เท่าไหร่”
พอพูดจบเธอก็ยื่นเงินร้อยหยวนให้ผู้จัดการผับ “ฉันเลี้ยงน้ำส้มเขาแก้วหนึ่ง ที่เหลือช่วยห่อให้ฉันเอากลับบ้านด้วย”
ผู้จัดการผับเห็นเธอจ่ายเงินก็รีบไปจัดการทันที
ส่วนชายอ้วนตอนนี้มีสีหน้าอึดอัดใจมาก เขาก้มลงมองกางเกงยีนส์ทันสมัยและเสื้อเชิ้ตลายดอกของตัวเอง เขารู้สึกว่าตัวเองดูดีนะ ทำไมถึงทำให้คนอื่นคิดว่าเขาไม่มีตังค์ล่ะ
พอห่อน้ำส้มเสร็จแล้ว ฟ่านซีซีก็ไม่ได้อยู่ในผับต่อ เธอโบกมือลาพวกเขาแล้วหิ้วของเดินออกไป
ตอนนี้ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า หลังจากที่ฟ่านซีซีออกไป ต้นไม้สองกระถางข้างเคาน์เตอร์บาร์เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ ใบไม้ทุกใบกลายเป็นสีดำเหมือนถูกควันไฟ
เธอจากไปไม่ถึงสิบนาที ตำรวจก็เข้ามาตรวจผับตามปกติ ท่ามกลางความวุ่นวาย ชายอ้วนที่นั่งดื่มน้ำส้มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ถูกตำรวจพาตัวไปสอบปากคำเป็นการส่วนตัว
ฟ่านซีซีวางแผนจะกลับบ้านให้ทันก่อนพี่จิ่นเฉิง แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนที่เธอขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าหมู่บ้าน กลับเจอพี่จิ่นเฉิงที่เพิ่งลงจากรถบรรทุกพอดี
เมื่อเห็นฟ่านซีซีกลับมาจากข้างนอกอย่างกะทันหัน แถมยังเปลี่ยนชุดใหม่ ฟ่านจิ่นเฉิงก็เดินตรงมาขวางหน้ารถมอเตอร์ไซค์
“ไปไหนมา”
พอพูดจบ เขาก็ย่นจมูก “มีกลิ่นบุหรี่ เธอไปผับมาเหรอ?”
ฟ่านซีซีกระแอมเบา ๆ อย่างอึดอัด “ฉันขอให้ผู้กองเฉินไปตรวจสอบผับหลานเล่อแบบฉับพลันน่ะ”
“แค่นั้นเองเหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงยื่นมือไปดึงเปียเล็ก ๆ ที่ดื้อรั้นบนหัวของเธอเบา ๆ
“ฉันก็เลยแค่แวะไปนั่งสักพักไง!”
ฟ่านซีซีรู้สึกผิดเล็กน้อย แล้วชี้ไปที่เครื่องดื่มที่วางอยู่บนรถของเธอ “อันนี้ดื่มแล้วอร่อยดี ฉันไม่ได้ดื่มเหล้า แค่นั่งสักพักเท่านั้นจริง ๆ”
“แค่นั้นเหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงเลิกคิ้ว จ้องมองเสื้อผ้าของเธออย่างไม่พอใจ
ถึงแม้เด็กสาวจะสวมเสื้อโค้ทด้านนอก แต่ดูเหมือนว่าข้างในจะใส่กระโปรง
เขายื่นมือไปดึงออกดู ก็จริงอย่างที่คิด ข้างในเป็นกระโปรงสั้นเหนือเข่าเสียด้วย
สีหน้าของเขาหม่นลงทันที
เด็กสาวคนนี้มีกระโปรงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ทำไมเขาจำไม่ได้
ฟ่านซีซีไม่คิดว่าพี่จิ่นเฉิงจะตรวจดูเสื้อผ้าที่เธอใส่ข้างในอย่างกะทันหัน เธอมองไปรอบ ๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง
“พวกพี่เจอกระเป๋าเป้ของมี่มี่แล้วเหรอ?”
“ไปถอดเสื้อผ้าในผับงั้นเหรอ?”
“หา? ไม่ ไม่ใช่ ฉันแค่คิดว่าในผับจะร้อน แต่จริง ๆ แล้วไม่ร้อน เลยไม่ได้ถอด”
พอพูดจบ ฟ่านซีซีก็เสียใจ ทำไมเธอต้องเติมคำว่า ‘เลย’ เข้าไปด้วยนะ!