บทที่ 3 โดนกักขังที่ห้องโถงบรรพบุรุษ
ตัดภาพมาที่สือซิ่วอิงกับสือเฉิงชาง คนหนึ่งวิ่งนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว อีกคนวิ่งตามหลังมาติดๆ พยายามยื่นมือออกไปคว้าคนข้างหน้าไว้แต่ก็ไม่ถึงสักที ดูแล้วช่างเป็ภาพที่ตลกยิ่งนัก
บ่าวรับใช้ภายในจวนได้แต่ยืนเบิกตาโตเท่าไข่ห่านมองดูนายท่านของจวนกับบุตรสาวคนรองวิ่งไล่จับกันอย่างตกตะลึงพรึงเพริด
ตุบ !
เสิ่นเยว่ในร่างของสือซิ่วอิงคุกเข่าลงข้างสระใช้สองมือค้ำยันดินบริเวณข้างลำตัวไว้ แล้วชะโงกศีรษะมองดูเงาสะท้อนใบหน้าของตนเองในน้ำ
เฮือก!
“นะ..นี่ จะเป็ไปได้อย่างไรเหตุไฉนใบหน้านี้ถึงได้เหมือนกับนางในชาติก่อน หลังจากที่ได้ศัลยกรรมแล้วเลยเล่า”
เพียะ !
หญิงสาวตบหน้าตนเองอย่างแรงหนึ่งทีเพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
โอ้ย !
เจ็บ…!
สือเฉิงชางที่เพิ่งจะวิ่งมาถึงเห็นสือซิ่วอิงลงโทษตนเองด้วยการตบหน้าอย่างแรงแบบนั้นก็เ็ปใจยิ่งนัก จึงรีบวิ่งเข้าไปรัดคอบุตรสาวเพื่อดึงลากตัวนางออกไปให้ห่างจากสระ
“อิงเอ๋อร์ เหตุใดเ้าต้องคิดสั้นเช่นนี้ด้วยเล่าพ่อก็บอกแล้วอย่างไรว่าจะไม่ลงโทษเ้า เหตุใดถึงยังคิดไม่ตกเช่นนี้อยู่อีก หากเ้าตายไปจริงๆ แล้วพ่อจะเอาหน้าที่ไหนไปพบแม่เ้าได้”
“ทะ…ท่าน…ปะ…ปล่อยข้า…ข้า…หายใจ…ไม่ออก”
สือซิ่วอิงพยายามพูดออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก
สือเฉิงชางได้สติโดยพลันจึงรีบปล่อยนางออกจากอ้อมแขนสือซิ่วอิงที่ได้รับอิสระแล้วนั้น จ้องเขม็งไปทางบิดาอย่างโกรธแค้น ก่อนกัดฟันเอ่ย
“ท่าน้าฆ่าข้าให้ตายเลยหรืออย่างไร”
“พะ…พ่อ…ใจนลืมตัวไปหน่อยอิงเอ๋อร์ เ้าไม่โกรธพ่อแล้วได้หรือไม่” สือเฉิงชางเอ่ยตะกุกตะกัก
สือซิ่วอิงถอนหายใจอย่างแรงแล้วเชิดหน้ากล่าวต่อราวกับมารดาที่กำลังสั่งสอนบุตรก็มิปาน
“ท่านเอาแต่พร่ำพรรณนาว่าข้าทำผิดอย่างไรและจะไม่เอาโทษข้า แต่ท่านกลับไม่เคยถามข้าเลยสักครั้งว่าความจริงแล้วข้าได้ทำผิดเช่นนั้นจริงๆ หรือไม่ สิ่งนี้มันทำให้ผู้อื่นมองว่าข้านั้นเป็สตรีที่มีจิตใจชั่วร้าย เลวทรามนี่ท่านรักข้าหรือเกลียดข้าจริง ๆ กันแน่ ฮือๆ ๆ”
สือซิ่วอิงกล่าวทุกอย่างที่ติดค้างอยู่ภายในใจของเ้าของร่างเดิมออกไปรวดเดียวจบจากนั้นก็หอบหายใจถี่รัว ๆด้วยความเหนื่อย
สือเฉิงชางมองดูบุตรสาวคนรองที่แต่ไหนแต่ไรมาเป็คนเงียบขรึมพูดน้อย และอ่อนแอมาโดยตลอด วันนี้นางถึงกับะเิอารมณ์ตัดพ้อต่อว่าเขาที่เป็บิดานางต้องทนรับความคับข้องหมองใจมามากขนาดไหนกันนะ ถึงได้สติแตกแบบนี้
‘โอ้หน๋อ์! บุตรสาวเจ็บแต่เหตุใดใจของข้าเจ็บยิ่งกว่า’สือเฉิงชางพยายามยื่นมืออันสั่นเทาไปลูบศีรษะของบุตรสาว
“อิงเอ๋อร์ ที่ผ่านมาเป็พ่อเองที่โง่เขลาเบาปัญญาจนให้คนอื่นมาจูงจมูกได้แต่เ้าวางใจเถิด จากนี้ต่อไปใครที่กล้ามาทำร้ายเ้า พ่อจะไม่ให้มันได้ตายดี”
สือเฉิงชางประกาศเสียงกร้าวด้วยความหนักแน่นสือฮูหยินกับสือซูเจินที่เดินประคองกันมาเพิ่งจะถึงก็ได้ยินประโยคนั้นเต็มสองหู น้ำตาของสองแม่ลูกที่เพิ่งจะหยุดไหลก็เอ่อล้นทะลักออกมาอีกครั้งราวเขื่อนแตก
สือซูเจินสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามตั้งสติให้มั่นคง แล้วค่อยเอ่ยออกมา
“พี่รอง…เื่ในวันนี้ อะไรที่แล้วก็ให้แล้วกันไปเถิด ข้าไม่้าติดใจเอาความอีกต่อไป”
สือซิ่วอิงหรี่ตาลงต่ำ น้องสาวผู้นี้ของเ้าของร่างเดิมช่างชั่วร้ายยิ่งนักต่อหน้าเสแสร้งแกล้งทำเป็อ่อนแอ แต่ลับหลังกลับเป็คนร้ายกาจ วางแผนฆ่าพี่สาวก็หลายครั้งหลายคราส่วนผู้เป็มารดาก็เข้าข้างลำเอียงไปทางสือซูเจินไม่ว่านางจะถูกหรือผิดก็ตาม สือซิ่วอิงจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่นางโดนสือซูเจินใช้กลอุบายหลอกให้นั่งรถม้าแล้ววิ่งตรงไปยังเหวลึกแต่โชคยังดีที่รอดมาได้ พอนำเื่นี้ไปบอกกล่าวกับผู้เป็มารดา กลับโดนนางดุด่าและตบตีแถมยังกักขังนางไว้ที่เรือนถึงสองเดือนเต็มวันนี้นางจะเอาคืนสองแม่ลูกนี่แทนเ้าของร่างเดิมเองถึงแม้สือฮูหยินผู้นี้จะเป็มารดาผู้ให้กำเนิดสือซิ่วอิงก็ตามทีเถิด นางก็ไม่สนหรอกนะเพราะนางไม่ใช่สือซิ่วอิงจริง ๆ เสียหน่อย กล้ามาตบหน้านางก็ต้องโดนเอาคืนเสียบ้างจะได้รู้สึกเข็ดหลาบ
สือซิ่วอิงสวมบทบาทนางเอกผู้ถูกกระทำทันทีนางพยายามเค้นน้ำตาออกมาให้ได้มากที่สุด ก่อนเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“น้องสาม เมื่อสองวันก่อนที่พวกเราออกไปเดินเล่นนอกจวนกันเพียงเพราะองค์ชายรัชทายาทชำเลืองมองพี่สาวแวบเดียวด้วยหางตาเท่านั้นเ้ากลับคิดจะฆ่าพี่สาวให้ตายเลยหรือ ท่านพ่อข้ากลัวแล้ว ฮือ ๆ ๆ”
สือซิ่วอิงแกล้งหวาดกลัวจนตัวสั่นราวกับกวางน้อยไร้ที่พึ่งโผเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็บิดาอย่างน่าสงสาร สือเฉิงชางเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยปลอบบุตรสาวด้วยความปวดใจ
“อิงเอ๋อร์เด็กดีมีพ่ออยู่เ้าอย่าได้กลัวไปเลย ใครก็ตามที่กล้าคิดทำร้ายเ้า พ่อจะให้มันชดใช้อย่างสาสม”
สือเฉิงชางดวงตาแดงก่ำ เผยสีหน้าถมึงทึงอย่างดุร้ายจ้องมองไปทางสองแม่ลูกที่ยืนหน้าซีดเผือดกอดกันอยู่ราวกับวินาทีต่อไปเขาจะกระโจนเข้าไปฉีกกระชากเนื้อสองคนนั้นออกเป็ชิ้น ๆ ก็มิปาน
สือฮูหยินกับสือซูเจินทั้งหวาดกลัวและเจ็บแค้นใจในเวลาเดียวกันพวกนางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสือซิ่วอิงที่เงียบขรึมและอ่อนแอ ซึ่งมักจะโดนพวกนางสองแม่ลูกโขกสับอย่างไร้ซึ่งความปรานีมาโดยตลอดวันนี้กลับกล้าเอ่ยวาจากล่าวฟ้องผู้เป็บิดาด้วยท่าทางที่น่าสงสารเช่นนี้
'ช่างเลวทรามต่ำช้ายิ่งนัก เมื่อก่อนนังแพศยานี่คงจะเสแสร้งแกล้งทำว่าตัวเองนั้นเป็คนอ่อนแอน่าสงสารสินะ นางจิ้งจอกเ้าเล่ห์ วันนี้หางก็โผล่ออกมาจนได้'
สือซูเจินสองมือกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนภายใต้แขนเสื้อยาวที่ปกคลุมไว้
“ท่านพ่อเ้าคะข้าไม่ได้ทำอย่างที่พี่รองกล่าว ท่านต้องเชื่อข้านะเ้าคะ”
สือฮูหยินรีบเอ่ยปากช่วยสือซูเจินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทันที
“ใช่ เจินเอ๋อร์เป็คนอ่อนโยนและจิตใจดีมาโดยตลอดจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ท่านพี่ท่านต้องเชื่อบุตรสาวของเรานะ อย่าปล่อยให้นังแพศยานั่นเป่าหูเอาง่ายๆ นะเ้าคะ”
เพียะ !
สือเฉิงชางเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วปานสายลมมายืนอยู่ตรงหน้าสือฮูหยินง้างฝ่ามือตบลงบนใบหน้านางอย่างเต็มแรง แล้วชี้หน้าด่าด้วยความโมโหเดือดดาล
“ไหน เ้าลองพูดให้ข้าฟังอีกทีซิว่าเมื่อครู่นี้เ้าเรียกใครว่านังแพศยากัน”
รอยฝ่ามือทั้งห้านิ้ว ประทับอยู่บนใบหน้าของสือฮูหยินอย่างเห็นได้ชัดตรงมุมปากมีเืไหลซึมออกมาเล็กน้อยนางจ้องมองบุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของตนอย่างไม่อยากจะเชื่ออ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนอยากจะกล่าวอะไรแต่ก็ไม่สามารถเปล่งสักถ้อยวาจาออกมาได้
สือซูเจินโกรธเกลียดจนตัวสั่นมองบิดาที่ทำร้ายมารดาเพียงเพื่อปกป้องสตรีแพศยาที่นางเกลียดมากที่สุดในชีวิตนี้อย่างเจ็บช้ำน้ำใจ
'นังแพศยาสือซิ่วอิงความคั่งแค้นและความอัปยศอดสูที่เ้ามอบให้ข้าในวันนี้ สักวันข้าจะเอาคืนเ้าเป็ร้อยเท่าพันทวีอย่างสาสม'
“ท่านพ่อเ้าคะ…”
เพียะ !
สือซูเจินกล่าวยังไม่ทันจบประโยคสือเฉิงชางก็หันมาตบหน้านางแล้ว
“สือซูเจิน พ่อผิดหวังในตัวของเ้าจริงๆ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเป็เพราะพ่อโง่เอง หรือเป็เพราะเ้าที่เสแสร้งเก่งจนเกินไป เ้าจงไปคุกเข่าโขกศีรษะสำนึกผิดที่ห้องโถงบรรพบุรุษเถิดอย่าได้ออกมาจนกว่าเ้าจะสำนึกได้ว่าสิ่งที่ตนได้ทำลงไปนั้นมันชั่วช้าต่ำทรามมากขนาดไหน”
“พ่อบ้านสือ ! มานำตัวคุณหนูสามไปรับโทษที่ห้องโถงบรรพบุรุษเดี๋ยวนี้”
สือเฉิงชางะโสั่งเสียงดังจนทุกคนสะดุ้งโหยงด้วยความใและเกรงกลัวในอำนาจบารมีของขุนนางขั้นหนึ่งในราชสำนัก
พ่อบ้านสือรีบปฏิบัติตามคำสั่งอย่างไม่รีรอ เขาก้มหัวผายมือเชิญสือซูเจินอย่างสุภาพอ่อนน้อม
“คุณหนูสาม เชิญขอรับ”
สือซูเจินน้ำตาไหลอาบสองแก้มมองผู้เป็บิดาด้วยความน้อยอกน้อยใจ แต่สือเฉิงชางกลับไม่สนใจนางแม้แต่น้อยเอาแต่เฝ้าพะวงกังวลใจอยู่กับนังแพศยาสือซิ่วอิงกลัวว่านางจะเจ็บตรงไหนหรือไม่ แล้วหันสลับมามองมารดาที่เอาแต่จดจ้องไปทางบิดาด้วยความเ็ปรวดร้าวก็นึกสมเพชตนเองอยู่ภายในใจนางสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ หนึ่งที ใช้มือปาดน้ำตาแล้วเชิดหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“พ่อบ้านสือ เชิญนำทางเถิดเ้าค่ะ”
ในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น สือซิ่วอิงหรี่ตาแคบเป็แววอันตราย
'อายุแค่ 13 ปี ก็มีนิสัยร้ายกาจได้มากขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อนางเติบใหญ่ขึ้นอีกนิดจะน่ากลัวขนาดไหนกันนะ สือซูเจิน หากเ้ากล้าที่จะมายุ่งวุ่นวายกับข้าอยู่อีกละก็…หึ!...เราจะได้เห็นดีกัน'