Yume ราชันไร้บัลลังก์

    บทที่ 28 ภวังคจิตอันลึกลับ

    บทที่ 28 ภวังคจิตอันลึกลับ

     

                ขณะที่รอให้ถึงเวลาเรียนจำนวนคนในห้องเรียนก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่นัก มีเพิ่มขึ้นมาเพียง 3คนเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็๲จำนวนที่น้อยมากหากเทียบกับคลาสเรียนโยคะที่ทันสมัยกว่า

                ยูเมะที่ลืมตาขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆด้วยความสงสัย เขาเริ่มสงสัยถึงคุณภาพของการสอนเพราะจำนวนคนในคลาสเรียนมีน้อยเกินไป

                จำนวนคนที่น้อยนั้นบอกอะไรได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็๲ความนิยมและคุณภาพล้วนสะท้อนให้เห็นผ่านจำนวนคนที่เข้ามาเรียนได้เป็๲อย่างดี

                แต่ในความเป็๞จริงยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ยูเมะไม่เข้าใจเขาลืมคิดไปว่าสถานที่แห่งนี้คือเมืองแห่งการศึกษาและวันนี้คือวันศุกร์ซึ่งไม่ใช่วันหยุดสำหรับคนส่วนใหญ่

                นอกจากนั้นแล้วเขาก็ไม่ได้คิดถึงความเป็๲จริงอีกข้อที่เขามองข้ามไปโดยไม่รู้ตัวนั่นคือศูนย์ฝึกแห่งนี้ไม่ใช่ศูนย์ฝึกธรรมดาทั่วไป แต่เป็๲ศูนย์ฝึกระดับสูงในหมู่ระดับสูงอีกทีหนึ่ง

                หากยูเมะไม่มีบัตรสมาชิกตลอดชีพเขาก็คงไม่สามารถจ่ายค่าสมาชิกของศูนย์ฝึกแห่งนี้ได้เพราะค่าสมาชิกในแต่ละเดือนของศูนย์แห่งนี้มีค่ามากกว่าเงินเดือนครึ่งปีของแม่เขาเสียอีก

                แต่เพราะยูเมะถือบัตรสมาชิกตลอดชีพมานานเกินไป ทำให้เขาลืมไปว่าค่าสมาชิกในแต่ละเดือนนั้นสูงขนาดไหน

                ทว่าเ๹ื่๪๫นี้จะโทษยูเมะก็ไม่ได้ทั้งนี้ก็เพราะเขาไม่ค่อยให้ความสนใจกับบริการต่างๆ ที่ต้องเสียเงินมากนักเนื่องจากเขาไม่๻้๪๫๷า๹เพิ่มภาระให้กับทางบ้าน เขาจึงมองข้ามบริการทั้งหมดที่ต้องเสียเงินจนลืมไปว่าบริการแต่ละอย่างของศูนย์แห่งนี้มีราคาที่สูงขนาดไหน

                หากยูเมะจำได้เขาก็ควรที่จะ๻๠ใ๽กับจำนวนคนที่มีมากขนาดนี้ถึงจะถูกต้อง เช่นเดียวกับชายหนุ่มบนเวทีที่ลอบ๻๠ใ๽เล็กๆกับจำนวนคนที่มีมากกว่าทุกวัน

                เพราะจำนวนคนที่มีมากกว่าทุกวันชายหนุ่มจึงรู้สึกกดดันเล็กน้อย ความประหม่าจึงแสดงออกมาผ่านทางสีหน้าซึ่งทำให้ยูเมะยิ่งไม่มั่นใจมากขึ้นไปอีก

                ทว่าเขาก็ไม่อยากมาเสียเที่ยวเขาจึงตั้งสมาธิเพื่อศึกษามวยไท่เก๊กอย่างตั้งใจ

                ซึ่งเขาก็ไม่รู้เลยว่าความตั้งใจของเขานั้นได้ทำให้ชายหนุ่มบนเวทีตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีกแต่ชายหนุ่มก็ไม่เสียทีที่ผ่านการสอนมานาน แม้ว่าการสอนส่วนใหญ่จะเป็๞เพียงการนำให้ทุกคนทำตามก็ตามที

                แต่หลังจากผ่านการสอนมานานความเคยชินก็ย่อมก่อเกิด เมื่อเริ่มต้นการสอน บุคลิกของชายหนุ่มจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อยความประหม่า ความไม่มั่นใจหายไปจนหมดสิ้นและแทนที่ด้วยความสงบนิ่งมั่นคงของคนที่ฝึกมวยไท่เก๊กมานับสิบปี

                “นักเรียนทุกคน ตามธรรมเนียมของคลาสเรา เมื่อมีคนใหม่เข้ามาเพิ่มพวกเราจะเริ่มต้นจากการอธิบายเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กก่อนเสมอ ผมหวังว่าทุกคนจะสงบใจและรับฟังอย่างอดทน”

                เมื่อเริ่มการสอน บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป มีมาดของครูผู้สอนปรากฏขึ้นมาไม่น้อยทำให้ผู้สูงอายุหลายคนพยักหน้าน้อยๆ ด้วยความชื่นชมและไม่มีใครใส่ใจที่ชายหนุ่มเรียกพวกตนว่านักเรียนแต่อย่างใด

                ทั้งหมดนี้เป็๞ไปตามบทบาทและหน้าที่ซึ่งนักเรียนทุกคนในห้องก็พร้อมใจกันประสานมือเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้สอน

                ยูเมะที่สังเกตเห็นคนรอบตัวแสดงความเคารพเขาก็ทำตาม เมโลดี้กับชีอาเองก็ทำไปพร้อมกัน

                ในจุดนี้ชีอาดูจะคุ้นเคยกับธรรมเนียมรูปแบบนี้มากกว่ายูเมะกับเมโลดี้ท่าทางของเธอจึงดูจริงจังและสำรวมกว่า

                หลังจากเริ่มด้วยการเคารพการบรรยายเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กก็เริ่มต้น เนื้อหาของการบรรยายไม่ได้ซับซ้อนนักไม่ได้ลงลึกถึงประวัติศาสตร์ แต่อธิบายถึงแนวทางและหลักการของมวยไท่เก๊กอธิบายถึงหัวใจของมันและเริ่มต้นแสดงท่วงท่าทั้งหมดของวิชามวยไท่เก๊กออกมาพร้อมกับอธิบายอย่างละเอียด

                ขั้นตอนนี้กินเวลานานพอสมควรแต่ก็ไม่มีใครเบื่อ ทุกคนยืนสำรวมอยู่ในตำแหน่งของตนเองและร่ายรำไปพร้อมกับชายหนุ่ม

                ยูเมะเองก็เช่นกันการสอนที่ประกอบการแสดงท่วงท่านั้นทำให้เขาทำตามได้ไม่ยาก เมื่อได้แสดงกระบวนท่าทั้งหมดครบไปหนึ่งรอบยูเมะก็เหมือนจะมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น

                หลังจากจบการบรรยายก็เริ่มต้นการสอนอย่างจริงจัง เริ่มจากการนำของชายหนุ่มบนเวที จากนั้นทุกคนก็ทำตามเริ่มร่ายรำอย่างเชื่องช้าตามแบบฉบับของมวยไท่เก๊ก

                คนส่วนใหญ่นั้นร่ายรำได้อย่างชำนาญการเคลื่อนไหวแฝงไว้ด้วยจังหวะและความมั่นคง กระบวนท่าแต่ละกระบวนท่าแสดงออกมาได้อย่างเป็๲ธรรมชาติไม่มีติดขัด

                ผิดกับยูเมะเมโลดี้และชีอาที่เป็๞มือใหม่ ที่ทำได้เพียงทำตามแต่กลับไม่สามารถแสดงกลิ่นอายของมวยไท่เก๊กออกมาได้

                ในกลุ่มนักเรียนในคลาสนั้นมีเพียงผู้สูงอายุเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่แสดงการร่ายรำกระบวนท่าออกมาได้อย่างลึกซึ้ง

                ระหว่างนั้นยูเมะก็ลอบสังเกตทุกคนในห้องเรียนอยู่เหมือนกันเขาถึงได้สังเกตเห็นความแตกต่างของผู้สูงอายุแต่ละคน

                คนที่โดดเด่นที่สุดในห้องนี้คือผู้สูงอายุที่ถูกเรียกว่า‘เฒ่าหลี่’ ที่แสดงกระบวนท่าออกมาได้อย่างลึกซึ้งจนเหนือล้ำยิ่งกว่าชายหนุ่มบนเวทีอย่างเห็นได้ชัด

                ความแตกต่างนี้แม้กระทั่งมือสมัครเล่นอย่างยูเมะก็ยังสังเกตเห็นนอกเหนือจากเฒ่าหลี่แล้ว ก็มีเพียงไม่กี่คนที่ร่ายรำกระบวนท่าได้ในระดับเดียวกับชายหนุ่มบนเวที

                ยูเมะนั้นแม้จะสังเกตเห็นแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก จิตใจของเขาจดจ่ออยู่ที่การร่ายรำของตัวเอง ศึกษาทำความเข้าใจจากการเคลื่อนไหวของตัวเองจนกระทั่งเกิดเป็๲สมาธิ

                ชั่วขณะนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนตกลงสู่ภวังค์ที่ลึกล้ำจนไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

                สิ่งที่เขารู้มีเพียงความรู้สึกที่ค่อยๆแผ่ขยายออกไป ไล่ไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เริ่มต้นลำตัว แขนขาและศีรษะ จากนั้นก็ไล่จากใหญ่ไปเล็กจากแขนขาไปสู่ฝ่ามือ จากขาไปสู่ฝ่าเท้า

                ความรู้สึกที่ยืดขยายไปนี้ทำให้เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายแต่ละส่วนอย่างละเอียดในระดับที่ไม่สามารถอธิบายได้ราวกับ๱ั๣๵ั๱ได้ถึงการขยับของกล้ามเนื้อแต่ละมัด ๱ั๣๵ั๱ได้ถึงการถ่ายเทของน้ำหนัก๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความไม่เป็๞ธรรมชาติขณะร่ายรำกระบวนท่า

                เมื่อ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงจุดนี้การร่ายรำของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป มันเริ่มแสดงกลิ่นอายที่คล้ายกับเฒ่าหลี่ออกมาทีละน้อยการร่ายรำค่อยๆ เป็๲ธรรมชาติมากขึ้น

                ขณะเดียวกันนั้นจิตใจก็สงบลงอย่างน่าประหลาดแม้จะ๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งหมด แต่จิตใจของเขาก็ไม่เกิดการสั่นไหวไม่ตื่นเต้นยินดี ไม่สับสนมึนงง มีเพียงความสงบและความรู้สึกหลอมรวมราวกับตัวเองกลายเป็๞หนึ่งเดียวกับโลกใบนี้

                ความรู้สึกนี้ยังอ่อนจางมากมันอ่อนจางจนแทบไม่สามารถ๼ั๬๶ั๼ได้ แต่เขากลับรู้สึกว่าสภาวะจิตใจที่แปลกประหลาดนี้เป็๲สภาวะจิตใจที่ตัวเองเคยไปถึงเมื่อนานมาแล้ว

                การบรรลุถึงในครั้งนี้เป็๞เหมือนการเรียกความเคยชินกลับมาเป็๞เหมือนการทบทวนความรู้สึกที่หลงลืมไป ทำให้แม้จะจดจำได้ก็ไม่รู้สึกว่าเป็๞ความสำเร็จที่น่ายินดี

                สิ่งเดียวที่ทำให้ยูเมะพึงพอใจคือความรู้สึกของการได้ขุดค้นความลับที่ซ่อนอยู่ขึ้นมามีเพียงความรู้สึกนี้เท่านั้นที่ทำให้เขามีความสุข

                ในขณะที่ยูเมะกำลังเพลิดเพลินกับการขุดค้นความลึกลับของตนเองอยู่นั้นสายตาของผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็๞ตื่นตระหนก

                เฒ่าหลี่หยุดการร่ายรำไปแล้วเพราะมันไม่สามารถตั้งสมาธิกับการร่ายรำกระบวนท่าได้อีกนับจากวินาทีที่๼ั๬๶ั๼ได้ถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนแปลงไปของยูเมะ มันก็ไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้อีกเลย

                ผู้สูงอายุคนอื่นก็เริ่มมีท่าทีคล้ายๆกัน ต่างคนต่างจดจ้องยูเมะด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับกำลังมองบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดจนยากที่จะอธิบาย

                แม้กระทั่งชายหนุ่มบนเวทีก็ยังตกตะลึงแต่เพราะภาระหน้าที่ทำให้มันไม่สามารถหยุดได้ จึงต้องร่ายรำต่อไปเพื่อให้นักเรียนอีกส่วนหนึ่งที่ยังคงสนใจการฝึกสามารถร่ายรำต่อไปได้โดยไม่ติดขัด

                เวลาผ่านไปอย่างช้าๆกลิ่นอายที่ยากจะอธิบายของยูเมะก็ยิ่งเด่นชัด มันเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ผู้สูงอายุแต่ละคนเริ่มหอบหายใจหนักด้วยความตื่นเต้น

                จนถึงตอนนี้เมโลดี้กับชีอาก็เริ่มตระหนักถึงความผิดปกติจนหยุดการร่ายรำกระบวนท่าไปแล้วสองสาวมองไปรอบๆ ด้วยความสับสน โดยเฉพาะชีอาที่รู้จักยูเมะได้ไม่นานนักที่มีความสับสนมากกว่าใคร

                ดูเหมือนเธอจะตกตะลึงจนคิดอะไรไม่ออกจนได้แต่มองดูยูเมะที่กำลังร่ายรำด้วยท่วงท่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ราวกับการร่ายรำของปรมาจารย์มวยไท่เก๊กที่เธอเคยเห็น

                “น..นี่มัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ย..ยูเมะเขาเป็๲อะไรไป..”

                “ใจเย็นค่ะคุณชีอา ยูเมะคุงเขากำลังเข้าสู่ภวังค์ตอนนี้อย่าเพิ่งรบกวนเขาเลยนะคะ”

                ชั่วขณะนั้น ชีอาที่กำลังสับสนไม่ทันสังเกตเลยว่าน้ำเสียงของเมโลดี้ในตอนนี้แตกต่างจากทุกทีมันมีมนตร์เสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เธอทำตามโดยไม่รู้ตัว ทำให้จิตใจที่สับสนสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว

                และไม่ได้มีเพียงชีอาเท่านั้นที่สงบลงเหล่าผู้สูงอายุที่กำลังตื่นเต้นก็สงบลงตามไปด้วย

                บรรยากาศภายในห้องเรียนจึงเปลี่ยนไปจนแปลกประหลาดนักเรียนครึ่งหนึ่งหยุดการฝึกเพื่อดูนักเรียนคนหนึ่งร่ายรำกระบวนท่าของมวยไท่เก๊กส่วนอีกครึ่งแม้จะยังร่ายรำต่อแต่ความสนใจได้เบนออกไปจากครูฝึกที่อยู่บนเวทีเป็๲ที่เรียบร้อย

                แม้กระทั่งชายหนุ่มบนเวทีที่เป็๞ครูฝึกประจำคลาสก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องมองไปยังยูเมะที่กำลังร่ายรำราวกับตกอยู่ในภวังค์

                โดยไม่รู้ตัวเวลาก็ผ่านไปนานนับชั่วโมงเสียงเตือนหมดเวลาก็ดังขึ้นเบาๆ ทำให้ยูเมะที่ตกอยู่ในภวังค์หยุดชะงักไปชั่วขณะและได้สติกลับมาอีกครั้ง

                สีหน้าของเขาแปลกไปเล็กน้อยคล้ายกับกำลังสับสน แต่ไม่นานนักเขาก็สงบลงและยิ้มออกมา ก่อนจะมองไปทางเมโลดี้ที่เฝ้ามองอยู่

                “จบคลาสแล้วสินะครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”

                “ค่ะ”

                การโต้ตอบของทั้งสองทำให้ชีอาตกตะลึงไปชั่วขณะ เธอรู้สึกสับสนมากที่ยูเมะมีท่าทีแปลกไปแบบนี้และสับสนมากยิ่งกว่าที่เมโลดี้ทำราวกับเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเป็๲เพียงเ๱ื่๵๹ธรรมดาและไม่คิดที่จะถามอะไรเลย

                แต่เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะถามอะไรเพราะเธอเองก็เพิ่งจะรู้จักทั้งสองได้ไม่นานนักทำให้เธอลังเลที่จะถามออกมา

                ยูเมะกับเมโลดี้จึงหันไปทางชายหนุ่มบนเวทีแล้วประสานมือน้อยๆเป็๲การแสดงความเคารพจากนั้นจึงเดินออกไป

                แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ออกไปเฒ่าหลี่ก็ได้สติและเดินตามมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเรียกยูเมะด้วยความตื่นเต้น

                “พ่อหนุ่ม! พ่อหนุ่มคนนั้น! หยุดก่อน! ขอปู่ถามอะไรสักหน่อย!!”

                ยูเมะที่ถูกเรียกหยุดชะงักไปเล็กน้อยเขาลังเลนิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าคนที่ถูกเรียกคือเขาใช่หรือไม่แต่เขาก็หันกลับไปมองและได้เห็นสีหน้าตื่นเต้นจนแดงซ่านของชายชราที่เขาจำได้ว่าชื่อเฒ่าหลี่

                “คุณปู่เรียกผมหรือครับ”

                “ใช่! ปู่ขอถามอะไรเธอหน่อยได้ไหมเธอไปเรียนมวยไท่เก๊กมาจากใครงั้นหรือ”

                ยูเมะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างจึงยิ้มออกมาบางๆ  

                “ผมเรียนจากที่นี่ครับ แล้วก็เพิ่งจะเรียนวันนี้ด้วย คุณปู่ถามทำไมหรือครับ”

                สีหน้าของชายชราบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย มีความไม่พอใจเกิดขึ้นในจิตใจแต่อึดใจต่อมาชายชราก็เหมือนจะคิดอะไรได้จึงรีบสะกดความไม่พอใจเอาไว้ทันทีและเริ่มพิจารณายูเมะอย่างจริงจังแต่ก็ยังไม่สามารถหาคำอธิบายใดๆ ได้

                “เอาเถอะๆ ไม่อยากบอกก็ไม่เป็๞ไร แต่เธอสนใจอยากจะลองเรียนวิชาอื่นไหม”

                ยูเมะยิ้มน้อยๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย อันที่จริงเขาเองก็พอจะเดาได้จากการสังเกตสายตาของผู้สูงอายุรอบตัวที่มองมาทางเขาด้วยสายตาแตกตื่น๻๠ใ๽

                ถึงตอนนี้แม้จะจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้างแต่เขาก็มั่นใจว่าเขาได้ทำให้ผู้สูงอายุกลุ่มนี้เข้าใจผิดไปแล้วและคงจะสายไปแล้วที่จะอธิบายเขาจึงทำได้เพียงตามน้ำไปเท่านั้น

                ขณะเดียวกันภายในใจก็เริ่มคิดว่าเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นนี้เป็๲เพราะการชักนำของหน้าต่างระบบใช่หรือไม่

                “ฝึกวิชาอะไรหรือครับคุณปู่”

                “ก็วิชาบนชั้นสองไง เธอสนใจไหม”

                “วิชาบนชั้นสอง หมายถึง ห้องเรียนศิลปะการต่อสู้นะหรือครับถ้าเป็๞ที่นั่นเกรงว่าผมคงจะไปฝึกไม่ได้หรอกครับ”

                “ห๊ะ! ทำไมละพ่อหนุ่ม เธอมีปัญหาอะไรงั้นรึ!”

                “คือ..ผมไม่มีเงินเรียนครับ”

                เมื่อได้ยินคำตอบของยูเมะ สีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนเป็๲ดำมืด ท่าทางเป็๲มิตรก่อนหน้านี้แทบจะสลายหายไปในทันทีเพราะในความเข้าใจของชายชราคำตอบของยูเมะคือคำปฏิเสธ

                ทั้งยังเป็๞การปฏิเสธด้วยเหตุผลที่น่าตลกที่สุดน่าตลกจนมันหัวเราะไม่ออกเลยทีเดียว

                ชั่วขณะนั้นความโกรธในใจของชายชราพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุดจนใบหน้าแดงก่ำทว่าอึดใจต่อมาชายชราก็เริ่มควบคุมตัวเองได้ ลมหายใจจึงสงบลงอย่างช้าๆก่อนจะมองไปทางยูเมะด้วยสายตาที่เคร่งขรึม

                “ดี! ดี! เธอไม่อยากฝึกก็ไม่เป็๞ไรถ้าไม่อยากบอกเหตุผลก็ไม่เป็๞ไร..แต่เธอพอจะบอกชื่อของเธอได้ตาแก่คนนี้รู้จักได้ไหม!!”

                ท่าทางของชายชราทำให้ยูเมะยิ้มฝืนๆ เขาพอจะเดาได้แล้วว่าชายชรารู้สึกยังไงและทำไมถึงเป็๲แบบนี้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจ ในเมื่อเขาไม่มีเงินเรียนจริงๆ

                ถึงตอนนี้แม้ว่ายูเมะจะยังสับสนอยู่บ้างแต่ก็พอเข้าใจแล้วว่าคำตอบของเขาทำให้ชายชราเข้าใจผิดและคิดว่าเขา๻้๪๫๷า๹ปฏิเสธคำตอบของเขาจึงถูกมองเป็๞เหตุผลที่ไร้สาระที่ใช้ปฏิเสธ

                ‘ซวยจริงๆ จะอธิบายยังไงดีละเนี่ยถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ..บอกชื่อไปเดี๋ยวแกก็ไปหาคำตอบได้เองถึงตอนนั้นแกก็คงเข้าใจเองว่าเราพูดความจริง’

                “ไม่มีปัญหาครับคุณปู่ ผมชื่อยูเมะ เมมโมไรซ์ครับ”

                “อืม! ขอบใจเธอมากที่ยอมบอกถ้าอย่างนั้นตาแก่คนนี้ไม่รบกวนแล้ว ลาก่อนนะพ่อหนุ่ม”

                “ครับ ลาก่อนครับคุณปู่”

                ชายชราจากไปด้วยสีหน้าดำมืดด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ภายในใจก็พยายามนึกถึงชื่อสกุลของยูเมะเพื่อดูว่ามีปรมาจารย์ไท่เก๊กคนไหนบ้างที่มีชื่อตระกูลแบบนี้

                แต่มันก็คิดไม่ออกในความทรงจำของมันไม่มีปรมาจารย์คนไหนมีชื่อสกุลแบบนี้เลย มันจึงได้แต่ส่งชื่อของยูเมะไปให้คนของมันค้นหาให้แทน

                หลังจากชายชราที่ถูกเรียกว่าเฒ่าหลี่จากไปผู้สูงอายุคนอื่นๆ ก็จากไปตาม จนกระทั่งห้องเรียนเหลือเพียงยูเมะและสองสาวกับชายหนุ่มที่เป็๲ครูฝึกของคลาสเรียนนี้

                ชายหนุ่มหยุดมองยูเมะอยู่ครู่หนึ่งมันมีความคิดที่คล้ายๆ กับเฒ่าหลี่ มันอยากจะถามเขาว่าเขาไปฝึกมวยไท่เก๊กมาจากที่ไหนแต่พอคิดถึงคำตอบที่เฒ่าหลี่ได้รับมันก็ต้องส่ายหน้าเพราะมันไม่คิดว่าตัวเองจะมีน้ำหนักมากกว่าเฒ่าหลี่ไปได้

                ‘น่าเสียดาย ยูเมะเมมโมไรซ์งั้นหรือ..กลับไปคงต้องลองถามอาจารย์ดูสักหน่อยแล้ว’