ณ โรงอาหาร
ลั้ลลาลั้ลลา…. โอ้โห โรงอาหารที่นี่ใหญ่ไม่ใช่เล่นนะเนี่ย แต่ถึงจะใหญ่แค่ไหนโรงเรียนก็ยังกำหนดเวลาพักเที่ยงของเด็กม.ต้น กับ ม.ปลายให้ไม่ตรงกันอยู่ดีเพื่อไม่ให้นักเรียนแน่นโรงอาหาร แต่จะว่าไปก็อิจฉาเด็ก ม.ต้นเหมือนกันนะ ได้กินข้าวก่อนตั้ง 1 ชั่วโมงแหนะ ฮือออแบบนี้ฉันคงต้องยัดข้าวเช้ามาเยอะๆซะแล้ว
“เอ้อ แอคมี่ที่นี่เขาให้เราพักกันกี่ชั่วโมงหรอ”ใช่แล้ววววว แอคมี่ยอมใจอ่อนให้ฉันตามมาด้วยคงเพราะสงสารเห็นฉันเป็เด็กใหม่ใสซื่อเลยให้ตามมาด้วยแต่จะว่าไปแอคมี่ก็ดูมีเพื่อนน้อยเหมือนกันแฮะ
“แค่ชั่วโมงเดียวก็เกินพอแล้วเธอจะกินข้าวยัน 4 โมงเย็นเลยหรือไง”
“ฮ่าๆ เธอนี่ตลกจังแอคมี่แหม ฉันก็แค่ถามดูเพราะตอนนี้ฉันโคตรหิวอยากจะฟาดอาหารทุกร้านให้เรียบเลยยยย”
“ตามสบายฉันไปซื้อข้าวก่อนล่ะ”
“ดะ เดี๋ยว รอด้วยยยร้านไหนอร่อยแนะนำบ้างเซ่” ฉันรีบวิ่งตามแอคมี่ไป โอ้ยยยคนอะไรขายาวเป็บ้าเผลอแปปเดียวเดินหายไปไหนไม่รู้
ปึก!
“โอ้ยยย” ฉันเอามือจับหัวตัวเอง โถ่เอ้ยยัยพิกเล็ตซุ่มซ่ามชะมัดเดินชนใครก็ไม่รู้เนี่ย
“นี่ใช่ที่วิ่งเล่นหรอ!”
เฮือก! ฉันรู้สึกเย็นะเืเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายที่ฉันวิ่งชนตะกี้
“ขะ ขะ ขอโทษค่ะพอดีหนูไม่ทันมอง” ฉันค่อยๆเงยหน้ามองผู้ชายตรงหน้า
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดคนอะไรหล่อเป็บ้า กรี้ดๆๆๆๆๆๆ เทพบุตรชัดๆ
“เอ่ออ มะ ไม่เป็ไรครับ ว่าแต่น้องเป็อะไรมากมั้ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”พี่ชายคนนี้มีท่าทีเป็มิตรฉันซะงั้น งือออ เขินจัง >.<
“หนูไม่เป็ไรค่ะ ต้องขอโทษพี่จริงๆนะคะ” ฉันแอบมองพี่เขาั้แ่หัวจรดเท้าอื้อหือ มาในลุคแบดบอยเสื้อหลุดออกจากกางเกงเหมือนพระเอกในซีรีส์ไฮสคูลที่ฉันเคยดูเลย กรี้ดๆๆๆๆ
“พี่ต้องขอโทษเหมือนกันที่ทำให้น้องต้องเจ็บเอ่อ น้อง…”
“อ๊ะ หนูชื่อพิกเล็ตค่ะ”
“ครับ น้องพิกเล็ตเพิ่งย้ายมาใหม่หรอ พี่ชื่อดีแลนครับ อยู่ 6/1 มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ”
“ขอบคุณนะคะ หนูอยู่ 4/10 ค่ะยินดีที่ได้รู้…”
“พิกเล็ต!!”
“อ้าว แอคมี่เธอหายไปไหนมาฉันเดินตามเธอไม่ทัน” แอคมี่เดินกลับมาพร้อมชามก๋วยเตี๋ยวในมือครอกๆๆๆ งือออ หิวจนท้องร้องแย้วววว
“ไปกันเถอะ หิวไม่ใช่หรอรีบไปซื้อข้าวสิ”
“โอเคคคค หนูไปก่อนนะคะพี่ดีแลน”
“ครับ แล้วเจอกันนะ”
^______^ฉันยิ้มตอบรับ คนอะไรเท่จุงงงง
ฉับ! เอาอีกแล้วววว ฉันเห็นสายตาแอคมี่มองพี่ดีแลนตาเขม็ง!
“มีอะไรหรอแอคมี่ ทำไมมองพี่ดีแลนแบบนั้นล่ะ”
“เปล่า รีบๆไปซื้อข้าวเถอะ เหลือเวลาพักอีกแค่ครึ่งชั่วโมงเองนะ”
“ว๊ายย จริงด้วยงั้นเดี๋ยวฉันมานะ”
ฉันรีบไปซื้อข้าวทันทีแม้จะยังสงสัยเื่แอคมี่กับพี่ดีแลนอยู่บ้างแต่ช่างเถอะไว้มีโอกาสค่อยถามอีกทีละกัน
ปิ๊งป่อง….
“เย้ เลิกเรียนละโว้ยยย”
เสียงเพื่อนๆพากันดีใจที่ได้กลับบ้าน เห้อ จะว่าไปเปิดเรียนวันแรกก็การบ้านเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
“พิกเล็ตจ๊ะ เลิกเรียนแล้วเราไปหาไอศกรีมกินกันมั้ย” หัวหน้าแก๊งเด็กหลังห้องที่ชื่อว่า“โต้ง” เข้ามาหม้อใส่ฉันอีกละ
“ไม่ล่ะ พอดีฉันรีบกลับบ้านน่ะ ขอบใจนะโต้ง”
“โห่ ไรอ่า เดี๋ยวฉันขี่มอไซค์ไปส่งก็ได้ นะๆๆๆ ไปกันเถอะ”
“เอ่อ…คือว่า”
“ก็ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่ไป ฟังไม่เข้าใจหรือไง”
“ใครพูดกับแกห้ะแอคมี่ เงียบๆไปเลย”
“เปล่า ฉันแค่เห็นแล้วเวทนาพวกแก ผู้หญิงไม่อยากไปด้วยยังจะตื้ออยู่ได้”
“นี่ ไอ้แอคมี่ถึงแกกับฉันจะเรียนห้องเดียวกันมาั้แ่ ม.ต้น แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันแบบนี้นะโว้ย”
“เอ่อๆๆ ทุกคนพอเถอะ” ฉันรีบเบรกซะก่อนที่เื่จะไปกันใหญ่
“คือวันนี้ฉันรีบกลับบ้านจริงๆโต้ง ไว้คราวหน้านะ”
“วันนี้ฉันเห็นแก่พิกเล็ตหรอกนะ ไม่งั้นแกโดนดีแน่แอคมี่”
“เหอะ!” แอคมี่จ๋า เบาได้เบาจ้า
“เอ่อ ขอบใจมากนะแอคมี่ที่ช่วยฉันน่ะ”
“ฉันไม่ได้ช่วยเธอ แค่รำคาญ ทีหลังไปคุยกันที่อื่นอย่ารบกวนฉัน”
เพล้ง! หน้าแตกไปสิ หึ เอาเถอะกลับบ้านดีกว่า!
หน้าโรงเรียน
เดินกลับบ้านดีกว่าวันนี้ดีจังที่พ่อกับแม่หาบ้านเช่าอยู่ใกล้โรงเรียน เดินแค่ 30 นาทีก็ถึง ช่วยประหยัดค่ารถไปได้เยอะเลย แต่เอ้ะ นั่นแอคมี่หนิทำไมเดินมาทางนี้นะ
“แอคมี่ เธอจะไปไหนหรอ”
“ฉันก็กลับบ้านน่ะสิ ถามแปลกๆ”
“อ่อ อื้อ จริงด้วย แหะๆ” โอ้ยยย ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆทำไมเวลาอยู่กับแอคมี่ฉันต้องยอมตลอดด้วยเนี่ยยย
“เมื่อกลางวันน่ะ”
“เอ๋?” อ๋ออออ จริงด้วยฉันลืมเื่พี่ดีแลนไปสนิทเลย
“อยู่ห่างๆผู้ชายคนนั้นไว้นะ”
“มีอะไรหรอ หรือว่าเธอสองคนคบกัน” ห้ะจริงหรือเปล่าเนี่ย โอ้โห ถ้าเป็งั้นจริงก็เป็คู่ที่เหมาะสมกันมากๆเลยแหละคนหนึ่งก็หล่อเท่ ส่วนอีกคนก็สวย แถมเก่…
“เพ้อเจ้อ!”
แว๊กกก! โถ ไม่ทันได้ฝันถึงตอนจบก็โดนปลุกให้ตื่นซะงั้น
“อะ อ้าว แล้วทำไมต้องบอกให้ฉันอยู่ห่างด้วยล่ะพี่เขาก็ดูเป็สุภาพบุรุษดีออก”
“หึ ไม่ต้องรู้เยอะหรอก รู้แค่ว่ามันเป็ตัวอันตรายสำหรับผู้หญิงใสๆแบบเธอ”
“ใสๆ งั้นหรอ หมายความว่าไงของเธอ”
“ซื่อบื้อชะมัดแบบนี้ไงถึงน่าเป็ห่วง เอ้ย โถ่เว่ย”
“ตะกี้เธอว่าไงนะ ปะเป็ห่วงฉันหรอ”
“เปล่า! ว่าแต่เธอเข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า”
“อะ อื้อ เข้าใจ”ไหง ยอมง่ายๆแบบนี้ล่ะพิกเล็ตเอ้ยยย T_T
“กลับบ้านเถอะเจอกันพรุ่งนี้”
“อะเครร เจอกันน้า”
ฉันโบกมือบ๊ายบายแอคมี่เราสองคนแยกกัน เอ๋…แต่ทำไมแอคมี่ยังเดินตามฉันมาอยู่ล่ะ
“อ้าว เธอเดินตามฉันทำไมเนี่ยไม่ต้องห่วงฉันหรอกฉันกลับบ้านเองได้”
“บ้า ใครเป็ห่วงเธอบ้านฉันอยู่ทางนี้ต่างหากล่ะ”
“อย่าบอกนะว่าเธออยู่แถวนี้น่ะ”
“อื้อบ้านหลังสีฟ้าข้างหน้าไงบ้านฉัน”
ฉันหันไปมองบ้านหลังสีฟ้าที่แอคมี่ชี้ให้ดูแทบช็อกจ้า!
“อย่าบอกนะว่าบ้านหลังใหญ่นี้เป็บ้านเธอน่ะแอคมี่”
“อื้อ”
“ไม่อยากจะเชื่อเลย บ้านฉันอยู่ในซอยนี้เหมือนกันโห ตอนฉันย้ายมาอยู่แล้วจำทางเข้าบ้านไม่ได้ต้องคอยยึดบ้านของเธอเป็ศูนย์กลางเลยนะจะบอกให้”
“จริงดิเธออยู่ในซอยนี้หรอ”
“ช่ายยยหลังสีเทานู่นไง”
“อ่อ บังเอิญดีนะ”
“ช่ายยยฉันดีใจจังที่มีเพื่อนอยู่ใกล้บ้านแบบนี้ ฮิฮิ”
“อื้อ” ^___^
ดะเดี๋ยวนะ ตะกี้ฉันตาฟาดไปหรือเปล่า เหมือนฉันจะเห็นแอคมี่ยิ้มให้ฉันประมาณ 2 วิ แล้วก็กลับมาทำหน้าเก๊กเหมือนเดิม
“งั้นฉันเข้าบ้านก่อนละกัน”
“โอเคจ๊ะเจอกันที่โรงเรียนนะแอคมี่” ^_________^ ฉันยิ้มแก้มปริตามเคยอิอิ
บ้านพิกเล็ต
“เป็ไงบ้างลูกไปเรียนวันนี้”
“สนุกดีค่ะแม่ หนูมีเพื่อนใหม่แล้วนะ”
“แหม่ ลูกสาวแม่ทั้งสวยทั้งน่ารักแบบนี้ใครๆก็อยากเป็เพื่อนด้วยจ้า”
อืมมม แต่เอาเข้าจริงฉันก็ยังไม่แน่ใจเลยแฮะว่าสรุปแล้วแอคมี่เต็มใจจะเป็เพื่อนกับฉันจริงมั้ยนะแต่ไม่รู้สิ ทำไมฉันถึงถูกชะตากับแอคมี่แปลกๆแถมเวลาที่อยู่ด้วยก็รู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเอง กลายเป็เด็กว่านอนสอนง่ายไปซะเฉยๆ
“กินข้าวเถอะพิกเล็ต จะได้รีบเข้านอนพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้านะ”
“ค่าแม่”
บ้านแอคมี่ (แอคมี่)
“กลับมาแล้วหรอแอคมี่ รีบทำการบ้านแล้วก็อ่านหนังสือล่ะ”
“ค่ะแม่” เห้อออ วันนี้เหนื่อยชะมัดทำไมแม่ไม่ให้ฉันหยุดพักบ้างนะ
ฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนที่แสนคุ้นเคยที่นี่คงเป็เซฟโซนของฉันจริงๆ เพราะพื้นที่ในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ ฉันแทบไม่รู้สึกถึงความสุขเลย
ฟุบ! ฉันะโลงเตียงด้วยความอ่อนล้า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าหวานๆของพิกเล็ต
“เห้อ นี่ฉันเป็อะไรเนี่ยตอนแรกก็หมั่นไส้ยัยนั่นแท้ๆแต่พอไอ้ดีแลนมันมายุ่มย่ามไหงมารู้สึกห่วงยัยนั่นซะงั้น”
นาทีที่เห็นไอ้ดีแลนมองพิกเล็ตด้วยสายตาหื่นกระหายฉันรู้ทันทีว่ามันคิดอะไร อยากซัดหน้ามันจริงๆ
“พอๆๆ ทำการบ้านดีกว่าแอคมี่” ฉันรีบลุกขึ้นจากเตียงไปทำการบ้านเพื่อที่จะได้ลืมเื่พิกเล็ตไปเสียที
ฉันเลือกที่จะเปิดหนังสือภาษาจีนขึ้นมาทบทวนทันใดนั้นหน้าพิกเล็ตก็ลอยมาอีกแล้ว
“หึ ยัยบื้อเอ้ย” ตอนที่พิกเล็ตนอนน้ำลายย้อยคาโต๊ะเรียนตอนนั้นฉันเองก็อดขำไม่ได้ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงเลือกตบหลังพิกเล็ตแล้วก็พูดจาไม่ดีใส่เธอไปแบบนั้นเห้อ ก็นี่มันฉันนี่นะ
ั้แ่เรียนมาฉันมีเพื่อนนับคนได้เลยด้วยความที่ฉันเป็คนโลกส่วนตัวสูงไม่ว่าใครพยายามมาเป็เพื่อนด้วยฉันกลับรู้สึกอึดอัดที่สำคัญแต่ละคนที่เข้าหาฉันส่วนใหญ่ก็มาเพื่อผลประโยชน์ อยากทำงานกลุ่มด้วยหรือหวังได้ลอกการบ้านจากฉัน ไม่มีใครอยากเป็เพื่อนฉันจริงๆสักคนทำให้ทุกวันนี้ฉันกลายเป็คนไม่สุงสิงกับใคร เลิกเรียน กลับบ้านชีวิตมีอยู่แค่นั้นจริงๆ เื่ผู้ชายก็ไม่ต้องถามถึงไม่เคยมีใครกล้าจีบฉันแล้วฉันเองก็ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเหมือนกัน
จนวันนี้…ตอนที่ฉันเห็นหน้าพิกเล็ตครั้งแรก ผู้หญิงตัวเล็ก ผิวขาวอมชมพูท่าทางสดใสไม่มีพิษภัย ฉันกลับรู้สึกแปลกๆ ซึ่งฉันก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกันแล้วพอเธอพยายามที่จะคุยกับฉันก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกดีแล้วก็รู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้อยากเข้าหาฉันด้วยจุดประสงค์เดียวกับคนอื่น
“หวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะพิกเล็ต” ใช่แล้วคืนนั้นทั้งคืนฉันไม่สามารถหยุดคิดถึงหน้าพิกเล็ตได้เลย….