เพลิงตราบาป

    4/1หนี


    เพลิงตราบาป





           “งั้นไปค้างกับลุงกับป้าก่อนนะ”

                “ขอบคุณนะคะ”

                รถซาเล้งคันเก่าจอดหน้าบ้านไม้ยกใต้ถุนหลังเล็กแต่ดูร่มรื่นก่อนร่างอรชรจะรีบเดินลงและมองรอบๆที่เต็มไปด้วยความมืด

                “ที่นี่อยู่ห่างจากจุดที่หนูโบกรถไกลไหมคะ”

                “ประมาณห้ากิโลเองหนูไม่ไกล”

                “แล้วมีคนเพ่นพ่านแถวนี้ไหมคะ”

                “ไม่หรอกหนู ขึ้นบ้านสิ บ้านป่าไม่มีคนหรอกมีบ้านอีกหลังอยู่ถัดไปตรงโน้นเห็นไฟไหมล่ะ”

                “ค่ะ”

                เช้าวันรุ่งขึ้นติณภัทรเสียงดังลั่นบ้านส่วนป้าเอียดวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาด้วยความ๻๠ใ๽

                “ป้าเอียด! ผมบอกว่าเฝ้าให้ดีไง บอกให้ล็อกกลอนประตูด้านล่าง!ดีนะผมกลับมาก่อนถึงรู้ว่าเด็กนั่นหายไปไม่งั้นก็คงไม่มีใครแจ้งผมเลยสินะ! ”

                “อะไรนะคะ อย่าบอกว่านังหนูหายไปนะคะ”

                “ก็หายสิ ป้าไปหาดูสิแหวกดูตามเสื้อผ้าก็ได้นะ!” ติณภัทรหงุดหงิดใส่ป้าเอียดแล้วเดินดุ่มๆลงไปด้านล่าง

                “หายหัวไปไหนกันหมด!” เสียงดังพอให้ลูกน้องที่อยู่หลังบ้านวิ่งหน้าตื่นมาหา

                “มาแล้วครับคุณติณ”นายดำรีบตอบพร้อมก้มหน้านิ่ง

                “ใครเห็นเด็กคนนั้นบ้าง ตอบ!”

                “ลูกไอ้นัดเหรอครับ ผมไม่เห็นเลยครับ”นายดำรีบตอบพร้อมหันไปมองลูกน้องที่ยืนหน้าสลอน

                “ครับไม่เห็นเลย”ลูกน้องที่ยืนเรียงกันสี่คนตอบพร้อมกัน

                “ชุ่ยมาก! เฝ้าบ้านยังไงคนหายไม่เห็น”ติณภัทรเดินไปที่รถพร้อมกับขับออกไปอย่างรวดเร็ว

                “คุณติณจะออกไปไหนนะ ไปหานังเนตรเหรอ คงเจอนะคะ”วาสนายืนมองแล้วยิ้มเยาะอยู่คนเดียว

                “ตายแล้วนังหนูท้องอยู่ด้วยแล้วนี่หายไปไหนนะ”ป้าเอียดยังคงเอะอะอยู่๨้า๞๢๞พร้อมกับเดินหาทุกซอกทุกมุมด้วยความหวัง

                รถยนต์คันงามแล่นไปบนทางเล็กๆที่ค่อนข้างคดเคี้ยวกว่าจะถึงถนนใหญ่ก็หลายกิโลทำให้ติณภัทรฉุดคิดอะไรได้บางอย่าง

                “ถ้าไม่มีคนพาหนีจะหายไปไหนวะ” เขาบ่นพร้อมกับสอดส่องสายตามองรอบๆข้างทาง

                “ไม่ค่อยสบายยังจะหนีอีกนะอย่าให้เจอเชียวเด็กบ้า”เขาบ่นพร้อมกับจอดรถถามคนที่เดินอยู่ข้างทางก่อนจะขับรถออกไปอย่างหัวเสีย

                “เออใครจะรู้จักเธอล่ะยัยเด็กบ้า”ติณภัทรขับรถวนไปรอบๆเส้นทางที่เคยพากมลเนตรนั่งรถออกมาด้วยกันก่อนจะขับกลับเข้าบ้านในตอนเย็น

                ในขณะเดียวกันที่บ้านของลุงกับป้าที่รับกมลเนตรติดรถซาเล้งมาเมื่อคืน

                “ป้าคะหนูขออยู่ที่นี่ต่อสักพักได้ไหมคะ” เด็กสาวมองหน้าป้าเพ็ญด้วยสายตาวิงวอน

                “ได้สิ” ป้าเพ็ญยิ้มเล็กน้อย

                “คือหนูท้องค่ะ หนูไม่อยากเร่ร่อนออกไปไหน”

                “พ่อเด็กไปไหนล่ะหนู”ลุงสิงห์หันมาถามบ้างพร้อมกับปูที่นอนที่ระเบียงบ้านไปพลางๆ

                “ตายแล้วค่ะ”กมลเนตรตอบพร้อมเอามือปาดน้ำตาที่แก้ม

                “มิน่าล่ะถึงไม่มีที่ไปอยู่นี่ก่อนก็ได้แต่ลุงกับป้าไม่มีเงินทองหรอกนะ ลูกเต้าก็ไม่มีอยู่กันสองคนแบบนี้มานานแล้วหนู”

                “ค่ะหนูขออยู่ช่วยทำงานอะไรก็ได้เล็กๆน้อยๆค่ะ”

                “นังหนูไปนอนในห้องกับป้าเพ็ญนะลุงนอนด้านนอกนี่ล่ะอากาศเย็นเดี๋ยวไม่สบาย”

                “ไม่ค่ะหนูนอนที่ระเบียงหนูเคยนอนแบบนี้ค่ะ”กมลเนตรพูดพร้อมกับมองเสื่อที่ลุงสิงห์ปูทำให้นึกถึงหน้าติณภัทรทันที

                “ไม่ได้หรอก หนูท้องไส้แบบนี้นอนในห้องกับป้าให้ลุงนอนนั่นล่ะ”ป้าเพ็ญยิ้มพร้อมกับมองหน้าสามีที่กำลังจะเอนตัวลงนอนบนเสื่อที่ปูไว้

                “ขอบคุณค่ะ” กมลเนตรยกมือไหว้ขอบคุณป้าเพ็ญกับลุงสิงห์แล้วเข้าไปในห้องนอนปล่อยให้ลุงสิงห์กับป้าเพ็ญนั่งคุยกัน

                “ท้องแบบนี้ถ้าคลอดมาก็ลำบากนะเราจะเอาเงินที่ไหนล่ะ”ลุงสิงห์ทำเสียงเบาเพราะเกรงว่ากมลเนตรจะได้ยิน

                “นั่นสิ” ป้าเพ็ญกระซิบตอบกลับเช่นกันก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

                “หนูจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไม่ได้หนูขอไปตายดาบหน้า ลูกไปกับแม่สู้กับแม่นะ แม่ไม่อยากเป็๲ภาระใครลูกเข้าใจแม่นะลูก” กมลเนตรยืนฟังลุงสิงห์กับป้าเพ็ญแล้วทรุดตัวลงนั่งพร้อมลูบท้องตัวเองเบาๆพร้อมทั้งน้ำตา

                เช้าวันรุ่งขึ้นลุงกับป้าขอตัวไปทำงานที่ไร่ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านนักปล่อยให้กมลเนตรอยู่เพียงลำพัง

                “หนูขอโทษนะคะหนูคงไม่กล้าทำให้ลุงกับป้าลำบาก หนูขอไปตายเอาดาบหน้า ไปกันเถอะลูก” กมลเนตรปาดน้ำตาอีกครั้งพร้อมกับเดินลัดเลาะตามเส้นทางที่พอจะจำได้ตอนที่นั่งรถเข้ามา

                ตะวันเริ่มคล้อยลงต่ำคนท้องอ่อนๆเริ่มหมดแรงเพราะยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย๻ั้๫แ๻่เช้า

                “โอ๊ย!”ขาที่อ่อนแรงล้มลงทันที

                “ลูกจ๋าอดทนนะ”มือเรียวยังคงลูบท้องและพูดกับลูกน้อย

                “เสียงรถยนต์”กมลเนตรยิ้มด้วยความหวังเมื่อได้ยินเสียงรถอยู่ไกลๆ

                “เดินไปอีกนิดคงเจอถนนใหญ่”หญิงสาวค่อยๆพยุงร่างที่อ่อนล้าลุกเดินอย่างระมัดระวังเมื่อคิดว่าถนนใหญ่คงอยู่ไม่ไกลมากนัก

                แสงแดดเริ่มแรงและสาดส่องความร้อนไปทั่วจนทำให้คนที่อ่อนล้าทนไม่ไหวล้มลงที่พื้นทันที

                สวบ สวบ แกร่บ ฉึก ตึกๆ

                เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งวิ่งตรงมาพร้อมกับเสียงคุยกันรอบๆคนที่นอนนิ่งบนพื้น

                “ใครวะตายหรือเปล่า เขี่ยดูสิ”เท้าของชายร่างเล็กเขี่ยที่ปลายนิ้วมือของกมลเนตร

                “ขยับตัว ลูกพี่มันยังไม่ตาย”

                “เออถามสิไปไหนมานอนเล่นทำไมตรงนี้”

                “เสียเวลาน่าลูกพี่ ไปเถอะตามมันไม่ทันนะ”

                “หันหน้ามาสิจะดูหน้าหน่อย”

                “ครับลูกพี่”

                “สวยนี่ เอาไปด้วย”

                “พี่ทิตย์ใครจะแบกไปหนักนะพี่ ปล่อยไว้นี้ล่ะ”

                “มึงล่ะแบก”ลูกพี่ที่ชื่ออาทิตย์หันมาสั่งอย่างรวดเร็ว

                “ปล่อยนะไม่ไป ปล่อยๆ”เสียงร้องของกมลเนตรเริ่มดังเมื่อร่างอรชรถูกแบกพาดบนบ่าชายแปลกหน้า

                “หุบปากสิหรือจะตายในป่าแบบนี้ล่ะ ไปกับพี่นี่ล่ะคนสวย”นายอาทิตย์ยิ้มมุมปากเมื่อเห็นใบหน้าของกมลเนตรชัดๆ

                “ไม่ไป!”

                “เอาผ้ามาปิดปากปิดตาไว้ด้วย” นายอาทิตย์หันไปสั่งลูกน้องทันที

                “โจรเหรอ? ไม่นะ!”กมลเนตรได้แต่ร้องแต่เสียงก็ดังอยู่แค่ลำคอไม่พอให้ใครได้ยิน

                “พี่ทิตย์ไอ้นัดมันหนีไปได้ครับ”เสียงชายร่างเล็กวิ่งหน้าตาตื่นมารายงานส่วนคนที่ถูกปิดปากปิดตาได้แต่ตั้งใจฟังเมื่อได้ยินชื่อคนที่พวกมันกำลังพูดถึง

                “เอานังนี่ไปที่รถเฝ้าหนึ่งคนพอ ที่เหลือตามไปสองทางมันไม่รอดหรอกแถวนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่กูแค่จะเอาของบางอย่างที่มันขโมยมา”

                “ครับพี่ทิตย์”

                เสียงคนคุยกันพร้อมฝีเท้าหนักๆ เริ่มเบาลงและหายไปเหลือเพียงคนที่กำลังแบกคนร่างอรชรไว้ก่อนเขาจะวางลงที่เบาะรถและนั่งบ่นอยู่คนเดียว

                “เอามาทำไมวะวุ่นวายไปหมดหนักชะมัดตัวแค่นี้พี่ทิตย์นี่หื่นไม่เลือกเลย”

                “อื้อๆ”กมลเนตรพยายามส่งเสียงร้องจนชายที่นั่งเฝ้ารำคาญเดินมาเปิดผ้าปิดปากออกให้

                “มีอะไรกูรำคาญมึงแล้วนะว่ามา”

                “คนชื่อนัดนี่อายุเท่าไหร่เหรอพี่”กมลเนตรรวบรวมสติเพื่อไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไป

                “ไม่รู้สิแก่แล้วล่ะมีอะไรมึงรู้จักหรือไงวะ”

                “เปล่าๆ แค่ชื่อเหมือนคนรู้จัก”

                “เออ มันขโมยของสำคัญของพี่ทิตย์มาเลยต้องตามล่ามันแล้วมาเจอมึงนี่ล่ะ”

                “อะไรเหรอพี่” กมลเนตรถามไปด้วยความซื่อ

                “เสือก!”เขาตอบกลับอย่างรวดเร็วแล้วรีบปิดผ้าที่ปากงามไว้อย่างเดิม

                “อื้อๆ”กมลเนตรได้แต่ดิ้นด้วยความอึดอัดและอยากรู้อยากเห็นไปเสียหมด

                ‘พ่อหรือเปล่านะ ถ้าใช่ขอให้พ่อหนีไปได้นะ’

                ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเสียงกรนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆจนกมลเนตรเริ่มแน่ใจว่าคนที่เฝ้าตัวเองอยู่หลับสนิทจริงๆหญิงสาวค่อยๆใช้เท้าเขี่ยเพื่อเปิดประตูรถและก็สำเร็จ

                “อย่าตื่นตอนนี้นะ ขอร้องล่ะอย่าตื่น”กมลเนตรยิ้มด้วยความดีใจและค่อยๆย่องออกจากรถทั้งที่ตาถูกปิดสนิท

                “เดินไปคงพอเจอผู้คนบ้างนะ” ร่างอรชรเดินไปพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยๆและแตะไปด้านหน้าเพื่อนำทางก่อนจะปะทะบางอย่างที่แน่นๆ

                “ปึก” หญิงสาวหยุดนิ่งอย่างรวดเร็ว

                “เก่งนะ”เสียงที่เหมือนมีดทิ่มแทงหัวใจ

                “ไม่นะ!” กมลเนตรร้องลั่นพร้อมถอยอย่างรวดเร็วจนล้มเพราะตายังคงถูกปิดสนิททำให้มองไม่เห็นทางเดิน

                “เอาไปที่รถ กลับบ้านไปจะเอาทำเมียให้สาสมความเก่งเลยส่วนพวกแกไปปลุกไอ้ที่กำลังหลับทีกูชักจะเบื่อมันมากแล้วนอนได้ตลอดเวลา”นายอาทิตย์เดินนำหน้าไปที่รถก่อนสมุนจะกระชากแขนกมลเนตรตามมาติดๆและเมื่อเสียงของใครบางคนร้องเรียกอยู่ด้านหลังก็ทำให้หญิงสาวหัวใจแทบหยุดเต้น

                “เนตรใช่นังเนตรหรือเปล่า” นายนัดจำลักษณะของลูกสาวเพียงคนเดียวได้แม่น

                “ใช่พ่อจริงๆด้วย”กมลเนตรยิ้มทั้งดีใจและแทบจะร้องไห้พร้อมๆกัน

                “โลกกลมโว้ย!” นายอาทิตย์ยื่นมือมาแกะผ้าปิดตาและปากออกเพื่อให้นายนัดดูหน้ากมลเนตรชัดๆอีกครั้ง

                “พ่อ!” กมลเนตรร้องลั่น

                “นังเนตร! มาทำอะไรแถวนี้”

                “แล้วพ่อล่ะมาทำอะไรทำไมโดนตามล่า”กมลเนตรมองหน้าพ่อแล้วร้องไห้

                “ฮึก ฮือ หนูเจออะไรมามากมายพ่อไม่มาช่วยหนูเลยนะ”

                “พอ! เอาผ้าปิดปากปิดตาเหมือนเดิมกลับไปถึงบ้านค่อยร้องอีกครั้งนะตอนที่เป็๲เมียพี่นะน้องสาว”นายอาทิตย์ลูบพวงแก้มเนียนเบาๆ

                “อย่านะปล่อยลูกสาวฉันไปเถอะ” นายนัดพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

                “ไอ้นัดหุบปาก! มึงขโมยของกูมาของสำคัญด้วยอย่ามาต่อรอง กลับไปเดี๋ยวกูจัดการมึงเอง”

                “ปล่อยลูกฉันเถอะ”นายนัดอ้อนวอนอีกครั้งจนลูกน้องนายอาทิตย์รำคาญซัดกำปั้นที่ท้องจนนายนัดจุกและร้องแทบไม่ออก

                “พ่อ! อื้อๆ”กมลเนตรดิ้นไปมา

                “กลับ!” เสียงอาทิตย์สั่งก่อนทุกคนจะรีบเดินไปที่รถกระบะคันที่จอดรอและขับออกไป

                ‘พ่ออย่าเป็๞อะไรนะเราต้องรอดไปด้วยกันนะพ่อ’