ตอนที่ 7 ผู้ช่วยในครัว
เพียงขวัญสั่งก๋วยเตี๋ยวไปสองชาม หลังจากกินเสร็จโดยไม่ทันสังเกตว่า ภูวดลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นจ้องมองเธอด้วยความประหลาดใจ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ออกมากินข้าวกับเธอทุกครั้ง แต่แน่นอนว่าเขารู้จักเธอมานานพอที่จะรู้ว่าเพียงขวัญไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยว"แล้วนี่จะกลับเลยหรือเปล่า? " ภูวดลถามขึ้นด้วยความห่วงใย"ฉันอยากกินเค้กและชาเขียวอีกสักแก้ว คุณสนใจไหม? ""ห๊ะ เค้ก? " คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย ด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่ต้องการขัดใจเธอ แต่โดยปรกติเพียงขวัญเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างเล็ก และไม่ชอบกินของหวานเนื่องจากเธอค่อนข้างกังวลเรื่องรูปร่างของเธอเป็นพิเศษ"อืม..ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันอยากกินเค้กนุ่มๆ " น้ำเสียงที่แน่วแน่ยังคงเน้นย้ำอีกครั้ง"ได้ครับ ไปกันเลยไหม? " ภูวดลเอื้อมมือไปหยิบถุงรองเท้าที่วางอยู่ข้างๆ พร้อมเอียงร่างกายอย่างระมัดระวังเพื่อให้เพียงขวัญลุกขึ้นจากเก้าอี้ได้สะดวกมากขึ้นเมื่อเพียงขวัญกำลังเดินออกจากร้าน ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามีมืออีกข้างของภูวดลยื่นมาประสานกับมือของเธอ เขาค่อยๆ สอดนิ้วของเขาประสานกับนิ้วเรียวเล็กของเธออย่างนุ่มนวล แม้ว่าเพียงขวัญจะเคยมีคนรักมาก่อนแล้วแต่ครั้งนี้แตกต่างมาก ทุกสัมผัสของภูวดลทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูกในเวลานี้หัวใจของเพียงขวัญนั้นล่องลอยจนเกือบจะลืมไปว่าตอนนี้เธอต้องการไปที่ร้านเค้กช่วงเวลานี้ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านนัก บรรยากาศในร้านเค้กก็ค่อนข้างดี เมื่อเพียงขวัญและภูวดลเดินเข้ามาในร้าน พนักงานก็กล่าวต้อนรับขึ้นอย่างอบอุ่นจากนั้นเพียงขวัญก็เดินไปสำรวจบริเวณหน้าตู้กระจกที่มีเค้กหลากหลายรสชาติวางโชว์อยู่ด้านในอย่างสวยงาม จนทำให้เธอรู้สึกอยากจะกินหลายๆ ชิ้น"โห..มันน่ากินทุกอย่างเลย" สีหน้าของเธอในตอนนี้แสดงออกด้วยท่าทีที่มีความสุขมากและตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในอดีตเพียงขวัญชอบกินเค้กมากโดยเฉพาะเค้กรสช็อกโกแลต เนื่องจากเป็นเค้กชิ้นเล็กๆ เธอไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมขนมเค้กร้านนี้ถึงได้อร่อยขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้มีความสามารถที่จะกินได้บ่อยๆ เนื่องจากเค้กร้านนี้มีราคาสูง เธอจะมาที่ร้านนี้ทุกวันสิ้นเดือนเท่านั้นมันอร่อย! นุ่มและอร่อยหวาน แต่ไม่เลี่ยน ฉันยังคงต้องการกินหลังจากรับประทานอาหารภูวดลเหล่ตามองเล็กน้อย แล้วก็อดยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้ เมื่อภรรยาของเขาวันนี้ช่างดูแตกต่างออกไปจากทุกครั้ง"ขอกินอีกคำนึงก็แล้วกัน" เพียงขวัญหยิบช้อนแล้วตักเค้ก จากนั้นเธอก็กัดและกินมันเข้าปาก เพียงขวัญหลับตาพริ้มเมื่อสัมผัสกับเค้กที่นุ่มนวลอย่างมีความสุขภูวดลหันหน้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจและเห็นเพียงขวัญที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและกินเค้กอย่างมีความสุขมาก เขายิ้มและลดเปลือกตาลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอมีความสุขมากที่ได้กินราวกับว่ามันอร่อยจริงๆ ภูวดลก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า "มันอร่อยจริงๆ เหรอ? "เพียงขวัญไม่รู้ตัวว่าภูวดลกำลังจ้องมองเธออยู่ เธอหยิบช้อนและกินเค้ก ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการกินเค้กอยู่นั้น โดยไม่ได้ระวัง ริมฝีปากของเธอเปื้อนด้วยครีมสีขาว แต่เธอไม่รู้ตัว เมื่อเค้กเปื้อนที่มุม ปากของเธอก็ถูกยกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่สดใสภูวดลเห็นครีมเลอะบนปากของเธอและรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอสดใสมาก และเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรตอนนี้เธอดูคล้ายกับเด็กๆ ที่กินเค้กแล้วเลอะเทอะโดยไม่ระวังเพียงขวัญกินเค้กช็อกโกแลตเสร็จแล้ว เธอก็รู้สึกอยากกินเค้กวานิลลาต่ออีกชิ้น เธออยากจะสั่งเพิ่มแต่เธอต้องห้ามใจตัวเองโดยการเอื้อมมือไปหยิบเค้กอีกชิ้นที่อยู่ตรงหน้าของภูวดล“นั่นมันเค้กของผมไม่ใช่เหรอ?”เขาบอกว่าเขาไม่กินแต่ตอนนี้เขากำลังหวงเค้กของเขา นี่คืออะไร?เมื่อยังเห็นว่าครีมยังติดอยู่ที่ปากเห็นเธอยืนอยู่ที่มุมของครีมก็ยังของเธอ ภูวดลชี้นิ้วไปที่ปากของเขาด้วยรอยยิ้มตลกและเตือนความจำ: "คุณมีครีมเล็กน้อยที่นี่""จริงเหรอ? " เพียงขวัญตกตะลึง ใบหน้าของเธอแดง ปากของเธอถูกปิดด้วยครีมและมันน่าจะน่าเกลียด เพียงขวัญรีบมองหากระดาษทิชชูเพื่อมาเช็ดออกอย่างรวดเร็วภูวดลเอื้อมมือออกและยื่นกระดาษเช็ดปากให้เธอ"ขอบคุณค่ะ" เพียงขวัญรีบยื่นมือเพื่อไปหยิบ แต่ภูวดลดึงกระดาษเช็ดปากคืน“คุณ ...” เพียงขวัญเงยหน้าขึ้นอย่างแปลก ๆ แต่เธอไม่ได้มีปฏิกิริยาใด ๆ เธอรู้สึกเพียงว่าดวงตาของเธอเป็นสีดำและใบหน้าหล่อเหลาก็กดลงภูวดลยื่นแขนยาวไปด้านหน้าแล้วค่อยๆ บรรจงเช็ดปากให้ภรรยาของเขาอย่างทะนุถนอมความรู้สึกในตอนนี้อธิบายได้ยาก แม้ว่าภูวดลอาจจะทำแบบนี้เป็นประจำแต่สำหรับเธอนั้น นี่เป็นสัมผัสแรกและเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เพียงขวัญรู้สึกราวกับว่าตอนนี้ภูวดลกำลังเริ่มตามจีบเธอและขอความรักจากเธอโดยที่ทั้งสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันด้วยซ้ำ แต่เธอไม่ได้มีเวลามากมายที่นี่เพื่อมาปลูกต้นรักกับเขา แม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะดีมากๆ สำหรับเธอ แต่มีบางอย่างที่ต้องทำก่อนครบกำหนดเวลา"ฉันอิ่มแล้วค่ะ ฉันคิดว่าฉันควรจะกลับบ้าน" เพียงขวัญจับไปที่ท้องของเธอเบาๆ และยืดหลังตรงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องนี้เพียงขวัญรู้สึกว่าเธอมีภารกิจที่จะต้องทำ และไม่สามารถชื่นชมกับสิ่งสวยงามที่อยู่ตรงหน้านี้ได้นาน เธอไม่รู้ว่าในความเป็นจริงหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นสิ่งแรกที่เธอต้องหาคำตอบก็คือแม่ของภูวดลในตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ......เธอต้องกลับไปที่บ้านก่อน อย่างน้อยผู้คนในบ้านก็น่าจะมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับเธอบ้าง"โอเคจ๊ะ เรียกคนขับรถขับออกมารับที่ชั้นนี้เลยดีไหม? " ภูวดลเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใย"เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขับรถมาด้วยตัวเอง" เพียงขวัญกะพริบตาสองสามครั้ง แล้วมองหน้าภูวดลอย่างสำนึกผิด เธอรู้ว่าโดยปรกติแล้วเพียงขวัญจะมีคนขับรถที่คอยดูแลหากต้องเดินทางไปไหนมาไหน"ห๊ะ..ขับรถด้วยตัวเอง? " คิ้วเข้มของภูวดลขมวดเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แม้ว่าเพียงขวัญจะมีใบอนุญาตขับรถ แต่เธอไม่เคยมีความต้องการที่จะขับรถด้วยตัวเองเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เธอดูแปลกออกไป"ค่ะ, ฉันแค่อยากลองขับมาด้วยตัวเองดูสักครั้ง" เพียงขวัญรีบหาเหตุผลอย่างรวดเร็ว"ถ้าอย่างนั้น ผมเดินไปส่งที่รถนะ" แม้ว่าเขาจะยังรู้สึกสับสน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้ภรรยารู้สึกอึดอัดเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงที่รถ เพียงขวัญก็เข้าไปที่ด้านในแล้วลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ตอนเย็นเจอกันค่ะ"จากนั้นก็ขับรถออกไปอย่างช้าๆ ทิ้งให้ภูวดลที่ยังมีความสงสัยติดค้างอยู่ในหัวมากมาย เกี่ยวกับพฤติกรรมหลายอย่างของเพียงขวัญ ทั้งเรื่องการซื้อของ การกินอาหาร ของหวาน รวมถึงการขับรถด้วยตัวเองใช้เวลาเดินทางไม่นาน เพียงขวัญก็กลับมาถึงบ้าน เธอรู้ว่าสิ่งแรกที่ต้องหาข้อมูลก็คือในตอนนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไร และสิ่งที่เสียดายมากที่สุดก็คือ ทำไมเธอไม่อ่านนิยายให้จบเร็วกว่านี้ เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร แต่แม่บ้านก็น่าจะมีข้อมูลบ้างไม่มากก็น้อยเมื่อเธอถึงบ้านสิ่งแรกที่เธอต้องทำคือ สอบถามข้อมูลจากป้าบังอร ที่เป็นแม่บ้านที่อาศัยอยู่กับครอบครัวนี้มานานแล้วเธอเดินไปรอบๆ บ้านเพื่อที่จะตามหาป้าบังอรอยู่สักพัก และก็พบว่าเธอกำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่ในห้องครัวเมื่อบังอรเหลือบไปเห็นเพียงขวัญ เธอก็รู้สึกประหลาดใจ โดยปรกติเพียงขวัญไม่เข้ามาในห้องครัว"คุณผู้หญิงต้องการอะไรหรือเปล่าคะ? " บังอรเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าแตกตื่น"อ่อ..ไม่ค่ะ วันนี้ทำอาหารอะไรเหรอคะ" เพียงขวัญเดินเข้ามาในห้องครัว เธอกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณโดยไม่มีท่าทีรังเกียจ"เอ่อ..วันนี้มีผัดผักรวม ก็ต้มยำ และปลาทอดค่ะ" บังอรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดขัด"ถ้าอย่างนั้น วันนี้ฉันขอเป็นผู้ช่วยป้าสักวันนะคะ" เพียงขวัญพูดเสร็จพลางเดินเข้าไปหยิบมีดหั่นผักโดยไม่ลังเลบังอรมีสีหน้าตกใจพร้อมกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่าเพียงขวัญที่ไม่ชอบกลิ่นอาหารและสิ่งสกปรกในครัว แต่ตอนนี้เธอเดินเข้ามาขอช่วยทำอาหารด้วยตัวเอง?