บทที่ 23 จัดการทั้งหมด (รีไรต์)
ลั่วฉิงเทียนถ้าปล่อยให้คนพวกนี้ทั้งสี่คนลอยนวลไปได้ พวกเขานั้นอาจกลายเป็ภัยร้ายแรงในภายหลังได้ และสิ่งที่เธอชอบทำที่สุดก็คือการกำจัดทุกปัญหาั้แ่ต้นลม
ลั่วฉิงเทียนจึงเอื้อมมือไปเปิดประตู
“พวกนายหมายความว่าอยากเข้ามาข้างในงั้นเหรอ” เธอถามพลางยิ้มให้พวกเขาอย่างมีเลศนัย
ลูกชายคนเล็กของยายเจียงทำงานลับอยู่ข้างนอกมาหลายปี งานที่เขาทำล้วนแล้วแต่เป็งานเสี่ยงอันตรายทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็งานลอบสังหาร ปล้นชิง ทุกลมหายใจของเขาล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย
หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง เขาก็พบว่าตัวเองมีพละกำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านความเป็ความตายมาหลายครั้ง
สัญชาตญาณการรับรู้ถึงอันตรายของเขาจึงเหนือกว่าคนอื่น ๆ
เขาััได้ถึงอันตรายจากตัวลั่วฉิงเทียนั้แ่แรกเห็น ยิ่งตอนที่เธอเปิดประตู รังสีอำมหิตของเธอก็ยิ่งแผ่ออกมาอย่างชัดเจน
เขาจึงรีบดึงพี่น้องของเขาถอยกลับไปสองก้าว
“ระวังหน่อย ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา!”
เขาพูดกับพี่น้องทั้งสามด้วยน้ำเสียงต่ำ “ผู้หญิงคนนี้อันตราย”
พี่คนรองเป็ทหารหน่วยรบพิเศษ เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง เขาหนีออกจากกองทัพและพยายามหาทางกลับบ้านมาโดยตลอด
เขามีลางสังหรณ์ไม่ต่างจากน้องชายคนเล็ก
“ผมเห็นด้วย ผู้หญิงคนนี้อันตราย” คนรองเอ่ยเห็นด้วย
เมื่อได้ยินทั้งน้องรองและน้องสี่พูดเช่นนั้น พี่ชายคนโตและน้องสามจึงหันกลับมามองลั่วฉิงเทียนอย่างระแวดระวัง
“พวกนายจะเข้ามาข้างในไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังไม่เข้ามาอีกล่ะ” ลั่วฉิงเทียนผายมือเชิญพวกเขาเข้ามา แม้จะรู้ดีว่าการฆ่าพวกเขาในบ้านจะทำให้บ้านเลอะเทอะ
แต่เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาวิ่งหนี จึงตัดสินใจหลอกล่อให้พวกเขาเข้ามาในบ้านก่อน
ยายเจียงมองหญิงสาวด้วยสายตาเหยียดหยัน ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายทั้งสี่ของเธอว่า “พวกแกนี่มันไม่ได้เื่! แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว พวกแกจะไปกลัวอะไรมันกันนักกันหนา!”
พูดจบคุณยายเจียงก็เดินเข้าบ้านไป ลูกชายทั้งสี่เห็นแม่เข้าบ้านไปแล้ว หลานชายตัวน้อยก็วิ่งตามเข้าไปติด ๆ พวกเขาจึงยอมเดินตามเข้ามาอย่างไม่เต็มใจ
พี่ใหญ่เห็นลูกชายเข้ามาในบ้านก็รีบเดินตามเข้ามาด้วยความร้อนใจ ส่วนอีกสามคนที่เหลืออยู่ก็ไม่รอช้า พากันกรูเข้ามาในบ้านอย่างพร้อมเพรียง
ลั่วฉิงเทียนค่อย ๆ ปิดประตู แล้วหันกลับมายิ้มหวานให้พวกเขา
“ว่ามาสิ พวกแกจะทำอะไร”
พวกเขาััได้ถึงอุณหภูมิที่กำลังสบายภายในบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามา ฝนตกติดต่อกันหลายวันทำให้บ้านของหลายคนมีความชื้นอย่างมาก แต่บ้านของเธอกลับไม่มีความชื้นนั้นแม้แต่น้อย
แถมที่นี่ก็ยังมีไฟฟ้า อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นลอยโชยมาจากในครัว
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเมื่อได้กลิ่นนี้
“ยัยเด็กบ้า ที่นี่จะเป็ของพวกเราแล้ว รีบไสหัวไปซะ!” ยายเจียงจ้องมองไปที่ครัวด้วยความตะกละตะกลาม ก่อนจะชี้หน้าใส่เธอแล้วะโใส่
ลั่วฉิงเทียนยังคงใจเย็นและพูดด้วยรอยยิ้ม
“ได้เลย! ให้พวกแกก็ได้ ฉันจะได้ไปเก็บของ”
ลั่วฉิงเทียน พูดจบก็หันหลังเดินออกไป เธอเดินขึ้นไปบนชั้นสองต่อหน้าต่อตาพวกเขา
ทันทีที่ลั่วฉิงเทียนจากไป พวกเขาก็กรูกันเข้าไปในครัวเพื่อหาอะไรกิน
ลั่วฉิงเทียนกลับไปที่ห้องของเธอและเปลี่ยนเป็เสื้อกันฝน
เมื่อเธอกลับออกมา ลั่วฉิงเทียนไม่ได้ลงไปชั้นล่าง แต่ยืนอยู่บนชั้นสอง มองลงไปที่คนในครัวเงียบ ๆ พอพวกเขาเเงยหน้าขึ้น ก็เห็นลั่วฉิงเทียนยืนถือธนูอยู่
“หลบเร็ว!”
ลูกชายคนเล็กสกุลเจียงเป็คนแรกที่ะโ แต่ก็สายเกินไป ลั่วฉิงเทียนยิงธนูสามดอกพร้อมกัน ลูกธนูพุ่งทะลุหัวลูกชายคนโตของยายเจียงและหลานชายคนเล็ก ส่วนยายเจียงนั่นเพราะถูกลูกชายคนเล็กดึงตัวหลบลูกธนูจึงไม่ทะลุหัว แต่พุ่งทะลุไหล่ของเธอแทน
“อ๊า!” ยายเจียงร้องลั่นด้วยความเ็ป เสียงร้องของเธอช่างน่าสยดสยอง
ลูกชายทั้งสามของยายเจียงไม่คิดว่าลั่วฉิงเทียนจะลงมือ พรากชีวิตพวกเขาไปถึงสองคน
“นังสารเลว!”
มือของนายสองล้วงไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว เธอเห็นท่าไม่ดีจึงรีบปล่อยลูกธนูออกไปอีกสามดอก
ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าหมาย ปักเข้าที่ไหล่ของลูกชายคนรองอย่างแม่นยำ ปืนที่เขาพยายามชักออกมาถูกแรงจากลูกธนูกระทบเข้าจนกระเด็นหลุดจากมือแต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเองน้องชายสองคนของเขาก็เล็งปืนมาที่เธอ
ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวสองนัดติด ลั่วฉิงเทียนหายตัวจากจุดที่ยืนอยู่ภายในพริบตา นายสามกับนายสี่ถึงกับตกตะลึง พวกมันกวาดสายตามองหาไปทั่วห้องอย่างตื่นตะลึง
ทันใดนั้นเอง ดาบในมื่อของหญิงสาวก็พุ่งเข้าเสียบทะลวงอกของลูกชายคนรองสกุลเจียง!
“อ๊าาาาาา!” เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของยายเจียงดังลั่น เธอได้รับาเ็อยู่แล้วแต่ยิ่งเห็นลูกชายตายไปต่อหน้าต่อตาถึงสองคน ยิ่งทำให้รู้สึกเสียใจอย่างที่สุด
“คุณหนู พวกเราผิดไปแล้ว ยกโทษให้พวกเราด้วย!” ยายแก่ร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา
แต่ในขณะเดียวกันลูกชายคนที่สามกับสี่ก็ยังคงยิงปืนใส่เธอไม่หยุด
ลั่วฉิงเทียนขมวดคิ้ว ถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ บ้านของคงพังไม่เป็ท่าแน่
“ต้าไป๋!” ลั่วฉิงเทียนร้องเรียกชื่อเสือขาว ต้าไป๋พุ่งตัวออกมาจากไหนไม่รู้ โดดตะครุบลูกชายคนที่สามสกุลเจียงล้มลง แล้วกัดเข้าที่คอจนขาดสะบั้น
ส่วนลั่วฉิงเทียนนั้นในตอนนี้ก็เข้าประชิดตัวลูกชายคนเล็กแล้วการต่อสู้ของทั้งสองดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด
ลูกชายคนที่สี่สกุลเจียงมีพละกำลังเยอะหลังจากที่ลั่วฉิงเทียนประมือกับเขาไปสองสามท่าก็พบว่าแรงของเธอและเขานั้นแทบจะไม่ต่างกัน
ดูท่าทางพลังพิเศษของเขาคงจะตื่นขึ้นมาในเร็ว ๆ นี้ ลั่วฉิงเทียนจึงวางกับดักไว้ใต้เท้าของเขาทันที เธอออกอาวุธอย่างโเี้บีบให้มันถอยร่นไปจนใกล้กับดัก
“แคร่ก!”
เท้าของลูกชายคนที่สี่ติดกับดัก ลั่วฉิงเทียนะโถอยหลังหนึ่งก้าวพลันธนูก็ปรากฏขึ้นมาในมือ
“ลาก่อน!”
สิ้นเสียง ลูกธนูสามดอกก็พุ่งออกไปพร้อม ๆ กัน คมธนูตัดผ่านอากาศมุ่งตรงไปที่หน้าอกของนายสี่ ดวงตาของมันเบิกกว้างมองมาที่หญิงสาวผู้ง้างธนู
ดวงตาของมันเบิกโพลง จนกระทั่งลูกธนูทั้งสามดอกพุ่งทะลุหน้าอกของมันไป
เพียงพริบตาเดียว ยายเจียงก็สูญเสียลูกชายไปถึงสี่คน รวมทั้งหลานชายอีกหนึ่งคน เธอมองมาราวกับว่าลั่วฉิงเทียนเป็ปีศาจ
“อ๊าาาาาา แกมันปีศาจ แกมันฆาตกร แกฆ่าลูกๆ ของฉัน ฉันจะสู้กับแก!”
สิ้นเสียงต้าไป๋ก็พุ่งเข้าใส่นางทันที มันงับเข้าที่หัวของยายเจียงจนขาดในครั้งเดียว
“อุ๊บ!” ลั่วฉิงเทียนมองต้าไป๋ด้วยใบหน้าขมวดมุ่น
“คายออกมาเดี๋ยวนี้นะ ของสกปรกแบบนี้กินไม่ได้”
ต้าไป๋เชื่อฟังแต่โดยดี มันคายหัวที่คาบออกมาวางไว้บนพื้น แถมยังทำท่าทางเหมือนอยากจะอ้วกออกมาอีก เธอได้แต่ถอนหายใจแล้วเปิดประตูออกไปลากศพที่นอนอยู่เกลื่อนกลาดออกไปทีละร่าง
พอเปิดประตู เธอก็เห็นเสิ่นอวิ๋นหรานยืนอยู่ตรงบันได
“ให้ฉันช่วยทำความสะอาดห้องมั้ยคะ” เสิ่นอวิ๋นหรานถามอย่างระมัดระวัง
ลั่วฉิงเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้เืสาดกระเซ็นเต็มห้องไปหมด แถมเฟอร์นิเจอร์ก็พังไปหลายชิ้น ถ้าให้ทำความสะอาดเองคงอีกนานกว่าจะเสร็จ
“อืม เข้ามาเถอะ” เธอถอนหายใจตอบ
เสิ่นอวิ๋นหรานรีบวิ่งเข้ามาในห้องทันทีที่ได้ยินคำตอบ จากนั้นก็ตรงดิ่งไปหยิบไม้ถูพื้นในห้องน้ำแล้วลงมือทำความสะอาดอย่างขะมักเขม้น
ต้าไป๋ที่นอนอยู่แถวนั้นเมื่อเห็นเสิ่นอวิ๋นหราน ก็ลุกขึ้นยืนทันที พร้อมกับจ้องมองมาที่ด้วยแววตาน่ากลัว ดูท่าทางเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาทำร้ายได้ทุกเมื่อ
เสิ่นอวิ๋นหรานใจนทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ร่างกายแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
“ต้าไป๋อย่าดื้อ ถ้าแกกินเธอเข้าไปละก็ทั้งบ้านหลังนี้ แกต้องรับผิดชอบทำความสะอาดคนเดียวนะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นต้าไป๋ก็ทำท่าทางหงอยลงไปในทันที มันเดินไปหาที่สะอาด ๆและนอนลงคอยมองดูอย่างเงียบ ๆ