第7集
"ปล่อยข้านะ"อี๋ซูดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนของเ้าเสือ บัดนี้มันกลายร่างเป็คนตัวใหญ่เห็นมัดกล้ามเด่นชัด เส้นผมของมันสั้นจนเกือบจะเห็นหนังศีรษะ เนื้อตัวของมันมีกลิ่นวิงเวียนชวนให้คลื่นเหียน ตัวของเขาเล็กยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของร่างกายมันเสียด้วยซ้ำ
"หุบปากของเ้าเสียเด็กน้อย"
"พวกเ้านี่มันเหลือเกินจริงๆ ข้าไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของพวกเ้าเสียหน่อย ใยต้องลากข้าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย"อี๋ซูโวยวาย
"ปล่อยคน!"หลิงไท่ะโตามมาจากด้านหลัง
"อ่า ว่องไวยิ่งนัก"เ้าเสือยิ้มเยาะบนใบหน้า ไม่ยอมปล่อยร่างที่ดิ้นไปมาหนำซ้ำยังรัดมั่นคงกว่าเดิม
"อยากได้เ้าเด็กวุ่นวายคนนี้รึเ้าภพ"
"เื่ของพวกเราอย่าได้ดึงคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง"หลิงไท่กระแทกด้ามง้าวลงกับพื้นเสียงดังตึง แผ่นดินภายในถ้ำเป็รอยร้าวแยกออกเล็กน้อย
"ใครว่ากันล่ะ ..เด็กคนนี้ช่างมีกลิ่นหอมหวานนัก หากได้กินคงเหมือนได้ลิ้มรสที่หาได้ยากแล้ว"มันก้มลงสูดกลิ่นที่เรือนผมยุ่งเหยิงนั่น แล้วร่อนจมูกไปมา
"ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าสนใจเด็กคนนี้ ข้าไปล่ะ"เ้าเสือกระโจนหายเข้าไปในวงเวทย์อย่างรวดเร็ว หลิงไท่ะโตามเข้าไปเช่นกัน ภายในที่อยู่ของเ้าเสือนั้นมีกลิ่นที่ชวนให้ปั่นป่วนในช่องท้องยิ่งนัก ทั้งคาวและเหม็นสาบสาง เขาถูกจับโยนลงบนพื้นกลิ้งไปชนกับกะโหลกของคนและสัตว์ต่างๆมากมาย พื้นเหนียวหนืดลื่นไปด้วยเมือก เขายกมือขึ้นมามองให้ชัดเจนมากขึ้นจึงได้รู้ว่ามันคือเืที่นองเต็มพื้น คราวนี้อี๋ซูถึงกับหวาดหวั่นในใจอย่างแท้จริง
"นี่เ้าจะกินข้าหรือ"
"เ้าตัวแค่นี้ยังไม่ครึ่งท้องของข้าด้วยซ้ำไป"เ้าเสือเดินไปมา
"งั้นก็ปล่อยข้าเถอะ ตัวข้านิดเดียวเ้าบอกเองว่ากินข้าไม่อิ่ม"อี๋ซูกลืนน้ำลาย พยายามกลั้นหายใจไม่สูดดมกลิ่นคลื่นเหียน
"ปล่อยหรือ ท่าทางเ้าจะสำคัญต่อหลิงไท่เ้าภพมิใช่น้อย"เ้าเสือเดินเข้ามาใกล้ มือขนาดใหญ่กำลังคว้าลำตัวของอี๋ซูเอาไว้ ทันใดนั้นเองเสียงวัตถุฟาดผ่านอากาศมาอย่างแรง จนทำให้เสือผงะตัวออก หลิงไท่ปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลัง ใบหน้าราวกับเทพเ้าแห่งา ดวงตาวาวโรจน์แดงฉาน เรือนร่างใหญ่โตขยายขึ้นกว่าเดิม เส้นเืที่ดันขึ้นมาตรงขมับมองแล้วทำให้นึกหวาดกลัวไม่น้อย เสียงเกร๊งกร๊างจากง้าวกระแทกลงกับพื้นดังสนั่น ราวกับจะทำให้พื้นดินแตกออกจากกัน อี๋ซูนึกของคุณแต่ก็หวั่นเกรงไปด้วย ใยคนๆนี้เปลี่ยนเป็คนละคนจากเทพเซียนกลายเป็อสูรไปเสียได้
"หลิงไท่เ้าภพ?"อี๋ซูเรียกชื่อแ่เบาด้วยความหวาดกลัว ต่างกับเ้าเสือที่ไม่ยอมจำนนแต่โดยดี ใจยังฮึกเหิมมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะดูแล้วว่าหลิงไท่ไม่สามารถชนะตนเองได้
"ตามข้ามาถึงนี่เชียวรึ ดีเหมือนกันข้าจะได้ประกาศให้ทั่วหล้ารู้ว่าเ้าพ่ายแพ้แก่ข้า ชื่อเสียงข้าจะได้ระบือไกลไปทั่วทิศ"
"หึหึ อย่าได้คิดหวังว่าเ้าจะได้ดังใจหมายพยัคเมฆา เ้ารู้หรือไม่ว่ายามนี้เ้าเผชิญอยู่กับสิ่งใด"หลิงไท่เอ่ยถามเสียงเย็น ยังมิทันจบคำเ้าเสือกระโจนเข้าใส่หลิงไท่ก่อน ทั้งสองต่างใช้กระบวนท่าที่มีเข้าฟาดฟันกันอุตลุด อี๋ซูเห็นทั้งคู่เผลอเขาจึงค่อยๆคลานออกไปยังวงเวทย์ เพื่อจะออกไปให้พ้นจากห้องนี้ ทันใดนั้นเองหลิงไท่กลับโถมเข้ามาคว้าเอวเล็กของเขาขึ้นแบกร่างเอาไว้บนบ่า อีกมือยังควงง้าวอันใหญ่เสือกแทงเข้าไปยังลำตัวของพยัคเมฆาไม่หยุด
"เหว๋อ ท่านเ้าภพปล่อยข้าเถอะ ปล่อยข้า ข้ายังไม่อยากตาย พวกท่านต่อสู้กันเองเถอะ อย่าได้ลากข้าเข้าไปเกี่ยวข้องเลยได้โปรด"อี๋ซูร้องเสียงดัง
"หุบปากของเ้าเสีย มิเช่นนั้นหัวเ้าจะลงไปกองรวมกับซากกระดูกพวกนั้น หากยังโวยวายให้ข้าได้ยินอีกอย่าหาว่าข้าไม่ปราณีต่อเ้า"หลิงไท่ตวาดเสียงดัง เขาใกลัวจนตัวสั่น ยกสองมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที สภาพของเขาช่างน่าอเนจอนาถนัก ลำตัวถูกพาดอยู่บนบ่าขนาดใหญ่หัวห้อยลงมาด้านหลังของหลิงไท่ ขาสองข้างถูกแขนแข็งแกร่งรัดเอาไว้ด้วยมือหนึ่ง ยามที่หลิงไท่ขยับตัวเข้าต่อสู้กับเสือตัวเขาเองก็ต้องโยกตามไปด้วย ให้รู้สึกวิงเวียนปั่นป่วนในช่องท้อง
"ข้าว่าท่านปล่อยข้าลงยังจะสะดวกกว่าอีก"
"หุบปาก!!"เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากหลิงไท่ อี๋ซูจึงจำต้องทนอยู่ในสภาพนั้น เขาอยากพลิกตัวกลับไปดูว่าสถานการณ์เป็เช่นไรแล้วแต่ไม่สามารถทำได้ คงนึกเดาเอาจากเสียปะทะกันเท่านั้น
"อ๊ากกกกก"เสียงเฟี้ยวดังเฉียดหูตัวเองไปทำเอาอี๋ซูใจหาย บ่าของเขาถูกเล็บคมองเสือกรีดจนเห็นไหล่ขาวมน รอยแนวยาวเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นจนเืซึมออกมา
"าเ็รึ"หลิงไท่าเหลือบตามอง สันกรามบดกันจนได้ยินชัดเจน
"ไม่เจ็บ ข้าไม่เจ็บท่านไม่ต้องกังวล หันไปมองเ้าเสือนั่นเถอะ"อี๋ซูรีบบอกเพราะกลัวหลิงไท่จะเพลี่ยงพล้ำ
"บังอาจ!เ้ารู้หรือไม่ ว่าทำผู้ใดาเ็"หลิงไท่ยามนี้โกรธจนจิตแห่งเทพาเข้าครอบงำเต็มที่ ดังนั้นหากศัตรูไม่สิ้นชีพคงมิอาจจะกลับคืนสภาพเดิม หลิงไท่ค่อยวางอี๋ซูลงบนช่องว่างขนาดพอดีตัวตรงผนังถ้ำ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ดีแล้วเขาก็ค่อยลดกายลงพื้นดิน ง้วงสีเงินเปล่งแสงบาดตาสว่างจ้า เสียงง้าวฟาดแหวกอากาศดังสนั่น อี๋ซูไม่สามารถลืมตาขึ้นมองการต่อสู้ได้เพราะแสงจากง้าวรุนแรงจนตาพร่า ไม่นานนักเสียงโหยหวนของพยัคเมฆาก็ดังขึ้น กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ อี๋ซูรับรู้ได้ว่าแสงบาดตาได้จางหายไปแล้วดังนั้นเขาจึงค่อยฝืนลืมตา แต่แล้วเขาก็ต้องใจนต้องบกมือขึ้นปิดปากตัวเองกลั้นเสียงร้อง สภาพด้านล่าง เสือร่างั์นอนจมกองเื หัวขาดจากตัวเืไหลนองเต็มพื้น ลำตัวของเสือถูกคมมีดกรีดจนเนื้อเปื่อยยุ่ย แยกแทบไม่ออกส่วนไหนคือหนังส่วนไหนคือเนื้อ หลิงไท่ดวงตาวาวโรจน์แดงจัด ใบหน้าเปื้อนหยดเืกระเซ็นไปทั่ว ถมึงทึงน่ากลัวจนอยากจะถอยห่างออกไปให้ไกล
"ลงมาได้หรือไม่"น้ำเสียงแหบแห้งเ็าเอ่ยถาม
"ดะ ได้ ข้าลงเอง ท่านไม่ต้องเข้ามา"อี๋ซูรีบตอบแต่นับว่ายากแล้ว ผนังถ้ำที่หลิงไท่นำเขามาวางไว้อยู่สูงจากพื้นดินมากมายนัก แถมยังไม่มีชะง่อนยื่นออกมาให้เขาพอได้เกาะเกี่ยวลงไปบนพื้นได้ ไม่ทันขาดคำหลิ่งไท่ก็เหินตัวเองขึ้นมายืนอยู่ด้านข้าง สอดแขนขนาดใหญ่คว้าเอวเล็กเอาไว้ กลิ่นสาบและกลิ่นเืจากเ้าเสือยังติดตามตัวของหลิงไท่ ทำให้อี๋ซูต้องเบือนหน้าหนี
"กล้าหลบตาข้ารึเด็กน้อย"
"มิได้เป็เช่นนั้น ข้าไม่ได้หลบ เพียงแต่กลิ่นสาบของเ้าเสือนั่นมันเหลือทน"หลิงไท่มองคนที่อยู่ในอ้อมแขน แววตาอ่อนแสงลง ยามนี้เทพายังไม่สลายจิตออกไปเพียงแค่เบาบางลงเท่านั้น เขาเองก็ลืมกฏที่เคยมีประจำตัวเอาไว้เสียแล้ว ยามนี้แววตาของหลิงไท่กลับเปลี่ยนไป กลิ่นกายของอี๋ซูช่างยั่วยวนหอมหวานยิ่งนัก เ้าของกลิ่นกายกลับมิรู้ตัวสักนิดว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไรอยู่ หลังจากเสร็จสิ้นการเข่นฆ่า ไม่ว่าจากการปราบปรามพวกฏ หรือหากมีสัตว์เซียนที่มีพลังมากจนมิอาจปราบได้ง่ายออกมาปั่นป่วนยังภพทั้งสาม เขาจะเป็ฝ่ายออกไปจัดการเองให้สิ้นซาก แต่หลังจากนั้นต่างหากที่เขาไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น เทพานั้นขึ้นชื่อเื่การเข่นฆ่าและกระหายเื อีกอย่างคือหลังจากนั้นเขาจะต้องผ่อนคลายด้วยการเสพสมเพื่อขจัดไอสังหารออกจากร่าง สนมสองคนเป็ผู้ทำหน้าที่นี้ พวกนางถูกคัดสรรมาอย่างดี และเป็ความชมชอบส่วนตัวของพวกนางในการปรนิบัติเช่นนี้ด้วยความเต็มใจ ความ้าที่รุนแรงและยาวนานจนกว่าเทพาจะคลายจิตจากไปบางทีถึงกับใช้เวลาข้ามวัน เื่นี้นับว่าเป็จุดบอดในชีวิตของหลิงไท่มาช้านาน ยังโชคดีนักที่สองคนสนิทซ้ายขวารู้หน้าที่ดี และปกปิดความลับนี้เอาไว้มาั้แ่เขามีชันษาได้เจ็ดหมื่นปี ครั้งนั้นองค์เหนือภพได้สั่งให้เขาไปปราบัดำที่ออกอาละวาดเข่นฆ่าผู้คน จึงได้รู้ว่าตนเองมีจิตของเทพา แล้วนี่คนในอ้อมแขนยังมิได้รู้เห็น เขาถอนหายใจเล็กน้อย
"รีบออกไปให้พ้นจากข้า"หลิงไท่เอ่ยเสียงเ็า
"อะไรนะ พวกท่านลากข้ามาถึงในนี้ แล้วกลับเสือกไสไล่ส่งข้าเช่นนี้หรือ ท่านคิดว่าข้าจะออกได้โดยง่ายหรืออย่างไรกัน"อี๋ซูตะบึงตะบอนไม่กลัวตาย ต่างกับหลิงไท่ที่พยายามอดกลั้นความหิวกระหายที่ผุดขึ้นจากภายใน หากเขาจะรวบรัดนั้นหาใช่ปัญหาใหญ่ไม่ แต่คนตรงหน้าเป็เด็กหนุ่มหน้าหยก เรือนร่างบอบบางเสียยิ่งกว่าสตรีนางใดที่เขาผ่านมาเสียอีก
"ออกไป!!"หลิงไท่ตวาดเสียงดัง อี๋ซูถึงกับใตัวแข็งท่อ สายตาเหลือบมองง้าวสีเงินด้ามยาวใหญ่ ค่อยขยับออกห่าง ดวงตาแวววามด้วยหยดน้ำตาคลอ
"ข้า..ข้ามิรุจะออกไปได้อย่างไร"อี๋ซูชี้นิ้วไปที่วงเวทย์สีแดง หลิงไท่ถอนหายใจอีกครา ใช้ฝ่ามือกางออกส่งพลังไปยังวงเวทย์เพียงชั่วครู่มันก็สลายไป
"ออกไปได้แล้วก่อนที่เ้าจะเสียใจมากกว่านี้"หลิงไท่เตือน ดวงหน้าคมดุดันบัดนี้แรากฏเหงื่อกาฬผุดขึ้น สีหน้าแสดงความเ็ปอย่างเห็นได้ชัด สันกรามถูกกัดบดกันจนเห็นสันนูน อี๋ซูลังเลที่จะจากไปเพราะความเป็ห่วง
"ไปสิรีบออกไป"หลิงไท่หันหลังใช้สองมือเท้ากับผนังถ้ำ พยายามอดกลั้นความกระหายที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นมาเรื่อยๆ เขามิได้สังเกตุคนร่างเล็ก ที่นอกจากจะมิยอมจากไปแล้วยังกลับเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมฟุ้ง ยังมิทันตั้งรับมือนุ่มแตะลงบนไหล่
"ทะ..ท่านเป็อะไรหรือไม่ ให้ข้าชะ.."หลิงไท่หันกลับมามองสบตากับดวงหน้าหวาน แววตากลับมาโชติ่อีกครั้ง สองมือหนาคว้าไหล่เล็กด้วยความรุนแรงจนปลิวมาติดกับอกหนา อี๋ซูอยากจะก้าวถอยหลังแต่สายไปเสียแล้ว