หม่าหลงเหวี่ยงหมัดกระแทกกับกำแพงจนเกิดเสียงดัง‘ปัง’
ทว่าคนทั้งสองในห้องอาบน้ำกลับทำราวกับไม่ได้ยินสิ่งใดยังคงบรรเลงบทรักอย่างเร่าร้อนต่อไปโดยที่จังหวะไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย
ใบหน้าของหม่าหลงเปลี่ยนจากเขียวเป็นม่วงและแปรเปลี่ยนเป็นดำคล้ำรอบกายของเขาดูเหมือนจะมีไอสีดำแห่งความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกมา
หลังจากชีชีกับลู่เหย่พากันพัวพันจนเหนื่อยอ่อนทั้งคู่ก็กอดก่ายกันอยู่บนเตียง “คุณว่า… ทำไมอยู่ๆหม่าหลงถึงมาที่บ้านเราล่ะคะ?”
“เพื่อนบ้านกันนี่นา มาเยี่ยมเยียนกันบ้างจะเป็นไรไป จะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ?”
ชีชีเบ้ปากบ่นอุบในใจว่าผู้ชายเซ่อซ่าคนนี้ช่างเยียวยายากจริงๆก่อนจะหลับตานอน
เช้าวันรุ่งขึ้นลู่เหย่เพิ่งจะถึงหน่วยทหารก็ได้รับภารกิจด่วนและต้องออกเดินทางทันที
เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะกลับไปแจ้งข่าวให้ภรรยาที่บ้านทราบจึงได้แต่ฝากคำผ่านหลี่ต้าเฉียงให้ช่วยไปบอกเธอแทน
ชีชียังคงออกไปยุ่งอยู่ในทุ่งนาตามปกติด้วยอานุภาพของน้ำพุวิญญาณ พืชพรรณธัญญาหารจึงเติบโตงอกงามอย่างดีเยี่ยมมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
เดิมทีเธอชอบนั่งพักบนคันนาสูดลมหายใจเอาความหอมกรุ่นของดินและกลิ่นอายของพืชพรรณเข้าไปให้เต็มปอด
ทว่าวันนี้เธอกลับรู้สึกร้อนรนใจอย่างบอกไม่ถูกจึงรีบจัดการธุระทางนี้ให้เสร็จสิ้นแล้วรีบกลับบ้าน
ระหว่างทางเธอบังเอิญเจอหลี่ต้าเฉียงเข้าพอดี“พี่สะใภ้น้อยครับ รองผู้บังคับกองพันลู่ฝากผมมาบอกพี่ว่าเขาต้องไปปฏิบัติภารกิจด่วน คงต้องไปหลายวันถึงจะกลับครับ”
“ขอบใจมากนะเฉียงจื่อ เข้าไปนั่งพักในบ้านก่อนสิ”
“ไม่เป็นไรครับผมแค่มาแจ้งข่าว ยังมีธุระอื่นต้องทำอีกพี่สะใภ้น้อยมีอะไรให้ช่วยก็เรียกได้เลยนะครับ ผมขอตัวก่อน”
“ได้สิ งั้นนายไปทำธุระเถอะ ไว้ลู่เหย่กลับมาแล้ว มาทานข้าวที่บ้านนะ”
“ได้เลยครับ!”
หลี่ต้าเฉียงมาไวไปไวราวกับสายลม
ชีชีรู้สึกใจหายวูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกบางอย่างมันว่างเปล่าแปลกๆ
เมื่อลู่เหย่ไม่อยู่บ้านเธอก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำกับข้าว คิดว่าเดี๋ยวจะเข้าไปหาอะไรกินง่ายๆในพื้นที่มิติเอา แต่แล้วเสียงเคาะประตูรั้วก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นว่าเป็นหม่าหลงคิ้วของชีชีก็มุ่นขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ “ลู่เหย่ไม่อยู่บ้านผู้บังคับกองพันหม่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ชีชี ผมมาหาคุณน่ะ ดูสิผมทำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกับปลาจะระเม็ดเหลืองทอดของโปรดที่คุณชอบมาให้รีบทานตอนร้อนๆ เถอะ”
ใบหน้าของชีชีเย็นชาลงในทันที“ผู้บังคับกองพันหม่าคะ ฉันเป็นผู้หญิงที่มีสามีแล้วและตอนนี้สามีของฉันก็ไม่อยู่บ้าน แต่คุณกลับเอาของกินมาให้แบบนี้ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูคนอื่นเข้า ชื่อเสียงของฉันจะป่นปี้ขนาดไหน? คุณไม่มีสามัญสำนึกเรื่องขอบเขตระหว่างบุคคลเลยหรือไง?”
“ชีชี ไม่ช้าก็เร็วผมจะต้องพาคุณไปจากที่นี่ให้ได้คุณไม่ต้องไปสนสายตาคนอื่นหรอก”
“ฉันเคยพูดสักคำไหมว่าจะไปกับคุณ?”
ชีชีหัวเราะออกมาด้วยความโมโหชายคนนี้คงจะป่วยหนักจนสมองเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ
“แต่เราคือสามีภรรยากันนะที่ผมยอมทนเห็นคุณใช้ชีวิตอยู่กับลู่เหย่ชั่วคราวแบบนี้มันก็ถึงขีดจำกัดของผมแล้ว”สีหน้าของหม่าหลงดูไม่ดีนักรอยยิ้มที่ฝืนปั้นแต่งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
ชีชีสูดหายใจเข้าลึกๆเพราะกลัวว่าความโกรธจะทำให้ปอดระเบิด
“ต่อให้สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงแต่นั่นมันก็เรื่องชาติที่แล้ว ตอนนี้ฉันกับลู่เหย่คือสามีภรรยากันชีวิตเรากำลังไปได้สวย คุณช่วยเลิกมาวุ่นวายกับชีวิตฉันเสียทีได้ไหม?”
“ลู่เหย่น่ะเหรอ? ชีวิตพวกคุณไปได้สวยงั้นหรือ?ชาติที่แล้วก็เป็นเขานั่นแหละที่ทำร้ายคุณแล้วยังไม่รับผิดชอบปล่อยให้คุณต้องทนกับคำครหามากมาย คุณลืมไปหมดแล้วหรือไง?”
“ใช่ค่ะ สิ่งที่คุณพูดถึงคือชาติที่แล้วซึ่งฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลยแม้แต่น้อย อีกอย่างทั้งหมดนี่คุณก็เป็นคนพูดเองฝ่ายเดียว ความน่าเชื่อถือมีแค่ไหนก็ไม่อาจพิสูจน์ได้
ฉันไม่มีทางทิ้งครอบครัวที่กำลังมีความสุขเพียงเพราะคำพูดลอยๆของคุณหรอกนะคะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายขนาดนั้น”
หม่าหลงไม่คิดว่าชีชีจะพูดเช่นนี้พลังใจที่มีอยู่พลันเหี่ยวเฉาลงทันควัน “แล้วผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อผม?”
ชีชีเหยียดยิ้มเย็น“ในเมื่อคุณรู้เรื่องราวมากมายขนาดนั้นคุณก็คงรู้นะว่าทำไมฉันกับลู่เหย่ถึงได้มาอยู่ด้วยกัน?”
“รู้สิ ก็เพราะชีหมิงเยว่วางยาพวกคุณไง”
“ในเมื่อรู้แล้ว คุณยังจะไปข้องแวะกับชีหมิงเยว่จนดูไม่ชัดเจนแบบนั้นอีกแล้วจะให้ฉันเชื่อคุณได้ยังไง?”
“ผมไม่มีทางเลือก มีแค่เธอเท่านั้นที่ช่วยผมได้”
ชีชีหรี่ตาลงเล็กน้อย“ที่เธอรีบร้อนใช้เงิน ก็เพื่อเอามาให้คุณงั้นสิ?”
“ใช่ ผมมีระบบรุ่งเรืองในวิถีราชการอยู่กับตัวมันต้องอาศัยการเติมเงินอย่างต่อเนื่องถึงจะทำให้ผมก้าวหน้าขึ้นไปได้”
“อ้อ... ที่แท้ตำแหน่งผู้บังคับกองพันของคุณก็ได้มาจากการใช้เงินซื้อนี่เอง”
“ชีชี ผมใช้ชีวิตมาสองชาติภพ ผมมองโลกนี้ได้ทะลุปรุโปร่งกว่าที่คุณเห็น
คนเราอยากจะมีชีวิตที่ดีแค่ความพยายามอย่างเดียวน่ะมันไม่พอหรอก มันต้องมีทั้งเส้นสายและโชคลาภด้วย
อย่างลู่เหย่เขาต้องเอาชีวิตเข้าแลกถึงหกปีกว่าจะได้เป็นแค่รองผู้บังคับกองพัน
แต่ผมกลับมาเพียงไม่กี่เดือนนอกจากจะช่วยครอบครัวได้แล้ว ผมยังไต่เต้ามาเป็นผู้บังคับกองพันได้
นี่แหละคือความแตกต่าง
ชีชี...มีแค่ตามผมมาเท่านั้น คุณถึงจะได้เสวยสุข”
มีวูบหนึ่งที่ชีชีอยากจะช่วงชิงระบบของเขามาเสียให้รู้แล้วรู้รอดผู้ชายคนนี้ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน
แต่ในเมื่อหม่าหลงไม่ได้มีความประสงค์ร้ายต่อเธอเธอก็ไม่จำเป็นต้องไปตัดหนทางทำกินของคนอื่น
“ผู้บังคับกองพันหม่า สิ่งที่คุณพูดมามันก็ดูมีเหตุผลดีนะคะแต่หลังจากนี้ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ฉันจะไม่ไปกับคุณ และกรุณาวางตัวให้เหมาะสมด้วย”
ชีชีปิดประตูใส่หน้าทันทีก่อนจะกลับเข้าไปในมิติเพื่อหาอะไรทาน
เวลาที่อารมณ์ไม่ดีการได้กินบาร์บีคิวคู่กับเบียร์เย็นๆ จัดว่าเป็นคู่ที่ลงตัวที่สุด
ทว่าของพวกนี้ต้องแอบกินในมิติเท่านั้นไม่อย่างนั้นกลิ่นคงตลบอบอวลไปทั่วเขตบ้านพักทหารแน่และเธอก็ยังไม่อยากทำตัวโดดเด่นเกินไปนัก
หม่าหลงยืนค้างอยู่หน้าประตูบ้านของชีชีครู่ใหญ่ก่อนจะเดินจากไปเขารู้ดีว่าตัวเองใจร้อนเกินไป
แต่ทุกคืนที่ต้องทนฟังเสียงอันไม่อาจบรรยายได้ดังแว่วมาจากบ้านข้างๆมันทำให้เขาแทบคลั่ง จนอยากจะจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นไปเสียเดี๋ยวนี้
ถึงแม้เขาจะเขี่ยลู่เหย่ออกไปได้ชั่วคราวแต่เขาก็ยังเข้าไม่ถึงใจของชีชีซ้ำยังทำให้ระยะห่างระหว่างเราสองคนยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก
เขาไม่อยากยอมแพ้และยอมแพ้ไม่ได้ด้วย
เขาเริ่มหวนกลับมาพิจารณาการกระทำของตัวเองตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ว่ามีสิ่งใดที่ทำให้ชีชีรู้สึกรังเกียจ
“ชาติที่แล้ว เราสองคนรักกันตั้งแต่แรกเห็นชีชีแค่มองหน้าผมครั้งเดียวก็หลงรักแล้ว
แต่ชาตินี้ไม่เพียงแต่จะได้เจอกันหลายครั้งแถมรูปลักษณ์ภายนอกของผมยังดูดีกว่าชาติก่อนตั้งเยอะเธอควรจะยิ่งชอบผมมากกว่าเดิมสิ”
หม่าหลงไม่มีกะจิตกะใจจะทานข้าวเขาเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง พลางพึมพำกับตัวเองไม่หยุด
“ชีหมิงเยว่... ต้องเป็นเพราะชีหมิงเยว่แน่ๆ
ชีชีเกลียดชีหมิงเยว่ที่สุดพอเห็นผมใกล้ชิดกับยัยนั่น ชีชีก็เลยโกรธ เธอไม่ได้ไม่ชอบผมหรอกมันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ”
เมื่อคิดว่าหาต้นตอของปัญหาเจอแล้วหม่าหลงก็กลับมามีกำลังใจอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องสลดลงตามเดิม
เขาเป็นคนกลับมาเกิดใหม่ตามหลักแล้วควรจะมีช่องทางหาเงินมากมาย
แต่ตอนแรกเขาถูกกักตัวอยู่ในคอกวัวไม่มีอิสระแม้แต่น้อย ถ้าไม่ได้ชีหมิงเยว่เขาคงอดตายไปแล้ว
และตอนนี้เขายังอยู่ในกองทัพซึ่งไม่อนุญาตให้เข้าออกตามใจชอบ
หากถูกจับได้ละก็การถูกลงโทษทางวินัยยังถือว่าเป็นเรื่องเล็กแต่ถ้าเรื่องใหญ่ขึ้นมาอาจถึงขั้นต้องขึ้นศาลทหาร
ทว่าเงินเดือนจากการเป็นทหารนั้นมีจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการของระบบเลยแม้แต่น้อย
หนทางหาเงินเพียงอย่างเดียวคือต้องทำแบบลู่เหย่คือการรับภารกิจเสี่ยงตายเพื่อเอาความดีความชอบแลกรางวัล
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นยอดเงินรางวัลก็ไม่ได้สูงมากนัก
ซ้ำยังมีความเสี่ยงสูงมากดีไม่ดีอาจจะไม่ได้กลับมาแบบมีลมหายใจ
หม่าหลงลังเลอยู่นานในที่สุดเขาก็เลือกที่จะไม่เอาชีวิตไปเสี่ยง
การได้นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการกองพลอย่างมั่นคงย่อมดีกว่าการต้องมาเจ็บตัวไปทั้งร่างไม่ใช่หรือ?
เขาจะยังทิ้งชีหมิงเยว่ไม่ได้ในตอนนี้แต่ว่าจะไม่ยอมให้เธอมาหาที่บ้านอีกแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นชีชีจะโกรธ
ความจริงที่เขาให้ชีหมิงเยว่มาหาเมื่อก่อนหน้านี้ก็เพื่ออยากลองหยั่งเชิงดูท่าทีของชีชี
แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะพลาดพลั้งจนกู้กลับมายากขนาดนี้ซึ่งนั่นทำให้เขาหัวเสียไม่น้อย
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงนี่พอมาอยู่รวมกันแล้วไม่มีวันสงบสุขจริงๆ
ศึกชิงรักหักสวาทนี่แหละคือสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดบนโลกนี้และความโหดร้ายของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสงครามโลกเลย
“ประมาทไปแล้วสิเรา”