ดวงตะวันคล้อยต่ำลงทุกที ทางข้างหน้าที่เหยียบย่างอาบย้อมไปด้วยแสงสีส้มจนตอนนี้ก็ยังไร้ซึ่งวี่แววของคนที่ตามหา อันจื่อเทาเค้นสมองคิดหาสถานที่ที่เ้าเด็กเกรียนน่าจะไป แต่ต่อให้คิดกี่ตลบก็มีเพียงที่เดียวเท่านั้นที่ฉายชัดขึ้นในหัว
"เ้าแน่ใจรึว่าจะไปที่นั้นจริงๆ?"หลัวสุ่ยิผู้ติดสอยห้อยตามมาออกปากถามเมื่อสถานที่ที่อี้หย่งเพ่ยซานให้พาไป มันค่อนข้างจะ.....ไม่น่าย่างกายเข้าไปเสียเท่าไหร่ หลี่ซูเซียนกับหลัวผู่เยว่จะไปที่แห่งนั้นจริงน่ะหรือ?
"นอกจากที่นั้นข้าก็คิดไม่ออกแล้วว่าภรรยาเ้าจะไปที่ใด"มือเรียวคลึงหว่างคิ้วด้วยคิดหาที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ใช่ว่าตนจะสนิทสนมถึงขั้นรู้ใจเ้าเด็กเกรียนนั่นเสียที่ไหน แค่ลองเดาจากนิสัยสถานที่แรกและที่เดียวที่แวบเข้ามาในหัวก็มีแค่หอนางโลมเท่านั้น
หลัวสุ่ยินิ่งไป ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววขบคิดอีกสักพักก็เปลี่ยนเป็ไม่แน่ใจคล้ายกำลังสงสัยบางสิ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามในที่สุด "คงไม่ใช่ว่าเ้า.....จะอยากไปเองกระมัง?"
"เพ้อเจ้อ"อันจื่อเทาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ หลัวสุ่ยิคล้ายยังแคลงใจแต่ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ จะว่ายังไงดี อย่างน้อยๆอี้หย่งเพ่ยซานก็นับว่าเป็บุรุษคนหนึ่ง แม้ใบหน้าจะเอนไปทางงดงามแต่บางมุมก็ดูหล่อเหลาไม่น้อย รูปร่างก็จัดว่าผ่าเผยไม่ออกไปทางบอบบางเช่นแต่ก่อนแล้ว ่นี้เ้าตัวหันมาฝึกวรยุทธยิ่งทำให้รูปร่างดูกำยำสมชายชาตรีขึ้นเป็กอง หากอี้หย่งเพ่ยซานอยากจะลองเปลี่ยนรสนิยมหันไปชมชอบสตรีขึ้นมาไม่ว่าเป็เื่แปลกอันใดเลย
คิดมาถึงตรงนี้พลันเกิดความไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกไม่ยินยอมขึ้นมาทั้งที่หากคุณชายตะกูลอี้หย่งผู้นี้จะชมชอบบุรุษหรือสตรีย่อมไม่เกี่ยวกับตัวเองแท้ๆ
สุดท้ายเมื่อจนปัญญาจะนึกออก หรือจะเรียกว่าี้เีจะนึกดี อันจื่อเทาจึงเสนอให้หลัวสุ่ยิไปถามไถ่คนแถวนี้ดู คุณชายใหญ่สกุลหลัวเห็นด้วยกับความคิดนี้พอสมควรเพราะหากไปตามที่ที่อี้หย่งเพ่ยซานบอกนอกจะไม่ได้อะไรแล้วคงมีเื่ยุ่งยากตามมาทีหลังแน่
โชคดีหลี่ซูเซียนเป็ที่รู้จักของคนหมู่มาก ถามไถ่ไม่กี่คนก็ได้ข้อมูลมากพอให้หลัวสุ่ยิแกะรอยตามได้ ทว่าที่เห็นล่าสุดจวบจนแกะรอยตามกลับลึกและเปลี่ยวเกินกว่าสตรีสองคนจะคิดไปได้ ผนวกกับสิ่งที่ชาวบ้านแถวนั้นบอกมาความเป็ไปได้เดียวก็คือถูกบังคับไปและคนที่ทำเช่นนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
"เ้าชั่วช้านั่น....."ฟันคมขบกันจนเกิดเสียง เหตุการณ์นี้มันควรเกิดขึ้นั้แ่หลายเดือนที่แล้วมิใช่หรือ ประมาทเกินไปจริงๆ!
"อี้หย่งเพ่ยซาน"มือหนาแตะบ่าเล็กเพื่อให้อีกคนใจเย็นลง ไม่อาจรู้ได้เลยว่าภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งนั่นกำลังซ่อนความรู้สึกใดเอาไว้ แต่สิ่งที่เด่นชัดคือคุณชายผู้นี้ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แม้เขาทั้งสองจะยืนอยู่หน้ากระท่อมกลางป่า ท่ามกลางความมืดมิดของแสงจันทร์นำทางกับคบไฟหน้ากระท่อมและชายร่างใหญ่สองคนเฝ้าอยู่ทางเข้า
"หุบปาก"น้ำเสียงนิ่งเรียบยากคาดเดาทำให้หลัวสุ่ยินึกกลัวใจคนผู้นี้อาจลงมือทำสิ่งใดโดยขาดความยั้งคิด หากเป็เช่นนั้นไม่ดีแน่ คนพวกนี้ดูก็รู้ว่าเป็อัธพาล อี้หย่งเพ่ยซานแม้จะเป็วรยุทธแต่ก็เพียงเริ่มฝึกไม่เคยได้ใช้จริงสักครั้ง ถึงจะพอสู้ได้แต่ในกระท่อมแห่งนั้นคงไม่ได้มีแค่พวกมันสองคน หากข้าฝึกวรยุทธได้เหมือนเ้าน้องน่าชังนั้นก็คง.....
"เ้ามิควรวู่วาม ในนั้นมีกี่คนก็ไม่อาจทราบ เราควรวางแผ-"
"กรี๊ดดดดดด!!!!!!!"
"ไอ้พวกเหี้ยยยยย!!!"
เสียงที่ดังออกมาเหมือนมีดเล่มคมตัดเส้นความอดทนสุดท้ายของอันจื่อเทาไปหมดสิ้น ชัดเจนแล้วว่าด้านในเกิดสิ่งใดขึ้น ร่างโปร่งก้าวอาดๆไปยังเป้าหมายไร้ซึ่งความกริ่นเกรงใดๆ ยามชายฉกรรจ์ร่างใหญ่รับรู้ถึงการมาของผู้มาใหม่เส้นหลอดลมของมันทั้งสองก็ได้ขาดออกจากกันแล้วโดยที่เ้าของมันยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
"!!"ภาพคนตายต่อหน้าต่อตาสร้างความใให้กับคุณชายใหญสกุลหลัวไม่น้อย แต่เหนือสิ่งใดคือผู้กระทำยังคงไว้ซึ่งความเฉยชาไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดคล้ายกับเป็เื่ชินชาที่เคยประสบมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ประตูตรงหน้าถูกเปิดด้วยฝ่าเท้าของคุณชายรองสกุลอี้หย่ง ทุกอย่างในนั้นหยุดชะงักหันมองผู้มาใหม่ อันจื่อเทาขบกรามเมื่อภาพอันโสมมด้านในปรากฏสู่สายตา หลัวผู่เยว่นอนราบกับพื้นร่างกายเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอกฟกช้ำ ้ามีร่างใหญ่บัดซบขึ้นคล่อมไว้ รอบกายรายล้อมไปด้วยบุรุษอาภรณ์หลุดรุ่ย ถัดไปไม่ไกลเป็หลัวซั่งชิ่งที่กำลังคล่อมอยู่บนกายหลี่ซูเซียน แม้เสื้อผ้าจะยังอยู่ครบแต่มันช่างหลุดรุ่ยจวนเจียนจะขาดเต็มที
มือขาวกระชับมืดในมือแน่นก่อนซัดไปปักลงกลางอกของคนที่กำลังคล่อมหลัวผู่เยว่ ร่างใหญ่ล้มดึงดิ้นทุรนทุรายสุดท้ายก็แน่นิ่งไปในที่สุด
ทุกสิ่งตกอยู่ในความตื่นตะลึง หลัวผู่เยว่กรี๊ดร้องลั่นไม่หยุดคล้ายคนสติแตก หลี่ซูเซียนอาศัยจังหวะที่ทุกคนให้ความสนใจกับเหตุการณ์ด้านหน้าถีบหลัวซั่วชิ่งที่คล่อมอยู่บนร่างให้พ้นตัว จากนั้นกึ่งวิ่งกึ่งคลานเข้าหาหลัวผู่เยว่ถอดอาภรตัวนอกที่ยับเยินขาดวิ่นคลุมร่างเปลื่อยเปล่าเอาไว้แล้วกอดแนบอกอย่าง้าปลอบประโลมหญิงสาวที่ขวัญหนีดีฝ่อให้สงบลง
"เฮีย ไอ้พวกระยำมัน!"
"พาหลัวผู่เยว่ออกไป"สิ่งที่้าจะสื่ออันจื่อเทารับรู้ได้โดยไม่ต้องบอก หลี่ซูเซียนเห็นเช่นนั้นได้แต่สะกดกลั้นความรู้สึกมากมายในอกไว้ประคองสตรีที่กำลังเสียขวัญออกจากสถานที่โหดร้ายแห่งนี้โดยเร็วที่สุด
"คิดว่าเ้าเป็ใครกล้ามาขัดขวางความสำราญของข้า!"หลัวซั่วชิ่งตวาดลั่นสั่งลูกน้องให้สะกัดไว้ไม้ให้ใครออกไปได้
"แล้วเ้าคิดว่าเ้าเป็ใครถึงกล้าทำเื่เสื่อมเสียให้กับสกุลหลัวเช่นนี้!"การปรากฎตัวของหลัวสุ่ยิสร้างความตื่นตระหนกให้หลัวซั่วชิ่งเป็อย่างมาก ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครกล้าผ่านไปเช่นกัน คุณชายสามสกุลหลัวลนลานไม่คิดว่าหลัวสุ่ยิจะมายังที่แห่งนี้ บัดซบ!วันนี้ของทุกเดือนพี่ใหญ่ต้องไปช่วยงานท่านพ่อที่ร้านมิใช่รึ เหตุใดถึงมาที่นี้ได้
"พี่ใหญ่ ขะ ข้า ข้า....."
"คุณชายท่านจะกลัวสิ่งใด หากปิดปากเขาเสียไม่เพียงเื่ในวันนี้ไม่แพร่งพรายออกไป แม้แต่ตำแหน่งผู้นำตะกูลจะเป็ใครได้หากมิใช่ท่าน"ในระหว่างที่หลัวซั่วชิ่งเกิดความตื่นตระหนก วาจาสหายอัธพาลพลันกระตุ้นความโลภในใจชี้ทางในสิ่งที่เ้าตัวปรารถนาที่สุด ใช่ หากไม่มีพี่ใหญ่ ท่านพ่อที่ไม่เคยใยดีเ้าลูกนอกคอกไม่มีวันยกสิ่งใดๆของตะกูลให้ใครได้นอกจากเขาเพียงผู้เดียว ตำแหน่งผู้นำตะกูลและอีกมากมายต้องตกเป็ของหลัวซั่วชิ่งเพียงผู้เดียวจริงดังว่า
"เหอะ เ้าฝันอยู่หรือ"ความโลภแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนจนคนมองนึกขัน "คนอย่างเ้าหรือจะขึ้นเป็ผู้นำตระกูลหลัว? ต่อให้ไม่มีข้าท่านพ่อก็ไม่มีวันยกตระกูลให้ไปอยู่ในมือขยะเช่นเ้าหรอก"
"หุบปาก!หุบปากของเ้าไป!"ความจริงที่ไม่อาจยอมรับตีแสกหน้าสร้างความอับอายระคนโกรธแค้นให้หลัวซั่วชิ่งไม่น้อย เมื่อความโลภบังตาโทสะบดบังปัญญาอันน้อยนิดหลัวซั่วชิ่งหรือจะคิดอ่านทำสิ่งใดได้นอกจากการกระทำอันสิ้นคิด "หากไม่มีเ้าแล้วท่านพ่อต้องยกทุกอย่างให้ข้า! โหลยโท่ย ฆ่าพวกมันให้หมด!ฆ่ามันทุกคน!!"
สิ้นคำเหมือนดั่งเปิดกรงสุนัข อัธพาลกว่าสิบคนเหมือนจะลืมไปชั่วขณะว่าก่อนหน้าเกิดสิ่งใดขึ้นตีวงล้อมพร้อมอาวุธครบมือหมายปิดชีพตามคำสั่ง
หลัวสุ่ยิก้าวไปยืนบังอันจื่อเทาในหัวคิดหาวิธีจัดการกับขยะพวกนี้ด้วยความรวดเร็ว แม้จะไม่เชียวชาญการต่อสูู้แต่หลัวสุ่ยิมั่นใจว่าตนเองสามารถจัดการเหตุการณ์ขับขันตรงหน้าได้และพาคนด้านหลังกลับไปได้อย่างปลอดภัย
ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือตามแผนที่วางไว้ในหัวมือขาวของคนด้านหลังได้ผลักเขาไปอีกทางพร้อมกับคำว่า "เกะกะจริง!" ก่อนเ้าตัวจะเข้าปะทะ รวดเร็วจนมองไม่ทัน เห็นเพียงอัธพาลร่างใหญ่ทยอยล้มลงทีละคนพร้อมกับเืทะลักออกจากาแที่ต่างกัน แต่ทุกาแนั้นล้วนถึงชีวิต
พวกพ้องที่ทยอยล้มลงทีละคนสร้างความหวาดกลัวให้คนมอง หลัวซั่วชิ่งเข่าอ่อนแตกตื่นจนไม่สามารถทำสิ่งใดได้ต่างจากหัวหน้าอันธพาลนามโหลยโท่ยที่ยังพอมีสติอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหนีออกไปโดยไม่สนใจพวกพ้อง
"หึ!"อันจื่อเทาเค้นยิ้มสองขาย่างก้าวอย่างมั่นคงเข้าหาต้นเหตุของเื่วุ่นวายทั้งหมด หลัวซั่วชิ่งตัวสั่นงันงกสบถวาจาหยาบคายอย่างคนสติแตกทั้งยังมีความคิดโง่ๆในหัวว่าคนตรงหน้าไม่กล้าทำอะไรตนเองแน่เพราะหากตนเป็อะไรไปท่านพ่อไม่ปล่อยไว้เป็แน่ พี่ใหญ่ถึงจะไม่พอใจแต่ยังไงก็ยังเป็พี่ไม่มีทางที่จะให้ใครทำร้ายน้องชายอย่างตนแน่ เพียงข่มขู่ให้หวาดกลัวเท่านั้น
"เ้าบุรุษตัดแขนเสื้อหน้าไม่อาย! หากเ้ากล้าทำข้ามีแผลแม้แต่รอยขีดข่วนท่านพ่อไม่เอาเ้าไว้แน่!"
"หึ มาดูกันว่าข้าจะกรีดเ้ากี่แผล"ความเยือกเย็นที่ส่งผ่านออกมาทางวาจาพัดพาความมั่นใจในคราแรกให้ปลิวหายไปหมดสิ้น หลัวซั่วชิ่งสั่นเทิ่มขึ้นมาอีกครั้งคิดจะเอ่ยปากขอชีวิตก็ไม่สามารถทำได้อีกแล้ว
"อ๊ากกกก!!!!"เืสดๆพร้อมเศษเนื้อสาดกระเซ็น เสียงโหยหวนที่ดังออกจากร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุรายไม่ได้ทำให้อันจื่อเทาคิดจะหยุดการกระทำ ฝ่าเท้ายกเหยียบอกเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวก่อนวัตถุแวววาวสะท้อนแสงไฟจะปักลงยังไหล่ทะลุปักลงพื้นเพื่อหยุดการดิ้นรนลงชั่วคราว
"รนหาที่"จบคำมืดอีกสั้นอีกเล่มก็ถูกดึงออกจากรองเท้าเฉือนอาภรณ์ส่วนล่างของคนบนพื้น ไม่ต้องรอให้สงสัยนานวัตถุคมกริบได้สบั้นเ้าสิ่งโสมมที่ทำให้หลัวผู่เยว่ตกในสภาพน่าอนาถขาดออกจากกัน เสียงกรีดร้องแห่งความเ็ปยังคงสะท้อนก้องเมื่อยามของมีคมไล่ตัดเส้นเอ็นทีละเส้นอย่างใจเย็น ไร้ซึ่งความเมตตาและเห็นใจใดๆมีเพียงคำว่าสมควรแล้วหลุดออกมาจากปากผู้กระทำ
"เกิดอะไรขึ้น!"ร่างใหญ่ของอัธพาลที่วิ่งออกไปถูกโยนกลับเข้ามาพร้อมกับหลัวเจิ้งเหยียนก้าวตามเข้ามาก่อนจะชะงักอยู่ทางเข้าเมื่อเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเต็มตา ไม่ต่างจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ั้แ่ต้นที่มองการกระทำอันโเี้ด้วยร่างกายแข็งทื่อไม่สามารถเข้าไปห้ามหรือออกจากตรงนี้ได้อีก
"เพ่ยซาน เ้า...."
************************