วันถัดมาหนิงลู่ซือฝากให้หลินจูกับเว่ยสงดูแลงานทางนี้ ส่วนนางกับน้องสาวจะขึ้นเขา ในตอนแรกหลินจูก็ห้ามอยู่หรอก แต่หนิงลู่ซือบอกว่านางเบื่อถ้าจะให้นางอยู่เฉยๆ เช่นเมื่อวาน สุดท้ายหลินจูก็ต้องยอมให้สองพี่น้องขึ้นเขา
สองพี่น้องไม่รอช้ารีบขึ้นเขาทันที ไม่พลาดที่จะพาต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าไปด้วย เพราะถ้าเอาไว้ที่บ้านชาวบ้านคงใจไม่ดีแน่ๆ ที่มีลูกเสือเดินไปเดินมาภายในบริเวณบ้านอย่างสบายใจเช่นนี้ ในใจของหนิงลู่ซือได้แต่ภาวนาว่าขอให้เจอสมุนไพรล้ำค่าที่จะเป็ต้นทุนให้นางได้ในอนาคต
ระหว่างทางก็เจอสมุนไพรทั่วไป 2-3 ชนิดนางก็เก็บใส่ตะกร้า เดินมาถึงต้นซานจากับผิงกั่ว ก็นึกขึ้นได้ว่า่นี้ไม่ได้ขึ้นเขามาเก็บเลย หนิงลู่ซือไม่รอช้ากวักมือเรียกน้องสาวมาช่วยเก็บด้วย วันนี้นางจะทำถังหูลู่ในเด็กๆ ในหมู่บ้านกิน
“พี่ใหญ่ท่านดูเห็ดนี้สิเ้าคะ ทั้งดอกใหญ่ ทั้งสีแดงเลยเ้าค่ะ” หนิงลี่อินชี้ไปยังเห็ดที่อยู่ในปากของเสี่ยวเป่า
“ไหนๆ” หนิงลู่ซือได้ยินลักษณะของเห็ดแล้วก็รีบเดินมาดูด้วยความตื่นเต้น เมื่อไปถึงนางเกือบจะเป็ลมเสียให้ได้ นี่ นี่มัน ‘เห็ดหลินจือแดง’ ที่สำคัญดอกใหญ่มากอีกด้วย
“เสี่ยวเป่า เ้าไปเอามาจากที่ใดพาพี่ใหญ่ไปเดี๋ยวนี้” เสี่ยวเป่าไม่รอช้ารีบเดินนำสองพี่น้องไปยังจุดที่มันคาบเห็ดมา ซึ่งมีต้าเป่ายืนคอยอยู่ก่อนแล้ว เมื่อมาถึงจุดหมายหนิงลี่อินแทบจะเป็ลมเพราะมีเห็ดหลินจือแดงไม่ต่ำกว่า 10 ดอก และดอกเล็กๆ อีกหลายดอก
“พี่ใหญ่ตรงนี้ก็มีต้นคล้ายๆ โสมคนด้วยเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือหันไปมองน้องสาวที่ยืนชี้บางอย่างอยู่ไม่ไกล เมื่อนางเดินไปดูก็พบกับต้นโสมคนจริงๆ ด้วย ก้อนเงินอวบๆ ของข้า!
“อาอินเ้านั่งให้กำลังใจพี่ใหญ่อยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะเก็บพวกนี้เอง เราจะมีเงินสร้างบ้านแล้ว ต้าเป่า เสี่ยวเป่า ข้าจะจัดเนื้อชุดใหญ่ให้พวกเ้า!” หนิงลู่ซือหยิบผ้ามาปูให้น้องสาวนั่งรอใต้ต้นไม้ มีลูกสมุนนอนกระดิกหางอย่างสบายใจ ส่วนนางลงมือเก็บโสมคนและเห็ดหลินจือด้วยความระมัดระวัง ขายรอบนี้นางคงมีต้นทุนในการสร้างบ้านและสร้างกิจการของตนเองแล้ว
“อาอินเดี๋ยวเราลงเขาแล้วเตรียมตัวไปร้านท่านลุงเจากัน” ตอนนี้หนิงลู่ซือจัดการกับขุมทรัพย์หมดแล้ว และจะเอาขุมทรัพย์พวกนี้ไปแลกเป็เงินก้อนเงินอวบๆ
“เ้าค่ะพี่ใหญ่ แล้วซานจากับผิงกั่ว พี่ใหญ่จะเอาไปขายด้วยหรือไม่เ้าคะ” เพราะเก็บผิงกั่วและซานจาได้แค่ 1 ตะกร้าเท่านั้น ถ้าจะนำไปขายคงขายได้ไม่เยอะ ต้องเก็บให้ได้เยอะกว่านี้เสียก่อนจึงจะนำไปขายได้
“ไม่ๆ วันนี้พี่ใหญ่จะทำถังหูลู่ให้เ้าและเด็กๆ ในหมู่บ้านกินดีหรือไม่” นางกล่าวกับน้องสาว
“ดีเ้าค่ะ” หนิงลี่อินกล่าวตอบ ทั้งยิ้มดีใจ
เดินมาถึงบ้านหนิงลู่ซือบอกให้หนิงลี่อินอาบน้ำแต่งตัว ส่วนนางเข้าครัวไปหาท่านป้าหลิน
“มาแล้วเหรออาซือ” หลินจูที่กำลังทำมื้อเที่ยงอยู่ร้องทักเมื่อเห็นหญิงสาวเ้าของบ้านเดินเข้ามาในครัว
“เ้าค่ะท่านป้า เดี๋ยวข้าจะเข้าไปในเมือง ไม่ทราบท่านป้าจะเอาอะไรเพิ่มอีกหรือไม่เ้าคะ”
“ในครัวไม่มีสิ่งใดขาดหรอก”
“เ้าค่ะ ท่านป้าเ้าคะ ข้าขึ้นเขาแล้วเก็บผิงกั่วกับซานจามา เดี๋ยวท่านป้าช่วยแบ่งคนจากงานส่วนแผ้วถาง มาช่วยจัดการล้างและหั่นให้ข้าหน่อยนะเ้าคะ แล้วก็จัดคนเหลาไม้เสียบและเสียบให้ข้าด้วยเ้าค่ะ เดี๋ยวส่วนที่เหลือข้าจะมาจัดการเอง” หนิงลู่ซืออธิบายและลงมือทำให้ทุกคนดู
“ได้ๆ เดี๋ยวป้าจะให้คนจัดการให้ เ้ารีบเข้าเมืองเถิด”
“ข้าฝากด้วยนะเ้าคะท่านป้า”
ออกจากครัวก็เห็นน้องสาวใส่ชุดสีม่วงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว หนิงลู่ซือจึงรีบเข้าไปจัดการตนเอง เสร็จเรียบร้อยก็เดินทางเข้าเมืองทันที คราวนี้เ้าต้าเป่ากับเสี่ยวได้เข้าเมืองไปด้วย ซึ่งนางจัดการให้เ้าตัวป่วนอยู่ในตะกร้าไม่อนุญาตให้ออกมาข้างนอกโดยเด็ดขาด ทั้ง 2 เป่าดีใจมากที่พวกมันจะได้เข้าไปเที่ยวเล่นในเมือง เมื่อไม่สามารถออกจากตะกร้าได้งั้นก็โผล่หัวน้อยๆ ออกมามองดูสิ่งรอบตัวแทนก็แล้วกัน
“สวัสดีเสี่ยวเอ้อร์เ้าค่ะ” หนิงลู่ซือทักทายเสี่ยวเอ้อร์ที่มักจะพบกันเป็ประจำเวลาที่นางมาที่ร้านของท่านลุงเจา
“คารวะแม่นางซือขอรับ”
“เ้าค่ะ วันนี้ท่านลุงเจาอยู่หรือไม่เ้าคะ”
“อยู่ขอรับ เชิญแม่นางหนิงที่ห้องเดิมได้เลยขอรับ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ นี่ซานจากับผิงกั่วข้านำมาฝากทุกคนในร้านเอาไปแบ่งกันกินนะเ้าคะ” นางยื่นซานจากับผิงกั่วที่นำมาฝากไปตรงหน้าเสี่ยวเอ้อร์
“ขอบคุณแม่นางหนิงมากขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูดจบหนิงลู่ซือก็จูงมือน้องสาวไปยังห้องที่คุ้นเคย ส่วนต้าเป่ากับเสี่ยวเป่า โดนสั่งให้อยู่ในตะกร้าไม่อนุญาตให้ออกมาเผยโฉมเด็ดขาด เพราะนางไม่้าให้คนที่นี่แตกตื่น
“คารวะท่านลุงเจาเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือ
“คารวะท่านลุงเจาเ้าค่ะ” หนิงลี่อิน
“ไอหยา พวกเ้ามาแล้ว” เจาเจ๋อเห็นสองพี่น้องก็ออกอาการดีใจจนปิดไม่มิด คราวก่อนที่สองพี่น้องเอาโสมคนมาขายทำกำไรให้เขาไม่น้อย ไม่แน่วันนี้พวกนางอาจเอาโชคมาให้เขาอีกก็เป็ได้
“วันนี้ข้ามีสมุนไพรมาขายอีกเช่นเคยเ้าคะ แต่ท่านลุงเจาต้องรับปากก่อนว่าจะไม่เป็ลมอีก” หนิงลู่ซือกล่าวบอกชายชราเ้าของร้าน
เจาเจ๋อได้ยินเช่นนั้นก็คิดไปแล้วว่าสมุนไพรวันนี้ต้องเป็สมุนไพรชั้นดีแน่ๆ “ลุงรับปากเ้า” เขาตื่นเต้นจนนั่งไม่ติด ตาก็คอยมองสองพี่น้องตลอดเวลา หนิงลู่ซือเป็คนหยิบโสมคนต้นใหญ่ๆ ถึง 4 ต้นออกมา ส่วนหนิงลี่อินหยิบเห็ดหลินจือแดงดอกใหญ่ออกมาอีก 5 ดอก
เจาเจ๋อต้องใช้มือทั้ง 2 ข้าง ค้ำกับโต๊ะเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้ม สองพี่น้องตระกูลหนิงต้องเป็ลูกรัก์แน่ๆ
“พวกเ้าช่างเป็ลูกรัก์เสียจริง” ปากกล่าวเช่นนั้น แต่มือเอื้อมไปลูบสมุนไพรล้ำค่าทั้งสองชนิดอย่างหวงแหน “โสมคนทั้ง 4 ต้นน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ข้าให้เท่ากับคราวที่แล้วคือ ต้นละ 100,000 ตำลึง ส่วนเห็ดหลินจือ 5 ต้นอายุก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 1,000 ปี ข้าให้ดอกละ 100,000 ตำลึงเช่นกัน ทั้งหมดรวมเป็ 900,000 ตำลึง ข้าจะให้คนเอาตั๋วแลกเงินมาให้” ไม่นานเสี่ยวเอ้อร์ก็เอาตั๋วแลกเงินมาให้เจาเจ๋อ
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านลุงเจา” หนิงลู่ซือยื่นมือที่สั่นน้อยๆ ไปรับตั๋วแลกเงิน วันนี้ขายสมุนไพรได้มากถึง 900,000 ตำลึง รวมกับครั้งก่อนอีก ตอนนี้นางมีเงินมากกว่า 1,000,000 ตำลึงแล้ว!
“ถ้ามีอีกก็เอามาขายอีกเล่า เข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะ อาอินเอาซานจากับผิงกั่วมาให้ท่านลุงเจาเร็วเข้า” หนิงลู่ซือหันไปบอกคนข้างๆ ที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา
“เ้าค่ะพี่ใหญ่” ตอบพี่สาวของตนแล้วก็ก้มลงหยิบของบางอย่างในตะกร้า “นี่เ้าค่ะท่านลุงเจา ซานจากับผิงกั่วเ้าค่ะ”
“ขอบใจพวกเ้ามากนะ”
“เช่นนั้นข้าขอตัวลาก่อนนะเ้าคะท่านลุงเจา”
“ได้ๆ เดินทางกันดีๆละ”
“เ้าค่ะ” หนิงลู่ซือ
“ลาเ้าค่ะท่านลุง”
หลังออกจากร้านของเจาเจ๋อสองพี่น้องตระกูลหนิงก็เดินไปที่โรรับงฝากเงิน เสร็จจากโรงรับฝากเงินก็ไปยังร้านรับเหมาก่อสร้าง ถึงเวลาที่นางจะสร้างบ้านแล้ว!!
“สวัสดีเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือเห็นบุรุษยืนอยู่หน้าร้านจึงเข้าไปทักทาย
“แม่นางมีธุระอันใดหรือไม่ขอรับ”
“ข้าจะมาว่าจ้างไปให้สร้างบ้านเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าข้าสามารถพูดคุยกับใครได้บ้างเ้าคะ”
“ท่านสามารถคุยกับนายท่านได้เลยขอรับ เชิญแม่นางทางนี้ขอรับ” หนิงลู่ซือเดินตามไปยังโต๊ะด้านในร้าน หลังโต๊ะมีชายอายุน่าจะใกล้ 50 ปีนั่งอยู่
“คารวะเถ้าแก่เ้าค่ะ”
“ข้าฮุ่ยเหอเป็เ้าของร้านนี้ขอรับ” ฮุ่ยเหอ เ้าของร้านรับเหมาก่อสร้างกล่าวทักทายแม่นางน้อย ด้านข้างมีเด็กหญิงหน้าตาน่ารักในชุดสีม่วงยืนอยู่ด้วย
“ข้าหนิงลู่ซือ นี่น้องสาวข้าหนิงลี่อินเ้าค่ะ ข้า้าจะสร้างบ้ากติแล้วบ้านหลังหนึ่งท่านคิดราคาเท่าใดเ้าคะ”
“บ้านแต่ละหลังราคาจะไม่เท่ากันขอรับ ชึ้นอยู่กับขนาด วัสดุ และความซับซ้อนของการสร้างขอรับ ไม่ทราบแม่นางหนิงอยากได้บ้านแบบใดขอรับ”
“ข้าขอกระดาษกับหมึกได้หรือไม่เ้าคะ เดี๋ยวข้าจะวาดให้ท่านดู” หนิงลู่ซือขอ ฮุ่ยเหอก็ยื่นของที่นาง้าให้
เมื่อได้ของมาแล้ว หนิงลู่ซือก็ลงมือวาดแบบบ้าน และโรงเพาะที่จะใช้ในการเพาะปลูกสมุนไพร ความตั้งใจแรกนางอยากสร้างบ้านหลังใหญ่แต่เมื่อคิดดูแล้ว บ้านหลังใหญ่แต่ถ้าอยู่ 2 คนก็ออกจะดูเหงาๆ เกินไปหน่อย สุดท้ายนางก็วาดแบบบ้านที่เรียกกันว่าแนวมินิมอล มี 3 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องอาบน้ำ 1 ห้องส้วม ที่แยกออกจากกัน ข้างบ้านทางฝั่งขวาหนิงลู่ซือวาดโรงเพาะจำนวน 10 โรง
“นี่เ้าค่ะ แบบบ้านและโรงเพาะที่ข้า้า เถ้าแก่บอกราคาแก่ข้าได้เลยเ้าค่ะ” ฮุ่ยเหอรับแบบบ้านและโรงเพาะมาดู สวยงามมาก! เขาไม่เคยเห็นบ้านแบบนี้มาก่อนเลย เขาอยากซื้อแบบบ้านนี้เสียแล้ว “จริงสิ ไม่ทราบว่าที่ร้านของท่านรับทำพวกโต๊ะ เตียง ไหมเ้าค่ะ”
“รับๆ” ฮุ่ยเหอตอบโดยไม่เงยหน้ามองคนถามด้วยซ้ำ เขากำลังพิจารณาบ้านและโรงเพาะที่อยู่ในแผ่นกระดาษด้วยความสนใจ
หนิงลู่ซือไม่ได้สนใจท่าทางนั้น นางหยิบพู่กันมาวาด โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า แล้วยื่นให้ฮุ่ยเหออีกครั้ง
“ข้าอยากได้ของพวกนี้ด้วยเ้าคะ กองนี้้า 1 ชุด ส่วนกองนี้้าอย่างละ 3 ชุดเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือยื่นกองกระดาษไปตรงหน้าฮุ่ยเหอ กองแรกจะเป็ โต๊ะ เก้าอี้ สำหรับกินข้าง และรับแขก รวมถึงชั้นวางของต่างๆ ทั้งในบ้านและในครัว กองที่สอง จะเป็ เตียง โต๊ะหัวเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง
ฮุ่ยเหอหยิบกระดาษทั้ง 2 กองมาดูบางอย่างเป็สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปแต่กลับดูน่าสนใจกว่ามาก แต่สิ่งที่สะดุดตาเขา อย่างแรกคือโต๊ะกินข้าวทรงสี่เหลี่ยมที่มีเก้าอี้ทั้ง 4 ด้าน อย่างที่สองคือโต๊ะเครื่องแป้งที่มีลิ้นชักเปิดออกได้ อีกทั้งด้านข้างทั้ง 2 ด้านยังมีช่องเล็กๆ สำหรับตั้งสิ่งของได้อีกด้วย
“ทำได้หรือไม่เ้าคะ” นางเอ่ยถาม
“ได้ๆ ข้าจะจัดการให้” ฮุ่ยเหอรีบตอบ
“ท่านคำนวณราคาได้เลยนะเ้าคะ”
“บ้าน โรงเพาะ และเครื่องใช้ข้าคิดทั้งหมด 3,000 ตำลึง ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว ข้าขอมัดจำ 1,000 ตำลึง อีก 3 วันข้าจะเริ่มงาน” ถือว่าเป็ราคาที่พอรับได้เพราะนาง้าให้เขาใช้วัสดุที่มีคุณภาพ เมื่อวัสดุมีคุณภาพราคาก็ย่อมแพงขึ้นเป็ธรรมดา
“ได้เ้าค่ะ นี่เ้าค่ะ 1,000 ตำลึง อ๋อ ข้าอยากให้ท่านสร้างเล้าไก่ และคอกเลี้ยงสัตว์ให้ข้าด้วยเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าวาดแบบให้” หนิงลู่ซือยื่นตั๋วแลกเงินให้กับฮุ่ยเหอ ก่อนจะลงมือวาดแบบเล้าไก่และคอกสำหรับเ้าตัวป่วนยื่นไปฮุ่ยเหอด้วย
“ขอบคุณขอรับ สำหรับเล้าไก่และคอกไก่ข้าไม่คิดเงินเพิ่มขอรับ”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ”
“เอ่อ แม่นางท่านจะว่าอย่างไรหากข้าจะขอซื้อแบบโต๊ะกินข้าว และโต๊ะเครื่องแป้งของท่าน” หนิงลู่ซือได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจไม่น้อย เพราะแบบที่นางวาดคือแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปในยุคที่นางจากมา แต่กลับแปลกใหม่ในยุคนี้
“เอาแบบนี้ดีหรือไม่เ้าคะเถ้าแก่ เปลี่ยนจากการขายขาดเป็หุ้นส่วนกัน ข้าขอเงิน 2 ส่วนจากการขายโต๊ะกินข้าว และโต๊ะเครื่องแป้ง เป็ระยะเวลา 10 ปีเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือเสนอทางเลือก การขายขาดมันก็ดีที่จะได้เงินเป็ก้อน แต่การเป็หุ้นส่วนเช่นนี้ทำให้นางมีรายได้ในระยะยาว เมื่อลองคิดคำนวณดูแล้วแบบหลังย่อมได้เงินมากกว่าแบบแรก
“ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นข้าขอแบบเครื่องใช้ทั้งหมดของแม่นางหนิงนำเสนอลูกค้าเพื่อเป็ทางเลือก และทุกครั้งที่ขายได้ข้าจะให้ท่าน 2 ส่วน ส่วนบ้านข้าจะให้เ 4 ส่วน โรงเพาะข้าให้ 3 ส่วน เช่นนี้ดีหรือไม่”
“ดีที่สุดเ้าค่ะ เช่นนั้นเรารีบมาทำสัญญากันเถิดเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือรีบกล่าวก่อนที่ฮุ่ยเหอจะเปลี่ยนใจ ต่อไปนี้นางจะมีรายได้เพิ่มมาอีกทางแล้ว
หนิงลู่ซือเดินออกจากร้านพร้อมสัญญาการเป็หุ้นส่วนกันระหว่างนางกับฮุ่ยเหอเป็ระยะเวลา 10 ปี ขอให้แบบทุกอย่างบนแผ่นที่นางวาดวันนี้ขายดีเป็เทน้ำเทท่าด้วยเถิด สาธุ
“พี่ใหญ่ท่านยิ้มจนปากจะฉีกแล้วนะเ้าคะ” หนิงลี่อินที่เดินอยู่ข้างๆ มองพี่สาวตนอย่างโง่งม
“อาอินเรากำลังจะมีรายได้อีก 1 ทาง ถ้าแบบที่พี่ใหญ่วาดวันนี้ขายได้เราก็จะได้ส่วนแบ่งจากกำไรโดยที่เราไม่ต้องทำอันใดเลย”
“จริงหรือเ้าคะ”
“จริงสิ พี่ใหญ่ว่าวันนี้เราไปซื้อของเพื่อฉลองกับการค้าครั้งนี้กันดีกว่า” แน่นอนว่าเ้าต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าที่อยู่ในตะกร้าบนรถเข็นย่อมได้เนื้อแบบจัดเต็มชุดใหญ่ตามที่หนิงลู่ซือได้พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ด้วย
“ไอหยา อาซือเ้าซื้ออะไรมาเยอะแยะจนเต็มรถเข็นเช่นนี้” หลินจูกำลังช่วยแจกจ่ายข้าวมื้อเที่ยงให้กับคนงานอยู่หันมามอง
แปะ แปะ
“ทุกท่านเ้าคะ” หนิงลู่ซือปรบมือให้ทุกคนหันมาที่ตน “วันนี้่เย็นข้าจะเลี้ยงอาหารทุกท่านอีก 1 มื้อ พวกท่านสามารถมาตักกลับไปกินที่บ้านได้เลยเ้าค่ะ”
“อาซือเ้าเลี้ยงเนื่องในโอกาสอะไร” หลินจูถามขึ้นซึ่งเป็สิ่งที่ทุกคนสงสัยและอยากรู้เช่นกัน
“เนื่องในโอกาสที่วันนี้ข้าได้ทำการค้าใหญ่เ้าค่ะ”
“แค่เ้าเลี้ยงมื้อเที่ยงพวกเราก็ดีมากแล้ว ไม่ต้องเลี้ยงอะไรอีกก็ได้” ท่านลุงคนหนึ่งที่กำลังเข้าแถวเพื่อรับข้าวเที่ยงพูดขึ้น แค่มีข้าวเที่ยงเลี้ยงแค่นี้ก็ดีมากแล้วจริงๆ
“ใช่ๆ เ้าทั้งจ้างพวกข้า ทั้งมีข้าวให้ 1 มื้อแค่นี้ก็ดีมากแล้ว”
“ข้าตั้งใจเลี้ยงฉลองจริงๆ เ้าค่ะ ขอพวกท่านจงรับน้ำใจจากข้า” เมื่อหนิงลู่ซือพูดเช่นนี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าขัดนางอีก “เดี๋ยวข้าขอสตรีมาช่วยกันทำมื้อเย็นด้วยนะเ้าคะ”
หนิงลู่ซือไม่อยู่ฟังคำพูดของผู้ใดทั้งนั้น นางเดินเข้าครัวไปจัดการข้าวของที่ซื้อมาแบ่งให้ทุกคนช่วยกันทำ ส่วนนางไปจัดการถังหูลู่
ตกเย็นคนในหมู่บ้านซานต่างก็มารวมตัวอยู่ที่ลานบ้านของสองพี่น้องตระกูลหนิง ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ต่างก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย บางครอบครัวก็ขอตักไปกินที่บ้าน บางครอบครัวก็กินกันที่บ้านหนิง
เด็กๆ ยังถือถังหูลู่คนละไม้ สองไม้ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน หนิงลี่อินที่ปกติจะมีแค่พี่ใหญ่ ตอนนี้มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่หลายคน นางก็ไปวิ่งเล่นกับพวกเขาด้วยความสนุกสนาน
หนิงลู่ซือนั่งมองคนในหมู่บ้านด้วยรอยยิ้ม นางไม่เสียดายเงินที่เสียไปเลยสักนิด นางอยากให้ทุกคนในหมู่บ้านได้กินอาหารดีๆ เด็กๆ ได้กินขนมอร่อยๆ มันอาจจะฟังดูเพ้อฝันที่จะทำให้ทุกคนในหมู่บ้านอยู่ดีกินดี
แต่นางจะพยายาม!!
******************************************
พี่น้องตระกูลหนิงร่ำรวยแล้วเ้าค่ะ มาร่วมลุ้นและเป็กำลังใจให้พี่น้องตระกูลหนิงกันนะเ้าคะ