บทที่ 3
คำสรรเสริญ
ซิ่งหลิงออกปากด่าไปแล้วกลับยังไม่สาแก่ใจ ริมฝีปากขยับไปมาคิดรวบรวมน้ำลายถุยออกไปสรรเสริญคนชั่วช้า ทันใดมือคู่ใหญ่ของผู่เอ๋อร์ก็ยื่นมาปิดปากนางไว้แน่นดั่งนกรู้ ซิ่งหลิงขึงตามองผู่เอ๋อร์ที่มีสีหน้าจะร้องไห้ สตรีทั้งสองถกเถียงกันทางสายตาอยู่ครู่หนึ่ง จนผู่เอ๋อร์เห็นว่าแม่นางคนดีมีท่าทีอ่อนลงจึงค่อยๆ คลายมือออก
ซิ่งหลิงพ่นลมหายใจอย่างแรง นอกจากชายกระโปรงที่เลอะเทอะแล้ว เหนือขึ้นมาก็ยังมีจุดดำๆ ของคราบน้ำที่กระเซ็นใส่เมื่อครู่ สะบัดชายกระโปรงไปมาด้วยความหงุดหงิดใจ ยิ่งเห็นว่าอาเตาตั้งท่าจะวิ่งไปเรียกรถม้าอีกครั้งก็อ้าปากคิดร้องห้าม แต่เสียงของนางไม่ทันเปล่งออก เสียงทุ้มต่ำของบุรุษกลับดังขึ้นจากด้านข้างเช่นเดียวกับอาเตาวิ่งออกไปไกลเสียแล้ว
“แม่นางท่านรู้เส้นทางแถวนี้ดีหรือ”
เซี่ยจี้ที่กำลังเตรียมออกเดินทาง เห็นคนยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูใหญ่ก็เกิดความสงสัย เข้าไปใกล้ก็คลับคล้ายคลับคลาจะคุ้นตา เพ่งมองดีๆ จึงนึกได้ว่าเป็คณิกาที่เดินสวนผ่านกันเมื่อเช้า ในขณะที่จะเข้าไปทักถามว่าเหตุใดนางถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ รถม้าคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาพร้อมกับบทสนทนาของนางกับชายขับรถม้าที่เขาได้ยินเต็มสองรูหู
รวมถึง...การด่าคนของนางเมื่อครู่นี้ด้วย
“ถูกแล้ว ข้าเป็อี้จีของหอเหม่ยเจวียนในเมืองว่าน รับงานนอกอยู่หลายคราเส้นทางแถวนี้จึงคุ้นเคยดี” ซิ่งหลิงตอบอย่างนุ่มนวลเปี่ยมด้วยมารยาท ลอบสำรวจบุรุษตรงหน้าคิ้วเรียวขมวดมุ่น รู้สึกเคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน แววตาสงสัยของนางทำให้เซี่ยจี้รีบตอบออกมา
“ข้าเป็บ่าวของคุณชายจิ้ง” เขาโล่งใจไม่น้อยเมื่อนางไม่มีท่าทางดุร้ายเช่นเมื่อครู่...
ซิ่งหลิงกะพริบตาปริบๆ พยายามย้อนคิดว่าคุณชายจิ้งที่ว่านี่เป็ใคร แต่นับว่าโชคดีที่ไม่ได้ปล่อยไก่ตัวใหญ่ถามไถ่ หางตาเห็นป้ายแขวนเหนือประตูฝีพู่กันตวัดเขียนอย่างงดงาม ‘เรือนจิ้งกง’ เข้าใจทันทีว่าบุรุษที่ซื้อคืนแรกของนางคงไม่พ้นคุณชายจิ้งเป็แน่
“ได้ยินว่าเ้ารู้เส้นทางไปเมืองว่าน เพียงแค่ครึ่งวันก็ถึงแล้วหรือ”
“เ้าจะไปเมืองว่านเช่นกันหรือ” ซิ่งหลิงพยักหน้ารับท่าทางกระตือรือร้นขึ้นมาในทันที
“คุณชายจิ้งเร่งเดินทางขึ้นแดนเหนือแต่ถนนสายหลักถูกแม่น้ำตัดขาด หากเ้าจะไปเมืองว่านคุณชายยินดีให้เ้าติดรถม้าไปด้วย”
“ฝากขอบคุณคุณชายที่ห่วงใย แต่ตัวข้าต้อยต่ำไม่กล้ารบกวนคุณชายให้ลำบาก” ซิ่งหลิงอมยิ้มน้อยๆ สองแขนซุกอยู่ในแขนเสื้อ แววตาวับวาวนี้ของนางทำให้เซี่ยจี้อึกอักขึ้นมา อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นมาอีก
“คุณชายข้าไม่ใช่คนใจดำ เื่เล็กน้อยแค่นี้ไม่นับว่าลำบากอะไรหรอก แม่นางยืนอยู่ตรงนี้นานๆ จะป่วยเอา ร่วมเดินทางกับพวกเราเถอะ”
ซิ่งหลิงได้ยินแต่ก็ไม่ได้ตอบความ เพียงแค่ส่ายหัวน้อยๆ พร้อมด้วยมุมปากประดับรอยยิ้มนุ่มนวลก็ทำให้เซี่ยจี้ไม่กล้าเซ้าซี้ ได้แต่หมุนกายกลับเดินเกาหัวหาคุณชายที่ยืนอยู่หลังประตูด้วยความอึดอัดใจ
จิ้งเส้าหวงฟังรายงานจากเซี่ยจี้อย่างละเอียด ทุกถ้อยคำและการกระทำถูกบอกต่อโดยไม่ตกหล่น เมื่อฟังจนครบจบจิ้งเส้าหวงจึงมองเซี่ยจี้อย่างอ่อนใจ
“เ้าเป็บ่าวติดตามคุณชายมานานเพียงนี้ได้อย่างไรกัน” ชุนจี้ถอนใจมองเซี่ยจี้ที่มีสีหน้างุนงง
พวกเขาเป็ห้าจี้ที่ติดตามคุณชายมาั้แ่เล็ก นามของพวกเขามาจากฤดูกาลทั้งห้า บุคลิกและนิสัยก็เป็ไปตามนามที่เรียกขาน เซี่ยจี้อันเป็ฤดูร้อนเหมาะสมกับเขาโดยแท้ ใจร้อนวู่วาม คิดไม่รอบคอบและมีไหวพริบแสนทึ่มทื่อต่างกับวิทยายุทธร้ายกาจที่เซี่ยจี้แตกฉาน บางคราก็ทำให้ผู้อื่นต้องถอนหายใจอยู่บ่อยครั้ง
“คุณชายให้ข้าไปเถิดขอรับ” ชุนจี้อาสา แม้เขาไม่ได้ฉลาดหลักแหลมเช่นตงจี้ หรือละเอียดรอบคอบเช่นหยู่จี้ แต่หากนับถึงความฉลาดแล้วก็ไม่ใช่อันดับรั้งท้ายเช่นเซี่ยจี้แน่นอน
“นางไหวพริบไม่เลว ข้าจะไปคุยเอง”
จิ้งเส้าหวงส่ายหัว ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเดินเข้าหาสตรีที่ยังคงยืนอยู่ริมกำแพง ฝีเท้ารวดเร็วเสียจนเซี่ยจี้กางร่มติดตามแทบไม่ทัน