The Possible Man

    ตอนที่ 64 : ฉุดไม่อยู่

    ในที่สุดวันที่หินรอคอยก็มาถึง วันที่จะเปิดตัว Enterprise อย่างเป็นทางการ หินได้เตรียมการสำหรับเรื่องนี้มาถึง 1 ปีเต็ม ถ้าหากเป็นคนอื่นคงเป็นไปได้ยากที่จะทำมันให้สำเร็จ แต่นี่เป็นหินซึ่งมีเดวิด ปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะคอยช่วยเหลือ ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเป็นระบบ
    หินไม่ได้แจ้งแก่นักข่าวหรือใครให้มาทำข่าวที่บริษัทเขาทั้งสิ้น เพียงแค่แจ้งแหล่งที่อยู่และประกาศอย่างชัดเจนบนเว็บไซต์เท่านั้น จากเดิมที่ Enterprise เป็นบริษัทไร้ตัวตนที่มีเพียงเว็บไซต์อยู่บนโลกออนไลน์ ตอนนี้กลับระบุที่ตั้งของบริษัทเอาไว้อย่างชัดเจน
    เมื่อบริษัทเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ระบบการซื้อขายของบริษัทเองก็ถูกเปิดใช้งานไปด้วยเช่นกัน เรื่องนี้ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก
    ถ้าหากถามว่ามีใครที่รู้จัก BlackBox บ้าง หลายๆ คนสามารถตอบได้ว่ารู้จัก เพราะช่วงระยะเวลา หลายๆ เดือนที่ผ่านมานั้น มีผู้คนที่ค่อยๆ รู้จัก BlackBox มากขึ้น ทุกคนต่างก็รู้จักว่า BlackBox คือเว็บไซต์ลึกลับที่สุ่มขายวัคซีนรักษาโรคหายาก ได้แก่ วัคซีนกำจัดมะเร็ง วัคซีนแก้โรคเบาหวาน วัคซีนแก้ความดันโลหิตสูง วัคซีนแก้โรคหัวใจ วัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกันและวัคซีนกำจัดเชื้อ HIV ในราคาที่ถูกแสนถูกเพียงประมาณ 170 ดอลลาร์หรือประมาณ 5000 บาท เท่านั้น
    เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า Enterprise และ BlackBox นั้นมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง แต่ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดนักว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร จนในตอนนี้ที่ Enterprise เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับระบบซื้อขาย ข้อสงสัยทั้งหมดก็กระจ่างขึ้นมาทันที
    วัคซีนทุกชนิดที่สุ่มขายใน BlackBox ต่างก็มีขายในระบบการซื้อขายของ Enterprise นั่นหมายความว่า BlackBox นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Enterprise นั่นเอง
    แต่เดิมปัญหาของ BlackBox นั้นไม่ได้มีเรื่องราคามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย วัคซีนรักษาโรคที่พวกเขาเคยคิดว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดพวกนี้ ถูกขายในราคาแค่เพียง 5000 บาทนั้น นี่มันช่างถูกเหลือเกินถ้าเทียบกับชีวิตของพวกเขา ต่อให้ราคามันจะแพงมากกว่านี้ถึง 10 เท่าพวกเขาก็ยินดีที่จะควักเงินในกระเป๋าออกมาจ่ายโดยไม่บ่นแม้แต่น้อย
    แต่ปัญหาของ BlackBox ก็คือ BlackBox นำวัคซีนออกมาสุ่มขายแค่เพียง วัคซีนชนิดละ 1000 หลอดเท่านั้น ซึ่งนั่นไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยที่มีหลายร้อยล้านคน ดังนั้นแม้จะสุ่มขายมาตลอด 1 ปี ก็เป็นเพียงแค่การลดจำนวนผู้ป่วยเก่าให้น้อยลง แต่นั่นกลับไม่ได้ช่วยให้จำนวนผู้ป่วยลดลงแต่อย่างใด เพราะมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน
    แต่ในครั้งนี้ Enterprise กลับเปิดตัวระบบซื้อขายของบริษัท ซึ่งไม่ได้ระบุจำนวนของวัคซีนที่จะจำหน่าย นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถซื้อมันได้ทันทีโดยไม่ต้องสุ่มแต่อย่างใด ถึงแม้มันจะมีราคาสูงกว่าที่ BalckBox ได้สุ่มจำหน่าย ถึง 5 เท่า จากชิ้นละ 5000 บาท เป็นชิ้นละ 25,000 บาท แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด แต่กลับดีใจเป็นอย่างมากที่พวกเขาสามารถซื้อมันได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องรอสุ่มอีกต่อไป
    วัคซีนพวกนี้หินได้เตรียมการจำหน่ายไว้ตั้งแต่ เมื่อปีที่แล้ว โดยหินได้เพิ่มฐานการผลิต มากถึง 12แห่งทั่วโลก โดยแต่ละแห่ง สามารถผลิตวัคซีนรวมทั้งหมดประมาณ 40,000 ชิ้นต่อวัน ภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขามีวัคซีนสต๊อกเอาไว้มากถึง 175,200,000 ชิ้น (175.2 ล้านชิ้น)
    ถ้าหากสามารถขายมันออกทั้งหมดโดยยังไม่คำนวณภาษี Enterprise จะได้รับเม็ดเงินเป็นจำนวนทั้งสิ้น 4,380,000,000,000 บาท (4.38 ล้านล้านบาท) แต่ถึงแม้จะหักภาษีออกไป มันก็ยังเป็นจำนวนเงินมากถึง 4 ล้านล้านบาทอยู่ดี นี่มันเป็นตัวเลขที่มากกว่าค่า GDP รวมของหลายประเทศไปแล้วด้วยซ้ำและนี่จะทำให้ Enterprise กลายเป็น บริษัทที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ส่วนหินเองก็จะกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน
    (GDP ย่อมาจาก Gross Domestic Product คือ การนับรายรับที่เกิดขึ้นในประเทศ เท่านั้น)
    เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกใจไม่ได้มีเพียง เฉพาะเรื่องของวัคซีนเท่านั้น แต่ Enterprise เองก็ได้เปิดตัวว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของ Andria OS เช่นกัน นั่นหมายความว่า นอกจาก Enterprise จะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังวัคซีนอันแสนมหัศจรรย์พวกนี้แล้ว Enterprise ยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ระบบปฏิบัติการที่เรียกได้ว่าทันสมัยมากที่สุดในโลกอีกด้วย
    แต่ที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงและประหลาดใจไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องของวัคซีนและเรื่องระบบปฏิบัติการล้ำยุคเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ Enterprise ประกาศขายของทุกอย่างในระบบซื้อขายเป็นสกุล Coin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของบริษัทเองและมันยังเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลเงินแรกของโลกอีกด้วย!! ซึ่งสามารถหาแลกได้ทั่วโลกตามธนาคารเครือข่ายที่หินได้ระบุเอาไว้บนเว็บไซต์
    ดังนั้น หากคุณต้องการซื้อสินค้าของ Enterprise ต้องใช้สกุลเงิน Coin ของบริษัทซื้อเท่านั้น นั่นทำให้ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ Enterprise เปิดตัว ค่าเงิน Coin ของ Enterprise จึงมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นถึง 400% นี่ขนาดหินมีมาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราอย่างเคร่งครัดแล้ว แต่มูลค่าของเงิน Coin ก็ยังเพิ่มมาถึง 400% อยู่ดี ถ้าหากหินไม่ใช้มาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยน มูลค่าของมันคงไม่ได้หยุดอยู่ที่ 400% อย่างแน่นอน
    นี่หมายความว่าหากใครที่ได้แลกเปลี่ยนเงิน Coin ของ Enterprise ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนที่ Enterprise จะเปิดตัว พวกเขาสามารถนำมันมาขายและได้กำไรเพิ่มมากขึ้นถึง 4 เท่า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัททางการเงินยักษ์ใหญ่หลายบริษัทที่เคยปฏิเสธร่วมลงทุนกับ Enterprise ถึงกับต้องร่ำไห้ออกมาเป็นสายเลือด พวกเขามาคิดได้ในตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว
    นอกจากนั้นหินยังนำระบบ Blog-Chain (ตอนที่ 14) ที่เขาเคยพัฒนาเอาไว้มาประยุกต์ใช้กับสกุลเงิน Coin ของบริษัทอีกด้วย นี่จะทำให้ สกุลเงิน Coin กลายเป็นสกุลเงินที่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้และปลอดภัยมากที่สุดในโลกอีกด้วย
    ทันทีที่ Enterprise เปิดตัว ก็กลายเป็นจุดสนใจไปทั่วโลกทันที สำนักข่าวใหญ่ รวมไปถึงรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทันทีที่รู้ที่ตั้งของบริษัท พวกเขาต่างส่งตัวแทนเพื่อไปเยี่ยมเยือน Enterprise ในทันที
    พร้อมกันนั้น วันที่ Enterprise เปิดตัว หินก็ได้เปิดฟังก์ชันการแลกเปลี่ยน ของ DrawkCab ให้สามารถใช้งานได้ ในที่สุดพวกเขาก็ได้รู้ว่า แต้ม SP ภารกิจที่พวกเขา ได้รับจากการทำภารกิจในแต่ละครั้งนั้นมีไว้ทำอะไร
    ของทุกอย่างที่ Enterprise ประกาศขายนั้น สมาชิกของ DrawkCab สามารถใช้แต้ม SP ที่ได้รับจากการทำภารกิจพวกนั้นนำมันมาแลกได้ รวมไปถึงสามารถนำแต้ม SP มาแลกเปลี่ยนเป็นเงิน Coin ได้อย่างไม่จำกัดจำนวนในการแลก
    การที่สามารถนำแต้ม SP ไปแลกเป็นเงิน Coin ได้นั้นถือว่าเป็นแรงจูงใจ เป็นรางวัลอย่างหนึ่งที่หินมอบให้แก่สมาชิกของ DrawkCab หรือจะเรียกว่า เป็นค่าจ้างสำหรับการช่วยเหลือผู้อื่นก็ว่าได้ หินไม่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้ทั่วโลก แต่สมาชิกของ DrawkCab สามารถทำมันได้และนี่ทำให้จุดมุ่งหมายองค์กรประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นพวกเขาสมควรได้รับมันเป็นค่าตอบแทน
    นอกจาก Enterprise จะให้ความช่วยเหลือผู้คนผ่านทาง BlackBox แล้ว Enterprise ยังให้ความช่วยเหลือผ่านองค์กร DrawkCab อีกด้วย ในตอนนี้สมาชิกของ DrawkCab ต่างก็ได้รับรู้แล้วว่า จุดมุ่งหมายขององค์กรที่ระบุไว้ว่า “DrawkCab จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น” นั้น ไม่ได้เป็นการพูดเล่นหรือหลอกลวงแม้แต่น้อย ใครก็ตามที่เป็นผู้จัดตั้งองค์กร DrawkCab ขึ้นมา เขาทำมันอย่างที่เขาบอกไว้จริงๆ
    และนี่เองก็เป็นความตั้งใจของหินเองเช่นกัน เขาอยากจะทำให้โลกได้เห็นว่า Enterprise นั้นสามารถส่งผลต่อทั่วทั้งโลกได้มากขนาดไหน ตอนนี้หินสามารถทำมันได้สำเร็จ ตอนนี้ทุกคนทั่วโลกก็สามารถรับรู้ได้แล้วว่า Enterprise เริ่มจะเข้ามามีบทบาทไปทั่วโลกแล้ว นี่จะทำให้หินมีอัตราต่อรองที่สูงมากยิ่งขึ้น..เช้าวันต่อมาขณะที่หินกำลังเตรียมตัวเพื่อเตรียมต้อนรับแขกผู้มาเยือนบริษัทจากทั่วโลกนั้น เสียงของเดวิดก็ดังขึ้น
    “ดอกเตอร์ครับ ผมมีเรื่องต้องแจ้ง”
    “เรื่องอะไร? ” หินถามขึ้นด้วยความสนใจ
    “วัคซีน 175.2 ล้านชิ้นที่สต๊อกเก็บไว้ขาย ตอนนี้ขายออกหมดแล้วครับ”
    “....” หิน
    “แล้ววัคซีนของวันนี้ที่ผลิตออกมาอีก 480,000 หลอดก็จำหน่ายหมดแล้ว เช่นกันครับ”
    ‘นี่ขนาดเตรียมไว้ตั้งเป็นร้อยล้านหลอด ก็ยังขายหมดภายในค่ำคืนเดียว’ หินนึกขึ้นด้วยความตกตะลึงในใจ
    “ตอนนี้ Enterprise กลายเป็นบริษัทที่ร่ำรวยที่สุดในโลกแล้วด้วย มากไปกว่านั้นถ้าดอกเตอร์แสดงตัวออกไปว่าเป็นเจ้าของ Enterprise ดอกเตอร์เองก็จะกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน นี่ยังไม่นับไปรวมกับยอดขายของ Andria OS นะครับ”
    “ช่างมันเถอะ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันนี้เถอะ” หินเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
    เดวิดเองก็แปลกใจเล็กน้อยที่หินไม่ได้แสดงท่าทางยินดีหรือดีใจแต่อย่างใด มันอุตส่าห์คาดหวังว่าหินจะแสดงท่าทางดีอกดีใจเหมือนคนบ้า เพราะมันเองก็เตรียมบันทึกวิดีโอไว้เรียบร้อย
    ‘ผิดคาดแฮะ’ เดวิดนึกขึ้น
    ‘ว๊ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ในที่สุด! ในที่สุด! ฉันก็เป็นคนที่รวยที่สุดในโลก เดวิดเอ๋ย เดวิด ฉันรู้ว่าทำไมแกถึงรายงานเรื่องนี้กับฉัน คิดว่าฉันตามแกไม่ทันรึยังไง ไม่มีทางที่แกจะสมหวังหรอกนะ หึหึหึ’ ภายในใจของหินกู่ร้องขึ้นมาด้วยความยินดี
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------