ไม่อาจรู้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงได้ทำตัวห่างเหินกับจอร์จมากนัก หลายวันมานี้พวกเขาเหล่านั้นมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอโดยที่ไม่มีเขาอยู่ด้วยตลอด ซึ่งตอนนี้จอร์จก็ได้นั่งซึมเศร้าอยู่ในห้องชมรมไม่มีกะจิตกะใจจะซ้อมจนทำให้ลูกน้องของเขาต่างก็รู้สึกเป็นห่วง
“เฮ้ย... ช่วงนี้ Boss เป็นอะไรวะ”
“ไม่รู้ดิ เห็นเป็นแบบนี้มาหลายวันละ ลองเข้าไปถามดูดิ”
“มึงก็ไปดิ!”
“มึงอ่ะไปดิ!”
พวกเขาเกี่ยงกันไปมาอยู่พักหนึ่งจนสุดท้ายก็มีคนกล้าเดินเข้าไปถาม
“Boss โอเคหรือเปล่าครับ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
จอร์จนั่งเงียบเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมายก่อนที่สะดุ้งดึงสติของตัวเองกลับมาและหันมาทางลูกน้องของเขา
“ฮ่า ๆ ไม่มีอะไรหรอก No problem!”
เมื่อบบรรดาลูกน้องได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็เริ่มหายห่วง แต่ทว่าที่จริงแล้วจอร์จก็แค่ตอบกลับมาแบบส่ง ๆ เพื่อไม่ให้คนอื่น ๆ รู้สึกเศร้าตามไปด้วย จากนั้นเขาก็นั่งเหม่อไปอีกพักหนึ่งพลางคิดถึงสารพัดเหตุผลที่เพื่อน ๆ ไม่คุยกับเขา
ทำไมกันนะ ฉันไปทำอะไรไม่ดีให้พวกเขาอย่างงั้นเหรอ ตอนพวกแก๊งซิ่งบุกเข้ามาฉันก็ช่วยจัดการด้วยแท้ ๆ ตอนที่ไปขอโทษตูนเขาก็บอกไม่ได้คิดอะไรมาก หรือเขาจะโกหกเรา? เมื่อก่อนยังคุยด้วยกันดี ๆ อยู่แท้ ๆ เชียว เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...
เขาครุ่นคิดต่อไปอีกสักพัก จนกระทั่งเขาได้คิดบางอย่างขึ้นมาได้ที่ทำให้เขาตาสว่างขึ้นมา หรือจะเรียกอีกอย่างว่ามืดบอดดี
ใช่สิ! เรื่องมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่เรากลับมาจากอเมริกา ก่อนหน้านั้นพวกเราก็ปกติดี จนกระทั่งตูนย้ายเข้ามา.... คงไม่ใช่อย่างเราคิดหรอกมั้งนะ....
เขาลุกขึ้นมาและเริ่มซ้อมมวยต่อด้วยความตั้งใจเต็มที่เหมือนอย่างเคยพลางเรียบเรียงความน่าจะเป็นต่าง ๆ ภายในหัวไปด้วย จนกระทั่งตกเย็นวันนั้น จอร์จก็ได้ไปนั่งอยู่แถวหน้าโรงเรียนเหมือนกับว่ากำลังรออะไรสักอย่าง ซึ่งเขาก็ได้เจอเข้ากับสิ่งที่รอคอยจริง ๆ ตูน เค ไบรท์ หินและเพียงดาว จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและดูเหมือนจะนัดกันไปที่ไหนสักที่โดยที่ไม่มีเขา ทำให้จอร์จเริ่มที่จะตีความถึงสาเหตุของปัญญาในแบบของตัวเอง
แต่อันที่จริงพวกเขาก็ไม่ถึงกับไม่คุยกับจอร์จถึงขนาดนั้น แต่ก็ยังคงมีเพื่อน ๆ แวะเวียนเข้ามาคุยเล่นด้วยอยู่บ่อยครั้งเพียงแต่ว่าพวกเขาคุยกันน้อยลงกว่าแต่ก่อนค่อนข้างมากจนมันผิดปกติ จอร์จเริ่มที่จะสังเกตพฤติกรรมของเพื่อน ๆ ของเขาอยู่อย่างห่าง ๆ และได้ออกคำสั่งกับเด็กในชมรมไว้ว่าให้จับตาดูตูนและคนอื่น ๆ เอาไว้ด้วย
ซึ่งทุกอย่างมันก็กลายเป็นแบบที่เขาคิดจริง ๆ และเขาก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย เพื่อน ๆ ของเขามักจะอยู่กับตูนและไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่เสมอ ๆ ทั้งที่เมื่อที่ตรงนั้นมันเป็นที่ของเขาแท้ ๆ เขาพยายามจะปฏิเสธตัวเองว่าตูนคงไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะว่าเพื่อนของเขาคงไม่มีทางทำแบบนั้น จนกระทั่งได้มีลูกน้องคนหนึ่งได้เดินเข้ามารายงานเรื่องที่เจ้าตัวไปแอบไปได้ยินมา
“Boss ครับ คือผมไปได้ยินบางอย่างมา...” ลูกน้องคนนี้ทำหน้าตาเศร้าสร้อยลังเลว่าจะบอกดีหรือไม่บอกดี แต่สุดท้ายเขาก็พูดออกมา “ตอนที่ผมไปเดินหาอะไรกินที่โรงอาหาร ผมเห็นเพื่อน ๆ ของ Boss จับกลุ่มคุยกันหัวเราะเฮฮา ผมเลยตีเนียนเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็ได้ยินพวกเขาพูดออกมา ‘อย่าไปยุ่งกับไอ่จอร์จมันเลย!’ อันนี้คนตัวใหญ่พูด และก่อนที่ผมจะเดินออกมาคนที่ตัวเล็กที่สุดก็ได้พูดขึ้นมา ‘ฉันลำบากมากเลยนะเวลาอยู่ใกล้เขาน่ะ อึดอัดใจเป็นบ้า…’ ”
มันหมายความว่ายังไง กลุ่มตัวเอกกำลังจับกลุ่มติฉินนินทาคนอื่นอยู่อย่างงั้นเหรอ ทำไมตูนถึงพูดอะไรออกมาแบบนั้น จอร์จที่ได้ยินก็นิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่จะปั้นหน้ายิ้มส่งกลับไปให้ลูกน้องของเขา
“ขอบใจมากนะ” เขาตอบกลับไปเพียงสั้น ๆ และเดินออกจากห้องไป ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะรู้แล้วล่ะว่าตัวเองควรต้องทำอะไรต่อ
จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันกีฬาสี ภายในเย็นวันนั้น จอร์จได้นัดกับตูนมาเตะบอลด้วยกันในสนามเดิมที่พวกเขาชอบมานั่งด้วยกันอยู่บ่อย ๆ
“ฮ่า ๆ ๆ เข้ามาเลยจอร์จ ไดรฟ์ชู๊ต!!” (กัปตันสึบาสะ)
ตูนง้างขาขวาออกมาด้านหลังและเตะลงไปที่ลูกบอลอย่าเต็มเหนี่ยว แต่ทว่า
หวืด!
เขาดันเตะลมซะงั้น บอลยังคงอยู่ที่เดิมไม่กระดิกไปไหน ตูนจึงได้หัวเราะแห้ง ๆ ออกมาด้วยความเคอะเขิน จากนั้นไม่นานจอร์จที่ยืนเงียบอยู่ฝั่งตรงข้ามมาสักพักก็ได้พูดขึ้นมา
“นี่ตูน... นายได้พูดอะไรถึงฉันหรือเปล่าเวลาอยู่กับเจ้าพวกนั้นน่ะ...”
“หืม? ไม่ได้พูดหนิ ทำไมเหรอ?”
จอร์จนิ่งไปอีกครั้งแต่ทว่าคราวนี้บรรยากาศรอบตัวของเขาเริ่มเปลี่ยนไป
“ทำไมนายต้องทำแบบนี้...”
“หืม? ทำอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
ดูเหมือนว่าความรู้สึกที่จอร์จสั่งสมเก็บไว้ทั้งหมด มันจะไม่สามารถเก็บไว้ได้อีกต่อไปแล้ว
“นายทำแบบนี้ทำไม!! ตั้งแต่ที่นายเข้ามา เจ้าพวกนั้นก็เปลี่ยนไป! ทำไมนายต้องพยายามแย่งเพื่อน ๆ ไปจากฉัน! นายมีความสุขมากนักเหรอที่ทำแบบนี้น่ะฮะ!!!”
ตูนที่โดนตวาดใส่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
“ใจเย็นก่อนนะ คือว่าอันที่จริงแล้ว-”
“อ้าวตูน! มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย!”
พูดไม่ยังไม่ทันจบ ก็ได้มีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังออกมาจากที่ไกล ๆ พอทั้ง 2 คนหันไปหาเจ้าของเสียงก็ได้พบกับเพียงดาวที่เดินผ่านมาพอดี จังหวะช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ ตูนหันหน้ากลับมาที่เด็กหนุ่มผมทองตรงหน้าและก็ได้เห็นว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขาได้หายไปแล้ว อย่างที่เขาว่า คนที่ร่าเริงที่สุดเวลาโกรธขึ้นมาจะน่ากลัวที่สุด จอร์จที่อยู่ในอารมณ์โกรธทำให้ตูนรู้สึกขนลุกซู่ชูชันไปทั้งตัวที่เห็นสีหน้าโกรธอย่างเอาจริงเอาจังของเขาแบบนั้น
“งั้นเหรอ.... ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่นายก็จะแย่งผู้หญิงของฉันไปด้วยงั้นเหรอ... ฉันนึกว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนกันได้ซะอีกนะ…”
“ดะ-เดี๋ยวก่อนจอร์จ! ฟังฉันอธิบายก่อ-”
ผัวะ!
ตุ้บ….
ฉับพลัน จู่ ๆ ตูนก็ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้นทันทีด้วยท่าทางที่ดูมึนงง
เอ๊ะ? อะไรกัน? ทำไมจู่ ๆ เรามานั่งอยู่บนพื้นล่ะ? นี่เราพึ่งโดนต่อยงั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่? มองไม่เห็นอะไรเลย?
ร่างเล็กมองไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าก็พบว่าเขาเหมือนกับไม่ใช่จอร์จคนเดิมที่ตนเคยรู้จัก
“ลุกขึ้นมา ฉันรู้ว่าแกไม่ได้กระจอกแบบนี้ ฉันจะจัดการแกตรงนี้ซะ แล้วถ้าฉันชนะ แกต้องเลิกยุ่งกับเพื่อน ๆ และผู้หญิงของฉัน”
เพียงดาวที่เดินอยู่จากที่ไกล ๆ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ตูนถึงลงไปนั่งบนพื้นแบบนั้น จากนั้นตูนก็ได้ลุกขึ้นมาและพยายามเกลี้ยกล่อมให้จอร์จใจเย็นลง
“นี่จอร์จ ฟังฉันอธิบายก่อ-”
ผัวะผัวะ!
ดูเหมือนว่าตอนนี้จอร์จจะไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ตูนที่โดนหมัดของจอร์จเข้าไป 2 ดอกติดก็ถึงกับเซออกไปทันที แต่ก็ยังไม่จบเท่านั้น จอร์จยังคงสาวหมัดใส่เข้าไปอย่างต่อเนื่องจนรอบนี้เพียงดาวสามารถสังเกตเห็นได้แล้วว่าพวกเขากำลังมีเรื่องกันเธอจึงรีบวิ่งเข้ามาทันที
ทางด้านของตูนที่โดนกระหน่ำหมัดเข้ามาอย่างต่อเนื่องก็พยายามจะตั้งหลักและหลีกเลี่ยงที่จะไม่ปะทะกับจอร์จ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว
โธ่เว้ย! งันก็ช่วยไม่ได้ล่ะวะ!!
จังหวะนั้นเอง ตูนก็ใช้หัวไหล่ซ้ายของเขาเปลี่ยนวิถีหมัดของอีกฝ่ายออกไปทำให้การโจมตีไม่เป็นผล
“Shoulder Roll เหรอ?”
Shoulder Roll คือ การเอี้ยวไหล่หลบหมัดคู่ชกในระยะประชิด และถ้าหากขั้นตอนนี้สำเร็จมันจะเป็นการทำให้คู่ชกเสียหลักและทำให้ผู้ใช้สามารถตอบโต้กลับไปได้ในทันที ซึ่งท่านี้เป็นท่าไม้ตายประจำตัวของนักมวยไร้พ่ายระดับโลกอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์
ตูนได้เปลี่ยนวิถีหมัดของอีกฝ่ายออกไปและสวนกลับทันที แต่ทว่ามันก็ทำอะไรจอร์จที่มีวามเร็วที่เร็วกว่าเขาเอามาก ๆ ไม่ได้ จอร์จหลบหมัดที่ตูนปล่อยออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น และเขาก็ได้สวนกลับไปด้วยการต่อยเสยเข้าไปที่ท้องต่อด้วยฮุคขวาเข้าไปที่ใบหน้าและจบด้วยการเสยอับเปอร์คัตซ้ายเข้าไปที่ปลายคางอย่างต่อเนื่องภายในเวลาเสี้ยววิ ทำให้ตูนร่วงลงไปกับพื้นทันที เพราะว่าจอร์จไม่ได้มีดีที่ความเร็วเป็นเลิศเพียงอย่างเดียว แต่ทว่าหมัดของเขาก็ยังหนักมากด้วยอีกต่างหาก
“ลุกขึ้นมา ฉันยังไม่ทันได้ออกแรงเลยสักนิด...”
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เพียงดาวก็ได้วิ่งเอาตัวเข้ามาขวางพวกเขาทั้งคู่เอาไว้
“นี่พวกนายจะทะเลาะกันทำไมเนี่ย!!?”
“มันไม่ใช่เรื่องของเธอ หลบไป”
“มันจะไม่ใช่เรื่องของฉันได้ยังไง! ฉันเป็นสภานักเรียนนะ และพวกนายก็ยังเป็นเพื่อนฉันอีกด้วย คุยกันดี ๆ สิ!”
“เหอะ ทีตอนฉันอยากคุยดี ๆ ด้วยก็ไม่มีใครโผล่หัวมาคุยด้วยสักคน ฉันจะจัดการมันและเอาทุกอย่างของฉันคืนมา”
จอร์จไม่มีทีท่าว่าจะหยุดและเดินตรงเข้าไปหาตูนที่กำลังจุกพยายามจะพยุงตัวเองลุกขึ้นมา แต่ทว่าเพียงดาวก็ยังคงไม่ขยับไปไหน
“จอร์จ... ฉันรู้ว่าห้ามไปก็คงไม่มีประโยชน์ นายน่ะอยากมีเรื่องมากใช่ไหม ได้เลย! ฉันจะให้นายมีเรื่องได้เต็มที่ แต่ไม่ใช่ตรงนี้ แต่เป็นบนเวทีอย่างเป็นทางการในวันสุดท้ายของวันกีฬาสี นายว่าไงล่ะ...!?”
ทั้ง 2 คนมองหน้ากันสักพักก่อนที่จอร์จจะเป็นฝ่ายหันหลังกลับไป
“อย่างงั้นก็ไม่เลว... นี่ตูน นายอย่าลืมซะล่ะ ว่าถ้าฉันชนะก็ทำตามที่ฉันบอกด้วยล่ะคืนทุกอย่างของฉันมาให้หมด ส่วนถ้าฉันแพ้ล่ะก็ฉันจะลาออกจากโรงเรียนและจะไม่โผล่หน้ามาให้พวกนายเห็นอีก”
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ หมัดของจอร์จทั้งเร็วทั้งหนัก แม้แต่ตูนก็ยากที่จะมองเห็นหมัดของเขาที่ปล่อยออกมา ตูนพยายามจะอธิบายทุกอย่างให้จอร์จฟังแล้วแต่เขาก็ไม่ฟัง ดูเหมือนทุกอย่างมันจะเกินควบคุมไปแล้ว เพื่อนรักกันต้องมาทะเลาะกันซะเองจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป