ในตอนนี้ฟ้าก็เริ่มแดงอีกครั้งเป็สัญญาณของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน มิเนอร์วาพักวางความคิดเื่อาวุธเอาไว้ก่อน รีบตรงดิ่งไปร้านเหล้าใบไม้หอม ตัวมันรู้มาจากบัวลอยอยู่แล้วว่าที่นี่มีตลาดมืด สถานที่ซึ่งจะเปิดขายก่อน่ประลองในตอนหัวค่ำ ถึงแม้ค่าธรรมเนียมจะถูกหักไปเป็จำนวนมาก แต่ว่าก็แลกมากับตลาดที่มีผู้คนพร้อมจับจ่ายเป็มหาศาลเช่นกัน
ยาน้ำที่บรรจุในขวดใสสีสันต่างๆ มากมายถูกวางกองไว้บนโต๊ะประเมินราคาประมูล การประมูลจะถูกจัดขึ้นเฉพาะสินค้าหายาก ผู้ซื้อและผู้ขายจะถูกปกปิดชื่อและหน้าตา เพื่อความปลอดภัย ส่วนมากจะมีแค่สิ่งของที่ต้องใช้ชื่อเสียงประกอบในการขายเท่านั้น ถึงจะเอ่ยนามสมมุติหรือไม่ก็ฉายาของผู้สร้างสรรค์ขึ้นมา และในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ การที่มีผู้ที่สามารถสร้างสิ่งของที่พิเศษจำเพาะเช่นน้ำยารักษาอาการต่างๆ เช่นนั้นปรากฏขึ้น สถานะย่อมเปลี่ยนไปถ้าหากน้ำยาพวกนั้นใช้ได้ผลจริง
'การปลอมตัวเข้าหาพวกมันล้วนไม่มีประโยชน์ ยังไงหูตาพวกมันก็มีมากมายนัก และตราบใดที่ของข้าขายได้พวกมันก็ได้กำไรมหาศาลโดยไม่ต้องออกแรง ยังไงตัวเงินตัวทองอย่างข้าพวกมันก็ต้องดูแลอย่างดีเป็แน่'
เด็กหนุ่มบ่นพึมพำในใจคาดเดาแผนการที่อาจเกิดขึ้น เฝ้ารอชายนักประเมินที่ขอตัววิ่งไปตามเจสัน สำหรับมันการซื้อขายจำนวนมากล้วนเคยผ่านมือมามากมายแล้ว แต่การซื้อขายสินค้าที่หายากต่างหาก ชื่อก็บอกอยู่ว่าหายาก ตัวมันเองก็เคยได้มีโอกาสประเมินราคาแค่สิบกว่าครั้งเท่านั้นเอง นี่หายากไม่พอแถมมีจำนวนเยอะไม่น้อยกว่า 300 ขวด คิดราคาประเมินปกติก็น่าจะตกขวดละหลายเหรียญเงิน เบ็ดเสร็จหลังหักค่าธรรมเนียมครึ่งหนึ่ง ก็ยังขายได้ราคาหลายเหรียญทอง กำไร 2 เท่าของต้นทุนเป็อย่างน้อย
"ฮิๆ ๆ แบบนี้ต้องโก่งราคาของให้เต็มที่ ข้าไปสืบมาหมดแล้ว ในละแวกนี้ไม่มีนักปรุงยาสักคน จะมีก็แต่หมอรักษาอาการคนตามปกติธรรมดา"
มิเนอร์วาหัวเราะคิกคักกับตัวเอง จนผู้คนที่อยู่รอบบริเวณต้องหันมามอง พวกมันมองเห็นคนบ้าที่คุยกับตัวเอง ก็ได้แต่ฝืนปั้นหน้ายิ้มแย้มให้ เจสันเดินเข้ามาเห็นภาพที่เด็กหนุ่มคุยกับตัวเองเช่นกัน มันอดไม่ได้เป็ต้องขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิด
'นี่สินะ… คนบ้าของแท้ ได้แชมป์ทัวร์นาเมนต์นรกก็แล้วไปเถอะ ถ้าปรุงยาได้อีก สงสัยข้าต้องเกาะขาเ้าหนูนี่เอาไว้ให้แน่นแล้ว มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่โง่ปล่อยโอกาสทองแบบนี้ให้หลุดมือไป'
มันปั้นหน้ายิ้มเดินเข้ามาหา เสียงพูดจาล้วนเปลี่ยนไปเป็มิตรมากยิ่งขึ้น ในมือยังคงไม่ลืมหยิบนมที่แช่น้ำแข็งจนเย็นเฉียบชื่นใจมามอบให้
"ขอบคุณ… ข้ากำลังกระหายอยากดื่มอยู่พอดี เชิญทดสอบฤทธิ์ยาได้ตามใจ เนื่องจากทรัพย์ที่เก็บไว้ของข้ามีน้อยแถมยังพึ่งถูกปล้นสิ่งของไปทั้งหมด จึงได้แต่ปรุงออกมาด้วยสมุนไพรคุณภาพต่ำ ฤทธิ์ยาจึงเก็บไว้ใช้ได้แค่ 1 เดือน ขวดไหนใช้แล้วไม่เห็นผลข้าจะมารักษาให้ฟรีด้วยตัวเอง"
เด็กหนุ่มไม่ได้กล่าวราคาออกไปสิ่งนี้เป็แอสคลีเพียสที่สั่งสอนให้รู้จักโก่งราคาและเล่นตัว บอกเพียงแค่สรรพคุณวิเศษให้อีกฝ่ายตาลุกวาวย่อมเพียงพอแล้ว กับพวกมันที่วนเวียนอยู่ในโลกใต้ดินแบบนี้ เหตุการณ์อันตรายถึงกับเจ็บหนัก ต้องนอนพักรักษาตัวหลายวันนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ถ้าหากมีน้ำยาวิเศษคอยช่วยรักษาส่งเสริมนั้น เหตุการณ์และผลลัพธ์ที่ได้ย่อมต่างออกไป
อีกทั้งผู้ที่สามารถผลิตอาวุธและเกราะวิเศษ หรือแม้กระทั่งนักปรุงยาผู้เชี่ยวชาญที่อื่นอาจมีจำนวนมาก แต่ไม่ใช่แถวนี้ที่นี่มีจำนวนน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ส่วนมากก็มักมีสังกัดหรือไม่ก็กลุ่มเป็ของตัวเอง เจสันมองนักปรุงยาในร่างเด็กตรงหน้า ราวกับมองเห็นเป็บ่อเงินบ่อทอง มันหัวเราะชอบใจกระดิกมือเรียกลูกน้องให้เข้ามาหา อีกฝ่ายเดินมาถึงก็เอามีดกรีดแขนตัวเองอย่างไม่กะพริบตาราวกับเป็เื่ปกติ ไม่ส่งเสียงร้องไห้ได้เห็นนับว่าจิตใจแน่วแน่ในระดับหนึ่ง
"ขวดสีแดงยาห้ามเื ขวดสีเขียวยาสมานแผล ถ้ารู้สึกเ็ปก็ขวดสีฟ้านั่นยาแก้ปวด"
มิเนอร์วารีบชี้นิ้วอธิบาย ถึงจะเคยต่อยคนจนโชกเื ถึงจะต้องกรีดเืให้อาจารย์อยู่เป็ประจำ แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นคนเอามีดกรีดแขนตัวเองจนเืพุ่ง แล้วไม่ร้องเ็ปให้ได้ยิน ไม่มีแม้แต่อาการกระตุกบนใบหน้า
'คนพวกนี้บ้ายิ่งกว่าข้าซะอีก กรีดแค่นิ้วมือก็น่าจะพอแล้ว ทำไมต้องทำให้เป็เื่ราวใหญ่โตด้วย'
มิเนอร์วาคิดในใจขณะจ้องมองอีกฝ่ายกระดกขวดยาสีฟ้าก่อน หลังจากอีกฝ่ายยืนหลับตาสักพัก มันก็หันไปพยักหน้าให้เจสัน ก่อนจะหยิบยาห้ามเืขวดสีแดงขึ้นมากระดกกดตามไป ตัวมันที่เสียเืไปมากเริ่มหน้ามืดแต่ก็เป็เพียงเวลาไม่นาน มันไม่รู้สึกปวดที่แผล และรู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเองอย่างช้าๆ มันไม่รอช้าซัดขวดที่มิเนอร์วาแนะนำอีกขวดตามเข้าไปาแสมานตัวทีละนิดอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า แต่ก็ใช้เวลาอยู่นานเกือบ 10 นาที แผลจึงจะหายสนิท ลูกน้องของเจสันเดินกลับเข้าที่ไม่พูดไม่จา
"ฮ่า ๆ…ตกลงข้าเหมาทั้งหมด รวมถึงขวดที่ถูกใช้ไปเพื่อทดสอบทั้งสามนั่นด้วย อีกทั้งยังจะรับซื้อในระยะยาวด้วย เ้าว่ายังไง?"
เจสันเองก็ไม่ใช่ไก่กา ในวงการใต้ดินมันย่อมมีประสบการณ์ซื้อขายมากกว่ามิเนอร์วา แต่นั่นไม่นับเป็อะไรได้สำหรับราชันย์เทวะผู้มีชีวิตอยู่มานานแสนนาน การสั่งสอนในด้านนี้ย่อมไม่ธรรมดา
"50 เหรียญเงิน"
มิเนอร์วาตอบเสียงนิ่งไม่ยินดียินร้าย คิดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องไม่ยินยอมในคราแรก ความต่างด้านประสบการณ์ของเจสันและแอสคลีเพียสย่อมมีมากเกินไป
"50 เหรียญเงิน ย่อมขายออกยากหากข้าเอาไปขายต่อย่อมไม่มีกำไร 30 เหรียญเงินเป็อย่างไร ค้าขายย่อมต้องมีกำไรทั้งสองฝ่าย"
"40 เหรียญเงิน ชื่อผู้ขาย… ข้ารับใช้แห่งปัญญา แถวนี้ไม่มีนักปรุงยา ครั้งหน้าที่ข้าปล่อยสินค้าออกมาราคาย่อมต้องเพิ่มขึ้น เอาก็เอาไม่เอาข้าจะขนกลับ 3 ขวดนั่น ข้ามอบให้ไม่ต้องจ่าย"
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ตกลง! ข้าชอบเ้า สิ่งนี้ข้าให้เป็ของขวัญในการร่วมการค้าด้วยกันเป็ครั้งแรก อย่าทำหายอีกล่ะ อีกไม่นานข้าจะเอาเหตุผลมาส่งให้เ้า ข้ายังไม่แน่ใจต้องรอยืนยันอีกครั้ง เ้าคงจินตนาการไม่ออกหรอก าระหว่างกลุ่มนั้นอันตรายกว่าการต่อสู้ตัวต่อตัวบนเวทีมากนัก"
"ดีแล้วที่ท่านยอมตกลง เพราะหลังจากนี้ไม่นานสินค้าราคานี้ย่อมไม่ขายออกในตลาดอีกต่อไป หวังว่าครั้งต่อไปจะค้าขายราบรื่นเช่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง"
มิเนอร์วารับเหรียญทองรูปใบไม้มาถือไว้ พร้อมกับแหวนเก็บของธรรมดาหนึ่งวง จำนวนเหรียญนั้นได้ครบถูกต้องไม่ขาดไม่เกิน เพราะต้องหักค่าธรรมเนียมที่สูงถึงครึ่งหนึ่ง แต่เหรียญทองในครั้งนี้ค่อนข้างพิเศษใบไม้ในรอบนี้กลับเรียงตัวเป็รูปมงกุฎ เจสันจึงอธิบายให้เด็กหนุ่มที่ยืนงง
"เหรียญนั่นจะทำให้เ้าได้รับการคุ้มครองตลอดไป ราวกับเป็สมาชิกกลุ่มใบไม้หอมที่แท้จริง ด้านหลังจะถูกสลักไว้ด้วยชื่อของเ้า ทุกครั้งที่ซื้อขายในครั้งต่อไปจะได้รับส่วนลดราคาสินค้า และยังค้าขายภายใต้ค่าธรรมเนียมในอัตราพิเศษ ถือได้ว่าเป็แขกของกลุ่มใบไม้หอม สิทธิพิเศษนี้จะคงอยู่ตลอดไปจนกว่าเ้าจะตายหรือไม่ก็หักหลังทำร้ายพวกข้า"
"ขอกระดาษและปากกา…"
มิเนอร์วาใช้สิทธิพิเศษนั้นทันที รายชื่อสมุนไพรต่างๆ หลายชนิด มีทั้งที่หาไม่ได้จากท้องตลาดทั่วไปและมีทั้งที่หาได้ง่ายดายตามข้างทาง พวกมันถูกเขียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลังยื่นให้อีกฝ่ายเจสันก็ไม่แม้จะแลมองยื่นให้ลูกน้องไปเตรียมของและคำนวณราคามาอันไหนไม่มีก็ให้ทำตำหนิหรือจดไว้
"เ้าหนู… เ้าไปเรียนปรุงยามาจากไหนกันอายุแค่นี้กลับมีความสามารถตั้งหลายอย่าง"
"ข้ามีอาจารย์ดี ท่านคงไม่อยากรู้จักอาจารย์ของข้าหรอก เขาค่อนข้างขี้โมโหกับคนแปลกหน้า"
"ฮ่าๆ ๆ… ใช่แล้ว ใช่แล้ว ข้าไม่อยากรู้จักหรอก เนื่องจากครั้งนี้นับเป็เ้าซื้อของปริมาณมากจากข้าครั้งแรก ค่าธรรมเนียมไม่เก็บก็แล้วกันคิดตามราคาจริง ส่วนปริมาณเดี๋ยวข้าเพิ่มไปอีกหนึ่งเท่าฝากเ้าเอาไปให้อาจารย์หน่อยก็แล้วกัน ข้าให้เป็ของขวัญแสดงความจริงใจ"
เจสันเองไม่ใช่คนโง่ อาจารย์ที่สามารถสอนศิษย์ให้ปรุงยาได้ ย่อมเป็เหล่าตัวตนที่มาจากส่วนกลางของสำนักแพทย์โลหิตพิษหรือไม่ก็เหนือกว่านั้น ถึงตัวมันจะเป็เหนืุ์ แต่ก็เป็เพียงเหนืุ์ขั้นแรกเริ่มที่พึ่งเริ่มออกตามหาแก่น ย่อมเทียบกับเหล่าตัวตนลึกลับเ่าั้ไม่ได้อยู่แล้ว และย่อมต้องมองออกอีกเช่นกัน หากมีเด็กที่เก่งขนาดนี้ให้นับนิ้วมือ ในละแวกนี้ก็มีเพียงมิเนอร์วาแค่คนเดียวที่มันพอจะนึกออก มันจึงรีบประจบเอาใจทั้งอาจารย์ทั้งศิษย์หวังใช้ความสัมพันธ์เพื่อหาผลประโยชน์
สิ่งเหล่านี้มิเนอร์วาย่อมต้องมองออก และไม่ได้ติดใจเอาความอะไร ได้รับประโยชน์ไม่มีเสียแล้วจะกลัวอะไร หลังจากได้สมุนไพรมาเป็จำนวนมาก เงินก็ถูกจ่ายหักลบออกมา แต่นั่นก็คุ้มค่าแล้วกับจำนวนเงินที่เสียไป หลังจากเจรจาตกลงผลประโยชน์กันลงตัว มิเนอร์วาก็ขอตัวลาเพื่อไปเข้าร่วมงานประมูล แต่ก็ถูกเจสันรั้งตัวไว้เสียก่อน บอกว่าสิทธิของเหรียญนั้นยังรวมไปถึงการใช้ห้องพิเศษในการเข้าร่วมประมูลอีกด้วย
ที่แห่งนี้เมื่อมองจากภายนอกล้วนเป็ร้านเหล้าธรรมดาที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก แต่ข้างในและข้างใต้กลับมีสถานที่ลึกลับซ่อนอยู่ ราวกับพึ่งนึกขึ้นได้เด็กหนุ่มหันหลังกลับ แล้วเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าชายฉกรรจ์ที่กรีดแขนคนเมื่อครู่ ชายผู้นี้ยืนเชิดหน้ามือไพล่หลังกางขาออกเล็กน้อย สายตาจ้องเด็กตรงหน้าไม่กะพริบตา มิเนอร์วาเดินวนรอบหนึ่งอย่างใจเย็นก็กลับมายืนที่เดิม อีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหว ไม่หวาดกลัวว่าจะโดนลอบทำร้าย
"แผลนั่นทิ้งรอยแผลเป็เอาไว้ ข้ากะแล้วว่าสมุนไพรระดับต่ำพวกนั้นจะทิ้งรอยแผลเอาไว้ ช่างเถอะ… เอานี่ข้าให้บริการพิเศษสำหรับการเป็หนูทดลองของท่าน ทาซะเดี๋ยวแผลก็หาย ยาลบรอยแผลเป็นี้ ที่จริงข้าปรุงมันขึ้นมาขาย แต่ให้ท่านก็แล้วกันถือเป็กรณีพิเศษ"
อีกฝ่ายรับกระปุกไม้ขนาดเล็กมาจากมิเนอร์วาอย่างงงๆ ตามไม่ทัน
"รอยแผลเป็บนร่างกายคือเกียรติยศ เ้าเอาคืนไปเถอะ ขอบคุณในความหวังดี"
"เกียรติยศอะไรของท่าน การไม่เจ็บไม่มีแผลต่างหากคือเกียรติยศที่แท้จริง อีกอย่างยาทานั่นยังมีสรรพคุณช่วยลบริ้วรอยจุดด่างดำบนใบหน้าอีกด้วย เพียงแค่หน้าอาจจะแห้งเป็ขุยเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง จะอย่างไรก็สกัดสร้างมาจากสมุนไพรคุณภาพต่ำ ท่านไม่อยากหน้าตาดีให้สาวสวยเ่าั้ทอดตามองหรือยังไง แปลกคน… ไม่เอาก็ดีไม่เปลือง"
เด็กหนุ่มยื่นมือกำลังจะหยิบกล่องไม้กลับคืนมาแต่อีกฝ่ายรีบงับมือชักกลับไปยืนไพล่หลังหน้าแดงเพราะเขินอาย
"ขอบคุณสำหรับของขวัญจากสหาย ถ้ามีโอกาสย่อมตอบแทนอย่างแน่นอน"
มิเนอร์วาส่ายศีรษะหัวเราะเสียงเบา เดินหันหลังจากไปยังห้องรับรองพิเศษที่มีเพียงไม่กี่ห้องสำหรับการประมูล นั่งรออยู่นานกว่าพิธีกรหญิงจะเดินขึ้นเวที นางสวมใส่เสื้อผ้าขาวบางนุ่งน้อยห่มน้อย หุ่นเว้าโค้ง เอวที่คอดกิ่ว และหน้าอกที่กลมกลึงย่อมดึงดูดสายตาและล่อลวงผู้คนได้เป็อย่างดี ของแต่ละชิ้นเริ่มถูกนำมาประมูล แต่ไม่มีชิ้นไหนน่าสนใจเลยสำหรับเด็กหนุ่ม ในใบรายการสินค้าประมูลวันนี้ มีเพียงไม่กี่สิ่งที่มิเนอร์วาสนใจ
หนึ่งคือสิ่งที่ถูกเรียกว่าะเิแสง มีเพียง 5 ลูก และอีกสิ่งคือหนังสือบันทึกแบบแปลนสิ่งประดิษฐ์ลึกลับ ที่ผู้คนในอาณาจักรแห่งนี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ราวกับเป็จินตนาการอันเพ้อฝัน พิธีกรผู้ดำเนินรายการเล่าว่า สาเหตุที่มันถูกจัดเป็ของหายากต้องนำเข้าประมูลนั้น เป็เพราะเ้าของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ขายจิติญญาให้แก่ปีศาจ เพื่อแลกมาด้วยความรู้ฝันเฟื่องพวกนี้ แต่ใครจะรู้หากสร้างพวกมันขึ้นมาได้จริงย่อมต้องพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์มวลมนุษย์โดยแท้
หลังรอมาเป็เวลานานก็ถึงคิวประมูละเิแสงแต่ราคาค่อนข้างพุ่งไปสูงเกินความเป็จริง ถึงจะเป็สินค้าที่มาจากอาณาจักรอื่น แต่ราคาในตอนนี้ทุกลูกไม่ต่ำกว่า 50 เหรียญทอง ซึ่งแพงเกินไปและไม่ก่อประโยชน์สมราคา มิเนอร์วาจึงเลือกยอมแพ้และนั่งรอประมูลหนังสือแบบแปลนอย่างใจเย็น ภายในเวลาไม่นานขวดยาสิบขวดก็ถูกเข็นออกมาขาย พิธีกรสาวหยิบขึ้นมาส่องกับแสงไฟพลางเอ่ยอธิบาย
"ยาสิบขวดนี้ เป็โอสถเพิ่มพลังกาย 5 ขวด เพิ่มพลังิญญา 5 ขวด ปรุงขึ้นมาจากนักปรุงยาอัจฉริยะนามว่า 'ข้ารับใช้แห่งปัญญา' แค่ชื่อก็บ่งบอกได้ถึงความสามารถแล้วเ้าค่ะ ราคาเริ่มต้น 40 เหรียญเงิน"
ไม่คิดไม่ฝันว่ายาทั้ง 10 ขวดราคาจะไปจบที่ขวดละ 70 เหรียญเงิน ขายของไหนเลยจะยอมขาดทุน ถึงมิเนอร์วาจะรู้สึกถูกเอาเปรียบเล็กน้อยแต่มันย่อมไม่คิดหยุมหยิมให้เสียชื่อเสียง ตัวมันที่เติบโตมากับการเรียนรู้จากธุรกิจรถม้าั้แ่ยังเด็ก ล้วนเข้าใจดีว่าในแวดวงการค้าชื่อเสียงนั้นมีค่ามากแค่ไหน จนในสุดหนังสือแบบแปลนนั้นก็ถูกนำขึ้นประมูล ในราคาเริ่มต้นที่ 20 เหรียญทอง
"ทำไมถึงแพงบัดซบเช่นนี้กัน เ้าของก็ตายไปแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร"
ถึงปากจะบ่นแต่ก็ะโสู้ราคาอยู่ดี ราคาดีดตัวสูงจนไปจบที่ 40 เหรียญทอง ถึงจะเป็แค่หนังสือแบบแปลนแต่ก็ยังมีผู้ให้ความสนใจอยากลองศึกษาดู ส่วนจะได้หรือไม่ได้นั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะพวกเขาเ่าั้เดิมทีก็ไม่ได้สนใจมากอยู่แล้ว เรียกว่าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่าง ทรัพย์สมบัติทั้งหมดตอนนี้ของเด็กหนุ่มเหลือเพียงเศษเงิน หลังจากนับดูให้ดีแล้วจะเท่ากับว่าทั้งตัวตอนนี้มีเหลือเพียงแค่ให้พอใช้จ่ายปกติในชีวิตประจำวัน หากหวังอยากได้สิ่งของราคาแพงก็ได้แต่ต้องทนเอาแล้ว
"รวยไวได้ ก็จนได้ไวเช่นกัน เฮ้อ…"
เด็กหนุ่มปลงตกกับสถานะทางการเงินของตัวเองที่พึ่งจะดีขึ้นได้เพียงไม่นานจากเมื่อก่อนหน้านี้ เพียงพริบตาเดียวก็หายวับไปอย่างมากมาย ไม่ต้องรอให้จบงานประมูล เด็กหนุ่มเดินจากมาทันทีเพื่อไปรับของ อยู่ต่อไปก็ไม่มีเงินประมูลต่อ ของที่เหลือก็ไม่มีสิ่งใดที่น่าสนใจ มิเนอร์วาตรวจเช็คของและเก็บเข้าไปในแหวนเก็บของวงใหม่ จิตใจยังคงนึกแค้นโจรที่มาปล้นแหวนของมันไป
"อย่าให้ข้าเจอพวกเ้านะ กล้าชิงของรักของข้าไปต่อหน้าต่อตา พวกสารเลว…"
เด็กหนุ่มคำรามอยู่ในคอเดินออกจากร้านเหล้าไปอย่างระมัดระวัง มิเนอร์วาไม่ยอมประมาท แม้เพียงเล็กน้อยตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอกบ้าน มันเดินไปเยี่ยมบัวขาวที่ฝึกซ้อมมวยอยู่ข้างแม่น้ำ นอกจากเจอกันตอนวิ่งทุกยามตอนเช้า พวกมันศิษย์อาจารย์ก็ไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันมากเช่นเก่าก่อน เพราะถึงอย่างไรที่ต้องสอนก็ได้สอนไปหมดแล้ว อยู่ที่ศิษย์แล้วว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไป พูดคุยกันอยู่อีกสักพักก็ขอตัวลาจากมา
ขณะนี้บนเตียงนอน มิเนอร์วาที่กลับมาถึงห้องรีบสะสางตัวเอง ทำตัวให้ว่างและมานั่นศึกษาหนังสือที่ประมูลได้มา เนื้อหาภายในส่วนแรกเป็เื่เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ ที่ว่าด้วยศาสตร์ของร่างกายสิ่งมีชีวิต มันแบ่งแยกแต่ละส่วนของมนุษย์เอาไว้อย่างชัดเจนทั้งภายในและภายนอก ค่อนข้างน่าทึ่งสำหรับผู้ที่สามารถจดบันทึกมันขึ้นมา ภาพวาดของเส้นเืแต่ละเส้น อวัยวะภายในแต่ละชิ้น เป็การผสมศาสตร์และศิลป์ที่ไร้ที่ติ
ในส่วนที่สอง ว่าด้วยเื่ของอาวุธและสิ่งเทียมอาวุธ ท่อเหล็กยาวที่มัดรวมกันหลายท่อน ถูกติดตั้งอยู่บนล้อรถลากขนาดใหญ่ ในคำอธิบายกำกับเขียนระบุเอาไว้ว่า ท่อเหล็กยาวพวกนี้แต่ละท่อคือลำกล้องที่จะส่งลูกเหล็กภายในให้พุ่งไปหาศัตรูด้วยการะเิ ในทางทฤษฎีนั้นสามารถเป็ไปได้ แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับยากนัก ไม่สามารถทำได้จริง สาเหตุหลักๆ เลยก็คือเหล็กที่ใช้กันตามท้องตลาดทั่วไปนั้น พวกมันไม่มีความคงทนมากพอที่จะรับแรงะเิ ทางด้านะเิที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในตอนนี้ ก็ไม่สามารถให้แรงดันที่มากพอ ส่วนใหญ่ล้วนถูกสร้างขึ้นมาเป็พลุไฟเพื่อเอาไว้ใช้ในงานเทศกาลหรือจุดฉลองในงานรื่นเริงเสียมากกว่า
และในส่วนที่สามซึ่งคาดว่าน่าจะเป็ส่วนสุดท้าย ได้บันทึกเนื้อหาการทดลองมากมายที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในส่วนที่สองเอาไว้ เมื่อพลิกอ่านอย่างคร่าวๆ จนถึงหน้าสุดท้ายก็ได้รู้จักชื่อของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ มันถูกเขียนเอาไว้พร้อมกับข้อความว่า
'สิ่งนี้คือผลพวงจากการทุ่มเทศึกษา หาใช่แลกมาด้วยการขายิญญาให้กับปีศาจดังที่ถูกกล่าวหา'
'จิตรกร นักประดิษฐ์ นักทดลอง และผู้ตามหาความจริง เลโอนาร์โด'
ย่อหน้าสุดท้ายเป็การลงชื่อกำกับแสดงความเป็เ้าของ เสมือนได้รับความรู้แขนงใหม่เข้ามา ภายในห้วงความคิดที่กำลังสับสนมึนงงได้แยกแยะประเด็นปัญหาออกเป็หลายส่วนแล้วประกอบรวมเข้าด้วยกัน
"ทุกสิ่งสามารถเป็ไปได้ แต่ในตอนนี้อาจจะยังทำไม่ได้ก็แค่นั้น ถ้าให้เวลาข้าได้ศึกษาสักเล็กน้อย ต้องทำได้แน่ และสิ่งที่จำเป็ที่สุดในตอนนี้คือเหรียญทอง ยิ่งมีเงินมากเท่าไหร่นั่นหมายความว่าข้าจะทดลองได้มากตามที่้า"
มิเนอร์วาวางทุกสิ่งในสมองลง รอคอยให้วันพรุ่งนี้มาถึงไวๆ ตามแผนการที่เคยคิดเอาไว้คือการปรุงยาออกขาย และนำเงินที่ได้มาซื้อวัสดุสำหรับการทดลอง เป็การทดลองเกี่ยวกับความรู้ที่พึ่งได้รับการยกระดับ เพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีที่ตนเข้าใจนั้นมีความถูกต้องแม่นยำ แต่แผนการนี้ก็ถูกเปลี่ยนเล็กน้อยหลังจากได้อ่านหนังสือบันทึกแบบแปลนราคาแพง
วันต่อมาภายในห้องทดลอง ขวดยาจำนวนมากถูกปรุงขึ้นจากสมุนไพรคุณภาพดี มีทั้งแบบทาและยาดื่ม สรรพคุณสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างชะงัก และมีผลข้างเคียงที่น้อยมาก เด็กหนุ่มไม่ได้รีบร้อนทดลองในสิ่งที่ยากเกินไปแต่กลับเลือกที่จะเริ่มจากการปรุงยา และอ่านวิเคราะห์หนังสือ องค์ความรู้ทั้งหมดแทน เมื่อถึงตอนเย็นก็จะกลับไปที่พักเพื่อทบทวน รวมทั้งสรุปข้อมูลทุกสิ่งที่ได้มา
ภาพเหตุการณ์คนบ้าที่พึ่งหายไปจากสายตาชาวบ้านละแวกนี้ได้ไม่นาน บัดนี้ได้หวนกลับย้อนมาอีกครั้ง วันคืนแห่งการเรียนรู้ย่อมไม่มีวันหมดสิ้น รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปแล้วเนิ่นนานหลายวัน มิเนอร์วานั่งอยู่ข้างลานน้ำพุภายในโรงเรียนแหงนหน้าใช้สายตาทอดมองออกไปบนท้องฟ้ากว้าง
"3 เดือนแล้วสินะ… สงสัยข้าคงเป็อดีตไปแล้วสำหรับนาง ความเงียบงันที่โดดเดี่ยว ความอ้างว้างที่ลอยสูง จะมีวันใดบ้างที่ใจนาง อยากออกตามหาข้าที่หายไป..."