เสียงด่าทอของซิวโก่วดังสนั่นไปทั่วทั้งเรือเหาะิญญา ถึงขั้นทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดสองท่านที่เพิ่งขึ้นเรือมาถึงกับต้องใ
ทว่าเจียงซินก็ยังไม่ตื่นขึ้น และยังคงหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข นางจมดิ่งอยู่ในความฝันอันแสนหวาน ฝันว่าตนเองนอนอยู่บนกองศิลาิญญาระดับสูงจำนวนมหาศาล รอบกายเต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของศิลาิญญา ทันใดนั้น มีศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อนกำลังจะบินหนีไป เจียงซินใรีบคว้าศิลาิญญาก้อนหนึ่งขึ้นมา แล้วฟาดลงไปบนกองศิลาิญญาที่กำลังจะบินหนีนั้นให้ร่วงลงมา
โชคดีที่นางปฏิกิริยาว่องไวจึงรักษาศิลาิญญาแปดหมื่นก้อนนี้ไว้ได้ มิเช่นนั้นฝันหวานคงกลายเป็ฝันร้ายเป็แน่ เจียงซินจึงหลับได้สนิทขึ้นกว่าเดิม
บนเรือเหาะิญญา ส้านหงเซียวรู้สึกว่าตนเองกำลังเผชิญกับฝันร้ายที่ไม่เคยมีมาก่อน เสวียนจิ่วเซียนจวินยิ้มระรื่นพลางใช้เชือกมัดเซียนมัดเขาไว้ จนถูกส้านหงเซียวถ่มน้ำลายใส่หน้าอย่างแรง
"ยิ้มบ้าอะไร! พับผ่าสิ! ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าขโมยภรรยาข้า ข้าจะต้องตกต่ำถึงขั้นนี้หรือ?"
เสวียนจิ่วเซียนจวินมัดปมตายที่เชือกมัดเซียน เช็ดน้ำลายออกจากใบหน้า แล้วเน้นย้ำอย่างจริงจังว่า "ข้าเรียกว่า 'ยืม' ยืมภรรยาเ้ามาใช้หน่อย!"
คำพูดนี้ฟังดูยิ่งแปลกประหลาดกว่าเดิม
ส้านหงเซียวโกรธยิ่งขึ้น "ยืมกะผีอะไรกัน! เ้ามันขโมยชัด ๆ !"
"ยืมต่างหาก! ข้าทิ้งจดหมายไว้ให้เ้าแล้ว!" เสวียนจิ่วเซียนจวินเน้นย้ำ
ส้านหงเซียวรู้สึกว่ากระดาษแผ่นนั้นที่เขียนว่า ‘ขอยืมภรรยาเ้ามาใช้หน่อย’ คือการยั่วยุชัด ๆ "แล้วข้าตกลงหรือยัง? ข้ายังไม่ตกลงเ้าก็อุ้มภรรยาข้าไปแล้ว แบบนี้ไม่ใช่ขโมยแล้วจะเป็อะไร?"
เสวียนจิ่วเซียนจวินไม่ยอมแพ้ "แต่เ้าก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่!"
ทั้งสองคนโต้เถียงกันเสียงดังลั่น จนกระทั่งเรือเหาะิญญาเข้าสู่เมืองหลวงชิวเย่แต่ก็ยังไม่หยุดเถียงกัน ส่วนเจียงซินตื่นขึ้นมาพร้อมกับหาวหวอดใหญ่ เมื่อเห็นส้านหงเซียวที่กำลังโต้เถียงกับเสวียนจิ่วเซียนจวินจนหน้าดำหน้าแดงอยู่ไม่ไกล นางก็รู้สึกเบาใจ
ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อนของนางยังอยู่
[รับเงินรางวัล! รับเงินรางวัล!]
เจียงซินตัวน้อยหายง่วงเป็ปลิดทิ้งร่างกายอ้วนกลมส่ายไปมาด้วยความตื่นเต้น แทบอยากจะพุ่งไปยังที่ว่าการเมืองในทันที แรงของนางมหาศาลจนหลินเยี่ยนเกือบจะอุ้มไว้ไม่อยู่ จึงได้แต่ยิ้มและเตือนว่า "ศิษย์น้องเล็กอย่ารีบร้อน คนของทางการรออยู่ด้านนอกแล้ว พวกเราจะได้รับเงินรางวัลในเร็ว ๆ นี้"
เขาอุ้มเจียงซินเดินไปที่ข้างเรือ ภายในเมืองหลวงชิวเย่ ณ ท่าจอดเรือเหาะของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหล มีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมความว่างเปล่าท่านหนึ่งรออยู่ที่นี่ ชายผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม ที่หน้าอกปักลายดอกกุ้ยฮวาฤดูใบไม้ร่วงและดวงจันทร์เต็มดวง นี่คือชุดขุนนางของราชวงศ์ชิวเย่ ผู้ที่มาคือข่งซวิน รองเสนาบดีกรมอาญาแห่งราชวงศ์ชิวเย่
เรือเหาะิญญากำลังค่อย ๆ ร่อนลง และจอดลงอย่างมั่นคงบนพื้นที่ว่างที่จัดเตรียมไว้ ผู้โดยสารเข้าแถวลงจากเรืออย่างเป็ระเบียบ
"ไปเถอะศิษย์น้องเล็ก พวกเราไปรับเงินรางวัลกัน!" ฉู่หลินเฟิงอุ้มเจียงซินขึ้นมา แล้วพาเดินไปหาข่งซวินด้วยความดีใจ
เจียงซินยิ้มแก้มปริ ชูกำปั้นเล็ก ๆ อย่างกระตือรือร้น
[ศิลาิญญาแปดหมื่นก้อน! ศิลาิญญาแปดหมื่นก้อน! เดี๋ยวก่อน! ยังมีศิลาิญญาให้หาเพิ่มได้อีก!]
นางนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ จึงดิ้นขลุกขลิกไม่ยอมให้ฉู่หลินเฟิงเดินต่อไปข้างหน้า
[ศิษย์พี่ห้า รอเดี๋ยวก่อน พวกเราไปมัดตัวเสวียนจิ่วเซียนจวินกัน! ถึงจะไม่มีใครตั้งค่าหัวเขา แต่การขโมยของเป็เื่ผิดกฎหมาย จับส่งทางการน่าจะได้ศิลาิญญาระดับสูงสักสิบก้อนนะ! เร็วเข้า ๆ ! พวกเราต้องมัดเขาให้ได้ก่อนที่คนของทางการจะขึ้นเรือ!]
เจียงซินร้อนใจจนอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ ในใจ ทำไมต้องมาเป็ทารกด้วยนะ ไม่มีใครเข้าใจคำพูดของนางเลย!
ฉู่หลินเฟิงพลันเข้าใจความหมาย จึงยัดเจียงซินใส่อ้อมกอดของหลินเยี่ยน แล้วตรงเข้าไปมัดตัวเสวียนจิ่วเซียนจวินที่กำลังคุยกับคนอื่นอยู่ทันที ฝ่ายหลังทำหน้ามึนงง "คุณชายน้อย ท่าน... หมายความว่าอย่างไร?"
ฉู่หลินเฟิงตอบ "ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมขอรับ"
เสวียนจิ่วเซียนจวินยิ่งมึนงง "ข้ายังไม่ได้ทำชั่วอะไรเลยนะ!"
ส้านหงเซียวรีบตอบแทน "เ้าขโมยภรรยาข้า แบบนี้ไม่เรียกว่าทำชั่วแล้วจะเรียกว่าอะไร?"
เสวียนจิ่วเซียนจวินเถียง "ข้าบอกว่ายืม! ยืม!"
"คำนี้เ้าเก็บไว้พูดกับทางการเถอะ" ฉู่หลินเฟิงเห็นข่งซวิน รองเสนาบดีกรมอาญาเดินขึ้นเรือมา จึงรีบแปะยันต์เงียบงันลงบนตัวเสวียนจิ่วเซียนจวิน
หลังจากทักทายกันสั้น ๆ ข่งซวินพิจารณาส้านหงเซียวอย่างละเอียด เมื่อยืนยันว่าเป็เขาจริง จึงยิ้มและกล่าวว่า "ขอบคุณสหายตัวน้อยทุกท่านที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เงินรางวัลจะถูกส่งไปให้ในเร็ววัน ได้ยินว่ายังมีสหายผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมความว่างเปล่าอีกท่าน ไม่ทราบว่าเ้าหมา… คนผู้นั้นอยู่ที่ใด?"
ซิวโก่วเพราะถูกโยนทิ้งติดต่อกันถึงสามครั้ง จึงได้รับาเ็ทั้งกายและใจ พอเจียงซินตื่นขึ้น มันก็ส่งเสียงครางอือ ๆ แล้วมุดกลับเข้าไปในฝ่ามือของนาง เพื่อบอกลาโลกที่แสนเ็านี้ เื่นี้บอกคนนอกไม่ได้ ฉู่หลินเฟิงจึงเลี่ยงตอบว่า "เื่ของท่านเต้าจวินขอบเขตหลอมความว่างเปล่า ผู้น้อยซึ่งอยู่เพียงขอบเขตแก่นทองคำไม่กล้าก้าวก่ายขอรับ"
ข่งซวินเห็นว่ามีเหตุผล และคิดว่าอีกฝ่ายจากไปแล้วจึงไม่ได้ถามต่อ เขามองไปยังเสวียนจิ่วเซียนจวินด้วยความสงสัย "เหตุใดท่านนี้ถึงถูกมัดไว้?"
"เขาขโมยภรรยาข้า!" ส้านหงเซียวรีบตอบ
เสวียนจิ่วเซียนจวินพยายามจะโต้แย้งอย่างสุดชีวิต แต่เพราะถูกแปะยันต์เงียบงันไว้ จึงไม่สามารถอ้าปากได้ ทำได้เพียงแสดงสีหน้าตื่นตระหนกและบิดเบี้ยวใบหน้าไปมา
ใบหน้าของข่งซวินฉายแววกระอักกระอ่วน "เื่นี้... ไม่อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของกรมอาญา"
ในกฎหมายของราชวงศ์ชิวเย่ไม่มีระบุว่ากรณีลักพาตัวหรือชิงตัวคนควรจัดการอย่างไร ในโลกของผู้บำเพ็ญเพียร ผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนด กฎหมายจึงขึ้นอยู่กับผู้แข็งแกร่งเป็หลัก มีผู้บำเพ็ญชายที่มีภรรยาและอนุมากมาย และมีผู้บำเพ็ญหญิงที่มีสามีมากมาย เื่นี้ถือเป็ปัญหาในขอบเขตของศีลธรรม เขาไม่มีอำนาจในการจัดการ
ฉู่หลินเฟิงรู้ว่าข่งซวินเข้าใจผิด จึงเล่าสถานการณ์คร่าว ๆ ให้ฟัง "ภรรยาที่เขาขโมยไปไม่ใช่ภรรยาจริง ๆ ..."
"ภรรยาจริง ๆ นั่นแหละ!" ส้านหงเซียวไม่ยอมให้ใครมาดูถูกภรรยาของเขา
ฉู่หลินเฟิงแปะยันต์เงียบงันลงบนตัวเขาอีกคนทันที แล้วอธิบายกับข่งซวินต่อว่า "มันคือหมอนข้างขอรับ"
เขาเล่าเื่ราวทั้งหมดจบภายในไม่กี่ประโยค
ข่งซวินเข้าใจแล้ว "ตามกฎหมายของราชวงศ์ชิวเย่ พวกท่านจับหัวขโมยผู้นี้ได้ หากผู้เสียหายยินยอม จะได้รับเงินรางวัลร้อยละหนึ่งของมูลค่าสิ่งของที่ถูกขโมย"
สำหรับส้านหงเซียว มูลค่าทางจิตใจของหมอนข้างที่ถูกขโมยนั้นประเมินค่าไม่ได้ โชคดีที่ฉู่หลินเฟิงเป็คนซื่อตรง จึงขอรับเงินรางวัลตามราคาซื้อจริงของหมอนข้าง หมอนข้างมีมูลค่าหนึ่งหมื่นศิลาิญญาระดับสูง พวกเขาจะได้รับเงินรางวัลสิบก้อน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าส้านหงเซียวเต็มใจจะจ่ายเงินจำนวนนี้หรือไม่
ส้านหงเซียวไม่เต็มใจ
ทันทีที่สายตาของข่งซวินและฉู่หลินเฟิงมองมา เขาก็เบือนหน้าหนี ไม่สนใจพวกเขา
ฉู่หลินเฟิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ข่งซวินปลอบเขาว่า "สหายตัวน้อยอย่าเสียใจไป ส้านหงเซียวทำความผิดไว้มากมาย ครั้งนี้ถูกจับได้ เราจะต้องปรับเงินเขาเพิ่มเติมด้วย ข้าสามารถช่วยพวกท่านขอเบิกเงินรางวัลจากส่วนของค่าปรับนี้ได้"
ฉู่หลินเฟิงดีใจขึ้นมาทันที "เช่นนั้นข้าขอขอบคุณท่านาุโล่วงหน้าขอรับ ว่าแต่ พวกเขาจะถูกตัดสินโทษอย่างไรหรือขอรับ?"
ข่งซวินครุ่นคิด "แม้เสวียนจิ่วจะขโมยของก่อน แต่เห็นว่าเป็ความผิดครั้งแรก และมีเจตนาจะคืน อีกทั้งยังช่วยคนทั้งเรือไว้ จึงสามารถลดหย่อนโทษให้ได้"
ดวงตาของเสวียนจิ่วเซียนจวินเป็ประกายด้วยความหวัง
ข่งซวินกล่าวว่า "น่าจะจำคุกสักสามสี่ปี"
เสวียนจิ่วเซียนจวินหน้าถอดสีทันที
ติดคุกสามสี่ปี หนี้สินที่เขาติดค้างไว้ ดอกเบี้ยจะไม่พุ่งสูงเสียดฟ้าเลยหรือ? พวกเ้าหนี้ต้องถือดาบมาไล่ฟันเขาแน่! เดี๋ยวก่อน พวกเ้าหนี้น่าจะเข้าไปในคุกกรมอาญาไม่ได้ใช่หรือไม่? หรือว่า... ตัดสินให้เขาจำคุกตลอดชีวิตไปเลย? แบบนี้ก็ไม่ต้องคืนเงินแล้ว!
เสวียนจิ่วเซียนจวินพลันเปลี่ยนความคิดทันที เขาใช้ปากฉีกยันต์เงียบงันออกจากตัว แล้วร้องขอข่งซวินอย่างจริงจังว่า "ข้าอยากติดคุกกรมอาญาไปตลอดชีวิต!"
ฉู่หลินเฟิงและส้านหงเซียวต่างมองเขาด้วยความสยดสยอง
ข่งซวินยังคงนิ่งเฉยและปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เ้าฝันไปเถอะ คุกกรมอาญาไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยของใครทั้งนั้น"
ฉู่หลินเฟิงรู้สึกว่าท่านาุโนิ่งเกินไป "ท่านไม่ใเลยหรือขอรับ?"
ข่งซวินมีสีหน้าอ่อนล้า "เมื่อใดที่เ้าถูกลูกศิษย์สำนักเทียนสุ่ยก่อเื่ใส่ เ้าจะเข้าใจเอง"
บนหัวของฉู่หลินเฟิงค่อย ๆ ปรากฏเครื่องหมายคำถามขึ้นมา ชื่อเสียงของสำนักเทียนสุ่ยของพวกเขานอกสำนักมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?