“เด็ก?”
“เด็กๆ จากในหมู่บ้านขอรับ”
“นางคิดจะทำอะไรกันแน่” ฉู่ห่าวหรานส่งพู่กันให้หันซูแล้วหยิบผ้ามาเช็ดมือ “ข้าจะไปดูเสียหน่อย”
“ไปดู...เอ่อ...”
“ทำไมมีอะไรที่ข้าไม่ควรเห็น?” ฉู่ห่าวหรานเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“ไม่มีขอรับแค่เห็นว่านายท่านไม่ชอบเด็กๆ”
“ข้าแค่ไม่ชอบเสียงดัง” เขาส่ายหน้าไปมา “พาข้าไป”
“ขอรับ”
หันซูเข็นรถเข็นของนายท่านมาที่ลานบ้าน เด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังเหลาไม่ไผ่เด็กผู้หญิงนั่งบนพื้นรออยู่ใกล้ๆ ส่วนหญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางเด็กเ่าั้ ก็เหมือนเป็เด็กตัวโตเสียมากกว่า
“นี่ๆระวังด้วย”
“ทราบแล้วพี่เยว่ซิน”
“ช่วยกันทำอย่าทำแค่ของตัวเอง” นางยืนคุมเด็กน้อยที่กำลังทำว่าวกระดาษ เสียงหัวเราะของเด็กน้อยชะงักไปทำให้นางรู้สึกตัว เห็นสายตาของเด็กๆ จ้องมองไปด้านหลังนาง นางจึงหมุนตัวหันกลับไปมอง
“ท่านราชครู” นางฉีกยิ้มกว้างแต่เห็นสีหน้าราบเรียบราวแผ่นน้ำแข็งแล้วก็หุบยิ้มแล้วหมุนตัวไปพูดกับเด็กๆ “นี่ๆพวกเ้าเบาเสียงหน่อยสิ เกรงใจเ้าของบ้านบ้าง”
“แล้วพี่เยว่ซินไม่ใช่เ้าของบ้านหรือ?”
“ย่อมไม่ใช่อยู่แล้ว”นางยื่นมือไปขยี้ผมของเด็กชายแรงๆ “ข้ามาอาศัยท่านราชครูอยู่ต่างหากละ”
ดวงตาของฉู่ห่าวหรานกระตุกหญิงสาวหันกลับมาส่งยิ้มกว้างให้เขา
“ข้ารู้ว่าใต้เท้าจะถามอะไร ข้าตอบเลยก็แล้วกัน ท่านคงพอจำได้ เด็กๆกลุ่มนี้ท่านพบที่ริมแม่น้ำแล้ว” นางหยุดแล้วรอดูสีหน้าของอีกฝ่าย เมื่อสีหน้าเขายังคงเดิมไม่เปลี่ยนนางจึงพูดต่อ “พวกเขาอยากไปเล่นน้ำอีก แต่ข้าไม่อยากให้พวกเขาไปเล่นกันเองและข้าก็ไม่อยากไปเป็เพื่อนพวกเขา ข้าเลยเสนอตัวสอนเด็กๆ ทำว่าวกระดาษแทนหวังว่าท่านจะเข้าใจ”
“ว่าวกระดาษ?”
“อื้ม”นางรีบหยิบว่าวที่ทำเสร็จแล้วส่งให้เขาดู “กระดาษไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่พอเอามาทำเล่นได้เ้าค่ะ”
แม้ไม่อยากรับแต่ยื่นใส่มือเช่นนี้ ฉู่ห่าวหรานจำใจรับว่าวกระดาษมาพลิกดูไปมางานไม่ละเอียดและกระดาษไม่ดีนัก แต่ดูแล้วก็พอใช้เล่นสนุกได้
“ถ้าท่านชอบข้ายกให้” เยว่ซินยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพราะเขานั่งบนรถเข็น นางจึงค้อมเอวลงมาเล็กน้อยใบหน้าของนางใกล้กับใบหน้าน้ำแข็งของฉู่ห่าวหรานมาก ลมหายใจอุ่นๆที่ปะทะใบหูทำเอาชายหนุ่มชะงักงันไปชั่วขณะ
“ข้าก็อยากได้นะพี่เยว่ซิน”
“ข้าก็ด้วย”
“ข้าด้วย”
นางยืดตัวขึ้นแล้วพูด“ได้ๆ ได้ทุกคนไม่ต้องห่วง เพราะพวกเ้าต้องทำเอง”
เสียงเด็กๆโห่ร้องไม่พอใจเยว่ซินขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นกอดอก “ข้าสอนพวกเ้าทำว่าวเป็วิชาความรู้นี้ไม่ได้เรียนกันโดยง่าย ข้าสอนพวกเ้าไม่มีสิ่งใดแลกเปลี่ยน ตามหลักพวกเ้าต้องเรียกข้าว่าอาจารย์แล้ว”
“อาจารย์?”
“ถูกต้อง”นางพยักหน้ารับ “แต่ข้าเป็คนดีไม่คิดเล็กคิดน้อยเื่เหล่านี้พวกเ้าเรียกข้าว่าพี่เยว่ซินก็พอ”
“พี่เยว่ซิน!”
“พวกเ้าลงมือทำตามที่ข้าสอนฝึกฝนบ่อยๆ ก็เชี่ยวชาญชำนาญไปเอง”
นางเอ่ยจบก็หันกลับมาทางฉู่ห่าวหราน“ข้าใช้ลานบ้านท่านโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน ท่านไม่ถือโทษโกรธข้านะ”
ถ้าบอกว่าไม่พอใจก็พูดไม่ได้สินะ
ราวกับรู้ความคิดของอีกฝ่ายนางยิ้มทะเล้นแล้วเอ่ย “ที่นี่ไม่มีสำนักศึกษาพ่อแม่จะส่งลูกๆไปเรียนก็ไกลเหลือเกินพวกเขาก็หวังอยากให้ลูกมีความรู้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เด็กพวกนี้น่าสงสารบางคนเขียนชื่อตัวเองไม่เป็เลย”
น้ำเสียงที่ชวนให้รู้สึกเวทนานั้นไม่ได้ทำให้ฉู่ห่าวหรานใจอ่อน แต่กำลังใจตั้งใจฟังว่านางพยายามทำสิ่งใดอยู่
“มีสิ่งใดก็พูดออกมาเลยดีไหมแม่นางเหอ”
“เยว่ซิน”นางรีบพูดแทรก “ข้ายินดีให้ท่านเรียกข้าว่าเยว่ซิน”
“แม่นาง...”
“เรียกแค่เยว่ซินก็พอแล้วท่านจะเรียกทั้งชื่อแซ่เลยหรือไร อย่างไรเสียข้ายังตัวติดกับท่านอีกนาน” นางฉีกยิ้มประจบใส่ดวงตาของเขา
“เยว่ซิน” เขาเอ่ยชื่อนางตามที่นางร้องขอไม่ใช่เพราะนางสั่ง แต่เขาแค่อยากตัดความรำคาญนี้ทิ้งไป
“ใต้เท้าฉู่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ”นางเปลี่ยนสีหน้าให้ดูน่าสงสาร หลุบตาลงเล็กน้อย ทำทีเป็ชำเลืองมองไปทางเด็กกลุ่มนั้น“หากมีใครสักคนยอมสละเวลา ฝึกสอนให้พวกเขาได้ร่ำเรียนเขียนอ่านคงดีไม่น้อย”
“แม่นางเหอจะให้ใต้เท้าฉู่สอนเด็กๆเหล่านี้รึ” หันซูเบิกตากว้างเื่เช่นนี้ เขาเองยังไม่เคยคิด ฉู่ห่าวหรานสั่งสอนแต่ราชนิกูล ไม่เคยสอนชาวบ้านและที่สำคัญ เด็กเล็กขนาดนี้ด้วย
“อุ้ย! พ่อบ้านก็คิดเช่นเดียวกันหรือนี่” หญิงสาวทำเป็ไร้เดียงสาขึ้นมาทันทีแล้วกลอกตามองทางฉู่ห่าวหราน“ท่านลองคิดดูเถิด แค่ชื่อตัวเองยังไม่เขียนไม่ได้มันน่าน้อยใจในโชคชะตามากเพียงใด คนเราเลือกเกิดมิได้ แต่เลือกที่ใฝ่หาความรู้ได้จะดีเพียงใด ถ้าคนมีความรู้ยอมสละเวลามาสอนเด็กเหล่านี้”
“แม่นางเหอคิดว่าเด็กเหล่านี้อยากเรียนหนังสือรึ?” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบจ้องมองนางอย่างค้นหาความจริง แต่นางกลับฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกายแล้วหันไปทางเด็กกลุ่มนั้น
“มีใครอยากเขียนชื่อตัวเองได้บ้าง!”
“ข้า!”
“ข้าด้วย!
“ข้าเป็ผู้หญิงก็...ก็...อยากเขียนอ่านเป็นะ”
เยว่ซินหันกลับมาสบกับฉู่ห่าวหราน“ท่านได้คำตอบแล้วสินะ”
“ข้าไม่เคยสอนเด็กเล็กๆขนาดนี้ แต่ถ้าพวกเขาสนใจ ข้าจะสอนให้วันล่ะหนึ่งชั่วยาม” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงราบเรียบทว่าน้ำเสียงของเขาทำให้เด็กๆ โฮ่ร้องดีใจ
หันซูอ้าปากค้างไม่คิดว่านายท่านจะตกปากรับคำง่ายดายเพียงนี้
“ข้าสอนเฉพาะคนที่ตั้งใจเรียนเท่านั้นหากผู้ใดไม่ตั้งใจเรียน ข้าจะหยุดการสอนทันที”
“ได้แน่นนอน”เยว่ซินตอบอย่างรวดเร็ว “พวกเ้าได้ยินแล้วหรือไม่”
“อื้มๆ”เด็กๆ พยักหน้าหงึกหงัก
เยว่ซินส่ายหน้าไปมา “เรียกอาจารย์สิแล้วรีบขอบคุณท่านอาจารย์ฉู่ด้วย”
“ขอบคุณท่านอาจารย์ฉู่!”
เด็กๆส่งเสียงพร้อมเพรียง ฉู่ห่าวหรานพยักหน้ารับแล้วหมุนล้อรถให้เคลื่อนออกมาหันซูเข้าไปช่วยเข็นให้ทันที เยว่ซินมองรถเข็นสภาพเก่าด้วยใช้งานมานานพลางครุ่นคิดในใจจนเผลอกดริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัว
“นายท่าน...”หันซูเรียกเบาๆ เมื่อเข็นรถเข็นออกมาได้ไกลแล้ว
“ข้าแค่อยากรู้ว่านางจะทำสิ่งใดกันแน่”
ฉู่ห่าวหรานนึกถึงดวงตาเป็ประกายของนางนางต่างหากที่เหมือนหัวหน้าเด็กกลุ่มนั้นแต่รอยยิ้มของนางไม่อาจทำให้เขาวางใจได้ว่านางมาที่นี้เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่