“เอ้า! นี่มีคนเขาฝากมาให้”
คนส่งของวางหนังสือลงบนเคาน์เตอร์ครัว ยืนพิงผนังด้วยท่าทางอารมณ์ไม่จอยยกมือที่ทาเล็บหลากสีขึ้นมาแคะเล่น หนุ่มวัยสิบเจ็ดปีที่กำลังง่วนอยู่กับการล้างจานก็รีบจัดการงานตรงหน้าให้เสร็จก่อนจะเช็ดมือเดินเข้ามาหา
“อะไรหรือพี่ อ๋อ!หนังสือ วันนี้คุณพลเขามาสินะ”
“ช่าย...เขามา แล้วเขาก็โดนยายเจ๊ฉกไปอีกแล้ว”
“เขารวยมากเลยหรือไง พวกแกถึงได้แย่งกัน แล้วมาเมื่อไหร่ก็มีหนังสือมาฝากเ้าพอลตลอดเลย”แม่ครัวข้ามเพศที่กำลังนั่งแกะกระเทียมฟังวิทยุในมุมหนึ่งของห้องถาม
“รวยไม่รวยไม่รู้ แต่หล่อมาก แซ่บด้วยนังยิหวาบอกว่าทำมันตาเหลือกขึ้น์ไปสามรอบแน่ะ แต่ฉันยังไม่เคยกินเลยเมื่อไหร่ ๆ ก็โดนฉกไปหมด หรือฉันจะไปทำนมเพิ่มดีนะว่าไหม” ยืดตัวดันหน้าอกขึ้นแล้วส่ายไปตรงหน้าของเด็กหนุ่มจึงโดนคนสูงวัยดุเข้าให้
“พอแล้วนังโอลีฟ ไอ้พอลมันกำลังเป็หนุ่มเดี๋ยวก็ใจแตกหรอก”
“ยังไม่แตกอีกหรือ นึกว่าแตกไปนานแล้วนะเนี่ย มะถ้ายังงั้นเดี๋ยวพี่จะพาไปขึ้นครูแล้วกัน” จับมือทำท่าจะจูงออกไป หอมแดงลูกใหญ่จึงลอยมาเข้าหัวเต็มๆ
“โอ๊ย! ลุง”
“ลุงเหรอ” ได้ยินคำแสลงหูเลยคว้ามีดที่อยู่ใกล้มือมาถือไว้ด้วย
“ป้า...ป้ามิตรจ๋า ฉันเจ็บ”
“มึงเลิกเล่นได้แล้วและก็ออกไปทำงานทำการเดี๋ยวกูจะฟ้องราตรีมัน เดี๋ยวเถอะ”
“แหม...ล้อเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ เอง ก็ใครใช้ให้ลูกพี่ราตรีหล่อล่ะถ้าเป็หนุ่มเต็มตัวคงจะหล่อขึ้นกว่านี้อีกแน่ ขอพี่จองไว้ก่อนได้ไหมจ๊ะ”
ทำท่าจะฉกจูบ แต่คนที่มักโดนสาว ๆในนี้เย้าเล่นและแกล้งลวนลามเป็ประจำเอี้ยวตัวหลบทันด้วยความว่องไว ไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจแต่มันน่ารำคาญเสียมากกว่าก็พวกหล่อนทำอย่างกับเขาเป็ลูกหมาขนปุกปุยมีหางสั่นดุ๊กดิ๊ก ที่เห็นเป็ต้องเข้ามาฟัดหรืออุ้มเล่นด้วยอยู่ตลอด
“พี่สนใจเอาหนังสือไปอ่านไหมครับ สนุกนะ นี่ดูสิเล่มนี้เขาสอนเื่การเงินด้วยเผื่อจะมีประโยชน์ติดตัว”
“พี่ไม่จำเป็ต้องมีความรู้ติดตัวหรอก ขอแค่มีสองเต้ากลม ๆ นี่ก็พอแล้ว”
“เอ้อ! มันก็กลมได้วันนี้พรุ่งนี้แหละว้าอีกหน่อยเถอะ แก่ตัวไปใช้งานบ่อย ๆ มันก็หย่อนยานเหี่ยวไปตามสภาพ ใครเขาจะเอา”
“วุ้ย! ลุง เอ๊ย!ป้า หมกอยู่ในครัว ฟังแต่เสียงเพลงแหลม ๆ บาดหูสมัยาโลกรู้จักคลินิกศัลยกรรมบ้างไหม สถาบันเสริมความงามน่ะ ยกกระชับทรวงอก รีแพร์น้องสาวให้ฟิตเหมือนสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องยังไม่เคยโดนนิ้วผู้ชายแหย่น่ะรู้จักไหม ๆ”
“รู้จักสิ ทำไมจะไม่รู้จัก แต่มึงมีเงินหรือไงวันนี้ได้แขกหรือยัง แล้วเมื่อวานได้กี่คน โดนอัปเปหิมาอยู่ก้นครัวกูจะสมน้ำหน้าให้”
“ไม่ต้องมาซ้ำเติมกันนะ ไปแล้วก็ได้เชอะ!”
หญิงสาวสะบัดหน้าหันกลับไปด้วยความพ่ายแพ้เพราะเถียงไม่ขึ้น แล้วาน้ำลายของคนสองวัยในครัวก็จบลงเด็กหนุ่มจึงย้ายก้นมานั่งลงตรงเก้าอี้พลาสติก ไล่เปิดหนังสืออ่านทีละหน้าด้วยรอยยิ้มมีความสุขที่นาน ๆ ครั้งจะฉายออกมาให้เห็น ก่อนจะทำเหมือนว่านึกอะไรออก
“เอ่อ...เดี๋ยวผมขอตัวออกไปขอบคุณเขาหน่อยนะครับ”
“ไปเถอะไป”
เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีทองแปลกแยกไม่เหมือนใคร เวลาเดินไปทางไหนในร้านหรือแม้แต่ออกไปข้างนอกก็มักจะเป็จุดเด่นอยู่เป็ประจำออกจากห้องครัวไปทันเห็นแผ่นหลังของศักดิ์พลก้าวขึ้นบันได เขาจึงก้าวตามไป
ตึกนี้เป็อาคารสามชั้น ชั้นแรกเป็ที่นั่งดื่มของลูกค้ามีบาร์กับโต๊ะพูล มีห้องครัวอยู่ด้านหลังและซอกทำงานเล็ก ๆ ของแคชเชียร์
ชั้นสองเป็ที่รับแขกของบรรดาสาว ๆห้องของแม่เขาคือหมายเลขสิบอยู่ด้านในสุดซึ่งหล่อนไม่ใคร่อยากจะให้ลูกชายเข้าไปนัก ส่วนชั้นสามฟากหนึ่งเป็ที่เก็บของและสินค้าที่ต้องมีการนับสต๊อก อีกด้านเป็ห้องของนุ่มนิ่มที่กว้างกว่าคนอื่นและเป็ห้องเดียวที่ติดเครื่องปรับอากาศ
ส่วนที่อยู่ของเขาคือชั้นดาดฟ้าซึ่งทำเป็ลานซักผ้าตากผ้า มีเพิงเล็กๆ ที่มีหลังคาและผนังเพียงสามด้านไม่มีประตูกั้น แต่เดิมมันคือที่เก็บของเก่า พอลนำพวกโต๊ะและเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาวางกองสุมกันให้สูงทำเป็ผนังกั้นราตรีก็เอาผ้าถุงลายดอกเก่า ๆ ของตนมาเย็บต่อกันทำเป็ผ้ากั้นประตูให้
เวลาหน้าร้อนไม่มีปัญหาอะไร ในบางครั้งเขาก็ชอบออกมานอนตากลมห่มฟ้าข้างนอกแต่พอหน้าฝนหรือฤดูมรสุมทีไร เด็กหนุ่มก็ต้องระเห็จตัวเองไปหาที่นอนใหม่บ้างก็ในห้องครัวชั้นล่าง บ้างก็ออกไปนอนนั่งร้านในตลาดหรือไม่ก็ศาลาวัดแล้วแต่สถานการณ์เฉพาะหน้า
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
ศักดิ์พลเคาะประตูเป็จังหวะสามทีหญิงสาวที่สวมชุดวาบหวิวรออยู่แล้วก็เปิดประตูโหมตัวมาคล้องคอแล้วกระชากเข้าไปด้านในพร้อมปิดประตูตามหลังเสียงดังปัง
พอลที่เห็นอย่างนั้นก็เปลี่ยนใจว่าจะเลยเอาหนังสือขึ้นไปเก็บไว้ชั้นบนก่อนแต่แล้วก็มีท่าทีลังเล เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาว่าพี่พลเนี่ยจะมีลีลาเด็ดดวงจริงตามคำบอกเล่าของเหล่าพี่สาวหรือเปล่า จึงได้ลองย่องเดินไปทางฝั่งห้องเก็บของช้าๆ ก่อนจะลัดข้ามไปที่หน้าประตูห้องเ้านายแล้วเอาหูแนบฟัง
“.....”
“ไม่เห็นจะได้ยินเสียงอะไรเลย”
เขาบ่นเบา ๆ หันซ้ายหันขวาไปเห็นหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดอ้าไว้จึงเข้าไปส่องดูแต่ผ้าม่านหนาทึบด้านในก็บังมิดจนไม่เห็นอะไร วัยรุ่นที่แตกหนุ่มแล้วแต่เสียงยังไม่หายแหบดีจึงเกาหัวแกรกๆ อย่างขัดใจ
แต่แล้วหัวสมองที่มีไหวพริบดีหรือจะเป็ความหื่นในวัยฺเจริญพันธุ์ก็ไม่รู้ทำให้พอลเดินเข้าไปในห้องเก็บของมองหาอุปกรณ์ยาว ๆ ที่จะใช้แยงช่องว่างเพื่อเขี่ยเอาผ้าม่านออก
“นี่แหละ อันนี้เลยน่าจะใช้ได้” เขาจัดการฉีกกระดาษลังเบียร์ออกมาอย่างยิ้มกริ่มแล้วเดินกลับไปที่เดิม
เมื่อแหวกผ้าม่านออกก็ได้ยินเสียงครางกระเส่าของเ้าของร้านดังอย่างต่อเนื่องฟังดูแล้วเหมือนจะขาดใจตามไปด้วย เขาลอบกลืนน้ำลายแห้งผากลงคอรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวและหายใจไม่เต็มท้อง เกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านขึ้นมาในทันทีแต่เสียงไหนก็ไม่ปลุกอารมณ์เท่าเสียงครางต่ำในลำคอของศักดิ์พล มันฟังแล้วชวนเซ็กซี่ชะมัดท่าทางจะร้อนแรงไม่เบาเหมือนอย่างที่สาว ๆ พูดถึง
ทั้งสองโรมรันฟันตูกันอย่างเมามันโดยไม่รู้ว่าทำคนที่กำลังแอบมองอยู่ด้านนอกตื่นตัวไปด้วย พอลไม่อาจยืนดูจนจบก็วิ่งตื๋อขึ้นไปชั้นบนล้มตัวนอนหงายบนโซฟาเก่าที่ใช้เป็เตียงนอนแล้วหลับตานิ่งพยายามทำจิตใจให้สงบเยือกเย็น
หลังมือที่ค่อนข้างขาวจากกรรมพันธุ์คนต่างชาติ แตะขอบกางเกงก่อนจะเลื่อนลงต่ำกว่านั้น พร้อมขยับยุกยิกเล่นกับเ้าช้างน้อยของตนด้วยความรู้สึกดี
“อา...อุ่นจังเลย ลื่นชะมัด โอ๊ะ!”
เด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาเจอภาพหลังคากระเบื้องเก่า ๆ แบบเดิมและก็เป็อย่างนี้ทุกเช้านับแต่เริ่มฝันเปียกเป็ครั้งแรก
ทว่า เมื่อกี้นี้เหมือนเขาจะฝันเห็นคุณพลของสาว ๆ เลยไม่คิดว่าภาพแผ่นหลังเปลือยเปล่าสีแทนชุ่มเหงื่อที่แอบมองดูเมื่อวานนั้น มันจะติดตาเข้าไปถึงในฝันได้
“เลอะอีกแล้ว บ้าจังเลย เฮ้อ...”
พอลถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย เช้า ๆอย่างนี้ไม่อยากรีบตื่นนอนเลย แต่ก็ฝืนลุกเดินออกไปด้านนอก เปิดน้ำจากก๊อกใส่กะละมังซักผ้าถอดชุดพาดกับราวลวด เปลือยกายเหลือเพียงกางเกงในชั้นเดียวแล้วนั่งบนม้านั่งเตี้ย หยิบขันตักน้ำราดตัวให้ทั่วก่อนจะฟอกสบู่จากนั้นก็ตักน้ำราดอีกทีล้างฟองให้หมด แล้วถอดกางเกงในซักตาก เช็ดกายลวก ๆ แล้วรีบสวมเสื้อผ้าลงไปรอศักดิ์พลที่ชั้นล่าง
“สวัสดีครับ หลับสบายไหม”
“อ่า...ก็ สบายดีนะ”
ทุกครั้งที่เด็กหนุ่มได้รับของมักจะแสดงมารยาทที่ดีโดยการมาขอบคุณอย่างนี้เสมอ แต่วันนี้ศักดิ์พลตั้งตัวไม่ถูกนิดหน่อยที่ถูกทักทายด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตอนที่เขาเพิ่งลงมาจากข้างบน ชายหนุ่มจึงยกมือขึ้นจัดแต่งทรงผมลวก ๆพร้อมขยับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“ขอบคุณมากเลยนะครับสำหรับหนังสือ ผมชอบมาก ชอบทุกเล่มเลย แล้วก็อ่านหลายรอบจนขึ้นหัว”
“ชอบก็ดีแล้ว”
เขาตอบสั้น ๆ กะอีแค่หนังสือเล่มละไม่กี่ร้อยไม่อยากให้เป็บุญคุณอะไรนักหนาแต่ฝ่ายนั้นก็รีบกุลีกุจอช่วยเปิดประตูร้านให้ด้วยความเต็มใจยิ่ง ชายหนุ่มที่กำลังก้าวขาออกไปก็เลยหยุดค้างเหมือนมีอะไรดลใจให้หันไปมองหน้าขาวใสที่ยังยิ้มไม่ยอมหุบ
“แถวนี้มีร้านปาท่องโก๋ไหม”
“มีครับ อยู่ไม่ไกล เดินจาก...”
“พาไปหน่อยสิ” พูดสวนตัดบทขึ้นมาด้วยความี้เี และกะว่าจะพาหมอนั่นไปทานด้วยเผื่อจะได้พูดคุยทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
“ตามมาเลยครับ”
เด็กหนุ่มก็ตอบรับพร้อมฉีกยิ้มที่กว้างอยู่แล้วให้กว้างขึ้นกว่าเดิมแล้วเดินออกนำลูกค้าคนพิเศษไปที่ตลาดสดยามเช้า
พอลพาคุณพลของตนลัดเลาะเข้าไปในซอยข้างศาลเ้า ที่มีรถเข็นขายน้ำเต้าหู้เ้าประจำตั้งอยู่มานานปี เ้าของร้านที่เห็นเด็กหัวทองั้แ่เล็กจนเริ่มเป็หนุ่มก็เอ่ยปากทักทายด้วยความคุ้นเคย
“ว่าไงสุดหล่อ วันนี้เอาอะไร เหมือนเดิมไหม”
“เหมือนเดิมครับ นมสดหวานน้อยแล้วก็ปาท่องโก๋สี่ตัว”
“กินแต่นมน่ะสิถึงได้สูงเอา ๆ เห็นไหมอาแวว ลื้อกินแต่น้ำอัดลมถึงสูงได้แค่นี้”นางหันไปแขวะลูกสาวที่วัยไล่เลี่ยกันก่อนจะหันมาถามลูกค้าอีกคนที่มากับพอล
“แล้วสุดหล่ออีกคนล่ะจะเอาอะไรดี”
“เอาน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง ปาท่องโก๋สี่ตัวเหมือนกันแล้วก็สังขยาอีกชุดนึงครับ”
“ได้จ้า รอแป๊บนึงน้า”
“ตกลงแล้ว ผมไม่ใช่สุดหล่อของป้าคนเดียวหรือครับเนี่ย น่าน้อยใจจังเลย”พอลแกล้งทำเสียงงอน แซวเ้าของร้านเล่น
“ไม่ต้องน้อยใจ หล่อหมดทุกคนนั่นแหละ ลูกค้าร้านนี้หล่อคนละแบบคนละสไตล์ ยกเว้นผัวป้าคนเดียวที่หาความหล่อไม่เจอ”
หญิงวัยกลางคนปล่อยเสียงหัวเราะอารมณ์ดีออกมา เด็กหนุ่มก็ขำร่วมด้วยก่อนจะตามศักดิ์พลไปนั่งที่โต๊ะแล้วลูกสาวเ้าของร้านก็เอาปาท่องโก๋มาวางให้คนละจานพอลจึงเอ่ยทักทายด้วยความสนิทสนม
“เปิดเทอมหรือยังแวว?”
“ยังเลยอีกตั้งเดือนนึง มาพอดีเลยเราว่าจะคืนหนังสือ”
“อ่านจบแล้วหรือ”
“อ่านจบแล้ว”
“นี่คุณพล เป็คนที่ซื้อหนังสือให้เราอ่านบ่อย ๆ ไง”
เด็กสาวเพียงหันไปมองพร้อมส่งยิ้มให้เล็กน้อยจากนั้นก็เดินไปหยิบหนังสือมาให้
“อะ อันนี้หนังสือเรียนเก่า ๆ ของเรา มีชีทใบงานข้อสอบแล้วก็สมุดจดด้วย”
“ขอบใจมากเลยนะ สมุดนี่ไม่ได้ใช้แล้วหรือ”
“ไม่ได้ใช้แล้ว”
“แล้วนี่ล่ะ อะไร”
“การ์ตูนเล่มใหม่ที่พ่อซื้อให้ เอาไปอ่านเลย”
“อื้อ คุณพลก็เพิ่งซื้อเล่มใหม่ให้เราเหมือนกันเดี๋ยวอ่านจบแล้วจะเอามาให้นะ”
“จ้ะ” เด็กสาวคนนั้นก็ยิ้มหวานตอบทั้งแววตา