ตอนที่ 20
หลังจากถูกผู้ใหญ่ไล่ให้ขึ้นมาเก็บข้าวของ ในระหว่างที่พวกเขากำลังจิบชาไปพลางพูดคุยเื่ธุรกิจที่แม่ตั้งใจจะทำไปพลาง เอเลียสก็ได้แต่ก้าวเท้าเข้าห้องด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้งที่จะต้องจากคนน่ารักไป
…เขาชอบของเขามาั้แ่แรกเห็น อยู่ๆ จะต้องแยกกันแบบนี้ ชายหนุ่มก็ยากจะทำใจ
เชอร์ริชที่แอบเงี่ยหูฟังผู้ใหญ่สนทนากันจึงรู้ว่า คนงามจะต้องกลับแล้ว
ดวงตาสีเขียวที่มีความเศร้าเจืออยู่จางๆ มองเอเลียสที่เดินห่อไหล่เข้ามาในห้องด้วยท่าทางซึมๆ ทำให้เขาเกิดรู้สึกเจ็บแปล๊บตะกุยอยู่บริเวณอกซ้ายอย่างบ้าคลั่ง
“เดี๋ยวฉันช่วยเก็บนะ” เชอร์ริชเอ่ยเสียงเบาพลางหยิบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ออกมาจากชั้น เขาก้าวไปช่วยคนงามเก็บเสื้อผ้าออกจากตู้ด้วยความรู้สึกโหวงๆ
“อืม” เอเลียสหันมาส่งยิ้มบางๆ ที่มีประกายแห่งความอ้างว้างอันน่าเวทนาให้คนน่ารัก จากนั้นก็หันไปเก็บเสื้อผ้าต่อ
ท่าทีหงอยๆ ของคนงาม ทำให้เชอร์ริชรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินขนาดมหึมาถ่วงหัวใจดวงน้อยอันน่าเวทนาเอาไว้
แต่เดิมตัวเขาเองก็ไม่คิดว่า จะต้องแยกกับอีกฝ่ายเร็วแบบนี้ พาให้เชอร์ริชได้แต่แอบมองคนงามด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ ขณะที่สองมือยังคงเก็บเสื้อผ้าของอีกฝ่ายใส่กระเป๋าเดินทางไปด้วย
“ให้ฉันช่วยขนของพวกนี้กลับบ้านด้วยไหม?” การแยกจากที่ไม่คาดคิดแบบนี้ ทำให้เชอร์ริชได้แต่เอียงหน้าเอ่ยถามคนงามเสียงเบาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังดีระคนห่วงใย
ฝ่ามืองามที่กำลังเก็บเสื้อฮู้ดสีฟ้าอ่อนชะงักไปชั่วครู่ ใบหน้าอันงดงามที่เริ่มยาวขึ้นหน่อยๆ มองคนน่ารักที่ยืนอยู่ข้างกันด้วยสายตาอันสั่นไหวที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกอันอบอุ่นที่ผุดขึ้นมา ในห้วงความรู้สึกอันหนาวเหน็บแห่งการแยกจาก ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ ตอบรับอีกฝ่ายด้วยสายตาอันอ่อนโยน
เมื่อเห็นลูกชายขนข้าวของไปใส่ไว้ที่กระโปรงหลังรถเสร็จแล้ว อีฟก็บอกลาสองสามีภรรยาตระกูลเฮอร์บิลตัน จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถไป เอเลียสเพียงแค่เดินไปกอดลาผู้ใหญ่ทั้งสองที่กอดเขาแน่นราวกับว่า กำลังจะพลัดพรากจากลูกในไส้อย่างไรอย่างนั้น
ชายหนุ่มเพียงแค่เอ่ยกับทั้งสองว่า เขาจะมาเยี่ยมบ่อยๆ จากนั้นก็ขอผู้ใหญ่ทั้งสองให้เชอร์ริชไปช่วยขนของที่บ้านเสร็จสรรพ แล้วจึงจูงมือคนน่ารักก้าวขึ้นรถตามผู้เป็แม่ไป
“แล้วนี่ เธอจะตามมาทำไม?”
ทันทีที่ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักก้าวขึ้นรถมาพร้อมกับลูกชายที่หันปิดประตูรถอย่างรวดเร็ว อีฟก็หันมาหรี่ตาอย่างไม่เป็มิตรแล้วเอ่ยเสียงแหลมใส่อีกฝ่ายทันที
ถึงพ่อแม่ของเด็กคนนี้จะน่ารักมากแค่ไหน แต่อีฟก็ยอมรับว่า เธอไม่ถูกชะตากับเ้าเด็กนี่เลยจริงๆ!
“ผมมาช่วยเอเลียสเก็บของไงครับ” เชอร์ริชเอียงคอเอ่ยกับอดีตดาวค้างฟ้าผู้งดงามเสียงใส ขณะที่เอเลียสซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
“เฮอะ ทำอย่างกับว่า ฉันจะกินลูกของตัวเองอย่างนั้นแหล่ะ!” อีฟกอดอกพลางเชิดหน้ามองเ้าเด็กปากดี แล้วเอ่ยเสียงขุ่นอย่างไม่ยอมแพ้
“ก็ผมเป็ห่วงเอเลียสนี่นา” เชอร์ริชเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลาย ขณะที่ใบหน้าของเขามีประกายของความกวนประสาทอยู่นิดๆ
การที่เชอร์ริชแสดงออกแบบนี้เป็เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยชอบหญิงวัยกลางคนนี้เท่าไหร่ ส่วนเหตุผลที่เขารู้สึกแบบนี้เป็เพราะเขารู้ว่า อีฟทำร้ายจิตใจชายหนุ่มผู้น่าสงสารมาโดยตลอด
“ปากดีจริงๆ!” อีฟเอ่ยเสียงสูงด้วยความหมั่นไส้ เธอเชิดหน้าหันไปมองทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความรู้สึกเคืองนิดๆ
…ชั่วเวลานี้เธอได้แต่ทำใจที่ลูกชายคบเด็กหยาบคายแบบนี้เป็เพื่อน
เอเลียสเพียงแค่สะกิดเชอร์ริชเบาๆ พลางส่งยิ้มให้คนน่ารักของเขาอย่างนุ่มนวล พาให้เชอร์ริชต้องยู่หน้าเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่า ใบหน้าของเขาเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหันพร้อมกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเพียงเพราะรอยยิ้มอันคุ้นเคยของคนงาม
หลังจากช่วยเอเลียสเก็บข้าวของเสร็จแล้ว เชอร์ริชก็กลับมาอยู่ในห้องคนเดียวอย่างซึมๆ
เขายอมรับว่า การที่อยู่ๆ ก็ขาดใครอีกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างกันมาตลอดหลายสัปดาห์แบบนี้ มันทำให้หัวใจของเขาวูบโหวงเสียจนรู้สึกว่างเปล่า
เชอร์ริชทำได้แค่หันไปมองที่ว่างบนเตียงอันปราศจากเงาร่างของอีกฝ่าย ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาชื่อของใครบางคน แต่สุดท้ายก็จำต้องหลับตาลงด้วยความเศร้าซึม
ทั้งที่พึ่งแยกกันไปไม่กี่วัน แต่เขากลับรู้สึกว่า มันยาวนานเป็หลายสิบปี
เชอร์ริชทำได้แค่เพียงเหม่อมองชื่อของอีกฝ่ายที่แสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความทุกข์ใจ
…ทั้งที่ปกติก็เจอกันที่มหาวิทยาลัย แต่เขากลับคิดถึงคนงามมากขึ้นและมากขึ้น
“ดึกๆ แบบนี้นายกำลังทำอะไรอยู่กันนะ?”
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกุมอกซ้ายของตัวเองอย่างแ่เบาพลางเอ่ยถามใครอีกคนอย่างเลื่อนลอย
ทันใดนั้นใบหน้าอันงดงามของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด รอยยิ้มอันนุ่มนวลที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของใครคนนั้น ทำให้หัวใจของเชอร์ริชเต้นแรงจนแทบจะะเิคาอก
ชั่วเวลานั้นชายหนุ่มพลันเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เขารู้สึกอย่างไรกับเอเลียส เสี้ยววินาทีนั้นความคิดบ้าๆ พลันแล่นเข้ามาในหัว พาให้ชายหนุ่มกำมือแน่น เขาเพ่งมองชื่ออันไพเราะของคนงาม แล้วจึงคลี่ยิ้มออกมาราวกับคนบ้า
หลายวันถัดมา
เมื่อเรียนภาคเช้ากันเสร็จ ทั้งสี่ก็ก้าวเท้าเข้าไปในโรงอาหารพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องบางส่วนที่มาฝากท้องกันที่โรงอาหารเหมือนกับทุกวัน โดยที่เชอร์ริชยังคงเดินเคียงกับประธานรุ่นคนงามท่ามกลางสายตาอันหวานเชื่อมของหนุ่มๆ ต่างคณะที่มองมายังพวกเขาอย่างเพ้อฝัน
…กระนั้นแล้วเชอร์ริชกลับไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงไหลเ่าั้เลย นาทีนี้ดวงตาของเขามีเพียงภาพสะท้อนของคนงามที่เดินอยู่เคียงกัน
“วันนี้กินออมเล็ตกับมัฟฟินกันเนอะ” ชายหนุ่มเอ่ยชวนอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันเบิกบาน ขณะที่สองมือของเขาจับแขนของคนงามที่เดินอยู่ข้างกันไปด้วย
“ได้สิ” คนงามขานรับด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนเหมือนกับทุกวัน ทำให้หัวใจดวงน้อยของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมเป็เท่าตัว
ไมกี้หรี่ตามองใบหน้าอันแดงเถือกของคนน่ารัก แล้วหลุดขำออกมา พาให้โซฟี่ต้องทุบหลังเรียกสติเขาอย่างแรง จากนั้นก็ลากเขาไปซื้อมื้อเที่ยงที่ร้านประจำของเธออย่างรู้งาน
ั้แ่ต้นจนจบเอเลียสเพียงแค่มองคนน่ารักของเขาด้วยสายตาเอ็นดูพลางก้าวตามอีกฝ่ายไปยังร้านขายมัฟฟินสุดอร่อยประจำโรงอาหารอย่างว่าง่าย
“ว่าแต่นายชอบช็อกโกแลตไหมอ่ะ?” เชอร์ริชหันมาเอ่ยถามคนงามที่วางจานมื้อเที่ยงลงข้างๆ กันด้วยสายตากระตือรือร้นพลางหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ไปด้วย
ถึงแม้ว่าเขาพอจะรู้เื่ความชอบของอีกฝ่ายอยู่บ้าง แต่หนนี้เชอร์ริชจะพลาดไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาแบบนั้น
“ก็ชอบนะ” เอเลียสตอบยิ้มๆ จากนั้นก็หย่อนก้นนั่งลงข้างกับคนน่ารักเหมือนกับทุกวัน โดยมีโซฟี่กับไมกี้ที่เดินผิวปากหรี่ตามองพวกเขาอย่างจับผิดด้วยท่าทางอันเปิดเผย
“ฉันกับโซฟี่ก็ชอบ เนอะโซฟี่!” ไมกี้ะโเข้ามาร่วมวงบทสนทนาของพวกเขาพลางส่งยิ้มพิมพ์ใจอันยียวนกวนประสาทให้เพื่อนทั้งสองเป็การหยอกเย้า
“ฉันไม่ชอบของหวานย่ะ!” โซฟี่ถองศอกใส่เ้าเพื่อนจอมเ้าชู้หนึ่งที พาให้เชอร์ริชหัวเราะเสียงใสออกอย่างเบิกบาน
เอเลียสเพียงแค่หัวเราะเบาๆ อย่างขบขัน ถึงแม้เขาจะกังขาอยู่เหมือนกันที่คนน่ารักเอ่ยถามเื่เล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาอย่างกะทันหันแบบนี้
กลางดึกวันถัดมา ขณะที่เอเลียสมองข้อความของคนน่ารักที่ส่งมาราตรีสวัสดิ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอยู่บนโซฟาอย่างอิ่มเอม
แต่ความสงบสุขอันดีต่อใจดำเนินไปไม่ถึงเสี้ยววินาที สายจากเ้าเพื่อนจอมเ้าชู้ก็ดังแทรกเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้ชายหนุ่มเคืองหน่อยๆ กระนั้นแล้วเขาก็ยอมรับสายแต่โดยดี จึงทราบว่าเ้าของผับให้เขาไปช่วยหิ้วปีกเ้าเพื่อนจอมเ้าชู้ที่เมาพับอยู่บาร์กลับไป
สิบห้านาทีต่อมาชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆ ก็เดินเข้าไปในผับที่คลาคล่ำไปด้วยผีเสื้อราตรี
ท่ามกลางแสงสปอตไลท์หลากสีของมิดไนต์ผับซึ่งเป็สถานที่เที่ยวกลางคืนยอดนิยมระดับต้นๆ ของหนุ่มสาวในเมืองนาฟรี่ย์ จังหวะที่ชายหนุ่มเดินแหวกฝูงชนไปที่บาร์ สุ้มเสียงอันคุ้นเคยของใครบางคนก็ทำให้ฝีเท้าของชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ ชั่วอึดใจต่อมาเขาก็หันไปยังที่มาของเสียงทันที
“ฉันเทหมดหน้าตักเลย รอบนี้ไม่พลาดแน่นอน!”
ท่ามกลางผีเสื้อราตรีที่กำลังร่ายรำกันอยู่รอบๆ ภาพของไฮร์ลสันที่วางเงินเดิมพันก้อนใหญ่ลงบนโต๊ะเครื่องดื่ม ซึ่งตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็โต๊ะพนันบนโซนวีไอพีตรงชั้นลอยปรากฏสู่สายตาของเอเลียส
“แบบนี้ก็เตรียมฉลองกันเลยเพื่อน!” ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลหม่นในชุดเสื้อกล้ามสีขาวที่สวมเครื่องประดับสไตล์เมทัลเขย่าไหล่ของไฮร์ลสันอย่างแรง จากนั้นก็ก้มลงสูดสารบางอย่างที่กองอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทางฟินๆ
“จะเตรียมทำไม ฉลองกันตอนนี้เลย สั่งได้เต็มที่เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง!”
ไฮร์ลสันก้มลงสูดสารนั่น แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมากู่ร้องเสียงห้าว พาให้เพื่อนลูกผู้ดีที่นั่งอยู่ล้อมรอบส่งเสียงเชียร์กันใหญ่
เอเลียสมองชายหนุ่มผมดำในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีม่วงด้วยสายตาอันราบเรียบราวกับว่า เขาไม่ใคร่จะใส่ใจชีวิตส่วนตัวของคนที่มีสายเืเดียวกันเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่าไหร่นัก
ด้วยเหตุนี้เองเอเลียสจึงหันกลับไปยังจุดหมายของเขา จากนั้นก็ก้าวไปยังตำแหน่งของบาร์ที่เ้าเพื่อนจอมเ้าชู้เมาคอพับอยู่ทันที
“ขอบใจมากนะน้อง เอ่อ เดี๋ยวพี่จะให้คนมาคุ้มกันนะ หน้าตาสวยแบบนี้เดี๋ยวโดนไอ้หื่นที่ไหนโฉบไป” ว่าแล้วบาร์เทนเดอร์หนุ่มก็มองเด็กหนุ่มหน้าสวยที่เ้าเด็กเ้าชู้บอกให้โทรเรียก แล้วหันไปกวักมือเรียกการ์ดให้มาคุ้มครองชายหนุ่มผู้งดงามที่ใจกล้าก้าวเข้ามาในผับเพียงลำพังด้วยความเป็ห่วง
เอเลียสเอ่ยขอบคุณบาร์เทนเดอร์หนุ่ม เขาก้าวไปฉุดเ้าตัวปัญหาขึ้นมา แล้วก้าวออกจากบาร์ไป โดยมีการ์ดของผับมาช่วยคุ้มครองถึงหน้าประตู
“ไหวไหมเนี่ย?” เอเลียสพาไมกี้ที่มีสภาพเมาเละมาหยุดอยู่ที่ม้านั่งใกล้ๆ ผับพลางเลิกคิ้วเอ่ยถามเสียงขุ่น จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาเบอร์แท็กซี่
“โทษที~~ เพื่อน~ ไปส่งฉันที่วิวล์เอชอพาร์ตเมนต์ที” ไมกี้ในสภาพเมาเละเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขอบคุณเ้าเพื่อนตัวน้อยผู้ร้ายลึกด้วยสุ้มเสียงอันอ้อแอ้
“แหว่ะ!”
ทันทีที่เอ่ยจบประโยคเครื่องดื่มจำนวนมากที่หญิงวัยกลางคนตั้งใจสั่งมามอมเขาก็ออกฤทธิ์ตีกันขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มต้องระบายของเก่าลงไปบนทางเท้าอย่างหมดสภาพ
“น่าสมเพชจริงๆ” เอเลียสหรี่ตามองคนเมาที่อาเจียนอย่างหมดสภาพด้วยความสังเวชพลางกดเบอร์เรียกแท็กซี่ไปด้วย
หากจะเอ่ยถามว่า ทำไมเขาจึงไม่ให้คนขับรถของที่บ้านไปส่งเ้าเพื่อนผู้น่าเวทนาคนนี้
ชายหนุ่มก็สามารถให้คำตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า เขามองไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องทำดีกับคนเมาขนาดนั้น!
เที่ยงวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสี่กำลังกินมื้อเที่ยงกันเหมือนกับทุกวัน
โทรศัพท์ของเชอร์ริชพลันส่งเสียงดังขึ้นมา พาให้ชายหนุ่มรีบกดรับสายทันควันด้วยท่าทางกระตือรือร้น ขณะที่เอเลียสซึ่งนั่งอยู่ข้างกันทำได้แค่เพียงหันมาเอียงคอมองคนน่ารักด้วยความใคร่รู้ว่า ทำไมอยู่ๆ อีกฝ่ายถึงได้มีท่าทางตื่นเต้นแบบนี้
“แป๊ปนะ มีคนมาส่งของ”
ทันทีที่ััได้ถึงสายตาสงสัยของคนงาม เชอร์ริชก็รีบปิดหูโทรศัพท์แล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นทันที
“ให้ไปด้วยไหม?” เอเลียสเอ่ยถามคนน่ารักเสียงนุ่ม ขณะที่ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอันแฝงความใคร่รู้ถึงที่มาของท่าทีตื่นเต้นอันผิดปกติของอีกฝ่ายอย่างลับๆ
“ฉันไปเองดีกว่า นายกินข้าวไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา แป๊ปเดียว” เชอร์ริชหันมาเอ่ยกับคนงามอย่างรัวเร็ว จากนั้นจึงรีบแจ่นไปยังประตูของโรงอาหารท่ามกลางสายตามึนงงของเพื่อนทั้งสองทันที
“ได้สิ…” เอเลียสทำได้เพียงแค่ขานรับเสียงเบาตามหลังคนน่ารักด้วยความรู้สึกกังวลหน่อยๆ ขณะดวงตาคู่งามมีประกายของความลุ่มลึกอันลี้ลับฉายอยู่
เอเลียสไม่รู้ว่า ทำไมคนน่ารักของเขาถึงได้รีบร้อนแบบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มมั่นใจก็คือ จะต้องเป็เพราะคนที่อยู่ปลายสายนั่นแน่ๆ
…
หลังจากนั้นไม่นานเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นมาจากโต๊ะที่อยู่ใกล้กับประตูของโรงอาหาร
พาให้ไมกี้ที่แต่เดิมก็ชอบความครึกครื้นอยู่แล้วต้องเงยหน้าขึ้นไปมองหาที่มาของเสียงด้วยความสนอกสนใจ
“ว้าว!”
ภาพของชายหนุ่มผมสีบลอนด์ผู้น่ารักในชุดลำลองที่ดูดีเหมือนกับทุกวัน ทว่าในมือกลับมีช่อกุหลาบที่ทำจากช็อกโกแลตช่อใหญ่พร้อมกับลูกโป่งสีแดงสดอันโดดเด่น ทำให้ผู้คนอดที่จะอุทานไม่ได้ ขณะที่หนุ่มสาวหลายคนต่างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารัวถ่ายรูปพรินซ์ของประจำมหาวิทยาลัยทันที
“อลังการแท้!!!”
ไมกี้ถึงกับอุทานเสียงหลง ถึงแม้ว่าจะมีประสบการณ์จีบหนุ่มสาวมาอย่างโชกโชน แต่ก็ต้องยอมรับว่า เขาไม่เคยเห็นช่อดอกไม้ขนาดใหญ่จนแทบจะบังตัวเพื่อนรักมิดแบบนี้มาก่อน ไหนจะลูกโป่งรูปหัวใจพวกนั้นอีก
ชั่วนาทีนี้ไมกี้ตกตะลึงกับความคลั่งรักของคนน่ารัก จนต้องสะกิดโซฟี่ที่นั่งอยู่ข้างกันให้เงยหน้าขึ้นมาดู
“เว่อร์เกิน!!!”
โซฟี่อุทานเสียงเบา เธอถึงกับถือช้อนค้างราวกับถูกหยุดเวลา ขณะที่ตาก็มองเพื่อนตัวน้อยผู้น่ารักที่ตกเป็จุดสนใจของผู้คน ซึ่งเดินยิ้มร่ามุ่งหน้ามาที่โต๊ะอย่างอึ้งๆ
“?” เอเลียสมองสีหน้าแตกตื่นของเพื่อนทั้งสองด้วยสายตางงๆ แต่ด้วยความที่เขายังครุ่นคิดถึงท่าทางตื่นเต้นผิดปกติของคนน่ารักอยู่ ชายหนุ่มจึงไม่มีกะใจไปสนเื่อื่นชั่วคราว
ชั่วเวลานั้นเองช่อกุหลาบที่ทำจากช็อกโกแลตช่อใหญ่ก็ถูกยื่นมาที่ด้านหน้าของชายหนุ่มผู้งดงามที่ดำรงตำแหน่งประธานรุ่นของคณะบริหารธุรกิจ
ดวงตาสีดำราวกับท้องนภายามราตรีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ชายหนุ่มหันไปหาใครบางคนที่ยืนถือลูกโป่งรูปหัวใจอยู่ด้านหลังด้วยความรู้สึกมากมายที่ผุดขึ้นมาในอก
ในนาทีนี้ เอเลียสทั้งอึ้ง แตกตื่น ตกตะลึง และยินดีในเวลาเดียวกัน
“ฉันชอบนายมากๆ เลยเอเลียส…นายจะยอมให้โอกาสคบกับฉันสักครั้งได้ไหมอ่ะ?” สุ้มเสียงอันสดใสแต่มีความสั่นไหวอยู่จางๆ ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายอันมีชีวิตชีวาในยามที่มองมาที่เขาพร้อมทั้งรอยยิ้มอันเจิดจ้าของคนน่ารัก ทำให้หัวใจของเอเลียสเต้นแรงด้วยความยินดีจนแทบจะะเิอยู่รอมร่อ
“ได้สิ...อืม! ได้อยู่แล้ว!!”
จบเล่ม 1 แล้วนะคะ หลังจากนี้จะเป็เื่ราวในเล่ม 2
ซึ่งจะไทม์สคิปนิดหน่อยเพราะว่า....
...่ที่เขาคบกันใหม่ๆ อยู่ตอนพิเศษเล้ม 1 จ้า