เหยียนชิงเพียงแค่คิดเล่นๆขึ้นมา ในขณะนั้นเอง ประตูร้านค้าก็ถูกผลักออกมาอย่างแรง หลี่เคอเดินออกมาพร้อมกับยิ้มกว้าง ดูเหมือนว่าเขาจะได้กำไรงามจากการค้าขายครั้งนี้
“แหม ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยมากขอรับที่รับซื้อของป่าพวกนี้เอาไว้ ข้าสัญญาเลยว่าครั้งหน้าถ้าข้าได้ของดีติดไม้ติดมือมา ข้าจะนำมันมาฝากเป็ของขวัญให้กันท่านแน่นอน” หลี่เคอกล่าวพลางประสานมือคารวะหญิงสาววัยกลางคนผู้เป็เถ้าแก่เนี้ยเ้าของร้าน
“โฮะๆ หลี่เคอ เ้าไม่ต้องคิดมากไป ทั้งข้าและเ้าก็คนกันเองทั้งนั้น เ้ามาขายของป่าที่ร้านข้าั้แ่ตอนที่พ่อข้าเป็เ้าของแล้ว ข้าจะไปใจร้ายกดราคาสินค้าเ้าได้เช่นไร...... โอ๊ะ!แล้วนั่นใครกัน? ใช่หลานชายที่เ้าบอกข้าก่อนหน้านี้รึเปล่า?” เถ้าแก่เนี้ยมองลอดผ่านหลี่เคอ นางเห็นชายหนุ่มที่ดูเหมือนอายุยังน้อย แต่กลับมีความสง่างามเปล่งประกายออกมา
“อ้า ใช่แล้วเถ้าแก่ เ้าเด็กนี่ชื่อเหยียนชิง เป็หลานชายข้าเอง ชิงเอ๋อร์! มาทักทายเถ้าแก่เนี้ยเร็ว!” หลี่เคอกวักมือเรียกหลานชายตัวเองไปยังหน้าร้าน
“เหยียนชิงคารวะเถ้าแก่เนี้ย” ชายหนุ่มพูดพลางประสานคือโค้งตัวคารวะหญิงวัยกลางคน เขาไม่มีปัญหาเื่มารยาททางสังคมอยู่แล้ว ป้าของเขามักจะบอกเขาอยู่ทุกวี่วันในเื่ของการเคารพผู้าุโกว่าและบุคคลที่ควรเคารพ เมื่อเขาเห็นว่าหลี่เคอพูดคุยกับนางอย่างชื่นมื่น ชายหนุ่มย่อมที่จะต้องเก็บรักษามิตรภาพที่ดีนี้ไว้ให้ยั่งยืน
เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะขึ้นมาทันที “ดูเ้าสิพ่อหนุ่ม อายุยังน้อยแต่กลับสูงโปร่งสง่างามดังผู้ใหญ่แล้ว ดูเ้ากับหลี่เคอนี่ช่างไม่ได้มีความคล้ายคลึงกับเลยแม้เพียงนิด นี่เ้าผ่าเหล่าผ่ากอขึ้นมาชนิดไหนกันถึงได้หล่อเหลาปานนี้?”
“อ่า....คือข้า....” เหยียนชิงลูบหัวตัวเองพลางเขินอายขึ้นมาทันใด นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนมาชมรูปร่างของเขาต่อหน้าขนาดนี้ ปกติที่เขาเห็น อย่างมากก็แค่มีเด็กสาวหลายคนในหมู่บ้านชอบมองเขาเวลาที่เอาสัตว์ที่ล่าได้ให้เป็ของขวัญเท่านั้น
“เถ้าแก่.....อย่าไปหยอกล้อกับเ้าเด็กนี่มากนักล่ะ ข้าจะบอกให้ เ้านักกวีนี่มันร้ายกว่าที่ท่านคาดคิดนัก ระวังเถอะท่านอาจตกหลุมพรางเ้าเด็กแสบนี่เอาก็ได้” หลี่เคอพูดด้วยสีหน้าขมขื่น หล่อกว่าเขา? เ้าเด็กน้อยเนี่ยนะ!? อย่างมากเขาก็หล่อกว่าเ้าเด็กนี่ถึงแปดส่วน! เอ่อ...หนึ่งส่วนก็ได้ เถ้าแก่เนี้ยช่างมีตาแต่หามีแววเสียจริงๆ
“โฮ่? นักกวี? หนุ่มน้อย เ้าไม่ลองเขียนกลอนจีบข้าดูบ้างสักบทสองบทล่ะ ถ้าหากข้าถูกใจบทกลอนเ้าข้าอาจมีของขวัญมอบให้บ้างก็ได้ โฮะๆ” เถ้าแก่เนี้ยพูดพลางสะบัดพัดปิดมุมปากของนาง
“กลอน? ย่อมได้ รอข้าเขียนสักครู่” เหยียนชิงหยิบสมุดบันทึกของตัวขึ้นมา พลางลงมือเขียนคำกลอนลงไป
โฮ่? ดูคล้ายว่าเ้าจะมีพร์ด้านนี้ ข้าอยากรู้เสียจริงว่าจะไพเราะขนาดไหน เถ้าแก่เนี้ยยิ้มขึ้นมา
หลี่เคอมองหน้าเถ้าแก่เนี้ยกับหลานตัวเองสลับไปมาพลางถอนหายใจ “เฮ้อ....ข้าเตือนท่านแล้วนะ”
"เอาล่ะเสร็จแล้ว" เหยียนชิงพูดพลางจรดคำสุดท้ายลงไปพอดี ชายหนุ่มยื่นสมุดที่ตัวเองเพิ่งบรรจงเขียนกลอนลงไปเมื่อครู่ให้แก่นาง
"ไหนๆ ขอข้าได้อ่านกลอนของเ้าหน่อย" เถ้าแก่เนี้ยรับสมุดมาพลางกวาดสายตาอ่าน
“ดูผิวพรรณนวลผ่องละอองใส ดุจดวงฤทัย
ข้าไซร้ถูกพรากจากกัน
คิดถึงเ้าชื่นทุกคืนวัน ผุดผ่องผิวพรรณ
ดังปวงเหล่าเทพอัปสร
หากจะได้ร่วมอิงขนิงนอน ย่อมจะเป็พร
แก่ดวงชีวีที่เกิดมา......”
นางอ่านไปได้เพียงครึ่งเดียวก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาด้วยความขวดเขิน “บัดซบ นี่ข้ากำลังถูกเด็กอายุไม่ถึงครึ่งของตัวเองเขียนกลอนเกี้ยวอยู่รึ แถมเ้าเด็กนี่ยัง.....อยากจะร่วมหลับนอนกับข้าอีก!”
หลี่เคอมองไปยังเถ้าแก่เนี้ยด้วยสายตาปลงตก ข้าบอกท่านแล้ว....ข้าเตือนท่านแล้ว ว่าอย่าไปลองของกับเ้าเด็กนี่....
“กลอนของข้าเป็อย่างไรบ้าง?” เหยียนชิงเอียงคอส่งสายตาถามหญิงสาวด้วยสายตางุนงงปนสงสัย
หลี่เคอกระตุกยิ้มขึ้น มองตรงไปยังหลานชายเขาด้วยสายตานับถือจากใจจริง.......เยี่ยมมากหลานข้า นอกจากเ้าจะเขียนกลอนเกี้ยวสาวรุ่นราวคราวเดียวกับมารดาเ้าแล้ว เ้ายังมีหนังหน้าที่หนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมืองหยาดตะวันนี่เสียอีก…
“เ้า.....ประเสริฐ ประเสริฐ ประเสริฐนัก!” นางกล่าวคำว่า“ประเสริฐ”ติดต่อกันถึงสามครั้ง นางไม่รู้ว่าควรจะโกรธที่ถูกเด็กรุ่นลูกมาแต่งกลอนเกี้ยว หรือควรรู้สึกขัดเขินเพราะมีคนพร่ำชมความงามของนางกันแน่ “กลอนเ้าช่างไพเราะเข้าหูข้าเสียจริง ในเมื่อเ้ากล้าเขียนมาขนาดนี้ ข้าก็กล้าให้รางวัลเ้า!” เถ้าแก่เนี้ยพูดพลางควักเหรียญเงินในกระเป๋าของนางขึ้นมาหนึ่งกำมือ
“นี่เป็รางวัลสำหรับกลอนของเ้า ว่างๆก็มาแต่งให้ข้าฟังอีกบ้างล่ะ” นางยกยิ้มพูดขึ้นก่อนยัดเหรียญเงินใส่มือเหยียนชิง
“นี่........ท่าน มันจะไม่มากเกินไปหน่อยรึ?!” ชายหนุ่มรับเงินมาด้วยความตกตะลึง ในมือของเขามีเหรียญเงินมากกว่าห้าสิบเหรียญเสียอีก
บัดซบ! ของป่าที่รวมทั้งของข้าและของเ้าเด็กนี่เอามาขายแล้วยังได้เพียงยี่สิบเหรียญเงินเท่านั้น แต่เ้าบัดซบน้อยนี่ เ้าเด็กนี่แค่เขียนกลอนชมเถ้าแก่ กลับได้เงินมามากกว่าที่ข้ากับมันล่ามาทั้งเดือนเสียอีก!
หลี่เคอมองไปยังเงินในมือของเหยียนชิงพลางกันฟัดรำพันกับตัวเอง
“ข้าไม่อาจรับเงินมากมายขนาดนี้เอาไว้ได้ กลอนที่ข้าแต่งเพียงแค่แต่งให้ท่านด้วยความจริงใจ มิได้หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น” เหยียนชิงกล่าวก่อนจะยื่นเงินทั้งหมดในมือเขาคือให้กับเถ้าแก่
“เ้ามิต้องเกรงใจข้า เ้าหนู ข้าพอใจในบทกลอนของเ้ามาก อีกอย่างถือเสียซะว่าเป็สินไหมจากข้า เผื่อว่าเราทั้งคู่อาจจะได้ร่วมงานกันในอนาคตก็ได้” เถ้าแก่เนี้ยมองชายหนุ่มที่กำลังยื่นมือขอคืนเงินให้กับนาง เด็กคนนี้ถึงแม้จะแก่แดดไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ละโมบโลภมากอะไร ดูเหมือนว่ามันจะเป็พวกเ้าสำราญโดยแท้จริง....เอ๊ะ หรือจะเป็พวกกวีไม่สนโลก? นางสงสัยในตัวของชายหนุ่มแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
“อา....ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอรับไว้ด้วยความยินดี ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย” เหยียนชิงเก็บเงินที่ได้มาเข้ากระเป๋าทันที ก่อนจะหันไปหาหลี่เคอ
“เอ่อ.........ท่านลุง วันนี้ข้ายังเดินดูภายในเมืองไม่หมดเลย ขอข้าอยู่ต่ออีกสักวันได้รึไม่ รับรองได้ว่าข้าจะไม่ก่อนเื่อะไรขึ้นแน่นอน” เหยียนชิงเลียบเคียงถามลุงของตน
“หือ เ้าจะอยู่ต่อ? ไม่ได้! เราไม่มีเงินมากพอจะอยู่ต่ออีกวันหนึ่ง จะให้ดีคือกลับไปวันนี้ วันหน้าเ้าก็ยังมีโอกาสกลับมาเมืองนี้กับข้าได้!” หลี่เคอปฏิเสธคำขอของหลานตนทันที ไม่ใช่ว่าเขากังวลว่าเด็กนี่จะไปก่อเื่อะไร เพียงแต่กลัวว่าจะไปมีปัญหากับคนที่ไม่ควรจะมีปัญหาด้วยเท่านั้น
“มันจะเป็ไรไปหากเ้าจะให้เด็กคนนี้อยู่ต่ออีกซักวันสองวัน? ดูก็รู้ว่ามันย่อมจะไม่ก่อปัญหาให้เ้าแน่ เช่นนี้เป็อย่างไร ระหว่างที่เ้าเด็กนี่อยู่ในเมือง ข้าจะคอยเป็หูเป็ตาแทนเ้าเอง อย่าได้เป็กังวลไปเลยหลี่เคอ” เถ้าแก่เนี้ยช่วยพูดสนับสนุนให้กับเหยียนชิง หากเ้าเด็กนี่สามารถท่องเที่ยวไปในเมืองได้อีกสักสองสามวัน นางย่อมจะสามารถให้เขาแต่งกลอนได้อีกหากเขาผ่านมาที่ร้านของนาง
หลี่เคอกัดฟันอย่างจนปัญญา แม้แต่เถ้าแก่เนี้ยก็ยังช่วยพูดสนับสนุนให้มันอีก ใช่สิ คนรูปงามมักทำคะแนนนำก่อนผู้อื่นเสมออยู่แล้ว!
“เช่นนั้นก็ได้....แต่เ้าต้องสัญญากับข้าสองประการ ประการแรก เ้าต้องไม่ไปเที่ยวอยู่บริเวณจวนเ้าเมืองหรือเขตพวกชนชั้นสูง ถ้าเจอพวกนั้นก็จงหลบหน้าเสีย อย่าไปสร้างปัญหาใดๆให้กับพวกมัน ประการที่สอง เ้าสามารถเที่ยวที่ไหนก็ได้ยกเว้นแค่ที่จวนเ้าเมืองกับเขตตะวันออกของเมือง ถ้าเ้าให้สัญญาข้าก็จะอนุญาตให้เ้าอยู่ต่อได้อีกซักวัน” หลี่เคอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“จวนเ้าเมืองกับทางทิศตะวันออก? ได้!ข้าสัญญาว่าจะไม่เหยียบเท้าไปที่แถวนั้นแน่นอน” เหยียนชิงตกปากรับคำอย่างแน่วแน่
“ถ้าเช่นนั้นก็ดี เถ้าแก่เนี้ย หลานข้าแม้จะดูเป็ผู้ใหญ่แต่มันก็ยังเยาว์วัยนัก ข้าขอฝากท่านช่วยเป็หูเป็ตาให้ข้าเสียซักวันเถอะ” หลี่เคอขอร้องเถ้าแก่อีกครั้ง
“เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลอะไรมากมาย เส้นสายภายในเมืองนี้ของข้าก็ไม่ใช่น้อยๆ หากมันก่อนเื่อะไรขึ้นมา ข้าจะให้คนไปช่วยตามตัวมันให้เอง”เถ้าแก่เนี้ยช่วยยืนยันความมั่นใจให้กับหลี่เคอ แต่ภายในดวงตานางกลับปรากฏความสงสัยขึ้นชั่ววูบหนึ่ง เขตตะวันออก ทำไมมันถึงห้ามไม่ให้เ้าเด็กนี่ไปแถบนั้น? ถ้าจำไม่ผิด เขตตะวันออกทั้งเขตน่าจะเป็ของ.....” นางหันหน้ากลับมามองไปยังชายหนุ่มพร้อมด้วยสีหน้าที่ตึกตะลึงและไม่เชื่อถือ ก่อนจะมองไปยังหลี่เคอ
“หลี่เคอ หรือว่าเ้าเด็กนี่.....”นางถามหลี่เคอด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด หวังว่าสิ่งที่นางคิดจะไม่ใช่เื่จริง
หลี่เคอหลบสายตาของเถ้าแก่เนี้ยลงอย่างเ็ป ก่อนจะมองหน้านางด้วยสายตาร้องขอไม่ให้พูดไปมากกว่านี้อีก
นางมองเขตอบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความใ ถ้าเช่นนั้นเด็กคนนี้ก็..... นางเพียงได้แต่คิดแล้วก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกก่อนจะสะบัดพัดสาวเท้าเข้าไปหาเหยียนชิง
“หนุ่มน้อย ข้าว่าที่ลุงเ้าขอมานั้นล้วนแต่มีเหตุผล หากเ้าอยากเที่ยวข้าก็แนะนำให้อยู่แค่เขตรอบนอกของเมืองเท่านั้น ข้าจะแนะนำโรงเตี๊ยมให้เ้าที่หนึ่ง หากเ้าบอกว่าข้าแนะนำมา ทางนั้นย่อมจะลอดราคาค่าห้องให้กับเ้าแน่”
“โอ้? เช่นนั้นย่อมดีเป็อย่างยิ่ง ข้าอาจเหลือเงินไว้ซื้อของจำเป็กลับติดไม้ติดมือไปด้วย”เหยียนชิงกล่าว ชายหนุ่มยังคงสงสัยในสิ่งที่ลุงเข้ากับเถ้าแก่เนี้ยพูดกันเมื่อครู่ แต่ถ้าพวกเขาไม่อยากให้ชายหนุ่มรู้ เขาก็จะไม่สืบเสาะหาว่ามันคืออะไรอีกต่อไป
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน ชิงเอ๋อร์ เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีล่ะ อย่าลืมสิ่งที่เ้าให้สัญญาไว้กับข้าด้วย” หลี่เคอพูดพลางหันไปหาเถ้าแก่เนี้ยก่อนคารวะนาง
ชายหนุ่มมองแผ่นหลังของตนจนลาลับไป ก่อนที่จะหันมาตามเสียงเรียกของเถ้าแก่เนี้ย
“เมื่อเ้าอยากจะอยู่เมืองนี้อีกสักวันสองวัน เ้าก็ต้องหาโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อน หากเ้ายังไม่มีโรงเตี๊ยมในใจ ซึ่งดูแล้วข้าก็คิดว่าเ้ายังไม่มี ข้าแนะนำให้เ้าไปยังโรงเตี๊ยมคุณชายสาม ที่นั่นบริการดีและหากเ้านำสัญลักษณ์ร้านค้าข้าไปด้วยเ้าก็จะได้กินข้าวฟรีไปสามมื้อ” นางพูดพลางโยนเข็มกลัดที่สลักชื่อร้านค้าให้กับเหยียนชิงก่อนจะก้าวกลับเข้าไปในตัวร้าน
“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยที่เมตตา”ชายหนุ่มคารวะให้แก่นางอีกครั้ง
“ถ้าเ้าไม่มีเื่อันใดแล้วก็จงรีบไปเสีย ฟ้ากำลังจะมืดแล้ว ถ้าเ้าช้าข้าเกรงว่าห้องพักคงจะเต็มก่อนที่เ้าไปถึง”นางพูดโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปหาชายหนุ่มอีก ไม่รู้ว่าเป็เพราะว่านางอยากจะไล่ให้เขาไปไกลๆหรือเป็เพราะว่านางกำลังอายเขากันแน่?