ปรี๊ดดๆ ๆ ๆ เสียงนกหวีดเป่ารัวกระชั้น เสียงแหลมยาวจนเ้าของร่างบางในชุดนักศึกษาเรียบร้อยที่ใส่หูฟังถึงกับต้องถอดออกมองซ้ายมองขวาพนักงานรักษาความปลอดภัยหุ่นท้วมโบกมือให้เธอเดินบนบาทวิถีหน้าบริษัท KS Cosmetic ไม่ทันที่เธอจะก้าวขึ้นไป SUVสีดำขลับก็แล่นเลยเธอไปยังหน้าประตูกระจกทางเข้า พนักงานรักษาความปลอดภัยคนเดิมรีบกระวีกระวาดตามไปเปิดประตูแล้วโค้งคำนับด้วยความกระตือรือร้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร ก็โอปป้าเกาหลีของเธอนั่นแหละ
ร่างสูงในชุดสูททำงานสีเทาเสื้อเชิ้ตตัวในสีขาว ผมแสกข้างปรกหน้าสไตล์เกาหลีในแว่นตาดำสุดเท่ทำให้เขาดูมาดเข้มไปอีกแบบ ว้าว....ยังกะหลุดมาจากซีรีส์เลยอ่ะ
นาถนรีชะงักเท้าเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังเดินตรงมาหาแล้วก็ต้องรีบเดินเข้าไปสวัสดีตามมารยาทของเด็กดี
“มาทำอะไรแถวนี้คะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักหลังจากรับไหว้หญิงสาวซึ่งวันนี้มาในมาดเด็กกะโปโลคนเดิมเลย เสื้อพอดีตัว กระโปรงพลีทแค่เปลี่ยนเป็คัทชูส้นเตี้ย กับกระเป๋าสะพายใบกะทัดรัดและซองพลาสติกสำหรับใส่เอกสาร ผมมัดสูงปล่อยเป็หางม้าลงมาแกว่งไกว แต่งหน้าอ่อน ๆ ซึ่งมาถึงตอนบ่ายอย่างนี้ก็เริ่มจะมีความมันเกิดขึ้นบ้าง แก้มแดงปลั่งเพราะอากาศร้อนไม่ต้องพึ่งบลัชออนมาแต่งเติม
“มารับจดหมายตอบรับการฝึกงานค่ะ เห็นพี่เขาโทรแจ้งว่าได้แล้วนัดให้รับมาได้” เสียงหวานตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มใสๆ
“อืม พี่เซ็นเมื่อวันก่อนแล้วมารถอะไรคะ ดูท่าทางจะร้อน” น้ำเสียงทุ้มดูมีแววห่วงใย
“มารถไฟฟ้าค่ะ แล้วก็เดินมาเรื่อยๆสนุกดี” นาถนรีตอบตามตรงเพราะเธอชอบเดินแวะดูนั่นดูนี่ตามประสาวัยรุ่นไปเรื่อยอยู่แล้ว
“ขึ้นไปข้างบนกับพี่ดีกว่า ทานไรมาหรือยัง เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับคุณเกษเลขาพี่เลย” คิมหันต์ไม่รอให้สาวน้อยได้ปฏิเสธเลยก้าวขายาว ๆ ออกเดินนำเข้าประตูกระจกแบบเปิดอัตโนมัติไปก่อนแล้วนาถนรีถอนหายใจเฮือก งานเข้าอีกแล้ววววว ก็ดูเธอแต่งตัวสิคิดว่าจะมารับเอกสารแป๊บเดียวไม่คิดว่าจะต้องขึ้นไปแนะนำตัว ไม่งั้นคงจะแต่งให้ดีกว่านี้หน่อย เฮ้ออออ.....
พนักงานสาวบริเวณฟร้อนท์ออฟฟิซ 2 คน เมื่อเห็นท่านประธานเดินเข้าประตูมาก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับ คำนับน้อย ๆ พนักงานที่เดินผ่านไปมาก็หยุดคำนับ นาถนรีคิดว่าตัวเองคงจะหลุดเข้าไปอยู่ในซีรีส์แน่ ๆ เหมือนเป๊ะ เท้าเล็กในรองเท้าคัทชูเกือบสะดุดเมื่อท่านประธานหันมาพยักหน้าให้เดินมาหาเร็วๆ ดูเหมือนทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่เธอและเขาเป็ตาเดียว จะทำยังไงได้ล่ะก็ต้องเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้น่ะสิ นี่เธอได้อภิสิทธิ์ในการเข้าตึกโดยไม่ต้องแลกบัตรอะไรเลยนะเนี้ยแค่เดินตามท่านประธานไปเฉย ๆ แต่รับรองได้เลยว่าพอคล้อยหลังท่านประธานไปสาว ๆ ที่ฟร้อนท์หน้าต้องเม้าท์มอยกันแน่ๆ เพราะเธอแอบเห็นสองสาวแอบสะกิดมือกัน เมื่อเห็นท่านประธานหันมารอสาวน้อยชุดนักศึกษา สนุกกันใหญ่ล่ะทีนี้!!!
ร่างสูงแตะเอวให้สาวน้อยในชุดนักศึกษาเข้าลิฟท์ผู้บริหารเมื่อพนักงานกดเรียกค้างไว้รอ และมือก็ค้างอยู่อย่างนั้นนาถนรีหน้าร้อนผ่าวรีบขยับออกห่างเมื่อประตูลิฟท์ปิดลง ภายในลิฟท์ติดกระจกรอบด้านจะหันหน้าไปทางไหนก็เจอโอปป้าอยู่ดี เธอก็เลยเลือกยืนนิ่ง ๆหายใจลึก ๆ ครู่เดียวลิฟท์ก็มาถึงชั้นผู้บริหาร เมื่อเห็นท่านประธานพนักงานทุกคนลุกขึ้นยืนทักทายอย่างอัตโนมัติแล้วก็หันไปทำงานกันต่อ ซึ่งนาถนรีคิดว่าน่าทึ่งมาก ทุกคนเป๊ะเว่อร์จริง ๆ แล้วเธอล่ะ จะทำเปิ่นไหมเนี้ย สู้ ๆ นะยายนา อุตส่าห์ได้มาฝึกงานในบริษัทตั้งใหญ่โต เธอให้กำลังใจตัวเอง
เมื่อท่านประธานนำเข้าห้องไปชี้ให้เธอนั่งตรงโซฟามุมห้องที่จัดไว้รับรองแขก พนักงานสาวใหญ่ดูท่าทางคล่องแคล่วก็เดินตามมารับคำสั่งทันที
“คุณเกษ นี่ไงน้องนักศึกษาฝึกงานที่จะมาเป็ลูกน้องคุณเกษ” คุณเกษ หรือเกษราหันมายิ้มให้เธอทันทีร้องอ๋ออออ พร้อมพยักหน้าเพราะเธอเป็คนพิมพ์จดหมายตอบรับนักศึกษาฝึกงานให้บอสของเธอเอง เพราะบอสระบุเฉพาะเจาะจงให้เกษราเป็คนดูแล
นาถนรีรีบลุกขึ้นยืน ไหว้อย่างสวยงามส่งยิ้มแบบน่าเอ็นดู
“สวัสดีค่ะ คุณเกษ หนูชื่อ นา นาถนรี รัตนภาค เรียนเอกภาษาอังกฤษธุรกิจฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
“เรียกพี่เกษก็ได้ค่ะ น้องนายินดีต้อนรับค่ะ บอสมีอะไรอีกไหมคะ” ประโยคหลังหันไปเตรียมรับคำสั่งจากบอสสุดหล่อที่ทำหน้าขรึม
“เดี่ยวคุณเกษหาน้ำหวาน หาขนมให้หน่อยนะแล้วก็เอาจดหมายที่ตอบรับการฝึกงานมาด้วยเอกสารบนโต๊ะนี่ต้องเซ็นวันนี้ให้หมดใช่ไหม”เขาทำมาดขรึมตามแบบท่านประธานพร้อมมองกองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
“ค่ะ” เกษราตอบรับ “ อ้อ เย็นนี้ทุ่มนึงคุณคิมมีเลี้ยงลูกค้าที่ห้าง......นะคะ”เลขาทรงประสิทธิภาพเอ่ยแล้วเดินออกไปจัดการสิ่งที่เ้านายสั่งการปล่อยให้ท่านประธานกับเด็กฝึกงานอยู่ด้วยกันตามลำพัง เกษราพอจะเดาได้ว่าต้องไม่ใช่เด็กฝึกงานธรรมดาแน่ๆ บอกว่าเพื่อนสนิทฝากน้องสาวมาฝึกงานด้วยนี่ต้องถึงขนาดพามาเองแนะนำเอง เลือกตำแหน่งงาน เลือกพี่เลี้ยงเอง คงต้องมีอะไรแน่ ๆ ดูท่าทางสาวน้อยก็ใสซื่อซะเหลือเกิน จะทันท่านประธานมาดร้ายของเธอไหมหนอ....เกษราอมยิ้ม
$$$$$$$$$$$$$$$$$$
“เอ่อ คุณคิมคะ” เสียงหวาน ๆ เรียกให้ประธานหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารตรงหน้า เพราะนั่งมองนาฬิกาสลับกับโอปป้ามาหลายรอบก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะเสร็จงานสักทีเธออยากจะรีบไปเตรียมตัวกับงานอีเว้นท์เปิดตัวอาหารเสริมตัวใหม่เย็นนี้
“หืมมม...เดี๋ยวอีกนิดเดียวเสร็จนี่แล้วเรามีเื่ต้องคุยกัน”เสียงเข้มเอ่ยห้วน ๆ โดยยังคงรีบอ่านเอกสารให้เสร็จ แล้วเซ็นแกร็ก พร้อมปิดแฟ้มลุกขึ้นยืนเท้าเอวมองสาวน้อยด้วยสายตาเข้มแล้วเดินตรงมานั่งแมะลงข้าง ๆพร้อมกับใช้นิ้วทั้งสองนวดบริเวณดวงตาแสดงอาการเมื่อยล้า
“เอ่อ คือนาจะขอตัวกลับก่อนนะคะคุณคิม” โอปป้าหนุ่มหันขวับสายตาเข้มจัดหันไปมองหน้าสาวน้อย
“บอกให้เรียกพี่ไง” เสียงเข้มเตือน
“เอ่อ ไม่เหมาะมั๊งคะเดี๋ยวนามาทำงานมันจะดูไม่ดี” สาวน้อยนักศึกษาตอบเสียงสั่น
“หนูนา” เสียงเข้มเรียก “แทนตัวเองว่าหนูนาด้วยจะน่ารักมาก” นาถนรีทำหน้างงทำไมต้องเรียกให้น่ารักด้วยล่ะ “จะเรียกหรือไม่เรียก”ร่างสูงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ต้อนสาวน้อยเข้ามุมโซฟาตัวยาวที่นั่งอยู่ด้วย แขนยาวๆ พาดพนักพิงของโซฟาไว้ไม่ให้คนตัวเล็กกว่าหนีไปไหนได้ นาถนรีใจกระตุกวูบ นี่โอปป้าโกรธอะไร โอปป้าเป็อะไรเนี้ยยยย
“เอ่อ...” สาวน้อยนั่งตัวแข็งหันหน้าหนีลมหายใจที่รินรดแก้มเธอห่างกันไม่ถึงคืบ ยิ่งเห็นคนดื้อไม่ยอมตอบคิมหันต์ก็ยิ่งขยับเข้าใกล้
“พี่คิม..ปล่อย ปล่อยนาก่อนสิ”สาวน้อยตอบเสียงอ้อมแอ้ม ยกมือขึ้นมากันหน้าหล่อนกับหน้าเข้มของโอปป้าไว้หัวใจจะหลุดออกมาจากอกซะให้ได้ ให้ตายเถอะั้แ่โตเป็สาวมาก็ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายได้ขนาดนี้เลยที่บ้านก็มีแต่ผู้หญิง มาอยู่บ้านลุงกับป้าก็มีแต่พี่วิชที่เป็ผู้ชายก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันแบบนี้อย่างมากก็ขยี้หัว โอบไหล่ธรรมดาพี่น้อง นี่อะไรเนี้ย ตอนนี้ดูเหมือนจะถูกโอปป้ากอดอยู่กลายๆ เลยด้วย หัวใจจะวาย เธอจะรอดไหมเนี้ยยยย...
คิมหันต์ขยับตัวจับมือทั้งสองข้างของคนที่ยกมากันมาไว้ที่อกเขาดึงเข้าหาตัว “หนูนา” เขาแก้ให้
“พี่คิม ปล่อยหนูนาได้แล้วนะคะ” สาวน้อยรีบพูดเพื่อเอาตัวรอด
“ชื่นใจ”จมูกโด่งฉกหมับเข้าที่แก้มสาว สูดลมหายใจแรง ๆ แล้วก็ยอมปล่อยร่างบางแต่โดยดีนั่งยื่นขาเอนหลังพิงพนักแขนพาดมาโอบสาวน้อยไว้อย่างสบายใจ นาถนรียกมือกุมแก้ม ตาโต นี่โอปป้าทำอะไรเนี้ยยยย มือไวกว่าความคิด ทุบปึกเข้าไปที่หน้าอกคนเ้าเล่ห์
“นี่ พี่คิมมาทำยังงี้ได้ยังไงเนี้ยยยย” ทุบได้ทีนึงก็จะตามทุบต่อ ร่างสูงเลยต้องรวบเอาร่างบางมาไว้ในวงแขน“หื้อ ปล่อยนะ” ยิ่งดิ้นวงแขนทรงพลังก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น“ปล่อยสิ บอกให้ปล่อย” สาวเ้าร่ำร้อง ทันใดนั้นเองริมฝีปากบางก็ถูกปิดลงด้วยริมฝีปากหนานุ่ม ที่บดเคล้าลงมาด้วยความสเน่หามาเนิ่นนานั้แ่วันที่เ้าวิชส่งรูปน้องสาวมาให้ดูว่าจะขอให้มาฝึกงานที่บริษัทเขาเมื่อ3 เดือนก่อน เขาก็หลงรักสาวน้อยน่ารัก ตาโต แก้มป่อง เข้าอย่างจัง
“อื้อ..” เสียงเล็ก ๆครางประท้วงพร้อมทุบเบาที่หน้าอกโอปป้าเ้าเล่ห์ คิมหันต์ค่อยคลายวงแขนที่รัดร่างบางออกแต่ยังไม่ยอมปล่อยถอนริมฝีปากออกแล้วจุ๊บเบาๆ อีกครั้งที่ปากจิ้มลิ้มของเธออย่างหลงใหล
“ถ้าปล่อยแล้วห้ามดื้อ ห้ามทุบอีกนะคะ”โอปป้าส่งสายตาคาดคั้น นาถนรีได้แต่ก้มหน้าซุกไว้กับอกแกร่งนั้น ไม่ยอมเงยพยักหน้าเบา ๆ “อือ..เอ่อ ค่ะ”
“นาอยากกลับแล้ว”นาถนรีเริ่มบทสนทนาเสียงสั่นน้อย หน้าแดงไปหมด หลังจากโอปป้ายอมปล่อยหล่อนออกจากวงแขนแต่ยังคงนั่งเอาแขนพาดพนักพิงไว้ก็เหมือนกอดเธออยู่ดี “หนูนา”โอปป้าเอ็ด
“หนูนาต้องไปทำงานต่อ หนูนากลับก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวพี่ไปส่งไหม”
“ไม่ต้องดีกว่าค่ะ หนูนานั่งรถไฟฟ้าไปเองแค่นี้ พี่คิมทำงานต่อเถอะค่ะ”สาวนักศึกษารีบปฏิเสธเพราะยังไม่ชินกับความเปลี่ยนแปลงของโอปป้าที่รัก จากชายในฝันเฉย ๆ นี่มาใกล้ชิด มาััโอ้ยยยย..ไม่อยากจะเชื่อ
“งั้นเอาโทรศัพท์มา” ว่าแล้วเขาก็จัดการเอาโทรศัพท์ของเธอมาเมมเบอร์เขาเขาเมมเบอร์เธอ ฟอลโล่ไอจี เฟซบุ๊กทุกอย่างเสร็จสรรพ นาถนรีนั่งงง “ตกลงเราเป็แฟนกันแล้วนะ”โอปป้าเ้าเล่ห์ตีขลุมเรียบร้อย
“พี่คิมมีแฟนแล้วนี่ เห็นมีข่าวเต็มไปหมดกับกระแต ตติยาอะไรนั่นเื่อะไรจะมาเป็แฟนหนูนาอีก” นาถนรีตอบแบบงอน ๆ เท่านั้นแหละริมฝีปากของเธอก็ตกอยู่ภายใต้การจูบอันดุเดือดของเขา ร่างบางตกอยู่ในอารมณ์อันครุกรุ่นของเขาจนพอใจนั่นแหละ โอปป้าถึงจะยอมปล่อย
“นี่พี่จูบขนาดนี้แล้วจะยอมหรือไม่ยอมเป็แฟนพี่” ร่างบางซุกหน้าอยู่กับอก ไม่ยอมเงยหน้ากลัวจะถูกจูบอีก แค่นี้ก็เธอหายใจหายคอไม่ทันแล้ว คนอะไร จูบเก่งเป็บ้า
“มีแต่กระแตเป็คนให้ข่าวว่าพี่เป็แฟนเขา พี่ไม่เคยพูดสักคำว่าเขาเป็แฟนพี่ แฟนพี่มีคนเดียวที่เพิ่งจูบไปเมื่อกี้ จะเป็แฟนพี่ได้รึยังคะทีนี้” ถามเสียงออดอ้อนพร้อมก้มลงมองคนที่เอาแต่หลบหน้าอยู่กับอกนิ่ง
“ไม่ตอบจะจูบอีกนะ” โอปป้าเ้าเล่ห์ยิ้มพรายทำท่าจะก้มไปจูบอีก ร่างบางรีบผลักอกเขาออก พยักหน้าเอียงอาย ตอบสั้น“ค่ะ” โอปป้าเ้าเล่ห์ยิ้มกว้าง แสงออร่าเข้าตาเธอจนพร่ามัวไปหมดเมื่อโอปป้าของเธอดึงเธอไปจุ๊บแรงๆ อีกครั้ง แล้วปล่อย
“แหน๊ะ...ไหนว่าจะไม่จูบไงคะถ้าหนูนาตอบ”
“ใครพูด พี่บอกว่าไม่ตอบจะจูบไม่ได้บอกถ้าตอบจะไม่จูบ แล้วนี่ก็แค่จุ๊บเฉย ไม่ใช่จูบ ถ้าจูบต้องแบบนี้”ว่าแล้วโอปป้าเ้าเล่ห์ก็สาธิตการจูบแบบเนิ่นนาน อ้อยอิ่งจนสาวน้อยผู้ไม่ประสาอ่อนระทวยอยู่ในวงแขน เป็เวลานานกว่าโอปป้าจะยอมปล่อยแล้วดึงเธอลุกขึ้นพาไปห้องน้ำส่วนตัวของเขาเพื่อจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผมใหม่เพราะสภาพเธอตอนนี้นี่ไม่ต้องบอกนะว่าทำอะไรมา.....