ในพระราชวัง ณเมืองหลวงแคว้นเจี้ยน ‘เจี้ยนเต๋อจู้’ ฮ่องเต้คนปัจจุบัน ซึ่งได้รับจดหมายจากเหล่าทูตที่ส่งไปในไม่กี่วันถัดมาถึงกับขมวดคิ้ว
คนจากเกาะหลงอวี้คิดจะปีนป่ายขึ้นที่สูงหมายเกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์เจี้ยนเชียวหรือ
แม้จะไม่พอใจแต่เขาก็ยอมรับว่าแคว้นเจี้ยนจำเป็ต้องได้แร่ต้วนเสินมาจริงๆมันอาจถึงขั้นสามารถชี้เป็ชี้ตายชะตากรรมของแคว้นในาที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ได้เลยทีเดียว
เมื่อคิดทบทวนไปมาและทำการไล่เรียงรายชื่ออ๋องหรือองค์ชายที่ถึงวัยออกเรือนและยังไม่มีชายาหรืออนุภรรยาก็พบผู้ที่มีคุณสมบัติตรงกับเงื่อนไขอยู่เพียงผู้เดียว นั่นก็คือ ‘เจี้ยนฮั่นเทียน’ ผู้รั้งตำแหน่งชินอ๋องอนุชาต่างมารดาที่ทำหน้าที่ออกไปสู้รบกับคนแคว้นเหว่ยตลอดแปดปีที่ผ่านมานี้นั่นเอง
เจี้ยนเต๋อจู้เคยรับปากอนุชาผู้นี้ไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงเื่การเลือกคู่ของเขาแม้จะเป็ราชโองการสมรสก็ไม่อาจใช้กับเขาได้ แต่่เวลาจำเป็เช่นนี้ก็มีเพียงต้องลองเรียกเขาเข้ามาพูดคุยดูก่อนเท่านั้น
เจี้ยนฮั่นเทียนเข้าเฝ้าพระเชษฐาตามรับสั่งภายในวันเดียวกันนั้นเองไม่คาดคิดว่าจะเป็เื่ที่เขาต้องแต่งงานกับบุตรสาวของเ้าเกาะเพื่อแลกกับการที่เกาะหลงอวี้จะยอมขายแร่ต้วนเสินให้แคว้นเจี้ยน
เจี้ยนเต๋อจู้มองดูอนุชาต่างมารดาที่อายุน้อยกว่าเขานับสิบปีอย่างจนใจหากมิใช่เพราะโอรสที่เหลือของเขาซึ่งมีอายุมากที่สุดและยังไม่แต่งชายาอยู่ที่หกขวบล่ะก็เขาคงไม่บากหน้ามาขอให้เจี้ยนฮั่นเทียนต้องแต่งสตรีต่างแคว้นเข้ามาเช่นนี้เป็แน่
“กระหม่อมยินดีแต่งกับนางฝ่าาตอบจดหมายเหล่าทูตได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
คำตอบที่มาพร้อมสีหน้าไม่อินังขังขอบของอนุชาต่างมารดาทำให้ฮ่องเต้แคว้นเจี้ยนคาดไม่ถึงอย่างยิ่งเขาคิดว่าจะต้องเปลืองน้ำลายเกลี้ยกล่อมหว่านล้อมสารพัดมากกว่านี้เสียอีก
“เ้าแน่ใจหรือ”
“เวลานี้แร่ต้วนเสินสำคัญกับพวกเราที่สุดหากไม่ได้มันมา เกรงว่าาครั้งหน้าพวกเราคงเสียเปรียบแคว้นเหว่ยอย่างมาก”สำหรับเจี้ยนฮั่นเทียนผู้ทำหน้าที่สู้รบกับคนแคว้นนั้นมาหลายปีย่อมไม่มีทางยอมพ่ายแพ้โดยไม่ทำอะไร แค่เพียงแต่งงานกับสตรีนางหนึ่งมิใช่หรือมิได้หนักหนาอันใดเสียหน่อย
“แต่ทางนั้นตั้งเงื่อนไขไว้มากมายเชียวนะ”
“กระหม่อมไม่มีปัญหา”ก็เพียงแค่ห้ามรับสตรีเข้าตำหนักเพิ่มเท่านั้น ตำหนักเขาเคยมีสตรีเสียที่ใดกัน
เจี้ยนเต๋อจู้รู้สึกโล่งใจที่หาทางออกให้กับเื่นี้ได้แล้วจึงมีท่าทีผ่อนคลายลงมาก
“ขอบใจเ้ามากอาเทียน ขอบใจที่ยอมเสียสละตนเองเพื่อแคว้นเจี้ยนของพวกเรา”
เจี้ยนฮั่นเทียนออกจากวังหลวงเงียบๆเหมือนดั่งขามา สีหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์เช่นเคยไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าเขาเป็บุรุษที่เพิ่งถูกบังคับให้แต่งงานกับหญิงสามัญชนจากต่างแคว้นแม้แต่น้อยตัวเขาเองไม่ได้ใส่ใจเื่นี้มากนัก ใจของเขาจดจ่ออยู่แต่เื่ของแร่ต้วนเสินที่ต้องรีบนำมาใช้ผลิตอาวุธโดยเร็วเท่านั้น
แม้ว่าขณะนี้แคว้นเจี้ยนและแคว้นเหว่ยจะมีสัญญาสงบศึกชั่วคราวแต่การเคลื่อนไหวเื่อาวุธรุ่นใหม่ของแคว้นเหว่ยมิใช่สัญญาณอันตรายหรอกหรือ
อีกเื่หนึ่งที่เขากำลังให้คนจับตาดูอย่างใกล้ชิดก็คือเื่ที่แคว้นเหว่ยมีกุนซือคนใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงกองทัพในแบบดั้งเดิมให้กลายเป็กองทัพที่มีกำลังกล้าแกร่งเพราะอาวุธรุ่นใหม่ๆ จากแร่ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ
คนผู้นั้นที่มาที่ไปเป็อย่างไรไม่มีผู้ใดล่วงรู้รู้อีกครั้งก็คือเวลาที่เขามีบทบาทสำคัญในกองทัพแคว้นเหว่ยแล้ว นามของคนผู้นั้นคือ‘หลางเจี๋ย’กระทั่งคนที่เขาส่งไปตรวจสอบประวัติความเป็มาก็ยังได้เพียงความคลุมเครือเขาไม่ใช่คนแคว้นเหว่ย อาจเป็ชนเผ่าใดชนเผ่าหนึ่งนอกแคว้นเหว่ยก็เป็ได้
“ฝ่าารับสั่งให้ท่านอ๋องเข้าวังด้วยเื่แร่ต้วนเสินหรือพ่ะย่ะค่ะ”‘เล่อฉี’ ที่รอคอยเ้านายอยู่ด้านนอกเอ่ยถามทันที
เจี้ยนฮั่นเทียนเพียงพยักหน้าส่งๆเท่านั้น
“การเจรจาซื้อแร่ราบรื่นดีใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”เขาเองก็คาดหวังในเื่นี้มากเช่นกัน จากการสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับชินอ๋องมาตลอดแปดปีที่ผ่านมาการต้องทนเห็นแคว้นเหว่ยได้เปรียบเพราะอาวุธที่ทำจากแร่พิเศษในขณะที่แคว้นเจี้ยนไม่มีอาวุธที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกันไปต่อกรด้วย ย่อมทำให้เขาทำใจยอมรับไม่ได้
“คาดว่าจะราบรื่นดี”
“พวกคนบนเกาะหลงอวี้คงจะขูดรีดจากเราไปมาก”เพราะแร่ต้วนเสินนั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง สมกับชื่อแร่เทพของมัน และคนเกาะนั้นก็หวงแหนมันอย่างกับอะไรมีเพียงส่วนน้อยที่หลุดรอดออกมาในรูปแบบข้าวของเครื่องใช้ชิ้นเล็กๆ เท่านั้น
“ก็มากอยู่ข้าถึงขั้นต้องเอาตัวเข้าแลกเลยทีเดียว”
ประโยคนั้นผ่านหูของเล่อฉีไปรอบหนึ่งโดยที่เ้าตัวยังไม่ทันได้เอะใจจึงพยักหน้าเห็นด้วย กระทั่งเขาแปลความหมายได้แล้วนั่นแหละ ถึงได้อุทานออกมา
“ห๊ะ!! ท่านอ๋องว่ากระไรนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“ตำหนักของข้ากำลังจะมีหวางเฟยไปบอกพ่อบ้านให้จัดเตรียมเรือนเสียด้วย”
เล่อฉียังยืนอยู่ในท่าขากางแขนตึงปากอ้ากว้างกว่าจะรู้สึกตัว เ้านายก็ะโขึ้นม้าควบนำออกไปก่อนแล้ว
“ท่านอ๋องกำลังจะแต่งหวางเฟย!” เขากะพริบตาปริบๆ “นี่ข้าควรจะยินดีกับท่านอ๋องหรือไม่นะ?”
ไม่นานนักข่าวการอภิเษกสมรสของชินอ๋องที่เหล่าคนในเมืองหลวงเคยคิดว่าหากเขาปลดเกษียณตนเองแล้ว คงจะตรงเข้าไปบวชในวัดเป็แน่แท้ทำให้ทุกคนแตกตื่นกันไปหมด
เขาจะแต่งกับใคร?บุตรสาวบ้านไหนถึงสามารถทะลวงกำแพงที่ทั้งแข็ง ทั้งหนา และสูงยิ่งนักของตำหนักชินอ๋องเข้าไปได้?ขนาดบุตรสาวของเสนาบดีครบทุกกรมยังฝ่าเข้าไปไม่ได้เลย แล้วสตรีผู้นี้เป็นางเซียนจาก์ชั้นใดกัน?
เพราะเหตุนี้เองท่ามกลางบรรยากาศงานมงคลที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนหน้า จึงมีผู้ที่ไม่พอใจอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะเหล่าคนจากตระกูลใหญ่ที่้าเกี่ยวดองกับชินอ๋องผู้มีกำลังพลหลายแสนอยู่ในมือเช่นนี้
ในขณะที่เมืองหลวงของแคว้นเจี้ยนเริ่มประดับประดาด้วยผ้าแดงมงคลทางฝั่งคนบนเกาะหลงอวี้ก็เริ่มบังเกิดความลังเลขึ้นมา
“พวกเราต้องส่งอิงเอ๋อร์ไปให้พวกนั้นจริงหรือ?ข้าว่าเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ ต่อให้พวกนั้นไม่พอใจก็ไม่มีปัญญาบุกเข้ามาเอาเื่พวกเราได้อยู่แล้วเื่เสียหน้าเสียชื่ออันใดนั่น ข้าสนใจเสียที่ไหนอย่างที่น้องสาวของเ้ากล่าวไว้ พวกมนุษย์ประเดี๋ยวเดียวก็แก่ตายกันหมดแล้ว ไม่นานก็คงจะลืมๆไปเอง จริงหรือไม่ฮูหยิน”
อาการหวงบุตรสาวที่กำเริบขึ้นมากะทันหันทำให้หลูเฟินกลอกตาเป็รอบที่ร้อยของสัปดาห์นี้ จึงไม่ได้ให้ความใส่ใจและหันไปกำกับบ่าวไพร่ซึ่งกำลังจัดการขนสัมภาระที่จะต้องติดตามบุตรสาวไปด้วยพร้อมกับขบวนสินเดิมที่ไม่อาจจะให้นางรู้สึกน้อยหน้าคนบนแผ่นดินใหญ่ได้
แคว้นเจี้ยนจัดการส่งสินสอดมาอย่างรวดเร็วทันทีที่มีการตกลงทำสัญญากันราวกับจะไม่ยอมให้ทางเกาะหลงอวี้เปลี่ยนใจ แต่แล้วอยู่ๆตาแก่เ้าของเกาะคิดจะกลับคำเสียดื้อๆ เช่นนั้นหรือ
น่าบิดหูให้ขาดนัก!
หยางซิ่วอิงที่ต้องแต่งออกไปยังแผ่นดินใหญ่อันห่างไกลเวลานี้กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงนอนหลังใหญ่ของพี่สาวฝาแฝด โดยมีคู่หมั้นอย่างอี้เทาคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
นางมองดูพี่สาวฝาแฝดที่ยังคงหลับใหลไม่ยอมฟื้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหม่นหมองเมื่อหันไปมองอี้เทาที่เป็สหายกันมาั้แ่จำความได้ ก็ทอดถอนใจออกมา
‘เ้าอี้เทาคนนี้ถึงแม้จะดูเหมือนหมาน้อยไปสักหน่อย แต่เขาก็รักเ้ามากเหตุใดเ้าถึงทิ้งเขาไปหาบุรุษสารเลวพรรค์นั้นได้ หึ... อย่าห่วงเลยข้าจะจัดการถลกหนังพวกมันให้เ้าเอง!’ หยางซิ่วอิงได้แต่สื่อสารกับพี่สาวฝาแฝดอยู่ในใจ
หลังจากร่ำลาคนในครอบครัวที่ดูจะอาลัยอาวรณ์นางเหลือเกินโดยเฉพาะท่านพ่อที่เบะปากจนหนวดเคราย้อยดูน่าสงสารนั้น นางก็ปลอบใจเขาไปเล็กน้อย
“ท่านพ่ออย่าเศร้าโศกไปเลยประเดี๋ยวเดียวข้าก็กลับมาแล้ว อย่าลืมสิว่าพวกนั้นอยู่ได้ไม่นานก็แก่ตายกันไปจนหมดคิดเสียว่าข้าออกไปท่องเที่ยวไม่กี่ปีเท่านั้นเอง”
ที่บุตรสาวกล่าวมานั้นก็ไม่ผิดแต่เหตุใดฟังดูเหมือนว่าเหตุผลที่แท้จริงที่อิงเอ๋อร์ตัดสินใจแต่งออกไปในครั้งนี้คือการที่นางจะได้ออกไปท่องเที่ยวอีกหลายๆ ปีเช่นนี้เล่า?
“ไปอยู่ที่นั่นก็...”หลูเฟินที่ผลัดเปลี่ยนมาร่ำลาบุตรสาวบ้าง กำลังจะเอ่ยออกไปว่า ‘ทำตัวดีๆ อย่าเที่ยวก่อเื่ให้ผู้คนกระเจิดกระเจิงไปทั่ว’ ก็ยั้งปากไว้ เลือกกล่าวด้วยถ้อยคำอื่นแทน “ดูแลตนเองให้ดีหากมีเื่หนักหนาเกินรับไหว ก็กลับมาที่นี่ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้นเข้าใจหรือไม่”
หยางซิ่วอิงพยักหน้าแรงๆสองครั้ง มองมารดาผู้เข้มงวดด้วยดวงตากลมโตใสซื่อ
หลูเฟินมองบุตรสาวคนรองอย่างอาลัยอีกครั้งก่อนจะตัดใจให้นางขึ้นเกี้ยวแดงที่ทางแคว้นเจี้ยนจัดเตรียมมาตามธรรมเนียมไม่มีตกหล่น
ขบวนเกี้ยวมงคลรวมทั้งสัมภาระและสินเดิมของเ้าสาวถูกนำไปขึ้นเรือลำใหญ่ เพื่อมุ่งตรงไปยังเมืองหลิ่งหนาน หลังจากขึ้นฝั่งแล้วขบวนเ้าสาวจะเดินทางต่อด้วยรถม้าและเ้าสาวจะขึ้นเกี้ยวอีกครั้งตอนเข้าประตูเมืองหลวง
ใช้เวลาเพียงสิบวันขบวนเ้าสาวจากเกาะหลงอวี้ ก็มาถึงประตูเมืองหลวงแคว้นเจี้ยน
ที่นั่นเ้าบ่าวในชุดสีแดงมงคลบนหลังม้าสีดำตัวใหญ่มารออยู่ก่อนแล้ว ท่าทางของเขาองอาจสง่างามเปี่ยมไปด้วยพละกำลังรูปโฉมของเขานับว่าหล่อเหลาเป็อันดับต้นๆ ของเมืองหลวง เพียงแต่สีหน้าเ็า บรรยากาศรอบกายที่เต็มไปด้วยความกดดันและหลายครั้งมักปรากฏไอสังหารออกมานั้น ทำให้หลายๆ คนไม่กล้าเข้าหาสุ่มสี่สุ่มห้า
เหล่าสตรีทั้งหลายจึงทำได้เพียงแอบมองและแอบคาดหวังอยู่ห่างๆเท่านั้น
★★★★★
ฝากนิยายเื่ก่อนๆ ของไรท์ด้วยนะคะ