ในขณะนี้คณะกรรมาธิการทุกคนทราบดีว่าหานกั๋วชิงจบสิ้นแล้ว
หมากตานี้ของหลิวชิงหยู่ นั้นเหนือความคาดหมายของทุกคนมากไม่ว่า จะเป็่เวลา เหตุการณ์และการงัดหลักฐานต่างๆ มันลงตัวเหมาะเจาะจนราวกับถูกเขียนบทเอาไว้ เริ่มต้นจากใช้คลิปเสียงตบหน้าซือเจิ้นเฉียงจนอึ้งตาค้าง เดิมทุกคนคิดว่าหลิวชิงหยู่มีไพ่เพียงใบเดียวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมันคือการหลอกล่อศัตรูทำให้ถลำลึกลงมายากจะถอนตัวขึ้น จากนั้นหานกั๋วชิงก็แก้เกมของ หลิวชิงหยู่อย่างชาญฉลาดเพราะเขาคิดว่ามีโอกาสที่จะชนะ จึงเริ่มปั้นเื่โกหก แต่หลังจากนั้นหลิวชิงหยู่ก็ได้ฟาดหน้าด้วยหลักฐานใหม่ จนทำให้หานกั๋วชิงไม่สามารถโต้แย้งได้ แม้กระทั่งซือเจิ้นเฉียงในเวลานี้ก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะทุกขั้นตอนที่เกิดล้วนเป็แผนอันแยบยลราวกับมีการคำนวณเอาไว้ การย่ามกายยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้จึงอันตรายอย่างมาก แม้แต่จิ้งจอกเฒ่าก็ยังต้องสิ้นฤทธิ์กลายเป็แมวเชื่อง
ฉินรุ่ยเจียรองเลขาธิการพรรคประจำตำบล เธอเป็รองเลขาธิการรับผิดชอบงานในพรรคและภาคประชาชน รวมไปถึงการจัดการบุคลากรที่มีปัญหา
ฉินรุ่ยเจียกล่าวขึ้นขณะที่ใบหน้าอันงดงามแสดงถึงความโกรธ “ประเด็นของหานกั๋วชิ่ง ดิฉันเห็นด้วยกับท่านนายกเทศมนตรีหลิว หานกั๋วชิ่งได้กระทำอำเภอใจโดยไม่คำนึงถึงสมาชิกพรรคคนอื่นๆ และผลประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้เขายังหลอกลวงผู้บังคับบัญชา สำหรับความผิดนี้เราไม่สามารถปล่อยให้เขารับงานราชการได้อีกต่อไป ดิฉันเห็นด้วยในการถอดตำแหน่งของหานกั๋วชิงและแต่งตั้งผู้กำกับคนใหม่ในเวลาเดียวกัน”
ฉินรุ่ยเจีย กล่าวกับคณะกรรมการทั้งหมด ต่อจากนั้นสมาชิกคณะกรรมาธิการแผนกโฆษก เจียงชุนเยี่ยนก็กล่าวขึ้นว่า “ผมเห็นด้วยกับเลขาธิการฉิน ที่ หานกั๋วชิ่งกระทำ มันไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ดำรงอยู่”
หลังจากนั้นสมาชิกคณะกรรมการคนอื่น ๆ ก็แสดงความคิดเห็นและเห็นด้วยกับความคิดของฉินรุ่ยเจีย
หานกั๋วชิงรู้สึกหดหู่ใจมากจนแทบจะเอาหัวโขกโต๊ะด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อหลิวซิงหยู่ แต่เขาหมดหวังที่จะดิ้นรนขัดขืน ทำได้เพียงรอ ซือเจิ้นเฉียงช่วยพูดเท่านั้น
แม้ว่าซือเจิ้นเฉียงจะชื่นชอบหานกั๋วชิงเป็พิเศษ แต่ในตอนนี้เขารู้ว่าเขาต้องวางตัวตามสถานะ แม้หานกั๋วชิ่งจะถูกพักงาน แต่ก็ยังมีหลายวิธีช่วยได้ แต่ตำแหน่งผู้กำกับต้องให้คนของเขาเข้าดำรงตำแหน่งแทน เมื่อนึกถึงจุดนี้ ซือเจิ้นเฉียงจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “อืม เนื่องจากทุกคนเห็นพ้องไปในทางเดียวกัน เช่นนั้นเราควรพักงานหานกั๋วชิ่งทันที ส่วนตำแหน่งผู้กำกับเป็สิ่งสำคัญมิอาจปล่อยให้เว้นว่างได้ ผมคิดว่าควรให้สหาย อู๋จวินตง เข้ารับตำแหน่ง”
ไม่ว่าใครก็รู้ว่า อู๋จวินตงเป็คนของซือเจิ้นเฉียง รองผู้กำกับอันดับสามของสถานีตำรวจกวนซาน เขาเป็รอง เจียซินหยู และ กู้เจี่ยเล่ย
แม้ว่าหลิวชิงหยู่ จะไม่ได้อาศัยอยู่ในกวนซานมานาน แต่ใน่น้ำท่วม เขาก็ได้ใช้เวลาทำงานร่วมกับ เจียซินหยู เขาชื่นชมและพอใจกับนิสัยของเจียซินหยูมาก หลังจากกินดื่มพูดคุยมาสักระยะ เจียซินหยูเองก็ชื่นชมหลิวชิงหยู่ ดังนั้นเขาตัดสินใจเข้าร่วมกับหลิวชิงหยู่ และเล่าเื่ราวในกวนซานให้ฟัง
หลังจากที่ซือเจิ้นเฉียงกล่าวจบ หลิวชิงหยู่ ก็เข้าใจเจตนาของซือเจิ้นเฉียง เห็นชัดว่า ซือเจิ้นเฉียง ยัง้าควบคุมหน่วยงานที่มีอำนาจอย่างสถานีตำรวจ หลิวชิงหยู่เริ่มคิดทันที แม้เขาจะชื่นชม เจี่ยซินหยู และเจี่ยซินหยูเป็รองผู้กำกับอันดับหนึ่ง แต่รากฐานอิทธิพลในกวนซานของเขายังอ่อนแอเกินไป แม้เขาจะแนะนำเจี่ยซินหยูไป แต่เขาก็ไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งให้จริงๆ ได้ แต่หากอู๋จวินตงมาเป็ผู้กำกับแทนเขาก็คงไม่สามารถควบคุมสถานีตำรวจได้ นี่คือสถานการณ์ที่เขาไม่อยากเผชิญ
หลิวชิงหยู่ หันไปมองอย่างรวดเร็ว สำหรับ กู้เจี่ยเล่ย เขาเคยได้ยิน เจียซินหยู พูดว่า กู้เจี่ยเล่ยเป็คนของเมิ่งฮวน เลขาธิการคณะกรรมาธิการควบคุมวินัยส่วนตำบล เมิ่งฮวนมีทัศนคติจุดยืนที่เป็กลางไม่เคยขัดแย้งกับใคร และไม่มีใครอยากทำให้เขาขุ่นเคืองด้วยเช่นกัน เมื่อนึกถึงจุดนี้ หลิวชิงหยู่ก็เกิดความคิดขึ้นมา
หลังจากซือเจิ้นเฉียงพูดจบหลิวชิงหยู่ก็พูดขึ้นทันที “เลขาธิการซือ ผมไม่คิดว่า อู๋จวินตงจะเหมาะสม เขาเป็รองผู้กำกับลำดับสุดท้ายในบรรดารองผูกำกับ ประสบการณ์และผลงานของเขาค่อนข้างน้อยกว่า ดังนั้นผมคิดว่ามันไม่เหมาะถ้าจะให้เขาขึ้นมาเป็ผู้กำกับ ผมคิดว่าสหายกู้เจี่ยเล่ย เหมาะสมกับผู้กำกับมากกว่า กู้เจี่ยเล่ยเป็ตำรวจที่ถูกย้ายเข้ากรมและรับผิดชอบในการสอบสวนคดีอาชญากรรมความสามารถของเขาโดดเด่นและมีผลงานมากมาย เขาเหมาะจะมาแทนหานกั๋วชิ่งมากที่สุด”
คำพูดของหลิวชิงอยู่ ก็ทำให้ เมิ่งฮวนตาเป็ประกาย
เมิ่งฮวนอายุเพียงสามสิบต้นๆ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขายาวสีเทา ร่างกายของเขาดูกำยำมาก ท่าทีของเขาดูนิ่งสงบเล็กน้อย หลังจากหลิวชิงหยู่พูดจบ เขาก็เงยหน้ามองไปยังหลิวชิงหยู่ ในขณะนี้เหล่าคณะกรรมาธิการรู้ดีว่า หานกั๋วชิงจบสิ้นแล้ว พวกเขาจึงก้มหน้าไม่พูดอะไร
เมื่อหลิวชิงหยู่กล่าวถึงกู้เจี่ยเล่ย ซือเจิ้นเฉียง ก็คร่ำครวญในใจ ขณะเริ่มสาปแช่งหลิวชิงหยู่อย่างลับๆ เขารู้แล้วว่าแผนของหลิวชิงหยู่คือเชือดหนังแบ่งเนื้อเพื่อซื้อใจ เห็นได้ชัดว่า หลิวชิงหยู่้าใช้เมิ่งฮวนเป็นกต่อ หากเขาคัดค้านเื่แต่งตั้งกู้เจี่ยเล่ย มันจะทำให้เมิ่งฮวนไม่พอใจ และหากยอมรับข้อเสนอของหลิวชิงหยู่ เขาก็จะสูญเสียการควบคุมสถานีตำรวจในตำบลไปทันทที ซือเจิ้นเฉียงในเวลานี้จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ในตอนนี้ทุกคนต่างอยู่ในความเงียบ พวกเขาต่างรู้ดีว่าในสถานการณ์ตอนนี้มีเพียง ซือเจิ้นเฉียงเท่านั้นที่จะมีอำนาจตัดสินใจสุดท้าย คนอื่นๆ พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์
ฉินรุ่ยเจียหันไปมอง หลิวชิงหยู่ แม้เธอจะคิดว่าหลิวชิงหยู่เป็คนตั้งใจและมุ่งมั่นทำงานหนัก แต่เธอก็ไม่ได้ไว้วางใจในความฉลาดของหลิวชิงหยู่เท่าไหร่นัก เพราะหลายครั้งการกระทำของหลิวชิงหยู่เป็การขัดต่อกฎเกณฑ์ซึ่งมันทำให้เขาเลื่อนตำแหน่งก้าวหน้าได้ยาก นี่เป็เหตุผลว่าทำไมเธอถึงเลือกที่จะสนับสนุนเขา แต่ก็เว้นระยะห่างจากเขาในเวลาเดียวกัน
แต่พอหลิวชิงหยู่ได้งัดกลอุบายแสดงความหลักแหลมออกมาเช่นนี้ มันทำให้ฉินรุ่ยเจียต้องมองเขาด้วยความชื่นชม แผนนี้ปลอดภัย ปราศจากปัญหาใดๆ ตามมาอย่างแน่นอน ตอนนี้เธอจึงอยากรู้ว่า ซือเจิ้นเฉียงจะแก้เกมอย่างไรต่อ
ซือเจิ้นเฉียงเงียบไปเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปยังหลิวชิงหยู่ด้วยสีหน้าเ็า เขาพยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ ตกลง ผมเห็นด้วยกับความคิดของรองเลขาธิการฉิน กู้เจี่ยเล่ย จะเข้าตำแหน่งแทนส่วน อู๋จวินตงจะได้เลื่อนมาเป็รองผู้กำกับลำดับหนึ่งเนื่องจากผลงานที่เขาสร้างไว้ หลังจากประชุมจบ เราจะยื่นรายงานเสนอไปยังเทศมณฑลในรูปแบบของเอกสาร สุดท้ายจะเป็ทางเทศมณฑลที่ตัดสินใจดำเนินการ”
ซือเจิ้นเฉียงกล่าวจบ คณะกรรมาธิการทั้งหมดก็พยักหน้ารับ ในเวลานี้หลิวชิงหยู่ก็ไม่คิดจะคัดค้านอะไรอีก แม้ว่าเจี่ยซินหยูจะถูกขัดขวางจากตำแหน่ง แต่หลิวชิงหยู่เองก็ตระหนักถึงเื่นี้ไว้แล้ว เนื่องจากเจี่ยซินหยูติดตามเขา เขาไม่มีทางไม่ให้ความเป็ธรรมต่อเจี่ยซินหยูแน่นอน และผลจากเื่นี้มันเป็การทดสอบว่าเจี่ยซินหยูจะสามารถฝ่าฟันไปได้หรือไม่ ถ้าเจี่ยซินหยูผ่านมันไปได้ หลิวชิงหยู่ถึงจะยอมรับว่าเจี่ยซินหยูเป็พรรคพวกของเขา
หลังจากเื่เปลี่ยนผู้กำกับได้บทสรุป ทุกคนก็หารือกัน แบ่งงานเื่บรรเทาภัยพิบัติ และการตั้งถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้ประสบภัย หลังจากจบเื่นี้ด้วยความไม่สบายใจ ซือเจิ้นเฉียงก็ขอให้หลิวชิงหยู่ปิดการประชุมทันที
หานกั๋วชิง ก้าวลงมาพร้อมกับซือเจิ้นเฉียงที่เดินออกไป โดยมีหลิวชิงหยู่เดินตามมาด้านหลัง
ขณะที่กำลังเดินออกไป ซือเจิ้นเฉียงก็ตบไหล่หานกั๋วชิงแล้วกล่าวว่า “สหายหาน อย่าพึ่งเสียใจไป แม้คุณจะเสียตำแหน่งผู้กำกับ แต่ผมจะให้คุณได้ย้ายไปเป็ผู้กำกับที่ตำบลอื่น คนที่ติดตามผมจะไม่มีทางปล่อยให้ลำบากอย่างแน่นอน”
ซือเจิ้นเฉียง จงใจพูดด้วยระดับเสียงที่ดังพอให้ทุกคนได้ยิน
หลิวชิงหยู่ขมวดคิ้วลง เขารู้สึกว่าซือเจิ้นเฉียงจงใจให้เขาได้ยิน ดังนั้นเขาจึงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
หลังจากหานกั๋วชิงได้ยินเขาก็เหลือบมองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วกล่าวกับซือเจิ้นเฉียงด้วยความสบายอกสบายใจ “ขอบคุณมากครับ เลขาธิการซือ ผมจะขอติดตามคุณต่อไปแน่นอน”
จากนั้นทุกคนก็เดินไปยังทางออก ตอนนี้คณะกรรมาธิการทุกคนได้รับมอบหมายภารกิจในหมู่บ้านต่างๆ ในเวลานี้ไม่มีใครกล้าประมาท ทุกคนจึงรีบไปพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริงในพื้นที่
แต่เมื่อทุกคนก้าวผ่านประตูออกมาจากทางเข้าศูนย์ประชุมราชการ พวกเขาก็ต้องตกตะลึง
เพราะในตอนนี้ มีผู้หญิงที่ผมเผ้ากระเซิงและร่างกายสกปรกยืนถือตุ๊กตาเศษผ้าที่เต็มไปด้วยรูปของเด็กคนหนึ่งเดินไปมาด้วยความเลื่อนลอย
เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ ซือเจิ้นเฉียงก็รีบพูดกับหวางตงหยาง ผู้อำนวยการศูนย์ราชการประจำตำบล “ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้มาที่นี่อีกแล้วล่ะ ให้เ้าหน้าที่มานำตัวไปที”
หวางตงหยางได้รับคำสั่งก็รีบโทรไปยังสถานีตำรวจเพื่อพาตัวผู้หญิงคนนี้ไป
ในตอนนี้ หลิวชิงหยู่พบว่า หานกั๋วชิง ที่ยืนอยู่ข้างๆ ซือเจิ้นเฉียงสีหน้าเปลี่ยนไปหลังจากเห็นผู้หญิงคนนี้ เขาเดินหลบไปด้านหลังของซือเจิ้นเฉียงอย่างเงียบๆ และค่อยๆ ก้มหน้าลงดูเหมือนว่า้าจะซ่อนตัวเอง ในเวลานั้นผู้หญิงคนนั้นก็หันมาเห็นหานกั๋วชิงพอดี เธอเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่โกรธแค้น พร้อมวิ่งไปหาหานกั๋วชิงและง้างมือของเธอขึ้น แล้วะโขึ้นว่า “หานกั๋วชิง แกเอาชีวิตลูกของฉันคืนมา!!!”
............................................