หลังจากงานเลี้ยงฉลองในครั้งนั้นผ่านไปครบหนึ่งเดือน วันนี้เองก็เป็วันที่เ้าชายเอียสจะเดินทางมายังอาณาจักรฮาเดนิสเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับฉัน
"เ้าหญิงเอรินคะ เ้าชายเอลียาห์เดินทางมาถึงแล้วค่ะ" สาวใช้ส่วนตัวของฉันเอ่ย
"ค่ะ กำลังจะไปค่ะ" ฉันตอบรับ ก่อนจะเดินออกไปรอรับเ้าชายเอียสที่ด้านหน้าปราสาท
รถม้าสีขาวซึ่งสลักลวดลายเถาวัลย์สีทองจอดลงตรงหน้าบันไดทางเข้าปราสาท ในขณะที่ฉันเดินทางมาถึงพอดี ถือว่าค่อนข้างจะโชคดีไม่น้อยที่มาทันเวลา จากนั้นฉันก็เห็นเ้าชายเอียสเดินลงมากับบาทหลวงท่านหนึ่ง
"ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรฮาเดนิสค่ะเ้าชายเอียส แล้วก็ท่านบาทหลวง"
"แหม เป็เ้าหญิงที่มารยาทงามมากเลยนะครับ" บาทหลวงที่มากับเ้าชายเอียสเอ่ยขึ้น ก่อนจะปรายสายตามาทางฉัน
เฮือก
ชั่วครู่หนึ่ง ฉันรู้สึกได้ถึงความไม่เป็มิตรมาจากบาทหลวงท่านนี้ บรรยากาศชวนหนักอึ้งภายใต้รอยยิ้มนั่นทำให้ฉันรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย แต่ว่าอีกฝ่ายเป็ถึงบาทหลวง การคิดแบบนี้คงไม่เป็ที่สมควรเสียเท่าไหร่นัก
ฉันหันกลับไปยิ้มให้กับบาทหลวงท่านนั้นแม้ในใจจะไม่ได้ยิ้มด้วยก็ตาม ในตอนนี้ฉันเป็เ้าหญิงของอาณาจักรฮาเดนิส ใช่ฉันเป็เ้าหญิง เพราะฉะนั้นฉันจึงต้องต้อนรับอาคันตุกะที่มาเยือนเป็อย่างดี
"เ้าหญิงเอริน..?" เ้าชายเอียสเอ่ยเรียกเตือนสติฉัน
และเพราะที่นี่คืออาณาจักรฮาเดนิส บ้านเมืองของฉัน มันคงไม่ดีเสียเท่าไหร่ ถ้าหากว่ายังทำตัวขุ่นมัวแบบนี้ บางทีเมื่อครู่ฉันอาจจะรู้สึกไปเองก็ได้
"เชิญเ้าชายเอียสทางนี้เลยค่ะ ฉันให้สาวใช้เตรียมห้องรับรองเอาไว้ให้แล้ว" ฉันหันหลังแล้วเดินกลับเข้าปราสาท พร้อมกับความรู้สึกพะวักพะวงคิดไม่ตก
ดูเหมือนว่าฉันอาจจะคิดไปเอง ตลอดหนึ่งอาทิตย์ต่อมาไม่ได้เกิดเื่อะไรขึ้นเลย ตลอดเวลาเ้าชายเอียสอยู่กับฉันเสมอ แน่นอนว่ามีท่านบาทหลวงมาหาในบางครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ความหวาดระแวงในตัวของบาทหลวงท่านนั้นก็พลันลดลงไม่น้อย
"เ้าหญิงเอริน..? ได้ยินไหมครับ?"
"คะ?"
"ผมกล่าวว่าผมอยากจะชมแสงอาทิตย์ยามเช้าจากแหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในอาณาจักรฮาเดนิส มีที่ไหนแนะนำบ้างไหมครับ?" เ้าชายเอียสเอ่ยถาม
ในตอนนี้เป็เวลาจิบชายามบ่ายหลังเลิกเรียนเศรษฐศาสตร์ของฉันกับเ้าชายเอียส พวกเราออกมานั่งจิบชากันในศาลาท่ามกลางสวนดอกกุหลาบซึ่งเป็สถานที่โปรดของท่านแม่กัน
การจิบน้ำชานับได้ว่าเป็กิจวัตรของฉันไปเสียแล้ว แต่คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเ้าชายเอียสเองก็จะมาจิบชาเป็เพื่อน ตอนแรกฉันนึกว่าเ้าชายเอียสจะไปฝึกดาบกับพวกพี่ชายมากกว่าเสียอีก แต่ทว่าตลอดอาทิตย์เขาก็มาจิบชากับฉันทุกวันเลยนี่นะ
จากที่คุยกันมาตลอดอาทิตย์ ฉันพบว่าเ้าชายเอียสเป็คนดีไม่น้อยเลย พูดคุยด้วยแล้วสนุกแถมเขาไม่มีทีท่าน่ารังเกียจอะไรเลยสักนิด สมเป็เ้าชายยิ่งกว่าพวกพี่ชายของฉันอีก! ฉันสรุปได้อย่างนั้น
"ถ้าอย่างนั้น ฉันแนะนำที่หุบเขาตะวันลับที่ตั้งอยู่ทางใต้ของอาณาจักรค่ะ เอาไว้วันเสาร์ที่จะถึงนี้พวกเราลองไปดูกันไหมคะ?"
"อื้ม ตกลง! ถ้าอย่างนั้นผมขอไปแจ้งบาทหลวงก่อนนะครับ" พูดจบเ้าชายเอียสก็ออกจากศาลาไป
เฮือก
นี่เป็อีกครั้งที่ฉันสะดุ้งอึ้ง จะว่าไปมันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรเพราะบาทหลวงท่านนั้นเป็ผู้ปกครองของเ้าชายเอียส แต่สัญชาตญาณของฉันมันกู่ร้องออกมาด้วยความรู้สึกถึงลางอันไม่ปลอดภัยหากต้องให้บาทหลวงท่านนั้นไปด้วย ฉันไม่อยากให้บาทหลวงท่านนั้นไปด้วยแต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันสามารถกำหนดได้ อย่าทำให้เื่เล็กกลายเป็เื่ใหญ่สิเอริน! ฉันพยายามปลอบขวัญของตัวเอง
หุบเขาตะวันลับค่อนข้างจะอยู่ไกลจากปราสาทเนื่องจากต้องเดินทางออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าไปทางใต้ของอาณาจักร แต่ทว่าในตอนเด็กฉันเคยไปกับพวกพี่ชายมาหลายครั้ง ทำให้พอจะคุ้นเคยเส้นทางเป็อย่างดี
น้อยคนนักที่จะรู้จักหุบเขาตะวันลับเนื่องจากพวกเหล่าขุนนางต่างช่วยกันปิดเอาไว้เป็ความลับเพื่อที่จะไม่ให้สามัญชนเข้าไปเพราะมันเป็สถานที่โปรดของพวกราชวงศ์อย่างท่านพ่อ
การเดินทางขึ้นไปบนเขาค่อนข้างจะลำบากเนื่องจากว่าต้องเดินเท้ากันนี่สิ ฉันลืมนึกไปตอนแนะนำเ้าชายเอียสเสียสนิท การให้เ้าชายจากอาณาจักรข้างเคียงซ้ำยังเป็คู่หมั้นของตัวเองต้องมาเดินเท้าแบบนี้ จะทำให้เ้าชายเอียสรู้สึกไม่ดีรึเปล่านะ? แต่ยังไงก็เดินทางมาถึงแล้วถ้าจะให้กลับทันทีก็คงไม่ดี
เ้าชายสักกี่คนกันเชียวที่จะชอบมาเดินป่าปีนเขาเหมือนพวกพี่ๆฉันกัน เื่นี้ต้องโทษพวกพี่ๆของฉันล่ะนะที่สอนค่านิยมผิดๆมาให้เนี่ย แต่แล้วสายตาก็พลันไปสังเกตเห็นบางอย่างขยับอยู่ข้างๆพุ่มไม้เข้า
"ระวัง!!!" ไม่ทันที่ฉันจะคิดร่างกายของฉันก็ขยับไปก่อน ผลักเ้าชายเอียสเพื่อให้ออกห่างจากสัตว์เลี้อยคลานซึ่งอยู่ข้างๆนั้น
ผลัก สวบ จึก
"อั่ก" นี่คือเสียงของเ้าชายเอียสที่โดนฉันผลักแล้วหัวก็ไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ข้างทาง
"โอ๊ย!!" นี่คือเสียงที่ฉันร้องเพราะว่าเ้าสัตว์เลื้อยคลานตัวนั้นคลานมากัดที่ขาของฉัน
"เ้าหญิงเอรินเป็อะไรไหมครับ!!" ทหารยามรีบเข้ามาช่วยจับงูสีเขียวอ่อนที่เข้ามากัดขาฉันออก ฉันรู้สึกเจ็บมาก แต่ก็ไม่ได้ขาชา คาดว่างูตัวนี้น่าจะไม่มีพิษ
ขวับ
เ้าชายเอียสหันมามองค้อนใส่ฉัน เขาคงจะโกรธไม่น้อยที่ฉันเผลอไปผลักเขาเข้า แต่ว่านั่นมัน ฉันทำเพื่อช่วยเขานะ! คนที่โดนกัดคือฉันต่างหากแล้วเขามาโกรธฉันทำไมกัน
หลังจากนั้นทหารยามก็อุ้มฉันก่อนจะพาไปสถานพยาบาลที่อยู่บนเขาก่อนจะปฐมพยาบาลให้ฉัน เมื่อออกมาด้านนอกนั้นก็เห็นเ้าชายเอียสยืนอยู่
พรึบ
เ้าชายเอียสหันหน้ามองไปทางอื่นราวกับไม่้าเห็นหน้าฉัน
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเ้าชายเอียสจะโกรธก็ไม่ผิด แต่มันชวนให้ฉันรู้สึกไม่ชอบใจขึ้น ไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ จะขอบคุณกันสักนิดก็ไม่มี แถมยังเมินฉันอีก! บางทีนี่อาจจะเป็โชคดีของฉันแล้วล่ะ ที่ออกมาด้านนอกและทำให้เห็นด้านนี้ของเ้าชายเอียส
เฮ้อ ทั้งๆที่นึกว่าเป็คนดีไม่น้อยแท้ๆเชียว กลับมีมุมที่ใจแคบแบบนี้อยู่ด้วยนี่นะ