“แค๊กๆ พูดอะไรของคุณ” ลู่หลินใในคำพูดของผู้ชายคนนี้มาหลายรอบแล้วแต่ครั้งนี้หนักสุด ส่วนเฉินคุณเองก็พยักหน้าให้ลู่หลิน ในใจก็คิดว่า ‘ใช่เ้านายพูดอะไร แค๊กๆ’
“ก็ห้องนอนคุณไงถ้าคุณไม่อนุญาตผมจะได้ไม่เข้าไปยุ่งผมก็ถามให้แน่ใจเท่านั้น” ลู่หลินถึงกับคิ้วขมวด เมื่อตัวต้นเหตุยังมีอาการลอยหน้าลอยตาทำเป็ไม่เข้าใจ ซ้ำร้ายแววตายังสื่อถึงเป็เธอเองที่คิดเกินเลย
“เห่อ! ฉันหมายถึงว่า..เื่คุณจะให้ฉันไปนอ..เอ้อช่างเถอะ” เธออายที่จะพูดมันออกมาต่างจากผู้ก่อเื่ที่ยังกล้ายกยิ้มน้อยๆท่าทายให้เธอพูดมันออกไปว่าเขากำลังรอฟังอยู่ พอเจอเธอตัดบทไม่ยอมพูดในสิ่งที่เขา้าถึงยอมพูดออกมา
“อ้อ! ผมเข้าใจแล้วคุณคงจะหมายถึงเื่ที่ผมจะให้คุณไปนอนกับผมใช่ไหมล่ะ ผมไม่ได้จะให้คุณนอนกับผมจริงๆซะหน่อยแค่จะให้ไปนอนบ้านเดียวกัน คุณอยู่ที่นี่คนเดียวผมเป็ห่วง” ตอนนี้ลู่หลินโคตรเหนื่อยกับคำพูดวกไปวนมาอยู่กับการนอนของหลิวหยางมาก ไม่รู้ว่าเธอทำบาปทำกรรมอะไรพึ่งจะมาใช้ชีวิตที่นี่ไม่กี่วันยังไม่ทันเริ่มทำมาหากินอะไรจริงจังก็เจอปัญหาซะแล้ว ทำไมต้องให้เธอมาเจอคนสติไม่ดีแบบนี้ด้วยแล้วเธอจะไหวไหมโอ้ยแค่คิดหัวก็ปวดแล้วฉันอยากตายอีกรอบจะได้ไหมนะ
“เอาล่ะค่ะฉันเข้าใจแล้วว่าคุณห่วงฉันในฐานะคนพึ่งเคยรู้จักกัน คือฉันอยู่คนเดียวได้ ทุกวันนี้ฉันไม่ได้มีคุณและไม่จำเป็ต้องมีคุณ ฉันก็อยู่ของฉันได้มาตั้งนาน หยุด! ไม่ต้องพูดอะไรแล้วไปได้เลยพวกคุณคงอยากพักผ่อน ส่วนห้องฉันจะมีตะกร้าดอกไม้แขวนที่หน้าประตูที่บ้านโน้นมีห้องนอนสองห้องถ้าคุณไม่อยากนอนรวมกันจะนอนห้องฉันก็ได้ฉันอนุญาตไปเถอะรีบไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”
“ก็ได้ไม่เห็นต้องพูดถึงขนาดนี้เลย จะรู้จักช้าเร็วไม่เห็นจะสำคัญ สำคัญที่รู้จักแล้วรู้สึกยังไงมากกว่าไหม หรือคุณเกลียดผมั้แ่ครั้งแรกที่พบหน้าล่ะหลินหลิน แต่สำหรับผมมันเกินที่คุณจะคาดคิดเลยล่ะไม่งั้นผมไม่มาพูดอะไรยาวๆแบบนี้แน่จะบอกให้คุณรู้”
“อย่ามาพูดอะไรตอนนี้เลยน่าฉันฟังแล้วหัวจะปวดี้เีคิด”
“ก็ได้ ก็ได้..ผมขอบคุณหลินหลินอีกครั้งไว้พรุ่งนี้ผมจะมาช่วยงานคุณแต่เช้าแลยนะครับ” ลู่หลินเพียงพยักหน้าให้จบๆ ไปก่อนที่จะเดินไปส่งทั้งสองตรงทางลงเขา แล้วกลับขึ้นบ้านเข้าไปอาบน้ำมิติและเธอคิดว่าจะนอนในมิติเลยในคืนนี้บอกตามตรงเธอไม่ไว้ใจคนที่บอกว่าตัวเองเป็ทหารแต่ดูคำพูดคำจาเธอนึกว่าแก้งล่อลวงหญิงสาวไปขายซะอีก
ส่วนสองหนุ่มที่กำลังเดินลงเขาไปยังบ้านหลังเก่าของลู่หลิน เฉิงคุณที่ไม่มีบทพูดมานานก็ถามเ้านายอีกครั้งด้วยความสงสัย
“เ้านายจะนอนที่นี่จริงๆหรือครับรถเราก็มีทำไมเราไม่กลับไปนอนที่ค่ายหรือจะที่ตลาดก็ยังได้” เงียบไม่มีเสียงตอบรับนอกจากใบหน้านิ่งๆที่กลับมาพูดน้อยหารอยยิ้มไม่มีเหมือนคนละคนกับที่อยู่บ้านคุณจางลู่หลินคนนั้น
“เ้านายสนใจเธอ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจเ้านายเลยนะครับผมว่า” ได้ผล
“หุบปาก ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเป็ใบ้หรอกมั่ง ไม่อยากอยู่ก็กลับไปก่อนฉันจะอยู่ที่นี่สักพัก”
“โห้! พักใหญ่ไหมเ้านายถามเ้าของบ้านเขาก่อนไหมผมว่า”
“ยุ่ง! ฉันคือใครฉันผู้พันจ้าวหลิวหยางเป็ผู้พันมาั้แ่อายุยี่สิบสองปีเื่แค่นี้ไม่คนามือฉันหรอกน่าเฉิงคุณฉันว่านายกลับไปช่วยน้องชายนายดูแลที่ค่ายดีกว่านะ ฉันจะอยู่ที่นี่มีอะไรนายก็ส่งข่าวมาก็แล้วกันอ้อเอาของใช้ส่วนตัวมาให้ด้วย” สรุปคือเฉิงคุณถูกไล่กลับค่าย ทำให้จ้าวหลิวหยางมาเดินยิ้มนั่งยิ้มอยู่ในห้องนอนของลู่หลินเพียงลำพัง
“กลิ่นยังหอมอยู่เลยแสดงว่าเธอพึ่งขึ้นไปอยู่บ้านบนเขาสินะ เป็คนระเบียบใช่ได้เลยห้องหับก็ดูแลได้สะอาดหมดจด ทำอาหารก็อร่อย ดูจากบ้านบนเขาฐานะเธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย ถึงจะลำบากผมก็รับได้นะหลินหลิน คุณจะใจแข็งได้นานแค่ไหนกัน ผมอายุห่างจากคุณตั้งสิบปีเลยนะ” หลิวหยางรู้สึกและรับรู้ได้ว่าเขาเหมือนจะใจง่ายไปหน่อยไหม แต่ไม่มีอะไรบอกเขาได้เลยว่าการที่เขาอยากรู้อยากตามติดชีวิตของหลินหลินนั้นมันมาจากสาเหตุอะไร เขาจึงคิดว่ามันคือความชอบและถูกชะตาต้องตาเขาเท่านั้นเอง ครั้งแรกที่เขาพบลู่หลินที่ตลาดมืด ซึ่งเป็หนึ่งในธุรกิจของเขาเอง ในครั้งแรกที่เขาเปิดธุรกิจตลาดมืดแห่งนี้ขึ้นมา เขาคิดเพียงว่า้าให้ชาวบ้านมีอีกช่องทางหนึ่งที่เอาไว้ทำมาหากินและไว้ใช่แลกเปลี่ยนกันโดยไม่ต้องใช้ตั๋ว ก็ไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จได้มากมายขนาดนี้ เงินทองที่ได้มาบางส่วนเขาก็เอาไว้ช่วยผู้ยากไร้และสนับสนุนโครงการช่วยเหลือกลุ่มที่เดือดร้อนเขาทำแบบนี้มาห้าปีแล้ว ในปีนี้ดีได้พบเด็กสาวหน้าดำไม่ปิดบังหน้าตาเดินเข้าตลาดมืดที่ผู้คนต่างกล่าวว่าเป็เขตที่อันตลาดที่สุดทุกคนต่างปกปิดที่ไปที่มาของตัวเองทั้งนั้นแต่เด็กสาวคนนั้นช่างกล้าหาญเสียจริง ดีหน่อยที่ต่อมายังรู้แล้วว่าจะต้องปิดหน้าปิดตายิ่งสวยขึ้นทุกวันอยู่ด้วย
“ผมคิดว่าจะอยู่เป็เพื่อนเล่นให้คุณสักสองสามวันหรือจะน้อยเกินไปนะเอาไว้เพิ่มวันขึ้นเรื่อยๆตามความน่ารักของคุณก็แล้วกันน่ารักมากก็อยู่ด้วยหลายๆวันแต่วันไหนน่ารักน้อยก็เพิ่มขึ้นอีกหลายๆวันฮ่าๆผมอยากเห็นตาโปนๆของคุณเวลาโมโหไม่ได้ดั่งใจแล้วสิ” ผู้พันหนุ่มเริ่มพูดคนเดียวในอ้อมกอดยังมีหมอนหนุนของสาวงามไว้โอบกอดดอมดมไม่ห่าง อาการของหนุ่มน้อยคลั่งรักแบบนี้หากลูกน้องในสังกัดมาเห็นคงพากันช็อคตายกันทั้งค่าย การนอนต่างสถานที่ครั้งนี้ก็ไม่ได้แย่เกินไปนักอย่างน้อยผู้พันก็หลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หากแต่ในความฝันเหตุใดหลินหลินถึงต้องหนีไม่ยอมพูดกับเขาด้วยผู้หญิงช่างเข้าใจอยากจริง
รุ่งเช้ามาเยือนแสงของพระอาทิตย์สาดส่องลอดใบไม้หนาเป็ลำแสงสวยงาม หมอกหนาค่อยๆจางหายเหลือไว้เพียงความอบอุ่น เช้านี้จึงเป็เช้าที่สดใสของใครหลายๆคนแต่คงไม่ใช่กับลู่หลิน
“หลินหลินผมมาแล้ว” เสียงที่เรียกอยู่หน้าบ้านคือสาเหตุที่ทำให้เช้านี้ของเธอช่างหาความสดใสไม่มีเอาซะเลย ่นี้คือ่ที่ต้องปรับตัวเพราะเธอพึ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้ซึ่งต่างยุคต่างสมัยไหนจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวต้องทำมาหากิน แต่ต้องมาคอยทำอะไรหลบๆซ่อนๆเพราะมีคนมาป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ห่างแบบนี้อยากจะหยิบจับสิ่งใดก็ยุ่งยากไปหมด
“มาแต่เช้าเลยนะคะฉันยังทำกับข้าวไม่เสร็จเลย”
“ผมไม่รู้จะทำยังไงนะครับเพราะใจผมสั่งให้รีบมาหาคุณ”
“เห่อ! คุณขึ้นมานั่งรอฉันสักครู่อีกนิดเดียวกับข้าวก็เสร็จพร้อมทานแล้ว แต่ของหวานคงไม่ต้องแล้วล่ะฉันว่าทานมากไปน่าจะไม่ดีต่อสุขภาพ” ลู่หลินพูดโดยไม่คิดจะยืนรอต่อปากต่อคำกับหลิวหยางแต่อย่างใด และไม่รอดูด้วยว่าเขาจะขึ้นมานั่งรอตรงไหน เพราะเหตุนี้เธอจึงไม่รู้ว่าเ้าตัวมายืนพิงขอบประตูครัวไขว้ขาแขนกอดอก แค่ถ้ายืนก็หล่อเกินจะบรรยาย
“อุ้ย! คุณมายืนทำอะไรตรงนี้ไม่ให้ซุ้มให้เสียงใหมดเลย” ‘รู้แล้วว่าหล่อแต่ตรงนี้มันใช่ที่ยืนเก๊กหล่อไหมให้ตายเถอะหัวปวดแต่เช้าเลย’แค่คิดว่าต้องอยู่กับคน คนนี้เธอก็เหนื่อยแล้ว
“ทำอะไรทานครับหอมออกไปถึงข้างนอกมีอะไรที่ผมพอจะช่วยคุณได้บ้าง”
“คุณไม่ต้องไปทำงานหรือคะ มาช่วยฉันเ้านายคุณไม่ว่าเอาเหรอ อ้อ! ฉันว่าจะถามอยู่เลยว่าเพื่อนคุณล่ะหายไปไหนไม่ได้มากับคุณด้วยเหรอคะ” เื่นี้ลู่หลินลืมถามจริงเพราะมัวแต่หลบเลี่ยงที่จะพูดคุยกับหลิวหยางที่มาหยอดคำหวานกับเธอแต่เช้า
“เฉิงคุณแยกตัวไปทำงานที่ค้างไว้นะครับเราตกลงกันว่าจะให้ผมมาช่วยงานคุณตามที่ได้รับปากเอาไว้ คุณอย่าสนใจเพื่อนผมเลยครับ ผมอยู่ตรงนี้ทั้งคนคุณอยากให้ผมทำอะไรขอเพียงคุณเอ่ยปากผมทำให้ได้ทุกอย่าง” ‘รวมถึงขอให้คุณกลับไป ด้วยหรือเปล่าคะ’นั้นเป็เพียงความคิดของลู่หลินเท่านั้นเธอหาได้พูดมันออกไปนอกจากหันไปยกกับข้าวออกไปจัดวางที่โต๊ะ โดยมีร่างสูงของอีกคนคอยหยิบจับช่วยเหลือไม่ห่าง“หลินหลินอย่ายก อันนั้นน่าจะหนักเดี๋ยวผมยกเอง”
“หลินหลินอย่า ถ้วยแกงมันร้อนเดี๋ยวน้ำแกงหกโดนมือคุณจะเจ็บตัวเปล่าๆ ให้ผมยกเถอะนะ”
“หลินหลินไม่ต้อง คุณนั่งเถอะเดี๋ยวผมไปเอาน้ำให้คุณเอง”
“โอ้ย! ฉันจะบ้าตายพรุ่งนี้ไม่ต้องมาช่วยฉันแล้วนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะไปต่างโลกไปเยี่ยมชมดาวเคราะห์ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ต้องดูก่อนว่ากลุ่มเอสเปอร์จะเปิดประตูมิติเวลาให้ตอนไหนถึงจะได้กลับ”
“อ่าว..อยู่ดีๆทำไมถึงบ้าไปแล้วล่ะครับหลินหลิน ยิ่งคุณเป็แบบนี้ผมยิ่งทิ้งคุณให้อยู่คนเดี๋ยวไม่ได้เข้าไปใหญ่หรือผมจะหอบผ้ามาอยู่กับคุณตลอดชีวิตดีครับ หลินหลินผมให้แม่มาขอเลยนะ คุณจะได้มีเพื่อนไปชมดาวเคราะห์ไง ผมแถมวันฮันนีมูนของเราเป็ดาวเอวาให้คุณด้วยก็ได้เอ้า! ผมทุ้มสุดตัวเลยนะเนี่ยอย่ามัวแต่เงียบสิครับ” ลู่หลินที่กำลังอึ้ง อาการของคนเหว่อก็เป็แบบนี้ ไม่น่าเริ่มก่อนเลยเรา
“จะกินไหมข้าวเดี๋ยวก็ให้เซเลอร์มูนลงฑัณฑ์ซะเลยพูดมากนัก รู้จักไหมตัวแทนแห่งดวงดาวน่ะ”
“ไม่รู้จักครับ ผมรู้จักแต่ตัวแทนแห่งความรัก หลินหลินอยากมีไว้สักคนสองคนไหมครับตัวแทนแห่งความรักน่ะ ผมช่วยได้นะ เื่นี้คุณไม่ต้องขอผมเต็มใจสุดๆ”ภายในใจของลู่หลินมีคำเดียวสั้นๆ “เซี้..ย
****
มายาวเลย ทำไมยิ่งเขียน ยิ่งบ้าไรท์นะบ้านิยายอะไร หัวไรท์ก็ปวดเหมือนกันนะแบบนี้ คิดซะว่าอ่านเล่นขำๆกันนะคะทุดคน
…สุดท้ายนี้ขอลาเอาโน็ตบุ๊คไปซ่อมสักสามสี่วัน อยู่ดีๆแป้นพิมพ์ก็ใช่ไม่ได้เฉยเลยวันก่อนยังดีๆอยู่เลยงงมาก