แล้วที่ยิ่งกว่านั้น...ซานซีเป็ต้นไม้ในตระกูลเดียวกับต้นโสมคน มีลักษณะคล้ายกัน แม้สรรพคุณจะด้อยกว่า แต่ก็นับว่าเป็ที่้าของตลาดเหมือนกัน ทั้งสองต้นมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก หลันหลันเรียนรู้การแยกแยะมาจากเพื่อนพอดี แตกต่างกันที่ใบเท่านั้น ซานซีมักจะมีสามกิ่งและแต่ละกิ่งมีเจ็ดใบที่รูปร่างเรียว ส่วนโสมคนนั้นใบจะกว้างและดูเป็พุ่มมากกว่า
การขึ้นเขาในวันนี้ของนาง ตะกร้าด้านหลังจึงเต็มไปด้วย ผลไม้ป่าและสมุนไพรหลายต้น โดยเฉพาะสมุนไพรหลันหลันยังถอนขึ้นมาทั้งต้นอีกหลายต้นด้วย ตั้งใจว่าจะทำสวนสมุนไพรเล็ก ๆ ที่หลังบ้าน
หากโชคดีปลูกโสมทั้งสองอย่างนี้ได้ แม้จะแปลงเล็ก ๆ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวลำบากแล้ว อย่างน้อยก็ต้องมีเงินซื้อเนื้อกินตลอดปีอย่างแน่นอน
หลันเดินลงเขาอย่างร่าเริง รอบแรกนางี้เีจะแบกของทั้งหมดไปที่บ้านแล้วค่อยออกมา จึงเอาของทั้งหมดมาวางไว้หลังก้อนหินก้อนใหญ่ชายป่า ให้แน่ใจว่าไม่ได้อยู่ในที่โจ่งแจ้งนัก คิดว่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกรอบลงมาค่อยเรียกท่านลุงหยวนหรือเหมยฮวามาช่วยกันขนไป
ถึงอย่างไรที่บ้านหลังนี้อยู่ห่างจากบ้านอื่นนัก ั้แ่มาถึงหลันหลันยังไม่เห็นใครขึ้นไปบนูเาด้านนี้เลย ส่วนใหญ่จะขึ้นไปตามทางขึ้นอีกด้านซึ่งอยู่กลางหมู่บ้านมากกว่า ตรงนั้นมีแปลงเพาะปลูกไม่รู้ว่าใครมาทำเอาไว้
มิหนำซ้ำขึ้นเขารอบสองหลันหลันถึงกับได้ไก่ป่ากับกระต่ายมาอย่างละสองตัว นางเอาเชือกมัดกระต่ายกับไก่ป่าเอาไว้แล้วพาดไว้กับตะกร้า อันที่จริงทั้งไก่ทั้งกระต่ายไม่ใช่สัตว์ที่จับง่ายนัก ทว่านางได้กลิ่นพวกมัน และใช้ตะกร้าครอบไก่ป่าไว้ได้พอดีทั้งสองตัว ส่วนกระต่ายมันเข้ารังไปแล้ว นางใช้วิธีการขุดหลุมแล้วรมควันก่อนจะใช้ตะกร้าครอบทางออกอีกด้านเอาไว้
ใช้เวลาไม่นาน หลันหลันก็ประสบความสำเร็จในการเป็นางพรานตัวน้อย แม้จะเหนื่อยกับการแบกของสารพัดจนตัวเอนไป เอนมา แต่นางก็มีความสุขมาก ใช้แรงใจเค้นแรงกายขึ้นมา ตอนนี้ทั้งไก่และกระต่ายยังไม่ตายเลยสักตัว นางตั้งใจว่ากลับบ้านแล้วจะเลี้ยงพวกมันเอาไว้ เผื่อออกไข่ ออกลูก เอามากินได้
โชคดีที่กระต่ายทั้งคู่เป็ตัวผู้แล้วตัวเมีย นางคิดว่าถ้าไปปรับปรุงเล้าหมูอีกนิด น่าจะใช้เป็รังกระต่ายได้ กระต่ายแพร่พันธุ์ได้เร็ว สามารถเลี้ยงแล้วเอาไปขายในเมืองได้ หรือจะเอามากินก็ดีแบบนี้สิถึงเรียกกว่าการอยู่อย่างยั่งยืน หลันหลันขึ้นเขาไปในยามซื่อ
ลงเขาเรียกลุงหยวนกับเหมยฮวามาช่วยกันขนของเข้าบ้าน เก็บของเรียบร้อยแล้วก็ปลายยามเว่ย แล้ว ปล่อยให้ลุงหยวนกับเหมยฮวาขนของไปเก็บ หลันหลันก็ไปจัดการที่ลานหลังบ้าน วันนี้นางลงมือถอนวัชพืช ทำความสะอาดให้หมด ถ้ามีเวลาจะมาปรับหน้าดินเตรียมเพาะปลูก
เสร็จแล้วนางเดินเข้าลานบ้านมา เห็นหลี่มามาพาคุณชายมู่มานั่งรับลมที่หน้าห้องก็ยิ้มกว้าง หมอหยวนที่อยู่ข้าง ๆ กำลังนั่งอ่านหนังสือออกเสียงให้ทั้งสองฟัง ส่วนเหมยฮวาก็ง่วนอยู่กับการซักผ้าที่บ่อน้ำ
หลันหลันตั้งใจจะเดินไปทางหลี่มามา แต่ต้องผ่านบ่อน้ำเสียก่อนนางหยุดแล้วทักเหมยฮวา ร่างเล็ก ๆ เท่านี้ถ้าเป็ยุคที่เธอจากมา คงได้ไปเรียนหนังสือแล้วก็เอาแต่เล่นเกม หรือไม่ก็เล่นกับเพื่อนในบ้าน คงมีน้อยที่จะทำงานขยันขันแข็งแบบนี้
หลันหลันรู้สึกทึ่งจริงๆ ที่เห็นร่างเล็ก ๆ นั่น บิดผ้าอย่างคล่องแคล่ว พอเห็นผ้าชัด ๆ นางก็รู้ว่าเป็ผ้าที่มาจากหีบที่นางให้เหมยฮวาไปดู
“ป้าหลี่บอกว่าผ้าพวกนี้ยังดีอยู่เ้าค่ะ ป้าหลี่ตัดชุดให้พวกเราได้ แต่มันเก่ามากแล้ว กลิ่นก็ไม่ดี ข้าเลยอาสาเอามาซักให้ก่อนเ้าค่ะ” เหมยฮวาเห็นนางก็ยิ้มตาหยี
“ข้าบอกให้เ้าพักก็ไม่เชื่อ”
“ข้าแค่ซักผ้าเอง ไม่ได้ออกแรงอะไรสักหน่อย พี่หลันหลันไม่รู้เหรอว่าข้าถนัดซักผ้าที่สุด”
หลันหลันรู้ว่าเหมยฮวาเคยอยู่ในโรงซักล้างมาก่อน จึงพยักหน้ายิ้มๆ
“ข้ารู้ เหมยเหมยของข้าเก่งที่สุดเลย” นางเรียกอย่างเอ็นดู สายตาเหลือบไปเห็นผ้าที่ถูกบิดจนแห้ง วางกองรวมกันบนหีบที่เปิดอ้าไว้ มองไปรอบตัวก็เห็นว่าไม่มีที่ตาก
“เ้าหาที่ผึ่งไว้ดี ๆ แล้วกัน ข้าว่าตามหน้าต่างในห้องเก็บของก็ได้ ไว้ข้ามีเวลาจะทำราวตากผ้าดี ๆ ไว้สักอัน”
“เ้าค่ะ” เหมยฮวาตอบรับอย่างร่าเริง
หลันหลันเอาเอากระต่ายกับไก่ป่าไปกองที่หน้าคุณชายมู่กับหลี่มามา ลุงหยวนที่ทีแรกเห็นแล้วจะมาช่วยเธอขนของกลับไม่ต้องทำอะไร เมื่อจู่ ๆ ฉินจื่อเว่ยก็เดินออกจากห้องมาช่วยหลันหลันขนของทั้งหมดไปวางไว้ตรงหน้าพวกเขา ในระหว่างที่หลันหลันคิดจะบอกเื่ที่เขาจะอยู่ที่นี่ ก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของคุณชายมู่ตัวน้อยว่า
“พี่เว่ยแข็งแรงนัก ข้าอิจฉาจริง”
“คุณชายชมเกินไปแล้ว”
“เดี๋ยวคุณชายพักรักษาตัวอีกสักหน่อย ก็จะแข็งแรงดีเช่นกันเ้าค่ะ” หลี่ม่ามารีบบอกเอาใจ นางดีใจนักที่ในที่สุดทุกอย่างดูเข้ารูปเข้ารอย โดยเฉพาะคุณชายที่กลับมาหายดีได้ นั่งพูดคุยยิ้มแย้มได้แบบนี้
“พี่เว่ยจะสอนวรยุทธ์ให้ข้าจริงๆ นะ”
มู่จางหย่วนถามอย่างตื่นเต้น เขาอยู่ในจวนพี่น้องลูกแม่รองก็ได้เรียนวรยุทธ์จากท่านพ่อกันหมด มีเพียงเขาเท่านั้นที่ใช้ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าท่านพ่อไม่อนุญาต แต่เพราะว่าเขามักจะร่างกายอ่อนแอมาตลอด
บัดนี้มารู้สาเหตุว่าเกิดจากพิษ มู่จางหย่วนก็หวังว่าร่างกายของพวกเขาจะแข็งแรงดี ...
“ขอเพียงให้ข้าอาศัยอยู่ที่นี่ ข้าจะตอบแทนด้วยการสอนวรยุทธ์คุณชาย”
หลันหลันมองภาพนั้นแล้วอึ้งไปทำไมทั้งคู่ถึงดูสนิทสนมกันนัก...แล้วเรียนวรยุทธ์นั่นคืออะไร... ทำไมถึงเชื่อใจกันง่ายขนาดนั้น ขณะที่กำลังสงสัย นางก็เห็นคุณชายเว่ยจื่อใช้วิชาตัวเบาะโขึ้นไปบนกิ่งไม้ แล้วจับนกพิราบมาหนึ่งตัว
หลันหลันมองตาค้าง แล้วเสียงปรบมือของคุณชายมู่ก็ดังขึ้น คราวนี้หลันหลันก็รู้แล้วว่า เว่ยจื่อทำอย่างไรถึงทำให้มู่จางหย่วนเชื่อถือได้ ซ้ำยังปรารถนาจะเรียนวรยุทธด้วย
“ได้ ท่านอยู่ที่นี่ได้ หากว่าข้าแข็งแรงเมื่อไหร่ ท่านต้องสอนวรยุทธให้แก่ข้า”
“...” หลันหลันฟังแล้วไม่มีอะไรจะพูด เห็นแล้วว่าเว่ยจื่อ (ที่ไม่ยอมบอกแซ่นางคนนี้) ใช้วิธีไหนมัดใจเ้าบ้าน