“ยินดีที่ได้พบพี่ชายทั้งสองข้าหลิ่งเหวิน”
ข้าบอกด้วยรอยยิ้มอย่างเป็มิตรพร้อมสายตาสำรวจทั้งคู่อย่างพิจารณาแต่ไม่ทำให้ทั้งคู่สังเกตได้ลี่ไป๋หยวนลักษณะเป็คนคนตรงไปตรงมาส่วนจางหมิ่งซัวนั้นเป็คนสุขุมและดูจะเป็ใช้สมองมากกว่ากำลัง
“หลิ่งเหวินชื่อน้องชายเหมืององค์ชายห้าไม่กลัวหัวขาดหรือไงแต่คงเป็เ้าไม่ได้หรอกเพราะแคว้นโจวและต่างแคว้นล้วนรู้ว่าองค์ชายขี้โรคไม่แข็งแรง”ข้ายิ้มรับกับคำพูดของลี่ไป๋หยวนและนั่นทำให้ข้ารู้ว่าชายผู้นี้รอบรู้ไม่น้อย
“ว่าแต่อาหารของที่นี่ข้าได้ข่าวว่าขึ้นชื่อนักเ้าคิดว่ามีอะไรอร่อยบ้างน้องชาย”
คำถามของลี่ไป๋หยวนทำให้กระอักกระอวนเล็กน้อยแม้จะเป็คนที่นี่แต่กลับไม่รู้เื่เกี่ยวกับอาหารขึ้นชื่อแม้จะได้ยินมาแต่ก็ไม่เคยได้กิน เพิ่งจะกินได้สามคำก็มีคนมาขัดจังหวะอยู่นี่ไง
“ข้าต้องขอโทษพี่ชายทั้งสองข้าก็เป็คนต่างถิ่นที่ท่องยุทธภพมาเรื่อย จึงมิรู้อะไรอร่อยข้าแค่สั่งอาหารสี่อย่างที่ขึ้นชื่อของร้านเพียงเท่านั้นหากไม่รังเกียจเชิญทานด้วยกัน หากอยากสั่งอะไรเพิ่มก็ค่อยถามเสี่ยวเอ้อเอาก็ได้”ข้าบอกด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ดูเป็มิตร
“ฮ่าๆๆเยี่ยงนั้นรึน้องชาย ข้าไม่รังเกียจหรอกว่าแต่น้องชายเป็คนพรรคใดกัน”
“ข้ามิได้เป็คนของพรรคใดพี่ชายทั้งสองอย่าได้กังวลเลย” ข้าตอบด้วยรอยยิ้มอีกครั้งเพราะแววตาของจางหมิ่งซัว
“เชิญทานเถอะพี่ชายทั้งสอง”ข้าบอกอีกครั้งจากนั้นก็นั่งกินของตัวเองไปเงียบๆโดยไม่สนใจว่าจะมีคนกินด้วยหรือไม่แต่เพียงไม่นานลี่ไป๋หยวนก็ลงมือทานด้วยโดยสั่งกับข้าวเพิ่มอีกสามอย่างและข้าวอีก2 ชาม
“นึกว่าใครมานั่งกินข้าวอยู่ที่นี่ที่แท้ก็พรรคฟ้าดินที่ทำเป็มีคุณธรรมแต่ความจริงช่างน่ารังเกียจไม่ต่างจากพรรคมารฟ้าของข้าหากข้าคิดไม่ผิดพวกเ้าคงมาตามหาคนเล่นเพลงปริศนากับัดำสินะ”
ชายร่างสูงใหญ่ร่วมด้วยเหล่าศิษย์น้องอีกสี่คนมายืนโอบล้อมโต๊ะกินข้าวข้าทำให้ข้าที่กำลังหิวแต่โดนขัดจังหวะสองรอบเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีแต่มือยังคีบเนื้อปลานึ่งเข้าปากอย่างไม่สนใจคนถาม เพราะข้าไม่ใช่คนพรรคฟ้าดิน
ลี่ไป๋หยวนหันมาสบตากับศิษย์น้องก่อนจะหันไปมองผู้ร่วมโต๊ะที่ตอนนี้เขากำลังทำให้เดือดร้อนด้วยทว่าสิ่งที่เห็นทำให้ลี่ไป๋หยวนมองอยากแปลกใจ ตอนนี้หลิ่งเหวินนั่งกินอย่างไม่สนใจใครน่าไหนอืม คงจะหิวจริงๆนะนั่นลี่ไป๋หยวนได้แต่คิดในใจก่อนจะหันกลับมามองพวกพรรคมารฟ้าศัตรูสำคัญของพรรคฟ้าดิน
“พวกข้าจะทานข้าวที่ไหนหรือไปที่ใดใยพรรคมารฟ้าต้องสนใจด้วย อีกอย่างพวกข้าก็ไม่ได้ไปนั่งอยู่บนหัวพวกเ้า”
ลี่ไป๋หยวนเปิดฉากตอบกลับด้วยสายตาดูดันพร้อมผนึกลมปราณไว้ป้องกันตัวเช่นเดียวจางหมิ่งซัวที่ไม่อยากประมาทสายตาหันไปมองคนร่วมโต๊ะอย่างเป็ห่วงแต่สิ่งที่เห็นทำให้จางหมิ่งหยวนเบาใจเพราะอย่างน้อยคนผู้นี่ก็มีวรยุทธ์ป้องกันตัวเองจากการโจมตีจิตสังหารของพรรคมารฟ้า
“เ้า อย่าอยู่เลย”
พรรคมารฟ้าที่โดนด่าถึงกลับหน้าแดงด้วยความโกรธยกดาบฟาดเข้าใส่คนทั้งสองอย่างไม่หวาดกลัวว่าโรงเตี๊ยมจะพังเมื่อมีผู้ลงมือคนแรกคนอื่นที่มาด้วยจึงช่วยกันลงมือทันผู้คนต่างหลบหนีไปด้วยความหวาดกลัวเหลือเพียงแต่พวกมีวรยุทธ์ที่เฝ้าดูอย่างใจเย็น
และคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยมีหรือจะหลุดพ้นดาบเล่มั์ฟาดลงมาใส่หลิ่งเหวินเต็มกำลังทว่ากับทำให้คนลงมือดวงตาเบิกกว้างด้วยความใเมื่อสิ่งที่รับดาบไว้เป็เพียงตะเกียบคู่เท่านั้นแต่มันยังไม่ยอมแพ้ท่าร่างที่ถูกฝึกมาพร้อมผนึกลมปราณลงไปในดาบมากกว่าเดิมสิบเท่าแต่ผลที่ได้ออกมาเหมือนเดิมทว่าเมื่อมองสบกับดวงตาที่ฉายแววดุดันถึงกลับทรุดและสลบไปถึงสอง นั่นทำให้คนที่เหลือหยุดลงมือหันมามองคนที่ยังนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหนและยังอยู่ท่าเดิมด้วยความตื่นตระหนก
ข้ามองสบตาพวกพรรคมารฟ้าอย่างดุดันด้วยความโกรธอาหารอร่อยๆ ถูกขัดจังหวะแต่คิดว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวแต่ก็ยังไม่พ้นเมื่อมีคนลงมือ
“เ้าเป็ใครกันแน่”คนที่เริ่มก่อเื่เอ่ยถามข้าเสียงสั่นและถอยห่างอย่างหวาดกลัวนับว่ามีสัญญาณเอารอดดีไม่น้อยรู้ว่าสิ่งไหนอันตราย
“ข้ามิได้เกี่ยวข้องกับพรรคใดก็แค่แวะมากินข้าว” ข้าตอบกลับเสียงแข็งไม่มีความอ่อนโยนในดวงตาและไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าหากใครรู้จักข้าดีไม่ควรขัดจังหวะเวลาข้าหิวเพราะอาจจะไม่ตายดี
“พวกเ้าจะกลับพรรคมารฟ้าด้วยตนเองดีหรือว่าจะเป็ร่างไร้ิญญาอยู่ที่นี่เลือกเอา!”
ข้าเอ่ยถามเสียงเย็นเฉียบแม้กระทั่งพี่ชายทั้งสองยังถอยห่างปกติข้าจะแสดงละครได้เก่งเสมอแต่ว่าตอนนี้ข้าหิวและยังกินไม่อิ่มด้วยและไม่ต้องได้เอ่ยซ้ำพวกมันช่วยกันลากคนออกไปแต่ก่อนจากยังไม่วายจะส่งคำขู่ทิ้งท้าย
“ฝากไว้ก่อนเถอะเ้าหาเื่พรรคมารฟ้าไม่ได้ตายดีแน่” ข้าส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่ายกลัวจนตัวสั่นยังมีหน้ามาขู่อีก
“เสี่ยวเอ้อเอาพวกนี้ไปเก็บและเอาชุดใหม่แบบเดิมมาให้ข้า” ข้าหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่ยืนตัวสั่นหลบอยู่หลังเสาเมื่อได้ยินเสียงข้าจึงรีบมาเข้าหาด้วยตัวสั่นเทา
“เชิญพี่ชายทั้งสองนั่งต่อเถอะ” ข้าหันไปบอกทั้งสองที่ตอนนี้มองข้าอย่างไม่ไว้ใจแต่ก็ยังยอมกลับมานั่งที่เดิม “ขอบคุณน้องชายมากที่ช่วยเหลือพวกเรา” ลี่ไป๋หยวนเอ่ยออกมาเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดร้ายกับตน “พี่ชายอย่าคิดมากเลยปกติข้านั้นเป็คนอารมณ์ดีแต่ว่าข้าจะเป็โรคหนึ่งที่แก้ไม่หายเวลาข้าหิวแล้วมีคนขัดจังหวะเลยทำให้ข้าดูโหดร้ายนิดหน่อย” ครั้งนี้ข้าบอกด้วยรอยยิ้ม และลองไก่อบน้ำผึ้งเป็คำแรกเมื่อมันถูกนำมาเสิร์ฟแบบเร็วทันใจมากคงกลัวว่าข้าจะพังร้าน
คำตอบของหลิ่งเหวินทำให้ทั้งคู่แอบกลืนน้ำลายดีนะที่ไม่ใช่ตัวเองมาขัดความหิวไม่งั้นคงจบไม่สวยแน่ๆโดยที่ไม่รู้เลยว่าจุดเริ่มต้นที่ขัดจังหวะคนแรกคือพวกเขาเอง
ทว่าคำพูดของข้าทำให้จอมยุทธ์ทั้งหลายที่เตรียมมาหาข้าพากันหยุดชะงักหมดแต่ข้าแน่ใจว่าเมื่อไหร่ที่ข้าอิ่มดีแล้วพวกนั้นต้องเข้ามาหาข้าแน่นอนเมื่อข้าเงยหน้ามองคนร่วมโต๊ะตอนนี้กลับนั่งเกร็งและไม่คลายความระวังตัวอาจเพราะรับรู้จิตสังหารอ่อนของโต๊ะอื่นๆ เวลาผ่านไปพักใหญ่เมื่อข้าเห็นว่าทั้งสองอิ่มแล้วจึงวางตะเกียบลงแล้วรับน้ำชาที่ลี่ไป๋หยวนรินให้มาดื่มอย่างใจเย็น
“น้องชายข้าอยากทราบว่าอาจารย์เ้าคือผู้ใด”
จอมยุทธ์ชุดแดงเดินเข้ามาถามทันทีที่ข้าวางถ้วยน้ำชาลงตามด้วยคนอื่นๆจนบัดนี้ล้อมเต็มโต๊ะนับรวมแล้วได้เจ็ดคน นี่พวกเ้าว่างกันมากหรือไงถึงพากันมาล้อมข้าไว้แบบนี้ข้าได้แต่คิดในใจอย่างเซ็งๆ ทว่าใบหน้าข้ากลับยิ้มละมุมแล้วกล่าวตอบอย่างจริงใจ
“ข้าไม่มีอาจารย์หรอกพี่ชายทั้งหลายว่าแต่เหตุใดพวกท่านถึงมาล้อมโต๊ะข้าไว้เช่นนี้เล่า”
ลี่ไป๋หยวนรู้สึกอึดอัดแต่มิสามารถทำไรได้แต่เมื่อเห็นหลิ่งเหวินแล้วเหมือนไม่ได้รับผลกระทบนั้นและเ้าตัวก็ยังยิ้มละไมเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น มือสะบัดพัดไปมาเบาๆเหมือนไม่สนใจใครด้วยซ้ำไป ก็พอรู้ว่าพอมีวรยุทธ์สูงส่งแต่ว่าทำเยี่ยงนั้นไม่ใจเย็นไปหน่อยหรือลี่ไป๋หยวนได้แต่คิดอย่างขัดใจตัวเอง
“น่าแปลกใจยิ่งนักอายุเท่าน้องชายแต่บอกไม่มีอาจารย์แต่กลับมีวรยุทธ์สูงส่งวันนี้พวกข้าจึงอยากขอคำชี้แนะน้องชาย หวังว่าน้องชายจะไม่ปฏิเสธ” แม้คำพูดจะเหมือนอ่อนน้อมทว่ากลับส่งสายตากดดันมาให้ข้าไม่อยากบอกเลยว่าไม่ต้องส่งมาหรอกเพราะข้าไม่รู้สึกอะไรเลย
“หากพวกท่าน้าคนชี้แนะ คงต้องผ่านข้าซึ่งเป็บ่าวรับใช้ให้ได้เสียก่อนท่านจอมยุทธ์ทั้งหลาย”
เจียงหั่วกล่าวเสียงเข้มพร้อมเดินเข้ามาอย่างไม่หวาดกลัวตามมาด้วยสองฝาแฝดนั่นทำให้ข้ารู้ว่าเจียงหั่วคงกลับตำหนักแล้วไม่เจอข้าเลยพากันออกมาหมดข้ามองไปที่ดาบก็ต้องพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่พวกนี่รู้จักเก็บตราตำแหน่งองครักษ์ไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อทั้งสามเดินเข้าพวกจอมยุทธ์ทั้งหลายต่างหันไปมองด้วยความแปลกใจแต่ก็มีบางคนที่ไม่พอใจ “พวกท่านคือ?” จอมยุทธ์ชุดแดงหรี่สายตามององครักษ์ข้าแล้วเอ่ยถามอย่างกดดัน
“ข้าทั้งสามเป็บ่าวรับใช้คุณชายที่ท่าน้าคำชี้แนะหากท่าน้าคนชี้แนะจริงๆ คงต้องผ่านพวกข้าสามคนไปให้ได้เสียก่อน” เจียงหัวตอบกลับด้วยสายตาดูดันไม่มีทีท่าหวาดกลัวกับสายตากดดันของศัตรูเลย
“ฮึพวกเ้าแค่สามคนแต่เรามากันเจ็ดคนแน่ใจหรือว่าจะชี้แนะพวกข้าไหว” จอมยุทธ์ชุดสีฟ้ากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแต่มันเป็รอยยิ้มเหยียดหยาม
“ฮึ หากท่านอยากรู้คงต้องลองดูแล้วละ” ฮุ่ยเจียนตอบกลับด้วยความโกรธเตรียมพร้อมจะบุกเข้าหาคนพูดมาก “ฮุ่ยเจียน” ข้าเรียกเสียงเข้มแต่ก็ทำให้เ้าของชื่อหยุดชะงักยืนนิ่งหมดลายจนน่าขำแต่ข้าขำไม่ออก เพราะเคยบอกแล้วว่าห้ามใช้อารมณ์ในการตัดสินทุกอย่าง อ๋อแล้วช่วยลืมตอนข้าโมโหหิวด้วยนะ
“ที่กลางเมืองมีลานประลองที่นั่นใครอยากได้คำชี้แนะต้องผ่านบ่าวรับใช้ข้าให้ได้เสียก่อน” ข้าลุกขึ้นแล้วบอกจอมยุทธ์ทั้งหลายความจริงพวกเขายืนค้ำหัวขามานานแล้วล่ะแต่ี้เีใส่ใจ ข้าสะบัดพัดในมือเบาๆอย่างไม่ใส่ใจสายตากินเืกินเนื้ออย่างไม่พอใจของอีกหลายคน แต่ข้ารู้ดีว่าพวกจอมยุทธ์ที่ไม่มีสังกัดจะไม่นิยมรุมจนกว่าจะได้รับคำอนุญาตจากอีกฝ่าย
จบจากตอนนี้ไปจะมีการเก็บเหรียญนะคะ ตอนละ 6 เหรียญซึ่งราคาเฉลี่ยมาจากราคาอีบุ๊คค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราพึ่งจะมาเปิดตลาดที่นี่จะมีการเก็บเหรียญ 3 ตอนและอ่านฟรี 1 ตอนค่ะ ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ