ตอนที่ 1 อุบัติเหตุกลางสายฝน
ณอุทยานแห่งหนึ่งในประเทศ T ได้มีรถตั้งแคมป์อยู่คันหนึ่งที่จอดอยู่บนูเานี้ พวกเขาเป็กลุ่มเพื่อนกัน3 คน ที่ได้มาพักผ่อนจากการทำงาน พวกเขานั้นพึ่งจะตั้งแคมป์กันเสร็จหลังจากที่ตั้งแคมป์กันเสร็จแล้วพวกเขาก็ได้นั่งพักเหนื่อยกัน ในระหว่างที่ทุกคนนั่งพักเหนื่อยกันอยู่นั้นอรุณก็ได้บ่นออกมา
“เฮ่อ......เหนื่อยเป็บ้าเลยกว่าจะเสร็จ”
“นั้นนะสิวันหลังพวกเองไม่ต้องคิดจะมาตั้งแคมป์กันเองเลยนะ”
“ความคิดไอออมมันนู่น กูบอกมันแล้วว่าให้ไปเที่ยวที่มันมีที่พักดีกว่าแม่งบอกมันไม่ได้อารมณ์ กูละปวดหัวกับมัน”
“อะไรของมึง โทษแต่กู มึงนั่นแหละที่เห็นด้วยกับกูไออรุณและมึงนั้นแหละที่บอกให้กูไปชวนไอโจมาด้วย”
“เออ........” อรุณก็ได้ทำหน้าไม่รู้ไม่เห็น
ตอนที่ออมและอรุณกำลังเถียงกันอยู่นั้นก็ได้มีเสียงโทรศัพท์ของออมดังขึ้นมาจากนั้นออมก็ได้ขอตัวออกไปรับสาย
“เดี่ยวกูมานะเว้ย ขอไปรับสายแม่กูก่อน"
“เออๆ”
ออมก็ได้ลุกออกไปแล้วอรุณก็ได้ไปนั่งพักเหนื่อยกับโจ 2 คนเมื่ออรุณมานั่งด้วยแล้วโจก็ได้บ่นใส่อรุณไป
“วันหลังมึงไม่ต้องมาชวนกูเลยนะถ้าจะมาตั้งแคมป์กันเองแบบนี้อะ เหนื่อยก็เหนื่อย”
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ เอาหน่าๆ ประสบการณ์การตั้งแคมป์ครั้งแรก”
แล้วอรุณก็ทำหน้ายิ้มแบบกวนๆโจที่เห็นก็ได้แต่ถอนหายใจและปล่อยๆ ไป
“นายนี่จริงๆ เลย” โจทำหน้าเหนื่อยใจ
“นี่หยิบน้ำให้ฉันหน่อยสิ ขอแบบเย็นๆ นะ”
“โอเค”
แล้วทั้ง 2คนก็ได้นั่งคุยกันไป ผ่านไปได้สักพักออมที่ได้ขอตัวไปคุยโทรศัพท์ก็ได้เดินกลับมาที่แคมป์ออมที่กำลังเดินกลับมาอยู่นั้นก็มีสีหน้าที่ไม่ค่อยสบายใจ โจที่เห็นก็ได้ถามออมไป
“มีเื่อะไรหรือเปล่าทำไมทำหน้าแบบนั้นละ?”
“ใช่ เกิดเื่อะไรขึ้นออม? บอกพวกเรามาได้นะ”
“เฮอ.........” ออมก็ได้ถอนหายใจและบอกเื่ราวให้กับโจและอรุณไป
“ก็พี่สาวกูอะดิ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลอะ”
“อ่าว! พี่สาวเองเป็อะไรวะ?”
“ก็แม่กูบอกว่ามีรถคันหนึ่งขับรถมาชนรถพี่สาวกูพี่สาวกูก็อยู่ในรถ แถมฝนมันก็ตกหนักอยู่แล้วด้วย ถนนมันลื่นคนขับรถคันนั้นก็ขับมาเร็วมากแล้วเบรกไม่ทันเลยชนรถพี่สาวกูไปเต็มๆตอนนี้พี่สาวกูก็เลยอยู่โรงพยาบาท กูก็คิดอยู่ว่าจะไปหาดีไหม ที่พวกเราอยู่ตรงนี้ก็ไม่ไกลเท่าไหร่จากโรงพยาบาลที่พี่สาวกูอยู่”
“อย่างนี้เองหรอ ไปเลยเพื่อนเดี่ยวพวกกูไปด้วยไม่ต้องห่วง” โจยิ้มให้ออมหลังจากพูดจบ
“ใช่ๆ วันหลังเราค่อยมาแคมป์กันใหม่ก็ได้”
“อะ! โอเคขอบใจมากนะเพื่อน”
“ไม่เป็ไร เื่แค่นี้เอง” อรุณก็ยิ้มและพยักหน้าให้
เมื่อคุยกันเสร็จแล้วโจก็ได้หันไปมองที่แคมป์ที่พึ่งทำเสร็จแล้วก็ถอนหายใจออกมาออมที่ได้เห็นก็ได้หันไปมองตามโจ แล้วก็ตบไหล่ของโจเพื่อปลอบใจเพื่อน
“กูขอโทษนะเพื่อนมึงอุตส่าห์จะมาพักผ่อนดันต้องมาเสียเวลาเพราะกู”
“เปล่ากูไม่ได้โทษมึง กูแค่คิดว่ากูพึ่งทำเสร็จมาเหนื่อยๆกูต้องเก็บอีกแล้วใช่ไหม?”
“ฮ่าๆ เื่นั้นเองหรอ ชั่งมันเพื่อนมาเดี๋ยวเราช่วยกันเก็บแปบเดียวก็เสร็จแล้ว”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอเคๆ”
แล้วทั้ง 3คนก็ได้ไปช่วยกันเก็บแคมป์ เก็บกันไปได้สักพักทุกคนก็ได้เก็บกันเสร็จและก็ได้ขึ้นรถเพื่อที่จะรีบไปโรงพยาบาลกันต่อเพราะว่ากว่าที่พวกเขาจะเก็บแคมป์กันเสร็จก็ผ่านมาจนตะวันตกดินแล้วแถมฟ้าฝนก็ดูถ้าน่าจะตกลงมาอย่างแรง พวกเขาที่อยู่บนูเานั้นเลยต้องรีบลงจากูเาโดยด่วนเพราะว่าถ้าฝนตกลงมาแล้วพวกเขาจะขับกลับอย่างลำบากและอาจเกิดอุบัติเหตุได้
พวกเขาขับลงมาจากูเาไปได้สักพักก็มีลมแรงๆพัดมาและหลังจากนั้นฝนก็ตกลงมาอย่างรุนแรง ออมที่ขับรถอยู่ก็ได้บ่นออกมา
“บ้าเอ้ย!ยังลงไปได้ไม่ไกลเลยฝนดันมาตกสะได้ เอาไงกันดีละทีนี้”
“ก็คงต้องขับต่อไปอย่างเดียวนั้นแหละถอยกลับก็ไม่ได้แล้วด้วยไม่มีที่ให้กลับรถเลย” โจก็บอกกับออมไป
“ก็คงงั้นแหละ” อรุณก็เห็นด้วยที่โจบอก
"โจนายก็ขับระวังๆละถนนมันลื่นเดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุ” โจก็ได้เตือนออม
“เออ ฉันรู้อยู่แล้ว”
พวกเขาก็ได้ขับกันไปต่ออย่างช้าๆเพื่อกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ ในขนาดที่พวกเขากำลังขับลงมาอย่างนั้นก็ได้มีฟ้าผ่าลงมาใส่ต้นไม้ที่อยู่้าูเาอย่างแรง
< เปรี้ยงงงงงงงง > < เสียงฟ้าผ่า >
ต้นไม้ที่โดนฟ้าผ่าใส่นั้นก็ได้ตกลงมาใส่รถของพวกเขาอย่างแรงจนทำให้รถเสียหลักไปพักหนึ่ง แต่พวกเขาก็ยังสามารถประคองรถไว้ได้เลยยังไม่เกิดอุบัติเหตุ
“อะไรตกใส่รถกูวะเมื่อกี้! เกือบเสียหลักแล้วไหมละ พวกนายเป็อะไรกันไหมยังอยู่ดีกันหรือเปล่า?”
ออมก็ได้ใและรีบหันไปหาเพื่อนๆ เพื่อถามอาการ
“ดีก็บ้าแล้วไอบ้า!” โจบ่นออกมา
“ใจหายหมดนึกว่าจะตกเขาสะแล้ว!” อรุณทำหน้าใ
“เออยังอยู่กันดีก็ดีแล้ว ใกล้จะถึงโค้งสุดท้ายแล้วหลังจากผ่านโค้งนี้ขับตรงไปยาวๆ ก็จะลงูเากันได้แล้ว”
“โอเคๆ”
ออมก็ได้ขับต่อไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าต้นไม้ที่ตกใส่หน้ารถของเขาเมื่อกี้นั้นได้ไปทำให้กระโปงรถนั้นบุบไปทับล้อข้างหนึ่งไว้จึงทำให้ล้อไปกระแทกเบรกจนขาดและไม่สามารถเบรกหรือบังคับล้อให้เลี้ยวได้
“เฮ้ย! เพื่อนซวยแล้ว กูหักเลี้ยวไม่ได้วะ ดูเหมือนพวงมาลัยจะค้างอะ”
“มึงว่าอะไรนะ!!!” โจก็ทำหน้าใ
“ชิบหายแล้วพวกมึง ข้างหน้าเป็ทางโค้งด้วย” อรุณได้เตือนให้ทั้ง 2 คนรู้
ออมก็ได้พยายามหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวอย่างสุดกำลังแต่พวงมาลัยก็ไม่ยอมขยับเลย
“ขยับสิวะ ชิบ้าเอ้ย ไม่ขยับเลย”
“พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้วละกูรักพวกมึงนะเว้ยเพื่อน หวังว่าเราจะได้เจอกันใหม่ที่โลกหน้านะ”
อรุณได้ทำสีหน้าสิ้นหวังและพูดสั่งเสียออกมา โจที่ได้ยินก็ด่าอรุณกลับไป
“มึงพูดบ้าอะไรของมึงเนี้ยไออรุณ พวกเรายังไม่ตายสักหน่อย”
ขนาดที่โจกำลังด่าอรุณอยู่นั้นจู่ๆ ออมก็ได้พูดสั่งเสียออกมาเช่นกัน
“กูก็รักพวกมึงเหมือนกันนะ”
“มึงก็เอากับมันด้วยหรอวะไอออม?”
“มึงยอมรับเถอะโจความสูงตั้งขนาดนี้พวกเราจะเอาอะไรไปรอดวะ มึงก็ลองคิดดูสิตกลงไปแบบนี้ยังไงรถก็ต้องะเิอยู่ดี”
หลังจากที่ออมพูดจบน้ำตาของออมก็ได้ไหลออกมาทั้งออมและอรุณก็ได้ยิ้มให้โจทั้งน้ำตา โจที่เห็นเพื่อนของเขายิ้มทั้งน้ำตาแบบนั้นโจก็ได้ร้องไห้ออกมาและะโบอกทั้งคู่ไป
“กูก็รักพวกมึงนะโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย!”
แล้วทั้ง 3คนก็ได้ยิ้มและร้องไห้ไปพร้อมกันหลังจากนั้นรถก็ได้พุ่งชนราวเหล็กที่กันไว้อย่างแรงจนทำให้รถกระเด็นออกจากถนนและตกูเาไปก่อนที่รถจะตกถึงพื้นนั้นอรุณก็ได้พูดขออะไรบางอย่างในใจก่อนที่รถจะตกถึงพื้น
‘พวกเราจะตายแล้วอย่างงั้นหรอก็ไม่รู้หรอกนะว่าโลกหน้าจะมีจริงหรือไม่ แต่ถ้ามีจริง ก็ขอให้พวกเราทั้ง 3คนได้ไปเกิดใหม่ในโลกเดียวกันและขอให้พวกเราได้เจอกันอีกครั้งที่โลกหน้าด้วยเถอะ’
หลังจากที่อรุณคิดเสร็จรถก็ได้ตกถึงพื้นอย่างรุนแรงจากนั้นรถก็ได้ะเิออกมาอย่างใหญ่และเสียงดัง
< ตู้มมมมมมมมมม > < เสียงะเิ>