ชัยชนะของหลินเฟย (ลู่ซาน) ในการประลองยุทธ์ประจำปีกลายเป็หัวข้อสนทนาอันดับหนึ่งของพรรคมารอัคคีทมิฬ ไม่มีใครคาดคิดว่าศิษย์ไร้วรยุทธจะสามารถเอาชนะศิษย์ระดับกลางได้อย่างสิ้นเชิง ด้วย "กลไก" และ "วิทยาการ" ที่เขาอ้างถึง แม้หวังฟงจะยังคงพยายามป่าวประกาศว่าเป็เพียง "เล่ห์กล" แต่ก็ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป ความสำเร็จที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนนั้นยากจะปฏิเสธ
เ้าสำนักไป๋ซานเรียกหลินเฟยเข้าพบอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น คราวนี้ในห้องทำงานส่วนตัวอันโอ่อ่า
"หลินเฟย" ไป๋ซานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "เ้าได้สร้างความประทับใจให้ข้าอย่างมาก เ้าได้พิสูจน์แล้วว่า 'ความแข็งแกร่ง' ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วรยุทธเพียงอย่างเดียว"
ลู่ซานก้มศีรษะ "ข้าน้อมรับคำชมพ่ะย่ะค่ะ ท่านเ้าสำนัก"
"จากนี้ไป เ้าจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงคลังตำราของพรรคได้อย่างอิสระ รวมถึงวัตถุดิบและอุปกรณ์ในโรงตีเหล็กเก่าด้วย" ไป๋ซานประกาศ "และเ้าจะได้รับเบี้ยหวัดในระดับศิษย์ชั้นกลาง รวมถึงห้องพักส่วนตัว"
คำประกาศของเ้าสำนักทำให้ลู่ซานรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง นี่คือสิ่งที่เขา้ามากที่สุด การเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้หมายถึงโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีของเขาให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น
"ขอบพระคุณท่านเ้าสำนักพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะตั้งใจศึกษาและพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า 'วิทยาการ' เพื่อประโยชน์ของพรรคมาร" ลู่ซานกล่าวอย่างหนักแน่น
หลังจากออกจากห้องทำงานของเ้าสำนัก ลู่ซานตรงไปยังห้องพักใหม่ของเขา ซึ่งเป็ห้องเล็กๆ ที่สะอาดกว่าห้องพักรวมมาก แม้จะเรียบง่าย แต่ก็เป็พื้นที่ส่วนตัวที่เขาไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เขาสามารถทดลองสิ่งต่างๆ ได้อย่างอิสระมากขึ้น
ขณะที่เขากำลังเก็บสัมภาระเล็กน้อย จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆ
"หลินเฟย... เ้าว่างหรือไม่?"
เสียงนั้นไพเราะราวเสียงดนตรี ทำให้หัวใจของลู่ซานเต้นระรัว เมื่อเขาเปิดประตูออก ก็พบกับ ท่านหญิงอวิ๋นซี ที่ยืนอยู่ตรงหน้า นางมาในชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อน ขับผิวขาวผ่องให้ยิ่งโดดเด่น แววตาของนางที่เคยมีเพียงความสงสัย ตอนนี้กลับเจือด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
"ท่านหญิงอวิ๋นซี!" ลู่ซานทำความเคารพอย่างนอบน้อม
อวิ๋นซีมองสำรวจเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ "ข้าไม่ได้มาในฐานะท่านหญิง แต่มาในฐานะศิษย์คนหนึ่ง... ที่อยากรู้เื่ของเ้า"
ลู่ซานรู้สึกแปลกใจที่นางมาหาเขาถึงที่นี่ "มีสิ่งใดที่กระหม่อมสามารถช่วยเหลือท่านหญิงได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"อย่าเรียกข้าว่าท่านหญิงเลย เรียกข้าว่าอวิ๋นซีเถิด" นางกล่าวอย่างอ่อนโยน "ข้าแค่อยากจะมาแสดงความยินดีกับเ้า... และอยากรู้เื่ 'วิทยาการ' ของเ้า"
ลู่ซานเชื้อเชิญนางเข้ามาในห้อง อวิ๋นซีมองสำรวจรอบๆ อย่างสนใจ ก่อนจะหันมามองเขาด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น
"หลินเฟย... เ้าเปลี่ยนไปมาก" นางกล่าว "ข้าจำได้ว่าเ้าคนเดิมมักจะเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยพูดจา และไม่เคยมีแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเช่นนี้"
ลู่ซานรู้สึกประหม่าเล็กน้อยที่ถูกจับจ้องเช่นนั้น เขารู้ดีว่าความลับเื่การทะลุมิติของเขาเป็เื่ใหญ่ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ง่ายๆ
"กระหม่อมอาจจะแค่... ตื่นขึ้นจากการจมน้ำพ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานเลือกใช้คำพูดที่กำกวม "เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย บางครั้งคนเราก็มองเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้น"
อวิ๋นซีจ้องมองลู่ซานอย่างพิจารณา แววตาของนางฉายแววรู้ทันเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ "แล้ว 'วิทยาการ' ของเ้าคืออะไร? มันแตกต่างจากวรยุทธอย่างไร?"
ลู่ซานคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างง่ายๆ "วิทยาการคือการทำความเข้าใจ 'หลักการ' ของธรรมชาติพ่ะย่ะค่ะ ท่านหญิง... เอ่อ... อวิ๋นซี เช่น แรงที่ทำให้สิ่งของเคลื่อนที่ ความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนไป หรือการผสมผสานธาตุต่างๆ เพื่อสร้างปฏิกิริยา มันไม่ใช่พลังที่อยู่ภายในตัวบุคคลเหมือนปราณ แต่เป็ 'ความรู้' ที่สามารถนำมาสร้างสิ่งต่างๆ ได้"
อวิ๋นซีฟังอย่างตั้งใจ แววตาของนางเปล่งประกายด้วยความสนใจ "น่าทึ่งยิ่งนัก! เ้าหมายถึงว่า เ้าสามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่เหนือกว่าวรยุทธได้ด้วยเพียง 'ความรู้' เหล่านี้?"
"อย่างน้อยก็สามารถสร้างความได้เปรียบได้พ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานกล่าว "เช่นหน้าไม้ที่กระหม่อมใช้ในการประลอง มันใช้หลักการของ 'แรงง้าง' ที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ไม่ได้พึ่งพาพลังปราณเลยแม้แต่น้อย"
อวิ๋นซียิ้ม "น่าสนใจจริงๆ หลินเฟย... ข้าอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'วิทยาการ' ของเ้าได้หรือไม่?"
คำขอของอวิ๋นซีทำให้ลู่ซานประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดว่านางจะให้ความสนใจถึงเพียงนี้ การที่ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์อยากจะเรียนรู้จากเขา ถือเป็เกียรติอย่างยิ่ง และเป็โอกาสอันดีที่จะสานสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานตอบด้วยความยินดี "แต่... วิชาของกระหม่อมอาจจะดูแปลกประหลาดและไม่เหมือนวรยุทธทั่วไปนะพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าไม่กลัว" อวิ๋นซีกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่สดใส "ข้าเพียงแค่รู้สึกว่า... เ้าแตกต่างจากคนอื่นๆ ในโลกนี้ และสิ่งที่เ้าทำได้นั้น... ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"
แววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและศรัทธาของอวิ๋นซี ทำให้หัวใจของลู่ซานอบอุ่นอย่างประหลาด นี่คือครั้งแรกที่เขารู้สึกได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในโลกใบนี้ การพบกันครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่เป็จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้น ระหว่างวิศวกรข้ามภพกับท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ ซึ่งจะนำพาพวกเขาไปสู่เื่ราวที่เหนือความคาดหมาย