ตอนที่ 1
“เป็อะไรไปอีกวะมึง”
คนถูกถามเหลือบสายตามองเพื่อนสนิทที่แรกเจอคือศัตรูที่ต่อยตีกันจนเือาบก่อนจะกลายมาเป็เพื่อนสนิทกันได้อย่างไรก็ไม่รู้ แต่ทุกวันนี้เขานายศรวัณทิพย์ขวัญอยู่กับกันต์ธร พรพะนิจกุลคนที่เอ่ยถามและอัครพิชญ์บูรณ์นิกรมากกว่าครอบครัวเสียอีก
“แค่...สงสัยตัวเองเกิดอะไรขึ้น”
อัครพิชญ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“ยังไง”
“เหลามา”กันต์ธรถามแบบรัวลิ้นจากเล่ามาจึงกลายเป็เหลาแทน
ร่างเล็กบางที่เอนตัวราบไปกับโต๊ะไม้หินอ่อนขณะที่สองแขนก็ยื่นตรงไปด้านหน้ารองรับกับคางมลที่วางอยู่้ารีบยันตนเองขึ้นมานั่งตรงๆ ด้วยความเกียจคร้านระคนสับสนวุ่นวายใจ
“ความจริงไม่ต้องถามก็พอจะรู้...ที่มันฝันเปียกอยู่บ่อยๆ แน่เลย” กันต์ธรเอ่ยพร้อมกับหัวเราะร่าเขากับอัครพิชญ์ล้อเลียนศรวัณเื่นี้ได้ตลอด แรก ๆ ก็ถูกโกรธอยู่นะ แต่หลัง ๆมาดูเหมือนศรวัณจะลืมเื่ถูกล้อเพราะเริ่มคิดถึงหน้าตาและอยากค้นหาคนที่ตัวเองฝันถึงอยู่บ่อยๆ เสียมากกว่า
“ทำไมวะ่นี้มึงไม่ฝันถึงหนุ่มสุดหล่อคนนั้นหรือวะ” อัครพิชญ์ถาม
“ไม่ใช่”
“ถ้าไม่ใช่แล้วยังไงวะช่วยบอกให้กูสองคนเข้าใจหน่อยครับคุณเพื่อนมึง”กันต์ธรถามพร้อมกับจ้องหน้าเพื่อนเพื่อกดดันทั้งที่ความจริงก็ไม่ต้องทำอย่างนั้นหรอก เดี๋ยวศรวัณก็บอกออกมาเอง
“คือ...กูจะอธิบายกับมึงสองคนยังไงดี”เพราะเขาเองก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกเกินกว่าจะบอกใครได้ “ขอกูเรียบเรียงคำพูดก่อนนะ”ศรวัณนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ในหัวก็เริ่มคิดว่าั้แ่คืนนี้ที่ความฝันเขาถูกขัดจังหวะจากเสียงโทรศัพท์ของเพื่อนรักทั้งสองที่กระหน่ำโทรหาเพื่อให้รีบออกจากบ้านมาดูผลการสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยกัน
“แล้วมึงจะคิดอะไรให้มากว่ะมีอะไรก็บอกกันมาตรง ๆ ยังไงกูสองคนก็รับรู้เื่ความฝันของมึงมาั้แ่ต้นยังไงก็น่าจะเข้าใจไม่ยากหรอก ใช่ไหมพิชญ์”
“ใช่”
เมื่อสองเพื่อนรักพูดออกมาแบบนั้นศรวัณก็พยักหน้าและบอกกล่าวในสิ่งที่เขาััได้หลังจากความฝันในค่ำคืนนั้นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าคนในฝันได้มาหาจริง ๆไม่ได้ฝันอย่างเช่นที่ผ่านมาและรู้สึกเหมือนกับว่าได้พบเจอกับคนในฝันเดินอยู่บนถนนเดียวกันบางครั้งก็เหมือนกับเดินสวนกันด้วยซ้ำ
“มึงจะบอกว่า...คนในฝันมาหามึงถึงห้องแล้วทำอย่างนั้นกับมึง ทำแบบจริง ๆ จัง ๆ จนเสร็จ”
“มึงจะบอกว่ารู้สึกเหมือนกับได้พบคนในความฝันของมึงเดินสวนไปสวนมาพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนเนี่ยนะ”
กันต์ธรและอัครพิชญ์พูดออกมาพร้อมๆ กันด้วยความรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็เื่จริงเพราะหากใช่...มันก็คือเื่ที่แปลกประหลาดที่สุดที่เขาสองคนได้ล่วงรู้แล้วล่ะ
“มันก็...ทั้งใช่และไม่ใช่ คือ...จะบอกยังไงคือกูแค่รู้สึกว่าเขาคอยวนเวียนอยู่รอบตัว รู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้อยู่ห้องคนเดียวเวลาเหงา ๆ ก็เหมือนมีใครสักคนมากอดมันเหมือนกูได้รับรู้ว่าเขาคอยดูเวลาไปไหนมาไหนคนเดียว แล้วกูก็ยังรู้สึกว่า...กูได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหูด้วยทั้งที่กูเองก็คิดว่ามันไม่น่าจะเป็ไปได้ แต่กูรู้สึกว่ามันเหมือนจริงมากเลยนะไอ้กันต์ไอ้พิชญ์” ศรวัณบอกกับเพื่อนรัวเร็วจนแทบจับคำไม่ได้
เฮ้อ! อัครพิชญ์และกันต์ธรถอนหายใจออกมาพร้อม ๆ กัน
“กูว่า...อาการมึงหนักจนน่าจะไปหาหมอนะยอดรักมึงเอาแต่คิดเื่นี้ไม่เป็อันทำอะไร ตอนนี้อะนะ หน้าตามึงโทรมจนเหมือนกับคนป่วยมาเป็เดือนแล้ว”อัครพิชญ์พยายามที่จะเบี่ยงเบนความคิดของศรวัณให้หลุดออกจากเื่ของคนในความฝัน
“มึงสองคนไม่เชื่อกูเหรอ” ศรวัณมองอัครพิชญ์ก่อนจะหันไปทางด้านกันต์ธรที่พยักหน้ารับกับคำพูดของเพื่อนในสายตาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใยในตัวเขา
“ถ้ามึงจะคิดเสียใหม่นะยอดรักถึงเื่มันจะแปลกจนไม่น่าจะเป็ไปได้ แต่กูสองคนไม่ได้ไม่เชื่อที่มึงบอกมา เพราะร่องรอยบนตัวมึงที่กูกับไอ้พิชญ์เคยเห็นมันคิดไปทางอื่นไม่ได้เลย นอกจากเื่นั้น” กันต์ธรรีบพูดเมื่อเห็นใบหน้าเหมือนจะร้องไห้ของเพื่อน
“อีกอย่างที่กูสองคนพูดก็เพราะเป็ห่วง อยากให้มึงมีสติมากกว่านี้มึงลองเอาสมองอันน้อยนิดของตัวเองตรองดูหน่อยไหม ถ้ามึงเอาแต่คิดถึงเื่นี้ แล้วพอมึงไปเรียน...มึงต้องคิดว่ามีคนที่ไม่รู้เื่ของมึงถ้าเขาเกิดได้ยินมึงพูดจาแปลก ๆ ทำอะไรไม่เหมือนกับพวกเขา จะเพื่อนร่วมหอเพื่อนร่วมเรียน ทุกคนต่างก็ต้องคิดว่ามึงเป็บ้านะเว้ย”
“แล้วมึงก็จะถูกเพื่อนพากันรังเกียจมึงคิดบ้างไหมว่ากูสองคนจะรู้สึกยังไงที่ไม่ได้ดูแลมึงให้ดีทำให้มึงถูกเพื่อนรังเกียจ”
“กูสองคนเป็ห่วงมึงนะยอดรัก”กันต์ธรและอัครพิชญ์ต่างก็บอกถึงความคิดของตนให้เพื่อนรับรู้
“เพราะรู้ไง กูถึงต้องคิดไงถ้าไม่สามารถหลุดพ้นจากเื่นี้ก็ต้องค้นหาคนที่กูฝันถึง แต่มันไม่ได้ง่ายนะเขาเป็ใคร หน้าตาเป็ยังไง กูไม่รู้เลยสักอย่าง แล้วอย่างนี้จะหาเจอได้ยังไง” หากได้เจอกับผู้ชายคนนั้นศรวัณคิดว่าเื่ที่เขาฝันถึงคงจะหยุดลง ส่วนเื่อื่น ๆที่จะตามมาก็ค่อยคิดในภายหลัง
“แต่กูว่าหาเจอ”
“หมายความว่ายังไงวะพิชญ์” ศรวัณมองหน้าเพื่อนอย่างมีความหวัง
“มึงลองคิดดูนะยอดรัก”อัครพิชญ์เริ่มพูดในสิ่งที่ตนเองคิด “แรก ๆ ที่นาน ๆ ฝันถึงครั้งหนึ่งแสดงว่าเขาคนนั้นคงจะต้องอยู่ไกลไปสักหน่อย พลังงานที่ส่งมาหาแกไม่เพียงพอแต่ตอนนี้มึงฝันบ่อยขึ้น แสดงว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องอยู่ไม่ไกลจากมึง”
“เออ...เป็ไปได้วะ”กันต์ธรเห็นด้วย “แต่กูยังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้ไอ้ยอดรักหาตัวผู้ชายคนนั้นเจอเลยนะ”
ศรวัณพยักหน้ารับกับคำพูดของกันต์ธร
“มึงบอกว่าจำรูปร่างเขาได้อย่างชัดเจนใช่ไหมยอดรัก”
“อือ...” ศรวัณพยักหน้ารับยิ่งรูปร่างที่ปราศจากเสื้อผ้า ทุกสัดส่วนเป็แบบไหน เขายิ่งจำได้อย่างแม่นยำ
“หยุด...หยุดคิดหื่นก่อนเลยมึง”
“เปล่านะ” ศรวัณรีบบอกเพื่อนเสียงอ่อย
“เปล่าแต่หน้ามึงนะแดงจนถึงคอแล้ว” อัครพิชญ์ส่ายศีรษะอย่างอิดหนาระอาใจ
“มึงหยุดล้อไอ้ยอดรักก่อนไอ้พิชญ์รีบบอกกูมาก่อน จะหาผู้ชายคนนั้นเจอได้ยังไง” กันต์ธรถาม เพราะถ้าเขาช่วยได้ก็จะได้รีบช่วย เื่นี้จบลงเร็วเท่าไหร่ ศรวัณก็จะกลายเป็คนปกติเร็วมากเท่านั้น
“ถ้าไอ้ยอดรักจำได้เราก็หาคนที่วาดรูปเหมือนมาให้มันบอกรายละเอียดของผู้ชายคนนั้นไง”
“เผื่อมึงจะลืมไปนะพิชญ์เงินค่าจ้างวาดรูปเหมือนให้ออกมาเหมือนคนที่ไอ้ยอดรักมันฝันถึงน่าจะไม่ใช่น้อย ๆแล้วเราจะหาเงินนั้นมาจากไหน แล้วไปบอกคนวาดยังไงไม่ให้เขาคิดว่าเราบ้า”
“ก็จริง”อัครพิชญ์พยักหน้ารับ การวาดภาพเหมือนคนทั่วไปไม่แปลกแต่ที่จะแปลกก็คือการวาดรูปร่างแต่ใบหน้าที่ศรวัณบอกเองว่ามันยังไม่ชัดเจนที่สำคัญก็คือเื่เงินที่เขาทั้งสามคนยังมีเพียงแค่เล็กน้อยที่น่าจะไม่เพียงพอในการแบ่งไปใช้ในการจ้างวาดรูป
“กูจะหางานทำระหว่างเรียน”
คำบอกกล่าวของศรวัณทำให้กันต์ธรและอัครพิชญ์ถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียงกัน
“มึงจะไปทำงานอะไร”
“เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารหรือจะไปเป็เด็กล้างจาน”
ทั้งอัครพิชญ์และกันต์ธรต่างก็ส่ายศีรษะในทันทีแม้หน้าตาของศรวัณจะไม่ได้น่ารักแบบ ขาวใส ตาโตแก้มป่อง ปากแดง ผิวเนียนเรียบลื่นรูปร่างเล็กบอบบางน่าทะนุถนอมเพราะรูปร่างหน้าตาของศรวัณก็เหมือนกับเด็กหนุ่มทั่วไป ผิวหน้าที่มีสิวอยู่บ้างผิวก็หยาบกร้านด้วยไม่ได้รับการบำรุง ดวงตาเล็กแต่สดใสและซุกซนอยากรู้อยากเห็นตามวัยรูปร่างค่อนข้างจะไปทางผอมด้วยไม่ค่อยได้กินอาหารที่เหมาะสมตามวัย ทั้งที่ทุกอย่างในตัวศรวัณไม่ได้โดดเด่นและน่าสนใจอะไรมากนักแต่ก็เป็เด็กหนุ่มที่แปลกอย่างหนึ่งคือชอบที่จะเรียกผู้คนเข้าหาโดยที่เ้าตัวไม่รู้จนบางครั้งมันก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา หากไม่ได้เขาสองคนช่วยกันดูแล ป่านนี้เขาทั้งสองคนก็ยังคิดไม่ออกว่าเพื่อนคนนี้จะไปพบกับเื่ดีที่น่าจะน้อยมากแต่เื่ไม่ดีน่าจะมากมายอย่างที่คาดคิดไม่ถึง
“ทำไม”ศรวัณถามอย่างหงุดหงิดใจ
“มึงน่าจะรู้ตัวดีนะยอดรัก...เสิร์ฟอาหารกูสองคนกลัวมึงจะสะดุดเท้าตัวเองแล้วเอาของในมือไปราดหัวลูกค้าเข้านะสิ”
“ไปล้างจานก็คงทำให้ตัวเองาเ็แล้วแทนที่จะได้เงินเขากลับต้องจ่ายชดใช้เพราะไปทำแก้วแตก ทำจานแตก”
“กูทำพวกอาหารตามสั่งก็ได้...ไหมวะ”
“เปิดเรียนแล้วมึงจะเอาเวลาไหนไปทำเห็นเขาว่าปีหนึ่งกิจกรรมไม่ใช่น้อย ๆ แล้วคนเรียนระดับกลาง ๆ อย่างมึงมันต้องขยันมากกว่าคนอื่นหรือเปล่าวะ”
เจอสองเพื่อนสนิทเบรกไว้ทุกทางศรวัณก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยไม่รู้ว่าจะหาทางออกกับเื่นี้ยังไงดี
“อย่างน้อยเราก็มีหนทางตามหาตัวผู้ชายในฝันของไอ้ยอดรักแล้วตอนนี้หยุดเื่นี้ไว้ก่อนก็ได้ ยังพอมีเวลาให้คิดหาทางออก ตอนนี้มาคิดเื่หอพักดีกว่าตกลงจะเอายังไง จะพักด้วยกันหรือแยก” อัครพิชญ์เอ่ยถาม เขาอยากจะพักกับเพื่อนนะแต่ด้วยว่าเลือกเรียนคนละคณะกันมันเลยต้องดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจอีกที
“กดจองหอให้ทันก่อนไหมมึง ได้ยินรุ่นพี่พูดกันว่าถ้าได้หอที่อยู่หลังมหาลัย...ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยนะมึง”
“หอหลังมหาลัย ยังไงวะ” คนไม่รู้เื่อย่างศรัวัณเอ่ยถามกันต์ธรด้วยความงุนงงเพราะเขานะเล็งหอนั้นอยู่พอดี ถึงหอนั้นจะไกลตลาดและร้านค้าไปอยู่บ้างแต่ได้ข่าวมาว่าเป็หอที่ถูกที่สุดเลยนะ เตียงนอนก็มีให้ ตู้เย็นก็ด้วยได้ข่าวว่ามีพัดลมแถมให้ด้วยอ๋อ...เพิ่งจะปรับปรุงเื่ห้องอาบน้ำและห้องน้ำด้วยนี่น่าแต่อันนี้ไม่แน่ใจว่าปรับปรุงยังไง คงจะรู้ตอนที่จองได้แล้วเข้าไปอยู่แหละ
“ถ้ากูคิดไม่ผิด มึงคิดจะจองหอปลาทับทิมใช่ไหม”
พอได้ยินอัครพิชญ์ถามออกไปอย่างนั้นกันต์ธรถึงกับอึ้งและรีบห้ามในทันที “ไม่ได้ มึงจะจองหอนั้นไม่ได้”
“ทำไมวะมันก็หอพักธรรมดาไม่ใช่หรือไง” ศรวัณถามอย่างไม่เข้าใจมหาลัยที่เขาสอบได้ในครั้งนี้ด้วยว่ามีเด็กที่มาจากต่างจังหวัดเยอะมากจึงมีให้ว่าที่นักศึกษาทั้งหลายเลือกพักได้ทั้งหอนอกและหอในและก็มีน้อยคนที่จะเลือกพักหอในที่มีกฎระเบียบมากมายต่างกับหอนอกที่กฎระเบียบน้อยกว่าซึ่งเท่าที่เขารู้มาก็พวกเื่เกี่ยวกับของไม่ดีต่าง ๆเหล้ายาพวกนั้นแหละที่ทางหอห้ามไม่ให้เอาเข้ามาอย่างเด็ดขาด
“ธรรมดาบ้านมึงสิ เื่เล่าน่ากลัวๆ ที่หอนั้นอย่างเยอะ เล่าให้มึงฟังสามคืนก็ไม่จบ เอาเป็มึงรู้ไว้อย่างเดียวห้ามเลือกอยู่หอนั้นเป็เด็ดขาดก็พอแล้ว”
ศรวัณอ้าปากจะโต้เถียงกับกันต์ธรแต่ถูกอัครพิชญ์เอ่ยออกมาเสียก่อน
“แต่กูว่าเื่เล่าเขย่าขวัญชวนหวาดผวานอนไม่หลับสักอาทิตย์ก็ไม่น่าจะทำอะไรไอ้ยอดรักได้นะมึงยังไงมันก็นอนหลับฝันดีกับคนในฝันของมันอยู่แล้ว หรือไม่นี่ก็อาจเป็โอกาสดีที่จะทำให้พี่คนนั้นเปิดเผยตัวมาอยู่ใกล้ชิดกับมันก็ได้นะ”
“เออ...มึงพูดเข้าท่าวะกันต์”
“ถ้าอย่างนั้นเราสองคนมาจองห้องอยู่รวมกับไอ้ยอดรักกันเถอะ”
กันต์ธรเลิกคิ้วขึ้นสูงขณะหันไปมองหน้าอัครพิชญ์ที่ก็รีบบอกอย่างเร็วไว
“กูอยากเสือกแบบเต็ม ๆไม่อยากรอฟังมันเล่า ที่ก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ไม่อยากคิดเอง ปวดหัว”
“ไม่...ไม่ต้องก็ได้นะกูไม่อยากให้มึงสองคนลำบาก”
“ถ้าอย่างนั้นอีกสามวันมาเจอกันที่บ้านกู”
“ได้เลย”กันต์ธรแตะมือกับอัครพิชญ์ “ดีล!”
“เดี๋ยวสิ ฟังกูบ้าง”ศรวัณพยายามห้ามแต่กลับเจอสายตากดดันจากสองเพื่อนรักที่ทำให้เขาได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น“แล้วแต่มึงเลย”
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้แยกย้ายกันก่อนกูยังไม่อยากถูกคุณนายกานต์พิชชาด่า”กันต์ธรเอ่ยถึงผู้เป็มารดาที่ปากมากไปหน่อยแต่ก็รักเขากับพี่น้องมากเช่นกัน
“กูก็ไม่อยากโดนท่านชายอรรถกรเตะเอาเหมือนกัน...่นี้ไม่รู้เป็อะไรหาเื่เตะกูเกือบทุกวัน”อัครพิชญ์บ่นถึงบิดาตนเองที่เมื่อรู้ว่าเขาเลือกที่จะเรียนต่อมหาลัยก็อารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย
“เออ...แยกย้ายกันก่อนมึงก็รีบกลับบ้านได้แล้วไอ้ยอดรัก เดี๋ยวลุงมึงก็หาเื่อีก”
ศรวัณพยักหน้ารับอย่างเบื่อหน่ายขณะลุกขึ้นเดินแยกจากสองเพื่อนไปอีกทางในหัวก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่กันต์ธรและอัครพิชญ์พูดมาอย่างมีความหวัง...จะได้พบเจอกับใครคนนั้นเสียที
“สวัสดีไอ้จอมซน” ศรวัณเอ่ยทักทายเ้าแมวสีขาวขนยาวฟูที่เขาเคยให้การช่วยเหลือมันไว้เมื่อ...นานมาแล้วน่าจะหลายปีแล้วล่ะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนส้นเท้าขณะยื่นมือไปแตะที่ใต้คอของมันเพื่อทักทายไอ้ตัวขาวที่เหลือบสายตารำคาญมองมาแต่เขาก็ยังยิ้มให้มันแบบ...ไม่รู้ไม่ชี้
“เจอกันอีกแล้วนะ เป็ไงบ้างสบายดีใช่ไหม” จะว่าไปเขาก็รู้สึกแปลกกับความคิดของตัวเองที่รู้สึกว่าแมวตัวนี้ฉลาดมากเกินไปเหมือนว่ามันจะล่วงรู้ในสิ่งที่เขาทำให้ อย่างตอนที่พบเจอและให้ความช่วยเหลือไอ้เ้าตัวแสบที่ตอนแรกขู่ได้ขู่ดีกลับหยุดแล้วก็ยอมให้ช่วยแต่โดยดี
“ไม่ได้โดนหมาวิ่งไล่กัดมาอีกแล้วใช่ไหม”ที่ถามเพราะที่ซึ่งเ้าเหมียวตัวแสบอยู่ตอนนี้ห่างไกลจากบ้านสุดแสนจะใหญ่โตของมันมากครั้งแรกที่ได้เจอกันก็เพราะว่ามันถูกสุนัขวิ่งไล่กัดมา วิ่งหนีจนพลัดตกลงไปในคูน้ำที่ไหนก็ไม่รู้เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยโคลน ที่เท้าก็มีาแ ตอนแรกที่เขาจะช่วยมันก็ขู่นะ ตอนนั้นสงสัยจะกลัวคนแปลกหน้าแต่พอรู้ว่าเขาจะช่วยเท่านั้นแหละ...รีบะโขึ้นขี่คอเขาเลย ถึงแมวจะพูดไม่ได้แต่เขากลับรู้ว่ามันสั่งให้พากลับบ้าน ยังไงนะเหรอ
อย่างแรกที่จำได้คือมันกัดหูเขาพร้อมกับวางเท้าหน้าของมันลงบนท่อนแขนขวาของเขาแล้วร้องแม้ว ๆ สองครั้ง ตอนแรกก็งงอยู่นะแต่พอมันกัดเสื้อแล้วดึงเหมือนจะบอกว่าให้ไปทางนั้น เขาก็ดันบ้าจี้เดินตามที่มันบอกไปเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงบ่นเพราะตอนแรกคิดว่าใกล้ ๆ ไง แต่เอาเข้าจริงตอนแรกคิดว่าถูกไอ้เ้าแมวเหมียวตัวแสบมันแกล้งด้วยซ้ำเพราะมันพาเขาเดินวกไปวนมานานเกือบจะชั่วโมงเห็นจะได้ เดินจนขาเขาล้าไปหมดก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ทำให้เขาตกตะลึงอ้าปากค้างเผลอเอ่ยปากถามมันออกไปอย่างลืมตัว
“นี่มัน...บ้านแกจริง ๆเหรอเ้าเหมียว”