ณ กลางป่าแห่งหนึ่งอันเงียบสงบ
หลังจากฉิงเหม่ยนอนหมดสติได้ไม่นาน เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เหม่ยหลิน เหม่ยจู อี้หลิว จิวซื่อ พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ได้พากันออกมาจากมิติแดนอสูร
วูบ วูบ วูบ
จิวซื่อได้ใช้ทักษะการรักษาของนาง รักษาบาดแผลของหวังเหว่ยในทันที
วิ้ง วิ้ง
หวังเหว่ยได้ตื่นขึ้นมา หลังจากบาดแผลทั้งหมดของเขาหายดีแล้ว “ที่นี่คือที่ไหน? ทำไมฉิงเหม่ยถึงได้นอนหมดสติอยู่ข้างข้า ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่ยืนรายล้อมอยู่รอบตัวของเขา
“พวกข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับ ประตูมิติถูกปิดผนึกเอาไว้ มีเพียงฉิงเหม่ยและไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติเท่านั้นที่ออกมาจากมิติแดนอสูรได้ขอรับ” เฟิงเค่อได้กล่าวกับหวังเหว่ย
“อืม... ข้าเองจำได้แต่เพียงว่า ข้าถูกทำให้หมดสติโดยจิตวิญญาณของสัตว์อสูรที่ชั่วร้าย แต่ตอนนี้ข้าสัมผัสพลังปราณอสูรของนางรวมถึงชายคนที่ทำร้ายข้าไม่ได้เลย บางทีการที่ข้าและฉิงเหม่ยมาอยู่ที่นี่คงเกี่ยวข้องกับไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหกวายุมิติ”
“แล้วนางล่ะ !” หวังเหว่ยได้มองสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างกระวนกระวาย
“นายท่านหมายถึงหญิงสาวนางนี้หรือขอรับ ?” เฟิงเป้าได้ชี้ไปทางหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้น
“ใช่แล้ว !” หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจสอบหญิงสาว "หืม? จิตวิญญาณของสัตว์อสูรที่ชั่วร้ายตนนั้น ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้รวมถึงพลังให้กับนาง ข้าต้องกำจัดพลังปราณอสูรที่ชั่วร้ายเหล่านี้โดยเร็ว"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังเหว่ยได้ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว จากนั้นได้เริ่มเขียนตัวอักษรขึ้นมานับร้อยตัวอักษรอย่างรวดเร็ว และได้แตะไปที่ตัวอักษรเหล่านั้นเบาๆ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “กำจัด”
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
ตัวอักษรนับร้อยได้กลายเป็นประกายแสงสีเขียวระยิบระยับ จากนั้นได้ลอยเข้าไปภายในร่างของหญิงสาว
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ได้มีควันสีดำจำนวนมาก ล่องลอยออกมาจากร่างกายของนางและสลายหายไป
“ฟู่ โชคดีที่ข้าได้พบเจอกับนางก่อนที่พลังปราณอสูรชั่วร้ายจะหลอมรวมเข้ากับร่างกายของนางอย่างสมบูรณ์” หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาขณะเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของเขา ท่ามการความตกตะลึงของเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่ได้เห็นทักษะการเขียนอักษรอันน่าพิศวง!
เวลาผ่านไปไม่นาน หญิงสาวได้ฟื้นคืนสติขึ้นมา นางได้ลืมตาของนางขึ้นอย่างช้าๆ และจ้องมองไปที่หวังเหว่ยรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรในร่างมนุษย์ด้วยความสงสัย
“ที่นี่ที่ไหน? พวกท่านเป็นใคร ?” หญิงสาวได้กล่าวออกมา
“เจ้าจำอะไรได้บ้างหรือไม่ ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามนาง
หญิงสาวได้ส่ายหัวของนางไปมา “ข้าจำอะไรไม่ได้เลย ข้าเป็นใคร พวกท่านรู้จักข้าหรือไม่ ?”
"อืม... หากข้าคาดเดาไม่ผิด นางคงถูกจิตวิญญาณของสัตว์อสูรที่ชั่วร้ายจับตัวมาตั่งแต่นางยังเล็ก ลู่เมิ่งในชาติที่แล้วพี่ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ ในชาตินี้พี่จะดูแลปกป้องเจ้าอย่างดีที่สุด!" หวังเหว่ยได้ยืนคิดในใจ
“เจ้ามีชื่อว่าหวังลู่เมิ่ง ส่วนข้ามีชื่อว่าหวังเหว่ย พวกเราสองคนเป็นพี่น้องกัน” หวังเหว่ยได้กล่าวกับหวังลู่เมิ่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ข้า ข้าคือน้องสาวของท่าน !” หญิงสาวได้กล่าวถามหวังเหว่ย
“ถูกต้องแล้วลู่เมิ่ง เจ้าคือนางสาวเพียงคนเดียวของพี่” หวังเหว่ยได้หันไปมองอี้หลิว “นี่คือพี่สาวอี้หลิว พี่จะให้พี่สาวอี้หลิวเป็นผู้ติดตามดูแลน้อง เจ้าต้องเชื่อฟังนางให้ดี และหากเจ้ามีเรื่องอะไรสงสัย เจ้าสามารถถามนางได้ทุกเรื่อง”
หวังลู่เมิ่ง ได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ยด้วยสีหน้าและแววตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กไร้เดียงสา “ข้าเข้าใจแล้วพี่หวังเหว่ย พี่สาวอี้หลิว ข้าชื่อหวังลู่เมิ่ง พวกเราไปเดินเล่นกัน” หวังลู่เมิ่งได้ยิ้มอย่างน่ารักและจูงมือของอี้หลิวเดินออกไป
“ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ พวกเจ้าทั้งสามตามไปคุ้มครองพวกนาง”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ได้กล่าวตอบรับหวังเหว่ย จากนั้นได้ติดตามอี้หลิวและหวังลู่เมิ่งออกไป
“พวกเจ้าทุกคนฟังให้ดี หวังลู่เมิ่งคือน้องสาวของข้า ให้พวกเจ้าดูแลนางให้ดี เหมือนกับที่พวกเจ้าดูแลข้า” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดของเขาผ่านการสื่อสารทางจิต
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดของหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นพร้อมกันผ่านการสื่อสารทางจิต
ในขณะนั้นเองฉิงเหม่ยได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา นางนั้นรู้สึกอ่อนเพลียเป็นอย่างมากอีกทั้งยังรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่บริเวณท้องของนาง
“นายท่าน ท่านปลอดภัยดีใช่หรือไม่เจ้าค่ะ ?” ฉิงเหม่ยได้รีบกล่าวออกมา ขณะเริ่มตั้งสติได้
หวังเหว่ยได้หันหน้าไปมองนาง “ฉิงเหม่ยเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติหายไปไหนแล้ว ?”
“ไข่ !” เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ได้มีน้ำตาไหลออกมาจากนัยน์ตาของฉิงเหม่ยในทันที จากนั้นนางได้โผตัวเข้าไปกอดหวังเหว่ยและร้องไห้ออกมาไม่หยุด
ฮื้อ ฮื้อ ฮื้อ
หวังเหว่ยได้ตะลึงงันไปในทันที เนื่องจากเขาไม่เคยเห็นฉิงเหม่ยเป็นเช่นนี้มาก่อน หวังเหว่ยจึงได้ใช้มือของเขาลูบไปที่ศีรษะของนางด้วยพลังปราณอสูรที่อ่อนโยนเพื่อปลอบขวัญนาง
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ฉิงเหม่ยได้หยุดร้องไห้และกล่าวออกมาว่า “ไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติได้ระเบิดตัวเองเพื่อป้องกันการโจมตีให้กับนายท่านและข้าเองก็ทำเช่นเดียวกัน” หลังจากนั้นข้าได้หมดสติไปเจ้าค่ะนายท่าน
หวังเหว่ยรวมถึง เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เหม่ยหลิน เหม่ยจู จิวซื่อ พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ได้ตกตะลึงในทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“แสดงว่าที่ข้ากับเจ้า ได้มาอยู่กลางป่าแห่งนี้ คงเป็นฝีมือของไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ” หวังเหว่ยรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง เมื่อได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ฮื้อ ฮื้อ นายท่าน พวกเรามีพอทางช่วยเหลือไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติหรือไม่เจ้าค่ะ”
หวังเหว่ยได้ส่ายศีรษะของเขา “หลังจากไข่สัตว์อสูรระเบิดตัวเอง ไม่นานหลังจากนั้นดวงจิตของสัตว์อสูรตนนั้นจะสลายหายไป ข้าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรในเรื่องนี้ได้”
ใบหน้าของฉิงเหม่ยได้หม่นหมองลงในทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางได้อยู่ร่วมกับไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติเป็นเวลานานพอสมควรทำให้รู้สึกผูกพัน เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นนางจึงรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก
“ข้าขอตัวเข้าไปพักผ่อนภายในมิติแดนอสูรก่อนเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยได้ค่อยๆออกจากอ้อมกอดของหวังเหว่ย จากนั้นได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที
“เหม่ยหลิน เหม่ยจู พวกเจ้าทั้งสองตามไปดูแลฉิงเหม่ยอย่างใกล้ชิด หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับนางให้รีบบอกกับข้าในทันที”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” เหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้ติดตามฉิงเหม่ยกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที
หวังเหว่ยได้ยืนอย่างเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นได้กล่าวออกมาว่า “พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ พวกเจ้ากลับไปดูแลคฤหาสน์องครักษ์”
“รับทราบขอรับนายท่าน” พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ได้กลับไปยังคฤหาสน์องค์รักษ์ผ่านทางประตูมิติ ที่อยู่ในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ
“เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า พวกเจ้าออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบ หากพบเจออะไรให้รีบบอกกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิตในทันที”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า ในร่างมนุษย์ได้กระจายตัวกันออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบป่าอย่างรวดเร็ว
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้หันไปมองจิวซื่อ “ข้ารู้ว่าเจ้าจะบอกกับข้าว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าคือโชคชะตาที่ข้ามิอาจหลีกเลี่ยงได้สินะ”
“นายท่าน ท่านทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ !”
“ในอดีตข้าเคยมีคนรู้จักที่เป็นนักทำนายอยู่หลายคน ข้าเลยพอจะรู้เรื่องราวเหล่านี้อยู่บ้าง ข้าไม่โทษเจ้าในเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะนักทำนายทำได้เพียงชี้นำเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ข้าจะได้พบเจออะไรนั้นขึ้นอยู่กับโชคชะตาของข้า สำหรับข้าแล้วเรื่องของโชคชะตาเป็นสิ่งลี้ลับที่มิอาจล่วงรู้ได้ !”
“ขอบคุณนายท่านที่เข้าใจข้าเจ้าค่ะ”
“เอาล่ะ เจ้ากลับเข้าไปดูแลสมุนไพร ภายในมิติแดนอสูร ข้าจะออกสำรวจป่าแห่งนี้”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จิวซื่อได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันทีหลังจากกล่าวจบ
ป้อมปราการมังกรทิศตะวันตก
นั่นเสียงอะไร! ลี่หลงได้อุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก หลังจากที่ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลี่หลงได้รับแจ้งจากหัวหน้ากองร้องผ่านกระจกสื่อสารระยะไกลว่า “เรียนท่านรองแม่ทัพลี่หลง ข้าพบองค์จักรพรรดิมังกร ได้รับบาดเจ็บนอนหมดสติอยู่ในใจกลางหลุมขนาดใหญ่ที่ชั้นหนึ่งของป้อมปราการขอรับ !”
ลี่หลงได้รีบสั่งให้เหล่าทหารที่มีทักษะในการรักษาทั้งหมดภายในป้อมปราการ เร่งเดินทางไปยังชั้นที่หนึ่งของป้อมปราการเพื่อช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงอย่างรวดเร็ว
ณ สถานที่ภายในป่าแห่งหนึ่งในอาณาจักรมนุษย์
"โชคชะตาของดาวจรัสแสงดวงใหม่ได้ถอยห่างออกไปจากโชคชะตาของดาวจรัสแสงขององค์จักรพรรดิมังกรแล้ว อีกทั้งโชคชะตาอันมืดมัวที่รายล้อมอยู่รอบดาวจรัสแสงขององค์จักรพรรดิมังกร ก็ได้จางหายไปแล้วเช่นกัน! ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะกลับไปยังอาณาจักรเทพมังกร" ปราชญ์มังกรเทพได้พูดพึมพำเบาๆ และได้เริ่มออกเดินทางกลับอาณาจักรเทพมังกร
ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์
“เรียนองค์จักรพรรดิเสวี่ยซง โชคชะตาของดาวจรัสแสงดวงใหม่ได้ถอยห่างออกไปจากโชคชะตาดาวจรัสแสงของจักรพรรดิมังกรแล้วขอรับ” ปราชญ์แห่งการทำนายคนปัจจุบันได้กล่าวกับจักรพรรดิมนุษย์เสวี่ยซง
“ดีแล้วที่เขาปลอดภัย! ข้าเชื่อมั่นว่าโชคชะตาของดาวจรัสแสงดวงใหม่นี้เป็นของคุณชายแมวขาว ทหารรับคำสั่ง รีบแจ้งไปยังองครักษ์ทั้งสี่ ให้ช่วยกันออกตามหาคุณชายแมวขาวต่อไปจนกว่าจะได้เบาะแสของเขา !”
“รับทราบขอรับองค์จักรพรรดิ” หลังจากกล่าวจบเหล่าทหารส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์เสวี่ยซงได้รีบไปออกไปติดต่อสื่อสารกับองครักษ์ทั้งสี่เพื่อแจ้งคำสั่งของจักรพรรดิมนุษย์เสวี่ยซงในทันที
ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิวิหค
“เรียนองค์จักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกน จากการทำนายของข้าโชคชะตาของดาวจรัสแสงดวงใหม่ได้ถอยห่างออกไปจากโชคชะตาดาวจรัสแสงของจักรพรรดิมังกรแล้วขอรับ” วิหคนักทำนาย ได้กล่าวกับจักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกน
“แจ้งให้คนของเราสืบหาข่าวเรื่องนี้อย่างละเอียด ข้าอยากจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงหรือไม่ !” จักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกนกล่าวกับเหล่าทหาร
“รับทราบขอรับองค์จักรพรรดิ” เหล่าทหารได้รีบออกไปติดต่อสื่อสารกับสี่ขุนพลรวมถึงพวกพ้องของตน เพื่อแจ้งคำสั่งของจักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกนในทันที