ตอนที่ 10 : เพลิงมรรคา สะท้านปฐี
ภายในห้วงมิติซ้อนทับ ณอุโมงค์ใต้ดินวิหารบรรพชน
ไอเย็นะเืจากการฉีกขาดของมิติปะทะเข้ากับผิวพรรณของอวิ๋นเซียวจนเกิดเป็รอยแผลเล็กน้อยอวิ๋นเซียวขบกรามแน่นจนเืไหลซึมจากมุมปากเขาไม่มีเวลาโอ้เอ้ต่อความเ็ปที่ราวกับถูกบดขยี้ด้วยภูผาเบื้องหน้าของเขามีเพียงความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเส้นสายพลังค่ายกลที่เขาสร้างขึ้นด้วยหยาดเื
"เ้าหนู!หากเ้าไม่นำพลังปราณจากอวิ๋นฉีภายนอกมาใช้หล่อเลี้ยงการหลอมรวมในตอนนี้เจดีย์หมื่นวิถีจะสูบกินจิติญญาของเ้าแทนปราณที่สูญเสียไปเสียเอง!"เสียงแหลมเล็กของหลิงทงดังขึ้นท่ามกลางความสับสนอลหม่านัจิ๋วขดตัวอยู่บนไหล่ของเขา ดวงตาสีอำพันจับจ้องไปยังรอยร้าวของมิติที่เริ่มปริแตกจากการโจมตีภายนอก
อวิ๋นเซียวสูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมสมาธิทั้งหมดลงสู่จุดตันเถียนกระแสปราณสีครามที่ไหลเวียนในกายแปรเปลี่ยนเป็เส้นใยบางเบาพุ่งผ่านรอยร้าวออกไปราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกเหยื่อ เขาไม่ได้เพียงแค่ป้องกันแต่มันคือการเชื่อมต่อค่ายกลวิหารบรรพชนเข้ากับเจดีย์หมื่นวิถีโดยตรง
ภายนอกอุโมงค์อวิ๋นฉีมองดูรอยแยกอากาศที่สั่นไหวด้วยสายตาอำมหิตมือข้างหนึ่งถือกระบี่ลมกรดที่ห่อหุ้มด้วยปราณระดับรวบรวมปราณขั้นที่ห้ามันเงื้อกระบี่หมายจะฟาดฟันลงบนจุดที่แสงสีครามกระเพื่อมไหว
"ฮึ่ม! คิดจะเล่นตลกกับข้าหรืออวิ๋นเซียว?วิชากระบี่แยกปฐีของข้าต่อให้เป็ค่ายกลซ่อนเร้นระดับต่ำก็ต้องแหลกสลาย!"
คมกระบี่สีเขียวมรกตตวัดลงมาอย่างหนักหน่วงพลังปราณที่รุนแรงทำให้ผนังอุโมงค์สั่นะเืแต่ในวินาทีที่กระบี่กระทบเข้ากับม่านพลังมิติ อวิ๋นเซียวกลับแสยะยิ้มที่มุมปาก
"กงล้อแห่งเจดีย์... เปิด!"
แทนที่จะปะทะพลังมิติกลับบิดเบี้ยวกลายเป็หลุมดำที่ดูดกลืนกระบี่ของอวิ๋นฉีหายเข้าไปโดยสิ้นเชิง!อวิ๋นฉีชะงักงันด้วยความตกตะลึงก่อนที่ร่างของมันจะเสียหลักพุ่งถลาเข้าไปใกล้รอยแยกมิติแรงดึงดูดมหาศาลเริ่มฉีกกระชากอาภรณ์และชั้นปราณคุ้มกายของพวกศิษย์ตระกูลอวิ๋นจนแตกละเอียด
"นี่มันวิชาใดกัน!เหตุใดพลังของข้าถึงถูกดูดหายไปหมดสิ้น!" อวิ๋นฉีแผดร้องด้วยความตื่นตระหนกมันพยายามถอยหนี แต่ทว่าปลายเท้ากลับถูกตรึงแน่นด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น
อวิ๋นเซียวในห้วงมิติััได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามาในเจดีย์หมื่นวิถีนี่ไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่คือการหลอมกลั่น! เขาเริ่มเร่งวิถีปราณหลอมภพดูดกลืนพลังของอวิ๋นฉีที่ถูกค่ายกลสูบเข้ามาเพื่อใช้เป็เชื้อเพลิงในการยกระดับฐานพลังตนเอง
ร่างของเขาสั่นสะท้านขึ้นเรื่อยๆแสงสีทองจากเจดีย์หมื่นวิถีทอประกายเจิดจ้า ราวกับสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหลอวิ๋นฉีที่อยู่ภายนอกเริ่มซีดเผือดลงอย่างรวดเร็วปราณในกายมันเหือดแห้งดั่งสายน้ำที่ถูกสูบออกไปอย่างโเี้
"อวิ๋นเซียว! เ้าปีศาจ! เ้าทำอันใดกับข้า!"
คำถามนั้นไร้คำตอบ อวิ๋นเซียวหลับตาลงผสานจิติญญาเข้ากับเจดีย์ การสังหารศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่เป้าหมายหลักแต่คือการชิงเอา 'ต้นทุน' เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองก่อนที่วิหารบรรพชนแห่งนี้จะพังทลายลงจากการปะทะของพลังที่เกินจะควบคุม!
เมื่ออวิ๋นเซียวััได้ว่าค่ายกลของวิหารบรรพชนเริ่มถึงขีดจำกัดและศัตรูระดับสูงจากตระกูลหลักกำลังมุ่งหน้ามาเขาไม่ได้เลือกที่จะหนีด้วยความตื่นตระหนก แต่เขากลับใช้ 'เจดีย์หมื่นวิถี'คำนวณเส้นทางหลบหนีที่ปลอดภัยที่สุด
อวิ๋นเซียวตระหนักว่า หากเขาอยู่ที่นี่ต่อไปต่อให้จัดการอวิ๋นฉีได้ เขาก็จะถูกรุมล้อมและถูกกำจัดทิ้งในฐานะ 'ศิษย์ที่ขัดขืนตระกูล' การที่จะถอนรากถอนโคนพวกตระกูลหลักให้หมดสิ้นเขาต้องมีพลังที่แกร่งกล้ากว่านี้ เขาจึงตัดสินใจเร้นกายเข้าสู่ 'ถ้ำเหมันต์ป่าหลังสำนัก' ซึ่งเป็เขตต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายการหายตัวไปจากสายตาสำนักในครานี้ มิใช่การหนีเอาตัวรอด แต่เป็การ 'แฝงกายในความมืด' เพื่อรอวันกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เขาควรได้รับ"