“ บอกมาเอ็ง้าอะไร”
“ กระหม่อมขอถามพระองค์ว่า เมื่อ สิบห้าปีก่อน การตายของพระยาเทพา พระองค์เป็ผู้ที่ออกคำสั่งใช่หรือไม่?”
“ เอ็งเป็คนญี่ปุ่น แล้วไปเกี่ยวข้องอะไรกับ พระยาเทพา?”
“ ท่านเป็อาจารย์ของกระหม่อม"
“ ลูกศิษย์พระยาเทพ? แล้วเอ็งจะมั่นใจหรือว่า สิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็ความจริงหรือไม่”
“ พระองค์ เป็ผู้ที่มีศีล มีธรรม ครองเพศบรรพชิตมาเป็สิบๆปี และได้ชื่อว่าเป็ พระเ้าทรงธรรมอีก กระหม่อมเชื่อมั่น ในคำพูดของพระองค์อยู่แล้ว”
“ หากว่าข้าเป็คนสั่งการ เอ็งจะสังหารข้าเลยหรือไม่ล่ะ?”พระเ้าทรงธรรมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม คล้ายกับว่าไม่กลัวคมดาบที่ พาดที่ลำคอเลยแม้แต่น้อย เทพก็ยิ้มตอนเช่นกัน แล้วเอ่ยว่า
“ กระหม่อมไม่สังหารพระองค์หรอก แต่โอรสธิดาของพระองค์ กระหม่อมให้สัญญาเลยว่า จะไม่ละเว้น มันแม้แต่ผู้เดียว”
“ ฮึ่ม..บังอาจนัก นี่เอ็งกล้าข่มขู่ข้าเช่นนี้เชียวรึ?”
“ บอกมาเถิด กระหม่อมไม่ใช่คนใจเย็นนัก”
“ เอ็งคิดหรือว่า ข้าผู้เป็กษัตริย์ จะยอมให้เอ็งข่มขู่เช่นนี้” พระเ้าทรงธรรม อ้าปาก เป่าลมเข้าหน้าเทพเต็มๆ ทำให้เทพต้องถอยหลังไปติดกำแพงห้อง
ทันใดนั้นเอง ก็มีองครักษ์เงาของคน พุ่งออกมาจากขื่อคา ของห้อง จำนวนสี่คน ทั้งสี่คนมีดาบสั้นเหมือนของญี่ปุ่น เหน็บเอาไว้ที่เอว ส่วนมือขวามีปืนสั้นรุ่นใหม่ล่าสุดของ โปรตุเกส ยืนถือปืนเล็งไปที่หัวของ เทพเอาไว้ แต่ พระเ้าทรงธรรมยกมือห้ามเอาไว้ และเอ่ยว่า
“ เ้าหนุ่มน้อย ข้าจะบอกให้เอ็งฟังก่อนตายก็ได้ เื่นั้น ข้าเองไม่อยากที่จะทำ แต่ว่า ศิษย์น้องรอง กดดันข้าเสียเหลือเกิน ข้าต่างหากเล่า เหมาะสมที่จะเป็กษัตริย์คนต่อไป ทำไมข้าต้องยอมให้พระศรีเสาวภาคย์คนพิการเช่นนั้น ขึ้นครองกรุงศรีด้วย เ้ารู้หรือไม่แท้จริงแล้ว ข้าคือโอรสของ พระนเรศ มีศักดิ์และสิทธิ์ในบัลลังก์กว่าใครๆ ทั้งหมด ทำไมพ่ออยู่หัวเอกาทศรถ ต้องบังคับให้ข้าบวชเป็พระ ไม่ยอมให้ข้าสึกออกมาใช้ชีวิตเหมือนองค์ชายโดยทั่วไป เพราะท่านรู้อยู่แก่ใจ ว่าข้าไม่ใช่โอรสของพระองค์ แต่ข้าคือโอรสของพระนเรศ เ้าเทพมันยิ่งผยองจองหองนัก แม้มันจะเป็ศิษย์ผู้น้องของข้า มันไม่เคยเลยที่จะเข้าข้างข้า กลับไปเข้าข้างพระศรีเสาวภาคย์ แล้วทำไม ข้าจะสั่งสังหารมันไม่ได้”
เทพได้ฟังกับหูเช่นนี้ก็คิดว่า นี่หรือคือ พระพิมลธรรม ศิษย์พี่ที่เขาเคารพรักมาตลอด ไม่คิดเลยว่า เขาจะกลายเป็เช่นนี้ไปได้
“ พระองค์ทรงฟั่นเฟือนไปแล้ว กระหม่อมไม่รู้ว่า ผู้ใดเป็คนบอกว่า พระองค์เป็โอรสของพระนเรศ ถึงได้ใจกล้าบ้าบิ่น ถึงกับก่อการฏ สังหารพี่น้องของตนเองได้ขนาดนี้”
“ ทหารเอกของพระนเรศ ทั้งสี่เป็ผู้บอกกับข้าด้วยตนเอง แล้วเหตุใดข้าจะไม่เชื่อพวกเขากันเล่า”
“ กระหม่อมขอถาม พระอาจารย์เพชร อดีต พระราชมนู ได้บอกท่านด้วยตนเองหรือไม่ ว่า ท่านเป็พระโอรสของพระนเรศ?”
“ ไม่ พระอาจารย์ไม่เคยเอ่ยกับข้า”
“ ถ้าเช่นนั้น ผู้ที่บอกกล่าวให้พระองค์ฟัง คงเป็องค์ไลกระมัง”
“ ใช่ องค์ไลไม่กล้าเอ่ยคำโป้ปด กับข้าอย่างแน่นอน”
“ กระหม่อมจำได้ว่า ทหารทั้งเอกทั้งสามไม่ว่าจะเป็ เ้าพระยาพิษณุโลก เ้าพระยากำแพงเพชร เ้าพระยาศรีสัชนาลัย ทหารเสือพระนเรศล้วนคิดก่อการฏ ถูกปะาไปแล้วหมดสิ้นแล้วเหตุใด ถึงได้มีเวลามาบอกกล่าวเื่นี้ให้กับ องค์ไลด้วย”
“ ไม่จริง องค์ไลมันไม่กล้า โกหกข้าในเื่นี้ ไม่ว่าอย่างไร เื่มันก็ผ่านไปแล้วข้าไม่อยากเอ่ยถึงอีก ส่วนเอ็งกล้าบุกรุกวังหลวง คิดร้ายต่อข้าผู้เป็กษัตริย์ สมควรตาย สังหารมันซะ” พระเ้าทรงธรรมเอ่ยจบ องครักษ์เงาทั้งสี่ ก็ยิงปืนสั้นใส่เทพทันที
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง !!
เทพก้มตัวแล้วกลิ้งไปกับพื้นด้วยความรวดเร็ว แล้วมายืนที่ข้างเตียงพระบรรทม
มีดาบซามูไร วางอยู่ เทพเล็งมาตั้งนานแล้ว เพราะดาบซามูไรนี้ เป็ดาบของเขาในอดีตที่เคยประลองชนะซามูไรญี่ปุ่น แล้วทูตญี่ปุ่นมอบให้เป็รางวัล
เทพคว้าดาบซามูไรได้ ก็วาดดาบตัดศรีษะองครักษ์ทั้งสี่ หัวหลุดกระเด็นไป
จากนั้นก็รีบใช้ดาบไปพาดคอของ พระเ้าทรงธรรมอีกครั้ง แต่ว่าบัดนี้ทหารองครักษ์ที่ได้ยินเสียงปืน ก็เข้ามาล้อมห้องพระบรรทม เอาไว้หมดแล้ว มีแม่ทัพนายกอง มากันเต็มตำหนักไปหมด เทพมองเห็นองค์ไลยืนอยู่หน้า ทหารองครักษ์ ดูแล้วยังคงวางกล้ามยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
“ ปล่อยพระเ้าอยู่หัวบัดเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้น ครอบครัวของเ้า ต้องโทษปะาเจ็ดชั่วโคตรแน่”
เทพหาได้ใส่ใจไม่ จับตัวพระเ้าทรงธรรมเดินนำหน้า โดยมีมือซ้ายถือปืนสั้นรุ่นใหม่จ่อที่หัวของ พระองค์เอาไว้ แล้วเอ่ยว่า
“ ไสหัวไปให้หมด แล้วไปเตรียมเรือสำเภาให้ข้าด้วย พร้อมกับลูกเรืออีกสิบห้าคน” เทพเอ่ยอย่างเป็ต่อ
“ ไอ้เ้าบ้านี่ กล้าใช้ข้าเยี่ยงนี้เชียวรึ? ทหารเล็งปืนไปที่หัวของมันเดี๋ยวนี้”
หัวหน้าองครักษ์วายุรีบทำตามสั่งทันที
“ เฮ้ย..ข้าคือกษัตริย์อยู่นะโว้ย ถอยออกไปจากตำหนักของข้าให้หมด แล้วเตรียมเรือสำเภาให้มัน”
พระเ้าทรงธรรมเอ่ยะโเสียงดัง แต่ขุนนางล้วนไม่กล้าขยับ ได้แต่มององค์ไลเพื่อรอคำสั่ง
“ สงสัย องค์ไล จะมีอำนาจเหนือพระองค์นะ ดูซิ พวกทหารต่างไม่กล้าทำอะไร ต้องมองหน้าขององค์ไลก่อน” เทพเอ่ยเบาๆ ให้พระเ้าทรงธรรมฟัง
“ ออกญาศรีวรวงศ์ นี่เอ็งกล้าขัดคำสั่ง ของข้าเชียวรึ?”
องค์ไลถูกเรียกด้วยตำแหน่งถึงกับ ตะหนกใ รีบสั่งการทำตามที่พระเ้าทรงธรรมสั่งออกมา ไม่ช้าก็มีทหารจากวังหน้ามาล้อมไว้อีกชั้น มีชายแต่งชุดนักรบพระพันปีศรีศิลป์เดินนำหน้าทหาร เข้ามาในตำหนัก แต่ถูก องค์ไลห้ามเอาไว้
“ ท่ามหาอุปราชหยุดก่อน พระเ้าอยู่หัว ห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในตำหนัก”
“ ข้าคือมหาอุปราช หากกษัตริย์ไม่สามารถสั่งการได้ ข้าคนเดียวเท่านั้นที่มีอำนาจสั่งการ หรือออกญา ไม่รู้กฏในเื่นี้” พระพันปีศรีศิลป์เอ่ย แล้วมองหน้าอย่างไม่พอใจ
ไม่นานนัก พระตำหนักก็มีคนมามุงดูมากมาย รวมทั้งเหล่าโอรส และธิดาทั้งหมด
ต่างยืนมองด้วยความเป็ห่วง พระเ้าทรงธรรม
เวลานี้ เรือสำเภาที่เทพเอ่ยขอเอาไว้ กำลังรีบกางใบเรือ เข้ามาหาอย่างช้าๆ
“ เ้าหนุ่ม เอ็งชื่ออะไร ทำไมเอ็งกล้าบ้าบิ่น นี่เองจับตัวกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยาเชียวนะ”
“ กระหม่อมชื่อ ทาเคชิ”
“ ทาเคชิ เ้านี่กล้ามาก ข้ายอมรับนับถือหัวใจของเอ็งจริงๆ ไม่รู้ว่าเ้าเทพ สั่งสอนเอ็งยังไง ถึงได้จงรักภักดีต่อมัน นักหนา ข้าจะแต่งตั้งให้เอ็งเป็มหาดเล็ก แล้วมาอยู่กับข้าเอาไหม?”
เทพได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะในใจ เมื่อสักครู่ยังจะฆ่ากันตาย บัดนี้กล้าชวนมาเป็มหาดเล็กส่วนตัวอีก
“ อย่าเลย กระหม่อมเป็เด็กกำพร้า พ่อแม่ตายหมด มีเพียงท่าน พระยาเทพ ได้ชุบเลี้ยง อบรมสั่งสอนเอาไว้ ไม่อยากที่จะยุ่งเกี่ยวข้องกับ ทางราชสำนัก วันนี้กระหม่อมมาก็เพื่ออยากฟังจากปากของ พระองค์เท่านั้น หากว่า เป็สิ่งที่พระองค์สั่งการจริง กระหม่อมก็ไม่อยากจะแก้แค้นหรือสังหารคนอื่นอีก เพราะท่านอาจารย์เคยบอกว่า ไม่อยากให้กระหม่อมฆ่าใครเป็บุญคุณความแค้นผูกพันกันไป ถึงชาติหน้า ให้มันจบๆไปในชาตินี้ก็พอ” เทพเอ่ยอย่างปลงๆ ไม่อยากจะจองเวรอีกต่อไป เพราะรู้ว่าประวัติศาสตร์ในอนาคต ย่อมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่ๆ เขาไม่มีวันฆ่าพระเ้าทรงธรรม สังหารองค์ไล หรือ ผู้ที่จะเป็พระเ้าปราสาททองได้อย่างแน่นอน
“อุบ๊ะ เอ็งนี่เปลี่ยนแปลงความคิดเร็วจริง ทาเคชิ เอ็งอยากให้ข้าช่วยอะไรบ้างก็ บอกมาได้เลย ข้าอยากจะช่วยตอบแทนศิษย์น้องของข้าบ้าง ทุกวันนี้ข้าเฝ้าแต่ทำบุญ ทำกุศล บำรุงพุทธศาสนามากมาย หวังให้ลดบาปกรรมที่กระทำกับพระยาเทพเอาไว้ ถึงแม้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ แต่ข้าก็พยายามทำบุญให้มาก แล้วหวังว่าบุญกุศลที่ข้าได้ทำ จะทำให้ศิษย์น้องของข้า ได้อโหสิกรรมให้ข้า และได้ไปอยู่ที่ภพภูมิที่ดียิ่งขึ้น”
เทพได้ฟังพระเ้าทรงธรรมเอ่ยเช่นนี้ ในใจก็คิดอโหสิกรรมให้ไม่อยากเป็เวรเป็กรรมต่อตนเอง เพราะที่ผ่านมา สิบกว่าปี ประชาขนกรุงศรี ต่างชื่นชมในการปกครองของพระองค์ ไปจนถึงคนในอนาคต ทุกตำราที่เทพศึกษา ก็มีแต่ภาพขององค์กษัตริย์ที่ทรงคุณธรรม ถึงแม้จะทำการโค่นบัลลังก์พี่น้อง แล้วสังหารทิ้ง แต่ประวัติศาสตร์ก็ล้วนเป็เช่นนี้ เป็เื่ปกติของยุคนี้
“ หากท่านอาจารย์รับรู้ กระหม่อมว่า ท่านคงอโหสิกรรมให้พระองค์อย่างแน่นอน”
“ เอ็ง ยังไม่บอกข้าเลย ว่าเอ็งอยากทำอะไร หรืออยากได้อะไรในแผ่นดินนี้ บอกข้ามาได้เลย”
“ กระหม่อมไม่อยากได้อะไรจริงๆ ชีวิตที่เหลือต่อไป ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรเลย”
“ เอ็งนี่ ช่างเหมือนเ้าเทพจริงๆ มันไม่เคยอยากได้อะไรเลย เอาอย่างนี้ ข้าจะมอบทรัพย์สมบัติให้เอ็งไปเรือสำเภาหนึ่ง เอ็งจะเอาไปทำอะไรก็ได้” เทพไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ สักพักก็นึกขึ้นมาได้เลยเอ่ยว่า
“ กระหม่อมขอ แผ่นหนังเสือดาว ที่ติดอยู่กับตัวของท่านอาจารย์ จะได้ไหม”
“ แผ่นหนังเสือดาว อ๋อ.. แผ่นหนังใบนั้นมันมีอาถรรพ์ มันมีปีศาจสิงสถิตย์อยู่ ข้าได้มอบให้ ท่านพระมหาเถระชัยยันต์ ไปแล้ว หากเอ็งอยากได้ ก็ไปเอาเองก็แล้วกัน ท่านอยู่ที่เมืองเมาะตะมะ เอ็งเอาแหวนวงนี้ไปมอบให้กับท่าน บอกว่าเป็ตัวแทนของข้า ท่านมหาเถระจะไม่ปฏิเสธเอ็ง”
“ ขอบพระทัย พระเ้าค่ะ”
ทั้งสองคุยกันสักพัก พระอุปราชพันปีศรีศิลป์ก็เดินส่ายอาดๆ เข้ามา เห็นทั้งสองคนนั่งคุยกันถูกคอ ก็สงสัยใจยิ่ง
“ เสด็จพี่ นี่มันเื่อะไรกัน?”
“ น้องพี่ มาก็ดีเลย เ้าไปนำเรือสำเภา พร้อมทรัพย์สินเงินทอง ขนมาให้เต็มลำเรือ แล้ว ไปอัญเชิญ พระเถระผู้ใหญ่มาสักสี่ห้ารูป นำทหารมาด้วยสัก สิบคน ข้าถูกจี้ตัว ต้องเดินทางไปส่งคนร้ายที่ปากน้ำ จากนั้นมันถึงจะปล่อยตัวข้า”
“ เสด็จพี่ แต่ว่า” พระพันปีศรีศิลป์ ไม่เห็นว่า ชายชุดดำจะใช้อาวุธจี้ หรือ แสดงท่าทีเป็อันตรายต่อ พระเ้าทรงธรรมเลยแม้แต่น้อย
“ ไยไม่รีบไปอีก” พระเ้าทรงธรรมลุกขึ้นยืนะโสั่งดังลั่น พระพันปีศรีศิลป์พาทหารรีบเดินออกไปจัดการด้วยความงุนงง
“ กระหม่อมไม่้าทรัพย์สินใดใด กระหม่อมมีมนตร์กำบังกาย พวกทหารไม่สามารถจับตัว กระหม่อมได้หรอกพระเ้าค่ะ”
“ ไม่ได้ หากว่า พวกมันอัญเชิญ ศิษย์พระเถระทั้งสิบ มาท่องมนตร์ประหลาดๆ อะไรนั่นอีก ข้ากลัวว่า เอ็งจะโดนจับได้อย่างอาจารย์ของเอ็งน่ะซิ”
เทพเองก็เลยไม่กล้าปฏิเสธ แต่ทันใดนั้นเอง บนท้องฟ้าก็มีคนชุดดำพุ่งตัวลงมาจากหลังคา ด้วยความรวดเร็ว เทพเห็นแต่ไกลแล้ว จึงได้ชักดาบซามูไรออกมา
คนชุดดำ ถือทวนยาวพุ่งใส่เทพหมายปลิดชีพในทวนเดียว แต่ว่า เทพเบี่ยงหลบแล้วดาบซามูไรก็กำลังจะเชือดคอมือทวนที่ลอบทำร้าย แต่ว่ามีเสียงของ พระเ้าทรงธรรมเอ่ยขึ้นมาว่า
“ หยุดก่อน ทาเคชิ”
เทพหยุดดาบซามูไรกระทันหัน แต่ไม่ยอมปล่อยร่างของ นักฆ่าผู้นี้ออกไป จึงใช้แขนซ้ายรัดคอนักฆ่าเอาไว้
“ เสด็จพ่อ”
“ เ้าแก้วสุริยา”
เทพรัดคอหญิงสาววัย 15 ปีเอาไว้แน่น พอได้ยินเสียงคนทั้งสองคนคุยกันเทพรีบปล่อยมือทันที
หญิงสาวชุดดำ เข้าไปสวมกอด พระเ้าทรงธรรมด้วยความเป็ห่วง
“ เสด็จพ่อ ไม่เป็อะไรนะเพคะ”
“ ไม่เป็ไร นี่คือทาเคชิ เป็ศิษย์หลานของพ่อเอง”
“ แล้วทำไมเขาต้องจับเสด็จพ่อเป็ตัวประกันด้วย”
เ้าแก้วสุริยา หันไปมองเทพที่ยังคงปิดหน้าอยู่ แล้วมองด้วยความประหลาดใจ
“ แค่เื่เข้าใจผิด หากปล่อยเขาออกไป เขาอาจต้องตาย พ่อเองเลยจะไปส่งเขาที่ปากอ่าว ไม่มีอะไร”
“ ลูกไปด้วย จะได้คุ้มครองเสด็จพ่อ”
เทพมองหน้าหญิงสาวผู้นี้ แล้วก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจ หรือว่านางจะเป็พระนางสุริยาราชเทวี ที่คบชู้กับคนญี่ปุ่น เทพได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ได้แต่มองหน้าพระนางด้วยความตะลึง นางช่างสวยงามกว่าหญิงนางใด จริงๆ แถมยังมีวิชาการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเสียด้วย........