"เฮ้ย!"
เสียงะโอย่างประหลาดใจหลายเสียงดังขึ้นปนกันในถ้ำหิน
"นั่นมันเกิดอะไรขึ้นเหรอโนบลินแล้วข้าวของจากในกระเป๋ามันหายไปไหนกันหมด" พอละโถามออกมาเป็คนแรก
"นะ..นั่นนะสิพอหล่นออกมาจากกระเป๋าแล้วมันหายไปไหนกัน"
บันอดถามขึ้นมาบ้างไม่ได้เรซและแอลที่ถึงแม้จะเงียบเสียงไม่ได้ถามออกมาแต่ก็ส่งสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัยที่้าคำอธิบายไปยังโนบลินจนเ้าตัวอดไม่ได้ต้องหันไปอธิบาย
"โอเคเดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟังเอง"โนบลินหันไปยิ้มให้เพื่อนเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มอธิบาย
"ข้าวของที่พวกนายเห็นน่ะมันไม่ได้หายไปไหนหรอก ถุงหนังที่ฉันทำเพิ่งเสร็จเนี่ย ฉันลงวงเวทมิติไว้คือฉันเองก็ไม่ค่อยถนัดเลยใช้เวลานานไปหน่อยกว่าจะเสร็จครบห้าอัน"
"แล้วไอ้วงเวทนี่มันทำงานยังไงกันล่ะ"เรซถาม
“วงเวทมิตินี่ฉันวาดไว้มันจะทำหน้าที่ส่งสิ่งของที่ใส่เข้าไปในถุงหนังไปเก็บยังมิติอื่นที่สร้างไว้ซึ่งขนาดพื้นที่เก็บของในหนึ่งถุงหนังเท่าที่ฉันสร้างได้ตอนนี้ก็น่าจะประมาณหนึ่งเกวียนเองแต่ก็น่าจะพอเก็บของพวกนี้กลับไปหมดนะ”
“โห..นั่นมันคือสุดยอดเลยไม่ใช่หรือไงกัน”บันพูดขึ้นอย่างไม่ยากเชื่อสายตา
“อ้อ..มีของแถมนิดหน่อยคือข้าวของอะไรก็ตามที่เข้าไปอยู่ในเขตแดนมิติจะไม่มีน้ำหนักเพราะฉะนั้นข้าวของที่พวกเราขนไปทั้งหมดนี่มันก็ไม่ต่างจากการหิ้วถุงหนังถุงนึงเท่านั้นเอง” โนบลินหันมาบอกเพื่อน ๆด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“อย่างนี้มันต้องเรียกว่าโคตรสุดยอดแล้วเฟ้ย”พอละโลั่นเมื่อได้ยินที่โนบลินบอกจนทุกคนต้องยกมือมาปิดหู
“เบา ๆหน่อยสิเ้าพอลบ้า กะจะให้พวกเราหูแตกตายหรือไง รู้ทั้งรู้ว่าในถ้ำเสียงมันก้องยังจะะโแหกปากอยู่ได้” บันบ่นอุบเมื่อต้องมาทนฟังเสียงอันดังน่ารำคาญของพอล
“โทษที ๆแต่ฉันตื่นเต้นไปหน่อย ก็มันมีที่ไหนกันล่ะถุงอันนิดเดียวแต่ใส่ของได้เป็เกวียนแถมยังทำให้น้ำหนักทั้งหมดเหลือศูนย์นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ”
“เื่ที่จะมาใเอาไว้ก่อนเถอะฉันว่าเรารีบเอาของทั้งหมดใส่ลงไปในถุงของแต่ละคนก่อนดีกว่านะจะได้รีบกลับบ้านกันเสียที”เรซรีบบอกก่อนที่จะเสียเวลามากไปกว่านี้
ใช้เวลาไม่นานในการเก็บรวบรวมสิ่งของเพราะถุงหนังเอนกประสงค์นี้ช่วยร่นเวลาได้เยอะมากด้วยความที่ไม่ได้ต้องจัดเรียงหรือยัดสิ่งของลงไป ที่พวกเด็ก ๆ ต้องทำก็แค่เททุกสิ่งทุกอย่างลงไปแล้วมิติเก็บของในถุงหนังก็จะจัดเรียงของทุกอย่างไว้เองถือเป็อุปกรณ์ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว
“เอาล่ะฉันว่าพวกเรารีบกลับกันเถอะ ป่านนี้คุณลอเลนซ์รอแย่แล้ว” เรซบอก เด็ก ๆทุกคนต่างก็เห็นด้วยจึงรีบพากันเดินทางกลับบ้าน
เกือบครึ่งวันของการเดินทางกลับบ้านของเหล่าเด็กๆ จากบ้านเด็กกำพร้า เด็ก ๆ ก็เดินทางกลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนล้าถึงแม้จะมีเรี่ยวแรงจากการกินยาเม็ดฟื้นฟูก็ตามทีแต่กล้ามเนื้อและร่างกายที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาหลายวันก็ยังบอบช้ำอยู่ดี ทำให้เด็กๆ ต่างพากันนั่งหอบหายใจจนตัวโยนอยู่หน้าบ้าน
แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณถุงหนังงูของโนบลินที่ช่วยลดภาระด้านการขนของออกไปได้มาก จนเด็ก ๆสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างรวดเร็วกว่าขาไปหลายชั่วโมงแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงอยู่ดี
“นี่ เด็ก ๆ หายไปไหนกันมาตั้งสี่ห้าวันทำไมถึงได้เถลไถลกับแบบนี้หือ?”
เสียงดุดังมาจากในบ้านเมื่อลอเลนซ์เห็นเหล่าเด็ก ๆนั่งกันอยู่ที่หน้าบ้านก็ออกมาดูด้วยความเป็ห่วงที่หายออกไปจากบ้านหลายวันแต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้ต้องดุด่ากันสักครั้ง เพราะที่ผ่านมาเด็ก ๆ ไม่เคยเถลไถลไปนานขนาดนี้มาก่อน
“ทำไมคราวนี้ถึงหายออกไปตั้งสี่ห้าวันรู้บ้างไหมว่าใครเขาเป็ห่วง ทำไมไปไหนถึงไม่บอกกันบ้าง”ลอเลนซ์ยังคงใช้เสียงดังเพื่อตำหนิเด็ก ๆ ที่ไปเที่ยวเล่นกันเสียหลายวัน
“เอ่อ..”เรซเป็คนแลกที่เข้าไปรับหน้าลอเลนซ์
“คือพวกผมขอโทษที่หายไปตั้งหลายวันครับคือเราเข้าไปในป่ากันแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปนานขนาดนี้ แต่พอดีเอ่อ...”
“เราหลงน่ะครับ”พอลโพร่งขึ้นมากลางลำ
“คือตอนนั้นมันค่ำแล้วแต่เราเผลอเดินเข้าไปในป่าลึกเกินไปหน่อยจนหาทางกลับไม่เจอกว่าจะคลำทางกลับมาได้ก็วันนี้เองครับพวกเราขอโทษคุณลอเลนซ์ด้วยนะครับที่ทำให้ต้องเป็ห่วง”พอลตอบเสียงอ่อยแถมด้วยสายตาออดอ้อนสำนึกผิดที่ส่งไปสบตากับลอเลนซ์
เด็กคนอื่น ๆก็ร่วมด้วยช่วยกัน ส่งสายตานำสึกผิดที่มีน้ำตาคลอเบ้าไปยังลอเลนซ์เป็จุดเดียวจนเ้าของบ้านเด็กกำพร้าที่ใจดีและขี้ใจอ่อนทนไม่ไหวต้องเดินเข้าไปหาเด็ก ๆ
“เอาเถอะกลับมากันอย่างปลอดภัยก็ดีแล้วไปอาบน้ำอาบท่ากันซะไปมอมแมมกันหมดแล้วแถมกลิ่นตัวยังกะเซบัปแบบนี้ไม่ไหวกันซะเลย” ลอเลนซ์พูดกึ่งจริงจังกึ่งเล่นทำเอาเด็ก ๆยิ้มกันแก้มปริเพราะรู้แล้วว่าลอเลนซ์นั้นหายโกรธแล้ว
ได้ยินดังนั้นเด็ก ๆจึงพากันแยกย้ายไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นและพักผ่อนเพื่อรอเวลาอาหารเย็น
“นี่ฉันว่า...เราเอาเนื้อสเนกอนมาแบ่งให้ทุกคนได้กินดีไหม”โนบลินเปรยขึ้นมาในขณะที่เด็กทั้งห้ากำลังแต่งตัวอยู่ในห้องใต้หลังคา
“อืม..ฉันว่าก็ดีนะฉันเองก็อยากให้คุณลอเลนซ์กับเด็กๆ ที่บ้านนี้ได้กินของดี ๆ อร่อย ๆ บ้างเหมือนกัน” เรซเห็นด้วยกับความคิดของโนบลิน
“ใช่ ๆ ๆ”เสียงของบันกล่าวเสริมขึ้นมาเสียงดังพร้อม ๆ กับที่เด็ก ๆ ทุกคนพยักหน้ารับ
เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้วโนบลินจึงนำเอาของเหลวของหญ้าเวทมนต์หยดลงไปที่ถุงหนังทันใดนั้นเนื้อของงูั์สเนกอนชิ้นใหญ่ก็ปรากฎออกมาตรงหน้าทันที
“ว้าวการเรียกเอาของออกจากถุงหนังคือเอาของเหลวนี่หยดลงไปเหรอโนบลิน”พอลเอ่ยถามเมื่อได้เห็นที่โนบลินทำ
“อืม..จะว่าใช่มันก็ใช่นะ”โนบลินตอบอย่างลังเล
“คือจริง ๆแล้ววิธีการเรียกเอาของที่อยู่ในถุงมิติแบบนี้ออกมามันต้องใช้เวทมนต์ไปกระตุ้นวงเวทด้านนอกที่เขียนไว้พร้อมๆ กับนึกถึงของที่อยากได้แต่ฉันไม่มีพลังเวทก็เลยต้องใช้น้ำยาเวทมนต์นี้แทนพลังเวทเพื่อใช่งานน่ะ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เองถ้าอย่างอย่างนั้นถ้าพวกเราเริ่มใช้เวทได้เมื่อไหร่การใช้งานถุงมิตินี้ก็คงจะสะดวกมากขึ้นเลยใช่ไหม” บันถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“อื้ม” โนบลินตอบสั้นๆ
เด็ก ๆพากันลงจากห้องเพื่อเข้าครัวใน่ก่อนอาหารเย็นเรซเข้าไปบอกกับลอเลนซ์และทุกคนว่าขณะที่เข้าบังเอิญล่าได้สัตว์ร้ายขนาดเล็กมาและแร่เอาเนื้อมาได้จำนวนหนึ่งจึงอยากทำอาหารให้ลอเลนซ์และพี่น้องในบ้านเด็กกำพร้าได้ทานกัน
ลอเลนซ์แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่อยากซักไซ้ให้มากความฝ่ายเด็ก ๆ คนอื่นในบ้านนั้นพอได้ยินว่าจะได้กินเนื้อก็ดีใจกันยกใหญ่ดังนั้นเด็กชายทั้งห้าจึงได้มีโอกาสแสดงฝีมือเข้าครัวปรุงอาหารโดยมีเด็กหญิงบางคนเข้ามาช่วยด้วย
“หือ..น่ากินทีเดียวเลยนะเนี่ยว่าแต่นี่มันเนื้ออะไรกันเหรอ” ลอเลนซ์ถามอย่างสงสัย
“อะ..เอ่อพวกเราก็ไม่รู้ชื่อของมันเหมือนกันครับ แต่เราลองกินเนื้อของมันตอนหลงในป่าเห็นว่ามันอร่อยดีเลยเอามาแบ่งให้ทุกคนได้กินบ้าง” โนบลินตอบเลี้ยง ๆเพราะไม่อยากจะเสียเวลาอธิบายให้มากความ
“อย่างนั้นเองเหรอถ้าอย่างนั้นพวกเราก็กินกันเลยแล้วกันนะ” ลอเลนซ์เอ่ยปากเด็ก ๆจึงเริ่มใช้ซ้อมจิ้มไปที่เนื้อและใช้มีดค่อย ๆหั่นแบ่งชิ้นเนื้อออกพอดีคำและส่งเข้าปาก
ถึงแม้จะเป็บ้านเด็กกำพร้าที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรแต่ลอเลนซ์ก็ตั้งใจอบรมเื่มารยาทต่าง ๆ ให้แก่เด็ก ๆ อย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้ใครมาว่าได้ว่าเด็กจากบ้านเด็กกำพร้าไม่รู้มารยาททางสังคม เด็ก ๆจึงทานอาหารด้วยท่าทางที่สำรวมเป็อย่างยิ่ง
“หือ..”เสียงหนึ่งดังขึ้นในลำคอของลอเลนซ์ “นะ..นี่มันเนื้ออะไรกัน ทำไมอร่อยอย่างนี้”ลอเลนซ์พูดออกมาเสียงดังหลังจากกลืนเนื้อย่างชิ้นนั้นลงไป
“ว้าว”
“อื้มม..”
“สุดยอด..”
หลายเสียงดังขึ้นติดตามมาจากเหล่าเด็กๆ ในบ้านเด็กกำพร้าหลังจากได้ลิ้มรสของเนื้อสัตว์ร้ายที่พวกโนบลินนำมาแม้แต่เด็กชายห้าคนที่เคยลิ้มรสมาแล้วยังอดไม่ได้ที่จะพริ้มตาลงััรสชาติอันแสนอร่อยของเนื้องูสเนกอน
“นี่มันสุดยอดกว่าเนื้อเซบัปที่พวกเราเคยกินกันอีกนะพวกเธอไปได้เนื้อนี้มาจากไหนกันแน่”
ลอเลนซ์เริ่มสงสัยว่าพวกเด็กๆ ไปเอาเนื้อนี้มาจากไหนเพราะเท่าที่ได้กินก็พอจะร้ว่าคูณภาพของมันต้องเหนือกว่าเซบัปอยู่หลายขั้นและราคาก็ต้องสูงกว่ามากอย่างไม่ต้องสงสัย
“เอ่อ..คือพะ..พวกเราบังเอิญไปเจอสัตว์ร้ายตัวนึงที่มันาเ็หนักพวกเราเลยตามไปจนมันตายไปพวกเราเลยเข้าไปแร่เอาเนื้อมันกลับมาน่ะครับ”โนบลินพยายามหาเหตุผลที่พอจะฟังขึ้นบอกแก่ลอเลนซ์
ฝ่ายลอเลนซ์นั้นแม้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่เพราะที่ผ่านมาเด็กๆ ไม่เคยมีประวัติโกหกดังนั้นจึงไม่อยากจะไปซักไซ้ให้ต้องอึดอัดและสลัดความสงสัยทั้งหมดทิ้งไป แล้วหันไปจัดการอาหารชั้นยอดที่อยู่ด้านหน้าจนหมดในเวลาไม่นาน
หลังมื้อค่ำทั้งลอเลนซ์และเด็ก ๆ ต่างช่วยกันเก็บจานทำความสะอาดด้วยท่าทียิ้มแย้มอารมณ์ดี ด้วยคุณสมบัติของเนื้องูั์สเนกอนนั้นช่วยบำรุงร่างกายและทำให้จิตใจแจ่มใสปลอดโปร่งทำให้มีส่วนช่วยให้คนที่ได้กินอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้วเหล่าเด็ก ๆจึงได้พากันเข้านอนกันอย่างเหนื่อยล้าเต็มทน
..ทึ่บ..
เสียงปิดหนังสือเล่มหนาปลุกให้ทุกคนตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่เรซยกตัวขึ้นจากเตียงเป็คนแรก จากนั้นแอลและบันจึงตื่นตามมาติด ๆในขณะที่พอลนั้นส่งเสียง อื้อ อื้อ ก่อนจะหลับต่อ
“ตื่นแต่เช้าเลยนะโนบลิน”เรซเอ่ยทักเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือพร้อมกับหนังสือปกหนังเล่มหนาประจำตัวที่เขาไม่เคยอ่านออกทั้งสามเล่ม
“อื้ม อรุณสวัสดิ์ฉันทำให้พวกนายตื่นหรือเปล่า” โนบลินทักทายกลับอย่างเกรงใจ
“ไม่หรอกฉันรู้สึกเหมือนไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มอย่างนี้มานานแล้วตอนนี้ไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด” บันตอบอย่างยิ้มแย้มทำให้โนบลินคลายกังวลลง
“แล้วนั่นนายทำอะไรน่ะ”แอลเป็ฝ่ายถามขึ้นมาบ้าง
“ก็..ทบทวนความรู้นิดหน่อยน่ะฉันคิดว่าต่อไปพอพวกนายเริ่มััเวทมนต์ได้แล้วน่าจะต้องเปลี่ยนแปลงรูปปแบบการฝึกเพื่อพัฒนาความสามารถด้านเวทมนต์ของพวกนายแล้วอีกอย่างก็..ฉันต้องสร้างอาวุธชิ้นใหม่ให้พวกนายแทนอันเดิมที่พังไปในตอนจัดการสเนกอนด้วย”โนบลินตอบอย่างครุ่นคิด
เด็ก ๆต่างมีสีหน้าหม่นลงเมื่อนึกถึงอาวุธคู่กายของตนเองที่พังไปในตอนนั้น
“เื่อาวุธเอาไว้ก่อนดีกว่าตอนนี้พวกนายน่าจะต้องเริ่มทำความเข้าใจกับพลังเวทที่พวกนายจะเริ่มััได้ในเร็วๆ นี้ก่อน”
“เอาสิ ๆ”เสียงของพอลที่เพิ่งตื่นดังขึ้นมาจนเพื่อน ๆ ต้องหันไปมอง
“กว่าจะตื่นได้นะเ้าบ้า”บันบ่นออดแอด แต่หน้าตายังเปื้อนยิ้ม
...“อย่างนั้นเดี๋ยวหลังมื้อเช้าฉันจะอธิบายเื่พลังเวทให้พวกนายฟังแล้วกัน”...