“ น้องชายคิดให้ดีๆ การที่เอ็งจะขวางทางองค์กรัดำนั้น มันส่งผลกระทบอะไรกับเอ็งบ้าง “ ชายผู้นั้นเอ่ย
“ แล้วยังไง “ ปราบเอ่ย
“ องค์กรัดำทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความผิดขององค์กรัดำนั้นมากมาย แต่กลับไม่สำนึกกลับทำความผิดเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย “ ปราบเอ่ย
“ แล้วมึงจะทำเหี้ยอะไร “ ชายผู้นั้นเอ่ย
“ ก็แค่จับมึง “ ปราบเอ่ย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ชายผู้นั้นะเิเสียงหัวเราะลั่น
“ มึงเนี่ยนะ “ เขาเอ่ยน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นมันเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“ กูอยากรู้เหมือนกันว่านักล่าอย่างพวกมึงจะมีฝีมือขนาดไหน “ เขาเอ่ย
“ มาลองดู “ ปราบเอ่ย
“ ย้ากก “ ชายผู้นั้นะเิพลังออกแล้วทะยานร่างเข้าหาชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
ปราบยิ้มออกแล้วเหวี่ยงหมัดออกสุดแรง “ เปรี้ยงง “ หมัดของเขาพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาชายผู้นั้น
ชายผู้นั้นรั้งกายไว้แล้วมองจ้องหมัดของชายหนุ่ม “ ไม่ “ เขาร้องลั่น
“ พลั่ก “ หมัดของปราบซัดเข้ากลางอกอย่างจัง
“ อ่อค “ ชายผู้นั้นกระอักเืออก แลร่างของเขาลอยไปตามแรงหมัด
“ ตูมม “ ร่างของเขากระแทกเข้ากับจานรับส่งสัญญาณดาวเทียม
“ ตูมม “ จานรับส่งสัญญาณดาวเทียมะเิกระจุย
“ หึ “ ปราบยิ้มออกแล้วทะยานร่างลงไปอย่างรวดเร็ว
เขามองยังร่างที่ตกตายแล้วสูดหายใจเข้าลึก แล้วผ่อนลมหายใจบางเบา แลสูดเข้าลึกแลผ่อนออก เขาทำเช่นนี้สามรอบเพื่อสยบอาการตื่นเต้นของเขาหลังจากที่พลั้งมือสังหารชายผู้นั้น
“ มันเป็หน้าที่ “ เสียงของผู้กองดังขึ้น
ปราบเหลียวมองกลับหลัง แล้วพยักหน้า
เหล่าทหารเข้าเก็บกู้ซากของจานรับส่งสัญญาณดาวเทียมจนเสร็จสิ้นแล้วนำร่างของชายผู้นั้นกลับไปยังเมือง
“ ผมว่าคงเป็รถหุ้มเกราะคันนั้นเป็แน่ “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ ข้าตรวจดูกล้องแล้ว พวกมันเข้ามาติดตั้งจานรับส่งสัญญาณดาวเทียมแล้วจากไป ทิ้งไอ้สัตว์นั่นไว้เฝ้ายาม “ ผู้กองเอ่ย
“ เป้าหมายของพวกมันคืออะไร “ ปราบเอ่ย
“ ไม่รู้ “ ผู้กองส่ายหน้า
“ แต่มันไม่ใช่เื่ดีแน่นอน “ ผู้กองเอ่ย
หลังจากที่พูดคุยแล้วเสร็จ ชายหนุ่มได้ไปยังห้องทำงนของเขาแล้วทำการเขียนรายงานส่งสำนักสิบสี่
เช้าอีกวัน
ชายหนุ่มมาที่โรงอาหารแล้วตักอาหารเหมือนเช่นเคยทุกวัน เขามานั่งรวมกลุ่มกับเหล่านักวิจัยเพื่ออยากรู้ความคืบหน้าของงานวิจัย
แต่สิ่งที่ได้กลับเป็เื่ราวของละครที่กำลังออกอากาศ พวกเขาเม้าท์มอยพูดคุยอย่างสนุกสนานทำเอาชายหนุ่มที่ไม่เคยดูอยากจะหามาดูบ้าง
หลังจากจัดการทุกอย่างแล้วเสร็จ ชายหนุ่มออกสำรวจทั่วอาณาอย่างรวดเร็ว
คราวนี้เข้าวาดเส้นสำรวจเป็วงกลมห่างจากเมืองห้าสิบกิโลเมตรซึ่งอยู่นอกวิถีของเรดาร์ที่จะตรวจสอบได้
“ จะว่าไปห้าสิบโลก็ถือว่าไกลอยู่ แต่ก็ใกล้เพียงพริบตา “ เขาพึมพำ
เขาใช้เวลาเหาะอยู่นานกว่าจะครบรอบ แล้วจึงไปยังผืนป่าออกไล่ล่าอสูรต่อ
ราวหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ผลาญพลังอย่างบ้าคลั่ง
“ ตูมมม “ ดาราที่ห้าของชายหนุ่มะเิพลังออก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ปราบะเิเสียงหัวเราะลั่นพร้อมกับทะยานร่างเข้าเด็ดหัวของอสูรสามตาอย่างรวดเร็ว
“ ดวงตาที่สามของมันเป็สมบัติล้ำค่าที่ใช้ตรวจสอบห้วงมิติได้ “ เขาพึมพำ
“ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกตัวจะมีดวงตาที่เป็สมบัติล้ำค่า “ เขาพึมพำ
“ หือ “ ชายหนุ่มพลันคิ้วขมวดเมื่อััของเขาตรวจพบเจออะไรบางอย่าง
เขาเหลียวมองเข้าไปในป่าลึกแลเพ่งมอง “ หากดวงตาที่สามของมันเป็สมบัติล้ำค่าการมองเช่นนี้จะสามารถมองเห็นได้ทุกอย่างในระยะ “ เขาพึมพำ
ร่างเงาที่ััของเขาส่งกลับมานั้นเสมือนร่างของหญิงสาวเผ่ามนุษย์ที่เปลือยกายแล้วเดินเล่นวาดมือไปมา ทำเอาชายหนุ่มให้งุนงงสงสัยยิ่งนัก
“ อสูรอะไรที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ “ เขาส่งเสียงทางวิทยุไปยังผอ.ศูนย์
“ มันเป็อสูรที่สามารถจำแลงกายได้ ทั้งยังมีวิชามนต์มายาที่ใช้สะกดผู้คนและอสูร “ ผอ.ศูนย์ตอบกลับ
“ มันถูกเรียกว่าอสูรหนอนผีเสื้อ “ ผอ.ศูนย์เอ่ย
“ เป็ยังไงครับ “ ปราบเอ่ยถาม
“ รูปลักษณ์ที่แท้จริงของมันนั้นเป็หนอนน่าเกลียด แต่เมื่อมันจำแลงร่างมันจะกลายเป็หญิงสาวที่งดงาม “ ผอ.ศูนย์เอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ที่สำคัญมันสามารถพูดได้ “ ผอ.ศูนย์เอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“แนะนำว่าให้ออกจากที่นั่น “ ผอ.ศูนย์ตอบกลับ
เขาพยักหน้าช้าๆแล้วเก็บร่างอสูรลงไป ชายหนุ่มเร่งรีบออกจากอาณาอย่างแ่แต่รวดเร็ว
เขากลับมาที่ฐานแล้ใช้กล้องระยะไกลตรวจสอบ เข้าพลันสะท้านทั่วร่างเมื่ออสูรตนนั้นเป็หญิงสาวที่งดงามทั้งใบหน้าแลเรือนร่าง
“ เพียงแค่นี้ก็สามารถเข่นฆ่ามนุษย์ให้ตกตายลงได้ หรือจะออกคำสั่งให้พวกเขาสังหารกันเองก็ย่อมได้ “ ปราบพึมพำ
“ น่ากลัว “ ปราบพึมพำ
เขามองจ้องร่างของหญิงสาวที่เคลื่อนที่ออกจากเส้นทางแล้วหายไปในป่า
“ นี่ก็แสดงว่ามันเพียงมาดูลาดเลา “ เขาพึมพำ
“ น่ากลัวยิ่งนัก “ เขาพึมพำ
“ หากพวกมันมีมากกว่านี้เห็นทีจะสามารถสร้างความโกลาหลได้ “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างรุนแรง แล้วไปยังห้องนอนของเขา เขาเร่งรีบทำการฝึกฝนอย่างรวดเร็ว
เวลานี้มิใช่เวลาที่จะมาอ้อยอิ่งแล้ว เพราะการปรากฏตัวขององค์กรดำแลอสูรระดับสามแลสี่ มันทำให้เขามิอาจล่าช้าได้อีกต่อไป
ชายหนุ่มเร่งทำการกัดกินเนื้ออสูรย่างลงไปอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังกรอกโอสถรวมปราณที่พี่สาวของเขาส่งมาให้อีก
วันแต่ละวันผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่าย ชายหนุ่มที่ทำเพียงฝึกฝนแลไล่ล่าอสูรให้พ้นไปในแต่ละวัน วันเวลาที่แสนน่าเบื่อนี้พริบตาก็ผ่านไปอีกสามเดือน
แม้นจะเป็สามเดือนที่น่าเบื่อหน่าย แต่มันก็ไม่น่าเบื่อเสียทีเดียวเมื่อชายหนุ่มสามารถทะลวงขั้นพลังสร้างดาราได้อีกสามดวง
เป็เวลานี้ชายหนุ่มนั้นเป็จอมยุทธขั้นสร้างิญญาแปดดารา อีกมิกี่ก้าวก็จะเข้าสู่เก้าดาราแล้ว
เขาเที่ยวท่องเหาะเหินสำรวจรอบอาณาอย่างใจเย็น เพราะในละแวกสิบห้ากิโลเมตรนี้ไม่มีอสูรหลงเหลืออยู่เลยแม้นแต่ตั้วเดียว ทำให้ศูนย์วิจัยทำหน้าที่ของพวกเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพราะไม่ต้องคอยระแวดระวังมากนัก
เหล่าทหารกองผสมพลเรือนต่างก็มีเวลาฝึกฝนมากขึ้นทำให้พวกเขาห้าวหาญเก่งกาจมากขึ้น พร้อมเผชิญหน้ากับอสูรที่รุกรานได้อย่างมิหวาดกลัว
แต่ที่ชายหนุ่มทำนั้นก็มิใช่เื่ดีเสียทีเดียวเพราะการขับไล่อสูรออกจากพื้นที่ของมัน พวกมันที่อพยพหนีไปนั้นต้องไปอยู่ปะปนกับอสูรกลุ่มอื่น ทำให้เกิดการต่อสู้แย่งชิงถิ่นฐานแลการต่อสู้นั้นอาจลุกลามเข้ามาในอาณาของเมือง แต่ก็ดีอยู่อย่างเพราะยิ่งพวกมันต่อสู้กันมากจำนวนของพวกมันก็ลดลงเพราะถูกฆ่า
“ มันก็ต้องมีบ้างที่เสียแลมีบ้างที่ได้ “ ชายหนุ่มพึมพำ
เขาทะยานร่างสำรวจครอบรอบแรกแล้ว ชายหนุ่มเริ่มเข้าสำรวจในรัศมียี่สิบกิโลเมตร อาณาของรัศมียี่สิบกิโลเมตรนั้นยังปรากฏกลุ่มอสูรให้เห็นอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าใดเขาจึงเบาใจลงมาก
เมื่อเข้าสู่ยี่สิบห้ากิโลเมตรเริ่มปรากฏอสูรมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็อสูรระดับแรกแลสอง ซึ่งเวลานี้ไม่ได้น่ากลัวสำหรับเมืองแล้ว
ชายหนุ่มเมื่อสำรวจครบอาณารัศมีห้าสิบกิโลเมตรเขาได้กลับเข้ายังเมืองแล้วทำรายงานส่งสำนักสิบสี่อย่างรวดเร็ว