การปะทะยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือดกลางทุ่งหญ้าโล่ง แม้สถานการณ์ของลี่ิที่ต้องรับมือกับหัวหน้าโจรจะวิกฤตเพียงใด แต่ในมุมอื่น ๆ ศิษย์สำนักไท่ซวนคนอื่นเริ่มตั้งสติได้ ซูเหม่ย ใช้ความพลิ้วไหวร่วมกับศิษย์น้องอีกสองคนจัดการลูกน้องโจรที่เหลือจนหมดสภาพไปทีละคน ด้วยวิชาประสานของสำนักที่เน้นการเกื้อหนุนกัน ทำให้ในที่สุดลูกน้องโจรกลุ่มใหญ่ก็ล้มลงกองกับพื้นจนหมด
ทว่า... ชัยชนะเหนือลูกน้องไม่ได้ทำให้สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นเลย
"ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเรามาช่วยแล้ว!" ซูเหม่ยะโพร้อมกับศิษย์น้องอีกสองคนที่พุ่งเข้าล้อม หัวหน้าโจร ไว้จากสี่ทิศทาง
บัดนี้ ศิษย์สำนักไท่ซวนทั้งสี่ต่างผนึกกำลังรุมล้อมหัวหน้าโจรเพียงคนเดียว กระบี่ทั้งสี่เล่มหนึ่งเหล็กแหลมวาดผ่านอากาศเป็โครงข่าย หมายจะใช้จำนวนเข้าข่ม ทว่าหัวหน้าโจรระดับ ก่อกำเนิด ขั้น 2 กลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงเหวี่ยงดาบสองมือรับแรงปะทะจากรอบทิศทางได้อย่างใจเย็น แม้จะรุมสี่ต่อหนึ่ง แต่ลี่ิกลับรู้สึกว่าทำได้เพียงแค่ "สูสี" และเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เท่านั้น
ในขณะที่การต่อสู้กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ร่างที่บอบช้ำของ ฉางตง (นาวี) ก็เดินโซซัดโซเซออกมาจากชายป่า โดยมี อวิ๋น คอยพยุงอยู่ ใบหน้าของฉางตงปูดบวมจนจำแทบไม่ได้ เขาทำท่าเหมือนคนสติหลุดลอยก่อนจะแกล้งล้มฟุบลงไปกองกับพื้นหญ้า ทิ้งให้อวิ๋นยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก
การปรากฏตัวของฉางตงในสภาพที่ "รอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียว" ทำให้หัวหน้าโจรหยุดมือแล้วะโถอยฉากออกมา เขาหันไปมองทางป่าด้วยสายตาหวาดระแวง
'ลูกน้องฝีมือดีสามคนของข้าหายเงียบไป แต่ไอ้เสี่ยวเอ้อกระจอกนี่กลับรอดออกมาได้ในสภาพโชกเื... ในป่านั่นต้องมี "ยอดฝีมือ" ที่ข้าไม่รู้จักซ่อนตัวอยู่แน่ ๆ'
หัวหน้าโจรเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว เดิมทีเขาก็ไม่ได้อยากมีปัญหากับ สำนักไท่ซวน ั้แ่แรก เพราะการฆ่าศิษย์สำนักใหญ่จะนำมาซึ่งการกวาดล้างที่เขาไม่สามารถต้านทานได้ ลำพังแค่สูสีกับเด็กพวกนี้เขาก็เสียเวลามามากพอแล้ว หากมัวแต่ดึงดันแล้ว "คนในป่า" นั่นปรากฏตัวออกมา เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้กลับออกไปอีกเลย
เขาปักดาบลงบนพื้นดินแล้วหัวเราะเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความระแวง "พอได้แล้ว! วันนี้ข้าเสียเวลามามากพอแล้ว พวกลูกสุนัขไท่ซวน... เห็นแก่ที่พวกเ้ามีความกล้า ข้าจะยอมปล่อยไปสักครั้ง!"
ลี่ิที่หอบจนตัวโยนขมวดคิ้ว "เ้าจะยอมรามืออย่างนั้นหรือ?"
"ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้อยากมีเื่กับสำนักของพวกเ้า!" หัวหน้าโจรเก็บดาบขึ้นบ่า "อีกอย่าง... ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าในป่านั่นมี 'ใคร' กันแน่ที่คอยเล่นตลกกับคนของข้า ข้าไม่อยากสูญเสียคนไปมากกว่านี้เพื่อแลกกับชีวิตเด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกเ้า"
หัวหน้าโจรส่งสัญญาณให้ลูกน้องที่ยังพอเดินไหวพยุงคนที่เหลือถอยทัพกลับเข้าไปในป่าลึก เขาทิ้งท้ายด้วยการปรายตาดูฉางตงที่นอนคว่ำหน้าอยู่ด้วยความสงสัย ก่อนจะหายลับไปในเงามืด
เมื่อพวกโจรจากไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมทุ่งหญ้า ลี่ิและซูเหม่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโล่งอก พวกเขารอดชีวิตมาได้เพราะ "ความระแวง" ของหัวหน้าโจรแท้ ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ยอดฝีมือที่หัวหน้าโจรหวาดกลัวนักหนา ก็คือเสี่ยวเอ้อที่นอนหมดสภาพอยู่ตรงหน้าพวกเขานี่เอง
นาวีที่แกล้งสลบอยู่แอบพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ 'ไปซะได้ก็ดี... ขืนสู้ต่อด้วยสภาพร่างเสี่ยวเอ้อหิวโซแบบนี้ ฉันคงได้ตายจริง ๆ แน่'