ยามเหม่าวันรุ่งขึ้นเฉินกวงและเหมยลี่ต่างรีบตื่นั้แ่ฟ้าไม่สางเพื่อรีบเตรียมตัวออกเดินทางไปต่างเมืองเฉินกวง บอกกับเหมยลี่ว่าการเดินทางตรั้งนี้กว่าจะได้กลับมาที่บ้านก็อาจจะดินเวลาถึงเจ็ดวันดังนั้นเธอจึงต้องเตรียมอาหารและน้ำสำหรับไว้มากเสียหน่อย
ก่อนไปเธอเอาถังให้อาหารไก่อัตโนมัติที่ใส่ข้าวเปลือกและอาหารวางไว้เป็จุดกระจายทั่วเล้า มีถังน้ำผสมวิตามินพิเศษแบบหยดข้างใต้มีภาชนะรองอยู่ใกล้กันเหมยลี่ทำทางน้ำเล็ก ๆ เอาไว้ป้องกันกรณีที่ไก่กินไม่หมดแล้วน้ำล้นออกจะได้ไม่ขัง
เหมยลี่ปิดระบบร้องเตือนที่วางไว้เสร็จก็ออกจากเรือนมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่เคยไปขายของระหว่างทางพบผู้คนคุ้นเคยมากมายต่างร้องทักให้เธอเอาหัวมันมาขายเพิ่มเหมยลี่ตอบว่าอีกไม่กี่วันก็จะเอาไปขายจึงได้เลิกแล้วกันไป
“จะเอาไปขายอีกหรือพ่อเห็นว่าเ้าเอาไปลอยน้ำเสียหมดแล้ว” เฉินกวงถามหลังจากคนเ่าั้ผ่านไปครู่หนึ่ง
“ยังมีเหลืออยู่บ้างเ้าค่ะข้าเก็บไว้โดยเฉพาะ” เหมยลี่เอื้อมมือจับเฉินกวงแกว่งมือไปมาอย่างน่ารัก“ท่านพ่อเราจ้างเกวียนกันเถิดเ้าค่ะ จะได้เดินทางไปเร็วเสียหน่อยข้าเป็ห่วงไก่ที่บ้าน”
หากเป็โลกที่จากมาที่ระบบอินเทอร์เน็ตทั่วถึงแล้วเธอจะไม่เป็ห่วงเลยเพราะสามารถควบคุมจากที่ไหนก็ได้กลับกันกับตอนนี้แม้จะมีวงจรปิดอยู่ก็ไม่สามารถใช้งานมือถือได้ดาวเทียมที่เป็ส่วนสำคัญยังไม่ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้
ไม่นานเฉินกวงก็พาเหมยลี่มายังบ้านหลังใหญ่ใกล้ท่าเรือซึ่งเขาเคยเห็นคนให้เช่าเกวียนอยู่บริเวณนี้
ตึงตึง ตึง
“มีใครอยู่หรือไม่”เฉินกวงเคาะห่วงที่อยู่หน้าประตูไม้อยู่ซักพัก ก็มีคนแก่ร่างใหญ่เดินออกมา
“เ้ามีเื่ใดกันมาั้แ่ฟ้ายังไม่สาง” เมิ่งฮวา ตาเฒ่าที่ดูแลโรงไม้แห่งนี้เอ่ยถามเขามีธุรกิจอยู่หลายอย่างหนึ่งในนั้นคือการให้เช่าเกวียนพร้อมคนขับพ่อค้าที่มาจากต่างเมืองหลังจากเทียบเรือแล้วก็มักจะมาเช่าเกวียนที่นี่นำสินค้าไปขายต่อ
“ข้ากับลูกจะมาเช่าเกวียนซักเจ็ดวันท่านคิดราคาเช่นไรเล่า?” เฉินกวงถามตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา
“เกวียนวัวคิดวันละห้าสิบอีแปะหากเป็เกวียนม้าข้าคิดวันละแปดสิบอีแปะ”
ได้ยินราคาแล้วเฉินกวงแทบกระอักเืเขาทำงานรับจ้างทั้งวันยังไม่ได้ค่าเกวียนหนึ่งวันเลยตอนที่เขาอยู่ในสกุลราคาเพียงเท่านี้ไม่อาจระคายเขาได้แต่พอเป็ปัจจุบันลมแทบจับเลยทีเดียว
เห็นสีหน้าเฉินกวงคนตัวเล็กก็รู้ทันทีว่าในหัวของเขาคิดอะไรอยู่นางจึงยัดถุงเบี้ยใส่มือที่ไขว้กันอยู่ข้างหลังคนตัวสูงกว่า
“เช่นนั้นเราเอาเกวียนม้าดีหรือไม่เ้าคะท่านพ่อจะได้ไปถึงเร็ว ๆ” เหมยลี่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างรู้งาน
“นั่นลูกเ้ารึ? ช่างเจรจานัก”เมิ่งฮวาพูดขึ้นหลังจากที่เพิ่งเห็นคนตัวเล็กกว่าโผล่มาจากด้านหลังของเฉินกวง
“พวกเราจะไปต่างเมืองเ้าค่ะท่านพอจะแนะนำเกวียนดี ๆ ให้ซักเล่มไหมเ้าคะเอาแบบที่ทุกของกลับได้ด้วยเ้าค่ะ”เหมยลี่ยกยิ้มจนพวงแก้มกลมขึ้นปิดตาเล็กจนมิด
ตาเฒ่าเห็นเช่นนั้นก็อดเอ็นดูไม่ได้แม้เขาจะทำธุรกิจแต่มีจุดอ่อนตรงที่เจอเด็กน่ารักน่าเอ็นดูเสียหน่อยก็มักจะใจอ่อนบางครั้งถึงขั้นทะเลาะกันใหญ่โตกับเมิ่งฉีผู้เป็ภรรยา
“ได้เลย ๆไปที่ลานเก็บเกวียนกันเถิดข้าจะเลือกแบบที่แม่หนูหลับสบายให้”พูดจบเขาก็ออกเดินนำสองพ่อลูกไปยังลานกว้างหลังบ้านซึ่งมีเกวียนกว่าห้าสิบเล่มจอดอยู่
เมิ่งฮวาเดินนำไปที่เกวียนเล่มหนึ่งจอดอยู่มีม้าเทียบอยู่สองตัวขนาดที่นั่งกว้างกว่าเกวียนเล่มอื่น ๆ ล้อลากต่อพ่วงอยู่ทางด้านหลัง
“เกวียนเล่มนี้ข้าต่อพิเศษไว้ให้พ่อค้าที่ไปต่างเมืองนี่นายโย่วไป๋คนขับเขารู้ทางแคว้นข้าง ๆ เป็อย่างดีค่าแรงรวมอยู่แล้วปกติวันละหนึ่งตำลึงเงินแต่เ้าข้าลดให้เหลือเพียงเจ็ดวันห้าตำลึงเงินเท่านั้น”
เหมยลี่ได้ยินเช่นนั้นก็กระตุกชายเสื้อเฉินกวงเป็สัญญาณให้เขาตกลงทันทีนางรู้ดีว่าหากไม่ทำเช่นนี้ท่านพ่อต้องเลือกเวียนที่ถูกกว่าอย่างแน่นอน
“เช่นนั้นเอาเช่นนี้เถิดข้าจ่ายให้พ่อเฒ่าก่อนสามตำลึงเงิน กลับมาแล้วข้าจะจ่ายเพิ่มให้อีกจนครบ”
ตกลงสัญญากันอยู่สักพักฟ้าเริ่มสางเวียนของสองพ่อลูกก็ออกเดินทางฟ้ากำแพงรั้วหมู่บ้าน
แคว้นที่เฉินกวงหมายจะไปให้ถึงต้องผ่านเมืองใหญ่ถึงสองเมืองด้วยกันจึงต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติเขาเคยไปที่นั่นมาก่อนสมัยที่ไปเจรจาซื้อขายข้าวให้วังหลวงจากคำเชื้อเชิญของขุนนางที่รู้จักกันด้วยฝีมือและวาทะทำให้ชื่อเสียงเงินทองของสกุลเฉินเติบโตอย่างรวดเร็วจนบุตรคนโตได้ถวายตัวเป็สนมนางใน
ครึ่งค่อนวันก็ถึงเมืองด่านเมืองแรกเฉินกวงให้เกวียนแวะพักม้าเสียก่อนการเดินทางด้วยเกวียนม้าทำให้เขาถึงเมืองชายแดนไวกว่าที่ควรจะเป็จึงมีเวลาพักมากกว่าปกติ
“เ้าพักม้าเสียก่อนข้ากับลูกจะเดินหาอะไรใส่ท้องไม่เกินสองก้านธูปจะกลับมา” เฉินกวงหันไปบอกโย่วไป๋คนขับรถ
“ท่านลุงนี่เบี้ยห้าสิบอีแปะเ้าค่ะท่านลุงเอาไปซื้อหาอะไรกินนะเ้าคะเราต้องเดินทางอีกมากเผื่อเ้าสองตัวนั้นด้วยนะเ้าคะ”น้ำเสียงออดอ้อนของเหมยลี่ทำให้โย่วไป๋ปฏิเสธไม่ลงได้แต่รับน้ำใจไว้
อันที่จริงเขาได้รับเบี้ยค่าจ้างมาแล้วพร้อมกับอาหารของม้าเหล่านี้เหมยลี่และเฉินกวงก็รู้ดีเพียงแต่พวกเขาอยากให้การเดินทางตลอดเจ็ดวันมันราบรื่นสินน้ำใจพวกนี้จึงเป็สิ่งสมควร
โย่วไป๋ไม่รู้ว่าสองพ่อลูกนี่ร่ำรวยเพียงใดแต่หากมองจากภายนอกชุดที่มีรอยขาดปะชุนเต็มไปหมดพวกเขาก็เช่นแรงงานทั่วไปขัดกับดาบคู่ที่อยู่ตรงชายพกของเฉินกวงที่บอกได้ว่าชายผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“เ้ามีเบี้ยเพียงใดกันแน่ อาเหมย?”เฉินกวงถามระหว่างเดินไปยังตลาด
“มีพอใช้เ้าค่ะ ท่านพ่ออยากได้สิ่งใดก็ได้ทั้งสิ้น”เหมยลี่ตอบไม่อ้อมค้อม ใช่ว่านางจะไม่บอกว่ามีอยู่เท่าไหร่แต่หากบอกว่ามีอยู่มากกว่าร้อยล้านตำลึงทองท่านพ่อจะเป็ลมเสียเปล่า
เมื่อตอนที่นางได้มาค่าเงินที่ได้ในโลกนั้นต่างจากโลกนี้มากดังนั้นเธอจึงไม่รู้แน่ชัดนักรู้เพียงว่ามีอยู่เท่ากับร้อยล้านตำลึงมองของยุคที่จากมาเท่านั้น
“เ้านี่โม้เก่งนัก”เฉินกวงขยี้กลุ่มผมคนเดินข้าง ๆ แล้วมุ่งหน้าต่อไปยังร้านขายอาหาร
“ข้าไม่ได้โม้นะเ้าคะนี่ข้าให้ท่านพ่อติดไว้เผื่อฉุกเฉินเ้าค่ะ”
เฉินกวงเปิดถุงดูก่อนรีบยัดกลับคืนสู่เ้าของ
“เ้าเก็บไว้ ที่เ้าให้มาเมื่อเช้าพ่อยังใช้ไม่หมดเลยหากเก็บไว้มากจะนำภัยมาสู่ตัว”เขาอธิบาย ที่เขาถามเื่นี้เพียงเพราะอยากรู้เท่านั้นมิได้อยากได้เขาตั้งใจจะสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ให้ตนได้ภูมิใจที่เป็พ่ออย่างสมบูรณ์
แต่เหมือนว่าลูกสาวของเขาจะไม่ยินยอมง่ายๆ
“งั้นข้าเอาถุงเล็กให้ท่านพ่อเ้าค่ะต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้เราไม่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดได้”พูดจบเหมยลี่ก็พลันนึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง หากว่าป้องกันไว้ย่อมดีกว่าแก้
“ท่านพ่อเราเดินหาที่ส่วนตัวเสียหน่อยก่อนกินข้าวได้หรือไม่เ้าคะ”เธอหยุดเดินมองหาซอกลับตามบ้านเรือน
“ได้ถ้าเช่นนั้นพ่อจะพาเ้าไปโรงเตี๊ยมข้างหน้าเช่าห้องกินน้ำชากินข้าวที่นั่นเ้าจะได้พูดสะดวก”เฉินกวงไม่รู้ว่าเหมยลี่้าจะทำอะไรเพียงแต่เห็นท่าทางก็พอจะคาดเดาได้ว่าไม่ธรรมดา
เดินลัดเลาะซักครู่ก็ถึงโรงเตี๊ยมที่เขาเคยมาพักใช่บริการเมื่อกาลก่อน
“โอ้ อาเฉินไม่เจอกันนาน เชิญเชิญ”ชายวัยเกือบห้าสิบ หน้าตาพอมีริ้วรอยตามอายุเดินออกมาต้อนรับ
“ข้าเอาหมูผัดผักรวมอย่างดีข้าวสำหรับสองคน ห้องหนึ่งห้องด้วย” เฉินกวงไม่พูดพร่ำสั่งอาหารทันที
“ได้ ๆเอานางเว่ยด้วยเช่นเดิมดีไหมเล่า” ชายคนเดิมเสนอด้วยหน้าตากรุ่มกริ่มไม่รู้ว่าคนตัวเล็กจ้องเขม็งอย่างกินเืกินเนื้ออยู่
นี่มันโรงเตี๊ยมหรือโคมเขียวที่สำคัญท่านพ่อเหตุใดท่านเป็คนเช่นนี้