ความเข้าใจผิดได้ก่อตัวขึ้นแล้ว ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ว่าหลินเฟิงจะพยายามอธิบายมากแค่ไหนก็คงไม่มีประโยชน์อะไรนัก
ก็แหงล่ะ หลักฐานมันคาตาแบบจับได้คาหนังคาเขาซะขนาดนั้น! ซูเม่ยเห็นกับตาว่าหลินเฟิงกำลังลูบคลำชุดชั้นในของเธอ! แบบนี้จะให้อธิบายให้กระจ่างได้อย่างไร?
ช่างเถอะ เข้าใจผิดก็เข้าใจผิดไปสิ! ยังไงซะเขาก็ไม่ได้มีเนื้อหลุดหายไปสักก้อน ี้เีจะอธิบายให้มากความแล้ว...
ชายหนุ่มเดินหน้ามุ่ยกลับมาที่ห้องของตัวเอง หลังจากปรับสภาพจิตใจเล็กน้อย หลินเฟิงก็หันมาจดจ่ออยู่กับระบบค้นหาสมบัติแทน
ด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นที่ระคนไปกับความตื่นเต้น หลินเฟิงใช้ความคิดสั่งการเปิดช่องเก็บของของระบบขึ้นมาทันที ภายในสองช่องแรกปรากฏหีบสมบัติทองแดงที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะสองใบวางนิ่งอยู่
แล้วจะเปิดหีบสมบัติยังไงล่ะ?
ทันทีที่คำว่าเปิดหีบสมบัติแวบเข้ามาในหัว เสียงแจ้งเตือนอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังขึ้นที่ข้างหู
[ติ๊ง! ้าเปิดหีบสมบัติทองแดงหรือไม่?]
"ใช่!" หลินเฟิงตอบกลับระบบไปทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
แสงสีเขียวสัมฤทธิ์สว่างวาบขึ้นตรงหน้า หีบสมบัติที่อยู่ในช่องเก็บของสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับเงิน 10,000 หยวน]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับการ์ดความเงียบเป็ทองคำ]
[การ์ดความเงียบเป็ทองคำ : หลังจากใช้งานการ์ดใบนี้ คุณจะไม่สามารถพูดคุยได้เป็เวลา 2 ชั่วโมง และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา จะได้รับเงิน 1,000,000 หยวน]
หีบสมบัติทองแดงในช่องเก็บของหายไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยการ์ดสุดมหัศจรรย์ใบนี้ ในขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินในข้อมูลส่วนตัวของหลินเฟิงก็เปลี่ยนจาก 0 เป็ 10,000 หยวน!
หลินเฟิงทั้งตกตะลึงและดีใจสุดขีด เขาลองหยิกต้นขาตัวเองอย่างแรงไปหนึ่งที
ซี๊ด! เจ็บชะมัด! นี่เขาไม่ได้ฝันไป!
แต่ว่า การ์ดใบนี้มันใช้งานยังไงล่ะ?
แค่คำว่า 'ใช้งาน' ผุดขึ้นมาในหัว การ์ดที่นอนนิ่งอยู่ในช่องเก็บของก็กลายเป็ลำแสงสีทองจางหายไปในพริบตา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นข้างหู
[ติ๊ง! โฮสต์หลินเฟิงใช้งานการ์ดความเงียบเป็ทองคำสำเร็จ เริ่มนับถอยหลัง 01.59.59!]
เวรเอ๊ย! นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ ๆ การ์ดถึงถูกใช้งานไปเองซะงั้น?
หลังจากยืนอึ้งไปชั่วขณะ หลินเฟิงก็พบว่าตัวเองไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้จริง ๆ ความรู้สึกมันเหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบปากเขาเอาไว้ ถึงจะยังหายใจได้ตามปกติ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่นไหนก็อ้าปากไม่ได้เลย!
เงียบ! ภายในห้องเงียบกริบ!
สถานการณ์ตอนนี้ราวกับมีใครมากดปุ่มปิดเสียงเอาไว้ มันเงียบสงัดจนน่ากลัว!
สมองของหลินเฟิงประมวลผลอย่างรวดเร็ว และหลังจากวิเคราะห์อย่างใจเย็น ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปว่า ระบบค้นหาสมบัตินี้สามารถอ่านใจเขาได้ เพียงแค่เขาคิดหรือตั้งใจ มันก็จะดำเนินการตามคำสั่งผ่านความคิดโดยตรง
เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเอง หลินเฟิงเบนสายตาไปมองข้อมูลส่วนตัวบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์อีกครั้ง เงินก้อนนี้มันเอาไปทำอะไรได้บ้าง? จะถอนออกมาใช้ได้หรือเปล่า?
พอคำว่า 'ถอนเงิน' แวบเข้ามาในหัว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
[ติ๊ง! โฮสต์หลินเฟิง้าถอนเงินหรือไม่?]
ดวงตาของหลินเฟิงเป็ประกาย เขาตอบ 'ใช่' ในใจทันที
[ติ๊ง! โฮสต์หลินเฟิง้าถอนเงินจำนวนเท่าใด?]
แน่นอนว่าต้องถอนออกมาทั้งหมดสิ!
[ติ๊ง! ถอนเงินจำนวน 10,000 หยวนเข้าบัญชีธนาคารของโฮสต์หลินเฟิงเรียบร้อยแล้ว โปรดตรวจสอบ]
เป็อย่างที่คิดไว้จริง ๆ ด้วย ระบบค้นหาสมบัตินี้แค่ใช้ความคิดก็สามารถสั่งการได้โดยตรง!
หลังจากตื่นเต้นดีใจอยู่พักหนึ่ง หลินเฟิงก็นึกถึงคำถามที่จริงจังขึ้นมาได้ เงิน 10,000 หยวนที่เพิ่งถอนออกมาเมื่อกี้ มันจะโอนเข้าบัญชีเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ? แถมยังโอนเข้าบัญชีธนาคารของเขาโดยตรงอีก? ระบบไม่ได้กำลังหลอกเขาเล่นใช่ไหม?
ในจังหวะนั้นเอง ข้อความสั้น ๆ ก็เด้งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของหลินเฟิง
[ธนาคารการเกษตรประเทศ Z] บัญชีลงท้าย 9527 ของท่าน ทำรายการโอนเงิน 10,000.00 หยวน สำเร็จเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เวลา 17.36 น. ยอดเงินคงเหลือ 10,410.69 หยวน
บ้าไปแล้ว! นี่มันของจริง! ระบบค้นหาสมบัติโอนเงินมาให้เขาจริง ๆ
หลินเฟิงที่กำลังตกอยู่ในอาการดีใจสุดขีด รีบหันไปให้ความสนใจกับหีบสมบัติทองแดงอีกใบที่เหลืออยู่ ไม่รู้ว่าหีบสมบัติใบนี้จะมอบความประหลาดใจอะไรให้เขาอีกนะ?
"เปิดหีบสมบัติ!" หลินเฟิงกล่าววิงวอนในใจ
ฟึ่บ!
แสงสีเขียวสัมฤทธิ์สว่างวาบขึ้นตรงหน้า หีบสมบัติทองแดงใบที่สองเปิดออกโดยอัตโนมัติ พร้อมกับเสียงระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับเงิน 10,000 หยวน]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับการ์ดตาทิพย์]
เมื่อหีบสมบัติทองแดงใบที่สองถูกเปิดออก หลินเฟิงก็ได้รับเงินมาอีก 10,000 หยวน พร้อมกับการ์ดสุดวิเศษอีกหนึ่งใบ
แต่ยังไม่ทันที่หลินเฟิงจะได้ตรวจสอบคุณสมบัติของการ์ดตาทิพย์ใบนี้ เสียงเคาะประตูอย่างร้อนรนก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"หลินเฟิง เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!"
เสียงะโเรียกของซูเม่ยดังมาจากหน้าประตู ร่างของหลินเฟิงสั่นสะท้านตามสัญชาตญาณ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงอย่างซูเม่ยจะบุกมาเอาเื่เขาถึงหน้าประตูห้องแบบนี้!
เดิมทีเขาตั้งใจจะอ้าปากตอบไปว่า 'มาแล้ว ๆ ' แต่พอริมฝีปากขยับ หลินเฟิงก็ต้องพบกับความสิ้นหวังเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังติดสถานะของการ์ดความเงียบเป็ทองคำอยู่ เขาไม่สามารถปริปากพูดอะไรออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียว!
ทำยังไงดีล่ะ? อยู่ในสภาพแบบนี้ เขาจะเอาอะไรไปอธิบายกับซูเม่ย?
หรือจะแกล้งทำเป็ไม่อยู่ห้องดี?
ปัง ปัง ปัง!
"หลินเฟิง ไอ้สารเลว รีบเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ นายคิดว่ามุดหัวหลบอยู่ข้างในแล้วเื่มันจะจบเหรอ? ไอ้โจรขโมยชุดชั้นในโรคจิต..."
เสียงเคาะประตูกลายเป็เสียงทุบประตูอย่างเกรี้ยวกราด สิ่งที่ทำให้โมโหตายไปกว่านั้นคือ ซูเม่ยดันปรักปรำว่าเขาเป็โจรขโมยชุดชั้นใน แถมยังมายืนะโปาว ๆ อยู่หน้าห้องอีก!
ไม่ได้การล่ะ! จะปล่อยให้เธอมายืนแหกปากโวยวายอยู่ข้างนอกแบบนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตคงได้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่!
หลินเฟิงตีหน้าขรึมถมึงทึง จากนั้นก็จ้ำอ้าวไปกระชากประตูเปิดออก
"ในที่สุดก็ยอมเปิดประตูแล้วเหรอ? ทำไมไม่มุดหัวหลบอยู่ข้างในต่อล่ะ?" ทันทีที่ประตูเปิดออก ซูเม่ยก็สาดคำพูดประชดประชันใส่หลินเฟิงเป็ชุด
เงียบ! บรรยากาศมันชวนอึดอัดแปลก ๆ
หลินเฟิงไม่สามารถพูดอะไรได้ เขาทำได้เพียงใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจ้องมองซูเม่ยเขม็ง ฝ่ายซูเม่ยเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เธอใช้สายตาอาฆาตมาดร้ายจ้องกลับมาที่เขาเช่นกัน
ทั้งสองคนจ้องตากันไปมา สายตาประสานกันราวกับจะมองให้ทะลุถึงิญญา... เอาเถอะ นี่มันไร้สาระชะมัด!
"พูดมาสิ! โจรขโมยชุดชั้นในนั่นคือนายใช่ไหม?" ซูเม่ยกอดอกแน่น เป็ฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
แม้หลินเฟิงจะพูดไม่ได้ แต่เขาก็ยังสามารถส่ายหน้าเพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่า ตัวเขาไม่ใช่โจรขโมยชุดชั้นใน!
"ไม่ใช่นายแล้วจะเป็ใคร? ฉันเห็นกับตาว่านายกำลังขโมยชุดชั้นในของฉัน หรือนายจะบอกว่าฉันตาบอดฮะ?" จู่ ๆ ซูเม่ยก็ชี้หน้าด่าหลินเฟิงฉอด ๆ
"คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ หน้าตาก็ดูซื่อ ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำเื่หน้าไม่อายแบบนี้ลงได้!"
"เสียแรงที่เรียนจบเป็ถึงนักศึกษา ทำตัวให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหมด!"
"นายจะมาถลึงตาใส่ฉันทำไม? โกรธจนเืขึ้นหน้าแล้วหรือไง?"
"ไอ้โรคจิตเอ๊ย ชุดชั้นในผู้หญิงก็ยังกล้าขโมย หมู่บ้านหลานหยวนมีเศษสวะแบบนายโผล่มาได้ยังไง น่าขยะแขยงที่สุด!"
...
หลินเฟิงเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว สองตาจ้องมองซูเม่ยแทบจะลุกเป็ไฟ คิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงที่ดูบอบบางอ่อนหวานอย่างเธอ เวลาด่าคนจะปากคอเราะร้ายได้ถึงขนาดนี้!
ที่สำคัญคือ เธอเอาตาข้างไหนมามองว่าเขาขโมยชุดชั้นในของเธอ? ไอ้นั่นมันถูกลมพัดปลิวมาต่างหากล่ะ ทำไมต้องมาโยนความผิดให้เขาด้วย?
คำกล่าวที่ว่าหน้าอกใหญ่แต่ไร้สมอง ดูท่าจะไม่ได้เป็แค่คำพูดลอย ๆ ซะแล้วสิ!
"ตกลงนายขโมยชุดชั้นในผู้หญิงไปกี่ตัวกันแน่? แล้วเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนหมด? ทางที่ดีนายควรจะสารภาพมาตามตรง ไม่อย่างนั้นฉันโทรแจ้งความกริ๊งเดียว ตำรวจได้แห่กันมาลากคอนายเข้าตารางแน่!" ซูเม่ยชูโทรศัพท์มือถือขึ้นมาข่มขู่หลินเฟิง ความหมายของเธอมันชัดเจนจนไม่ต้องอธิบายให้มากความ
ยิ่งได้ฟังคำกล่าวหาที่เริ่มจะเกินเลยไปกันใหญ่ หลินเฟิงก็สุดจะทนกลั้นความโกรธเอาไว้ได้อีกต่อไป!
เขาพุ่งตัวยกมือขึ้นชี้หน้าซูเม่ย เดิมทีตั้งใจจะอ้าปากด่าสวนกลับไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ริมฝีปากกลับปิดสนิทราวกับถูกล็อกแม่กุญแจเอาไว้ ไม่ว่าจะออกแรงพยายามอ้าปากแค่ไหนก็ไม่ออก!
"กรี๊ด!"
ซูเม่ยสะดุ้งสุดตัวกับท่าทางของหลินเฟิง ก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงหลง "ทำร้ายคนแล้ว! ใครก็ได้ช่วยด้วย! มีผู้ชายกำลังจะตีผู้หญิง!"
คราวนี้หลินเฟิงถึงกับยืนอึ้งเป็ไก่ตาแตกไปเลย เขาแค่ยกมือขึ้นมาเฉย ๆ เองนะ ยัยผู้หญิงตรงหน้ากลับทำท่าทีหวาดกลัวลุกลี้ลุกลนขนาดนั้น เธอจะอ่อนไหวเกินไปไหม? หรือว่าท่าทางดุดันเกรี้ยวกราดเมื่อกี้เธอแค่แกล้งทำมันขึ้นมา?
ไม่นานนัก เสียงเปิดประตูก็ดังรัว ๆ มาจากระเบียงทางเดิน เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในชั้นเดียวกันแทบทุกคนต่างพากันแตกตื่นเพราะเสียงกรีดร้องของซูเม่ย!
หลินเฟิงอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีผู้อยู่อาศัยมากกว่าสิบครัวเรือน ขอแค่มีคนะโร้องขึ้นมาในโถงทางเดิน รับรองได้เลยว่าคนทั้งชั้นต้องได้ยินกันหมด
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ใครกำลังตีคน?"
"ตกลงมันเกิดเื่อะไรกันเนี่ย?"
"เมื่อกี้ใครทะเลาะกับใครนะ?"
"ซูเม่ย ใครรังแกเธอ?"
เพื่อนบ้านต่างพากันกรูเข้ามาล้อมวงดูเหตุการณ์ หนึ่งในนั้นคือคุณลุงวัยสามสิบกว่า ๆ ที่พุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าซูเม่ยและดึงเธอไปหลบอยู่ด้านหลังของเขา จากนั้นก็หันมาจ้องหน้าหลินเฟิงด้วยสายตาถมึงทึง
"หลินเฟิง แกคิดจะทำอะไร?" คุณลุงวัยกลางคนตวาดลั่น
คุณลุงวัยกลางคนคนนี้มีชื่อว่าโจวเหล่ย อาศัยอยู่ที่ห้อง 203 ซึ่งอยู่ติดกับห้องของหลินเฟิง ได้ยินมาว่า่นี้เขาคอยตามเอาอกเอาใจซูเม่ยอยู่บ่อย ๆ พอมีโอกาสได้แสดงความเป็สุภาพบุรุษเพื่อทำคะแนน หมอนี่ก็รีบะโออกมารับหน้าอย่างไม่ลังเลเลยทีเดียว!
หลินเฟิงชี้ไปที่ซูเม่ยสลับกับโจวเหล่ย ไฟโกรธที่สุมอยู่เต็มอกตอนนี้มันอัดอั้นจนไม่รู้จะระบายออกมายังไงแล้ว
บัดซบเอ๊ย! การที่อยากพูดแต่พูดไม่ได้เนี่ย มันทรมานขนาดนี้เชียวเหรอ!
"ซูเม่ย เธอไม่ต้องกลัวนะ มีฉันอยู่ทั้งคน ไอ้เด็กนี่มันไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก!" โจวเหล่ยพูดปลอบโยนซูเม่ย พร้อมกับส่งสายตาท้าทายมาทางหลินเฟิง
"ตกลงมันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?"
"ทุกคนก็เป็เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งนั้น มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันสิ"
"นั่นสิ ทำไมถึงต้องลงไม้ลงมือกันด้วย?"
"ซูเม่ย เธอรีบบอกมาเถอะ ทำไมหลินเฟิงถึงอยากจะตีเธอ?"
เพื่อนบ้านรอบ ๆ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ไปหมด ส่วนหลินเฟิงที่ทนรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ไหว เขาจึงถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วกระแทกประตูปิดดัง 'ปัง' ใส่หน้าทุกคน
เหตุการณ์หลังจากนั้นเป็ไปตามที่หลินเฟิงคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ซูเม่ยเล่าสาเหตุที่ทำให้เธอและหลินเฟิงต้องมาทะเลาะกันให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม
ผ่านไปไม่นาน เสียงอุทานด้วยความใก็ดังแว่วมาจากนอกประตู
"อะไรนะ? หลินเฟิงเนี่ยนะคือโจรขโมยชุดชั้นใน?"
"เขาขโมยชุดชั้นในของเธอ แถมยังถูกเธอจับได้คาหนังคาเขาอีกเหรอ?"
"พระเ้าช่วย! ปกติไอ้เด็กนี่ก็ดูเป็คนซื่อ ๆ เงียบ ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าลับหลังจะแอบทำเื่สกปรกโสมมแบบนี้!"
"นี่มันพวกหน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ "
"ไม่ได้การล่ะ! พวกเราต้องรีบแจ้งความ ให้ตำรวจมาลากคอเขาไปเข้าคุก!"
"ใช่! แจ้งความ!"