โจสะพายกระเป๋าเดินตะลอนไปรอบๆเมือง หลังจากที่เขามาถึงโลกก็ถูกวาร์ปส่งลงมาในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง เขาใช้เวลาเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายมากว่าสองชั่วโมงแล้ว
“จะเริ่มจากอะไรดีเนี่ย” โจรู้สึกเบื่อหน่าย
เขาสังเกตุและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและสรุปออกมาแค่สองคำ “ล้าสมัย” ที่นี่ไม่มีแม้แต่ระบบวาร์ป ทำให้เขาไม่รู้ว่าต้องไปไหนเลยทำได้แค่เดิน
“ลูกพี่ ฉันได้ยินมาว่าองค์กรโลกสมัยใหม่กำลังเปิดรับสมัครทหารฝึกหัด ลูกพี่เราสองคนไปลองทดสอบดูกันมะ?”
“แกโง่รึเปล่า เขาไม่รับเราสองคนหรอก ฉันรู้มาว่าคนที่จะได้เข้าต้องมีความแข็งแรงของร่างกายในระดับสูงมาก แกกับฉันที่วันๆเอาแต่เล่นเกมและไม่เคยออกกำลังกายหากขืนเข้าไปได้โดนไล่ตะเพิดขายขี้หน้าชาวบ้านเขาเปล่าๆ”
โจหูผึ่งในทันใด ชายวัยรุ่นสองคนกำลังพูดถึงองค์กรอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับทหารและจากที่ได้ยินโจมั่นใจว่าต้องเป็ทหารจำพวกหน่วยสำรวจดวงดาวสำรวจอวกาศอะไรเทือกนั้นแน่ๆ ไม่รอช้าเขาหยิบสิ่งประดิษฐ์ขนาดเล็กติดไว้ที่คอกับในหู มันคือเครื่องแปลภาษาที่เขาหยิบติดมือมาด้วย เขารู้สึกว่าตัวเองช่างน่าสมเพชนักเป็มนุษย์แท้ๆแต่ดันพูดภาษามนุษย์ไม่ได้
โจเดินเข้าไปหาชายวัยรุ่นสองคนแล้วเอ่ยถาม “เอ่อ…สถานที่ว่านั่นอยู่ตรงไหนหรือครับ?”
ชายวัยรุ่นสองคนหันมามองเห็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบหน้าตาดีเล็กน้อย เขาทั้งสองมองโจราวกับมองคนโง่ พลางคิดในใจว่าไอ้หมอนี่มาจากหลังเขารึเปล่า? เื่นี้เขาประกาศกันโครมๆแม้แต่นกแก้วที่บ้านมันได้ยินจนพูดคำประกาศออกมาได้ชัดแจ๋ว
แม้จะแอบด่าคนหลังเขาในใจแต่ใบหน้ากลับยิ้มเล็กน้อยและตอบด้วยความเต็มใจ “พี่ชายเองก็คิดที่จะลองสอบเข้าดูเหมือนกันสินะ” จากนั้นชายวัยรุ่นก็บอกทางให้กับโจแล้วกล่าวเตือน “ผมว่าพี่อย่าลองเลยดีกว่า ผมดูลักษณะของพี่แล้วเหมือนจะไม่ค่อยได้ออกกำลังสักเท่าไหร่ ผมกลัวว่าพวกเขาจะไล่พี่ออกมาทำให้พี่เสียหน้าซะเปล่า” ชายวัยรุ่นทั้งสองมองรูปร่างสมส่วนของโจ แม้ว่าจะดูดีแต่ไม่มีกล้ามโผล่ออกมาให้เห็นแม้แต่แขนก็ไม่มีกล้าม
“เอาล่ะ ต่อให้พวกเขาไล่ออกมาก็ไม่เป็ไรพอดีผมเป็คนหน้าหนาน่ะ…ขอบคุณมากที่บอกทางนะครับ" โจโบกมือลาแล้วเดินจากไป
“เงินที่ใช้กันบนโลกก็ไม่มี ไม่รู้ว่าพวกเขารับเงินสากลหรือเปล่า จะใช้พลังสักหน่อยเพื่อวิ่งไปก็ไม่ได้เดี๋ยวคนจะแตกตื่น คงได้แค่เดินไปเรื่อยๆ” นึกถึงระยะทางที่ชายวัยรุ่นบอกก็ถอนหายใจ หากมีเงินอย่างน้อยเขาก็นั่งยานพาหนะรับจ้างได้ และจากที่รู้มามนุษย์เพิ่งจะได้ออกจากระบบดาวของตนเองและเพิ่งได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของพลังงานจากใจกลางกาแลคซี่ พวกเขาจะฝึกฝนกันได้นานสักเท่าไร เรียกได้ว่าตอนนี้มนุษย์อ่อนแอสุดๆ หากเขาเผลอโชว์พลังต่อหน้าคนจำนวนมากล่ะก็ได้ถูกจับตามองแน่ๆ ดีไม่ดีถูกจับได้ว่าเป็มนุษย์ที่เพิ่งกลับมาโลกปัญหาใหญ่โตเกิดขึ้นอีก
ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจ
หกชั่วโมงกับการเดินเป็เวลา่เย็นเขาก็มาถึงจุดหมายจนได้ แม้จะเดินมานานแต่กลับไม่มีอาการเหนื่อยล้า
“คนเยอะจริงๆ นี่ก็เย็นแล้วชักจะหิวแล้วสิ ไหนจะต้องหาที่ซุกหัวนอนอีกหวังว่าจะได้สอบแล้วมีที่พักกับอาหารให้นะ” โจมองคนจำนวนมากเดินเข้าออกสถานที่ใหญ่โต คนที่เดินเข้าไปส่วนใหญ่มีสีหน้าตื่นเต้นและกังวล ส่วนคนที่เดินออกมาส่วนใหญ่แล้วมีแต่ใบหน้าผิดหวัง อย่างไรก็ตามพวกเขาเ่าั้มีรูปร่างที่ดี
โจได้แต่ส่ายหัวกับความคิดของพวกเขา “คิดว่าการมีหุ่นดีมีกล้ามโตมันทำให้เก่งจริงๆหรือไงกัน? หากเป็ก่อนหน้าอาจจะใช่แต่ตอนนี้ได้รับรู้ถึงพลังแล้วมันจะกลายเป็ไร้ประโยชน์ เก่งหรือไม่เก่งอยู่ที่ความขยันและความกล้าเท่านั้น”
โจนึกถึงตอนสมัยที่ฝึกใหม่ๆ เขาจำได้ดีไม่มีวันลืม มันเหมือนกับมีความตายเดินเคียงข้างเขา ออกสำรวจเพื่อหาหินพลังมาฝึกและออกไปต่อสู้กับพวกสเปค เฉียดคายมานับครั้งไม่ถ้วน ประสบการณ์ของเขามีมากกว่านายพลบางคนในสหพันธ์กาแลคซี่ซะอีก ความจริงเขาควรจะได้ขึ้นเป็นายพลไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เป็แค่พันเอก เหตุผลก็เพราะเขาเป็มนุษย์ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วเขาสามารถขึ้นมาเป็นายพลได้แต่ต้องเริ่มใหม่จากโลกซึ่งเป็เผ่าพันธุ์ของเขา
“ไม่รู้ว่าพวกเขาทดสอบยังไง หากเป็การมองดูแค่ร่างกายว่ามีกล้ามหรือเปล่าฉันคงหมดหวังที่จะได้ออกจากโลก” โจรู้สึกกังวลขึ้นมา
โจเดินตามคนที่เข้าไปสอบ เมื่อพวกเขาเห็นรูปร่างของโจบางคนก็มีสีหน้าดูถูก บอกคนก็เยาะเย้ยกับเพื่อนข้างๆว่าเขาเป็แค่ไอ้กุ้งแห้ง บางคนก็พูดกับเพื่อนว่าโจนั้นไม่มีทางได้สอบและจะถูกไล่ออกมาแน่นอน
ได้ยินคำกล่าวพวกนี้โจรู้สึกสงสารพวกเขาเหลือเกิน พวกเขาช่างไม่รู้อะไรเลยต่อให้โจใช้นิ้วก้อยนิ้วเดียวก็คว่ำพวกเขาลงได้อย่างง่ายดาย
โจไม่สนใจและไม่อยากจะอธิบายให้พวกมีกล้ามแต่ไร้สมองพวกนี้ฟัง เขาเดินตามคนที่เข้าสอบอย่างเงียบๆ เมื่อไปถึงเขาก็สมัครเข้าสอบ ไม่มีเหตุการณ์ที่ถูกไล่อย่างที่คนเ่าั้พูดโจก็ถอนหายใจเงียบๆ โชคดีที่การสมัครสอบไม่ต้องใช้ใบยืนยันตัวตนแค่ถูกปั๊มหมึกเป็สัญลักษณ์ว่าเคยมาสอบแล้ว ไม่เช่นนั้นเขามีปัญหาแน่
จากนั้นเขาก็ถูกแยกออกไปรวมกับกลุ่มคน พวกเขาแยกกลุ่มออกกลุ่มละ 20 คนและพาแต่ละกลุ่มเข้าไปในห้องกว้างแต่ละห้องในนั้นมีอุปกรณ์มากมาย
“หืม…หินพลังงาน” โจสังเกตุเห็นหินสีใสบนแท่น เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือหินพลังงานระดับต่ำและไม่มีธาตุ
“คิดจะให้ััมันงั้นเหรอ” โจเดาออกทันทีว่าพวกเขาคิดจะให้ทดสอบอะไร หินพลังงานนี้พวกเขาจะต้องได้มาจากสหพันธ์แน่ๆ ไม่มีทางที่จะหาได้ด้วยตัวเองเพราะมันหายากมากแม้จะเป็แค่ระดับต่ำ แน่นอนว่าการััมันจะทำให้เกิดปฏิกิริยาแต่ไม่ใช่กับทุกคน นอกจากเอาไว้ฝึกแล้วยังสามารถเอามาทดสอบพร์สำหรับคนที่ยังไม่สามารถรับรู้ถึงพลังได้ หากมันมีปฏิกิริยาแม้จะเล็กน้อยก็แสดงให้เห็นว่าคนๆนั้นมีพร์ในการฝึก แน่นอนว่ามันใช้วัดพร์ได้ดีกับผู้ที่ยังไม่ได้ฝึก แต่หากผู้ที่มีพลังและใส่พลังลงไปเล็กน้อยก็สามารถทำให้มันเกิดปฏิกิริยาได้แล้ว
โจรู้ได้ทันทีว่าการทดสอบคราวนี้เขาผ่านได้สบายๆ