“เสด็จอา... ปล่อยข้า”
“อืมมมม อืออ... ฮึ่มม”
“เสด็จอาท่านตื่นแล้ว” อี้เฟยกล่าวพลางลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก้มลงมองผู้เป็เสด็จอาที่กำลังแสร้งทำเป็นอนหลับอยู่ ถ้าอยากจะนอนต่อก็ตอนต่อเถอะเขาไม่ว่าอะไรหรอก เพียงแต่ว่า... อย่ามานอนกอดเอวเขาแน่นแบบนี้สิ!
“เสด็จอา”
เพราะน้ำเสียงเรียกอันราบเรียบเอาจริงของอี้เฟย จึงทำให้อี้ชิงต้องยอมหยัดกายลุกขึ้นยอมตื่นอย่างจริงจังเสียทีทั้งที่ในใจก็นึกรู้สึกเสียดายมากอยู่ “ได้ๆ ข้าตื่นแล้ว... อ๋องน้องนี่ไม่ ‘โรแมนติก’ เอาเสียเลยนะ”
{‘โรแมนติก’ คือ ชวนรักชวนฝัน, หวาน, หวานซึ้ง, พาฝัน, จิตนิยม}
อี้เฟยคิดถึงความหมายในคำพูดของผู้เป็เสด็จอาแล้วก็ให้ส่ายหน้าๆ จะไป ‘โรแมนติก’ อะไรได้ล่ะ เื่แบบนั้นน่ะมันไว้ใช้สำหรับคนที่เป็คู่รักกันไม่ใช่หรือไง... เขาส่ายหน้าแล้วก็หันมาเข้าสู่ประเด็นบางอย่างที่คาใจตน
“เสด็จอา”
“ฮื้ม?” อี้ชิงครางฮื้มในลำคอตอบรับการเรียกขานจากอี้เฟย มองหน้าเลิกคิ้วอย่างถามๆกลับพลางลุกขึ้นนั่งดีๆไร้ซึ่งความงัวเงีย เพราะที่จริงๆแล้วเขาก็ตื่นนานแล้วจริงๆนั่นแหละ พอเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของอ๋องน้องในยามตื่นนอนแต่เช้าก็พลันรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างทันตา... แต่เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูจะเคร่งเครียดและจริงจังของอีกฝ่าย เขาก็พลันต้องรู้สึกจริงจังด้วยขมวดคิ้วยุ่งแล้วจึงเอ่ยถามกลับ
“อ๋องน้องมีอะไรหรือ”
“เหตุใดถึง... ท่านเป็เช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่”
“เ้าหมายถึง”
“เมื่อคืนนี้”
.......
วันนี้ก็ถือว่าครบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่อี้เฟยได้มาอยู่ในยุคปัจจุบัน... และวันนี้ก็จะเป็วันที่เขาได้รับเงินจำนวนยี่สิบห้าหล้านหยวนจากจงิด้วย!
เพราะฉะนั้นวันนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่าด้วยเหตุใดเขาจึงอารมณ์ดีเบิกบานั้แ่เช้าแม้ว่าจะมีคนอย่างชิงอ๋องผู้เป็เสด็จอาอยู่ด้วย เพราะไม่นานต่อมาเขาก็ยิ่งอารมณ์ดีขึ้นไปอีกที่หนิงอานมาลากอี้ชิงเสด็จอาของเขากลับไปั้แ่หลังมื้ออาหารเช้าจบเช่นกัน
“เฉียนหลิงมองอะไร” อี้เฟยก็เห็นว่าเฉียนหลิงมองอยู่ตั้งนานแล้วแต่ไม่พูดอะไรออกมาสักทีจนเป็เขาเองอดไม่ได้เป็ฝ่ายถามก่อนเอง ในความคิดของเขานั้นก็คงจะไม่พ้นเื่เกี่ยวกับของเสด็จอาอี้ชิงแน่นอน
“เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม” เฉียนหลิงไม่แน่ใจว่าที่เขาถามออกไปว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหมเนี่ย... เขาถามถึงอี้เฟย หรือว่าถามถึงตัวเองกันแน่
เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น... เขาเองยังไม่แน่ใจ ในความทรงจำจำได้ว่าหลังจากที่ไม่มีทางไว้ใจให้ชายหนุ่มชิงชิงนั่นอยู่กับอี้เฟยอย่างสองต่อสองแน่นอน เขาก็ตั้งป้อมปราการประจำการตนอยู่ที่ห้องนอนใหญ่ของอี้เฟยทันที จับตามองทุกการกระทำและการเคลื่อนไหวของชิงชิง จนสุดท้ายเขาก็ไม่แน่ใจว่าตัวเอง ‘หลับไปเอง’ เอาเวลาไหนตอนไหนของเมื่อคืนวานนี้
“ก็ไม่มีอะไรนะ”
“ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ” ใช่ รู้สึกแปลกๆจริงๆ... เหมือนมีอะไรที่มันไม่ถูกต้องเลย แต่เฉียนหลิงก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรล่ะที่ไม่ถูกต้อง เพราะท่าทางปกติดีของอี้เฟยทุกอย่างก็เป็สิ่งที่การันตีแล้วว่าเมื่อคืนนี้มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ
แต่ทว่าหากมองลึกถึงในความสัมพันธ์อะไรบางอย่างระหว่างอี้เฟยกับชิงชิงคนนี้ดูไม่ธรรมดาทีเดียว อืม... จะว่าไปสองคนนี้ก็ดูมีเค้าโครงและกลิ่นอายคล้ายคลึงกันอยู่นะ เฉียนหลิงเห็นความคิดนี้แล้วถึงกับเหยียดตัวตรงตาโตแอบใกับความคิดของตัวเองอยู่ไม่น้อย
“รู้สึกแปลกๆยังไง ไม่สบายเหรอ... ไปหาหมอไหม” อี้เฟยถามพร้อมกับยกยิ้มนุ่มนวลที่เป็เพียงสีหน้าภายนอกของเขาเท่านั้น
ส่วนภายในใจของท่านอ๋องนั้น... ไม่เสียทีที่เป็ถึงลูกหลานของเฉียนิ ฉลาดมาก! ดูเพียงครู่ก็น่าจะจับสังเกตได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเสด็จอาอี้ชิงเป็เช่นไร
“ไม่ ฉันสบายดี”
“ถ้าสบายดีก็ดีเถอะ”
อี้เฟยพูดพยักหน้าให้เฉียนหลิง... วันนี้ก็เป็อีกวันที่อี้เฟยยังไม่มีแผนการที่จะออกไปไหนเพราะเขาได้นัดหมายไว้กับจงิไว้ล่วงหน้าก่อนหน้านี้แล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงจะได้รับแขก
เขาคิดว่าศิลปินจิตรกรผู้ชื่นชอบในการวาดภาพร่ายกวีนั้นแม้ว่าจะใส่ใจในเื่ของพิธีการธรรมเนียมเป็พิเศษ แต่บางทีก็ไม่จำเป็ที่จะต้องแต่งกายอย่างพิถีพิถันมากนักหรอกก็ได้ อีกอย่างเมื่อในอดีตตอนเป็อี้อ๋องก็ต้องแต่งกายอย่างพิถีพิถันมากเสมอ มาตอนนี้ชีวิตใหม่ไม่จำเป็ต้องสนเื่เดิมนั้นมากนักก็ค่อยรู้สึกพอใจอยู่พอสมควร
ร่างสูงโปร่งจึงเลือกสวมเสื้อผ้าสบายๆเช่นเดิมเป็เสื้อยืดคอกลม Oversize สีขาวเรียบๆกับกางเกงจ็อกเกอร์ขาจั๊มสีกรมท่า สบายสุดๆสมวัยสไตล์ในยุคสมัยนี้พอดี
ติ๊งต๊องๆๆ ติ๊งต๊องๆๆ
“เปิดประตูสิ... ไม่ใช่ชิงหรอก” อี้เฟยพูดส่งยิ้มให้เฉียนหลิงที่มีท่าทีอึกอักลังเลในการเปิดประตูรับแขก ดูท่าว่าเฉียนหลิงจะไม่ค่อยชอบเสด็จอาอี้ชิงจริงๆ ไม่รู้ว่าอาจจะเป็เพราะสายเืของเฉียนิหรือเปล่าที่ทำให้ทั้งคู่ดูจะเป็ปฏิปักษ์กันั้แ่ครั้งแรกเจอเลย
“อืม นายรู้เหรอว่าใครมา... เสี่ยวเฟยหรือว่านายจะเป็หมอดูซินแสจริงๆ” ที่ถามเช่นนี้ก็เพราะว่าเฉียนหลิงก็เริ่มจะรู้สึกเชื่อขึ้นมานิดๆจริงๆแล้วนะ
“หึๆ เดาเอาเองสิ”
สำหรับแขกที่มาเยือนบ้านของอี้เฟยอีกครั้งวันนี้ไม่ใช่ชิงชิงจริงๆนั่นแหละ เฉียนหลิงเก็บสีหน้าใคร่สงสัยไว้ก่อนเอื้อมมือไปเปิดประตูเพื่อรับแขกผู้มาใหม่ด้วยใบหน้าสุภาพแลมีรอยยิ้มอ่อนละมุน แม้ว่าจะชะงักไปเล็กน้อย่แรกที่แขกผู้นั้นเอ่ยเรียกชื่อของอี้เฟยอย่างสนิทสนมซะเสียงดังมาก่อนเลยั้แ่ยังไม่ทันได้เปิดประตูเต็มๆ
“เสี่ยวเฟย!”
“สวัสดีครับ”
จงิเอ่ยทักทายอี้เฟยไปก่อนแล้ว แต่ต่อมาเขาก็ต้องชะงักเพราะว่าคนที่เปิดประตูทักทายเขากลับๆไม่ใช่อี้เฟย เป็คนแปลกหน้าใครก็ไม่รู้ ใบหน้าของเขาฉายแววความฉงนใจสงสัย คิ้วหนาขมวดยุ่ง ก่อนที่จะเอ่ยถามออกไปทันที “นายเป็ใคร... มาอยู่ที่บ้านของเสี่ยวเฟยได้ยังไง”
“เชิญเข้ามาข้างในก่อนเถอะครับ”
เฉียนหลิงเห็นสีหน้าท่าทางสงสัยของอีกฝ่ายก็เพียงยิ้มรับและกล่าวเชิญให้แขกเข้ามาภายในบ้านก่อน… จะว่าไปคุณชายผู้นี้หน้าตาคุ้นๆนะ นี่ไม่ใช่คุณชายใหญ่จงเหรอ? แล้วอี้เฟยไปรู้จักกับคนคุณชายใหญ่สกุลจงได้ยังไงน่ะ?!
บ้านหมายเลข 1101 รับแขกและปิดประตูลง บ้านหมายเลข 1102 จึงค่อยเปิดประตูออกมาต่อ... ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเ็ายืนพิงข้างประตูบ้านของตัวเอง พลางมองประตูบ้านตรงข้ามด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวดกำลังคิดอะไร มือหนาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดๆ
“1101... สนุกสนานดีนะ”
จงิเดินตามชายหนุ่มใบหน้าอ่อนละมุนเข้ามาภายในบ้านที่เขามาครั้งนี้เป็ครั้งที่สองแล้ว... การเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ผ่านไปไม่กี่วันทำเอาเขาแปลกใจปนสงสัยไม่น้อย วันแรกครั้งแรกที่มาอี้เฟยอยู่คนเดียว วันนี้เป็ครั้งที่สองกลับมีใครบางคนอยู่ด้วยแถมยังหน้าตาหล่อดูดีอีกต่างหาก ในใจของเขาพลันเกิดความรู้สึกบางอย่าง
จงินั่งลงตรงโซฟาข้างๆอี้เฟยพร้อมกับวางถุงขนมผลไม้ของฝากให้เด็กหนุ่มก่อนค่อยกล่าวอย่างน้ำเสียงตื่นเต้น “เสี่ยวเฟยวันนี้ฉันมาเอาภาพแล้ว!”
“ครับ” อี้เฟยพยักหน้ายิ้มตอบรับ เขาเองก็เตรียมพร้อมจะส่งมอบภาพวาดนั้นให้แก่จงิอย่างเรียบร้อยเช่นกัน เขายิ้มให้จงิพลางเหลือบสายตาไปมองแวบหนึ่งเฉียนหลิงกำลังจัดเตรียมของว่างสำหรับรับแขกใหม่ได้อย่างเป็ธรรมชาติ... สมกับที่เป็ขันทีข้างกายข้า อืม สมกับที่เป็ผู้จัดการจริงๆ!
“อ้อ พี่ิผมจะแนะนำให้รู้จักนี่เฉียนหลิงเป็ผู้จัดการส่วนตัวของผม... หลิงนี่พี่จงิเป็หลานชายของลุงเพื่อนสนิทพ่อบุญธรรมของฉัน”
“สวัสดีครับ” เฉียนหลิงกล่าวสวัสดีคุณชายใหญ่ผู้นี้อีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพ แม้ว่าจะแปลกใจสงสัยแต่เขาก็เก็บไว้ในใจให้มิด ไม่มีแสดงมันออกทางภายนอกให้ดูเสียภาพลักษณ์
เฉียน... เฉียนหลิง คนนี้นี่เอง
“สวัสดีเฉียนหลิง” จงิหันไปทักทายอีกคนกลับอย่างสุภาพเช่นกัน... ต่อหน้าอี้เฟย
“คุยเื่งานก่อนดีกว่านะครับ” อี้เฟยแนะนำเฉียนหลิงเสร็จหันมากล่าวกับจงิน้ำเสียงจริงจังต่อ โดยมีรอยยิ้มนุ่มนวลละมุนประดับบนใบหน้าอยู่เสมอ
ส่วนภายในใจของท่านอ๋องนั้น... ดีแต่ต่อหน้าเก่ง! อย่าคิดว่าอ๋องอย่างข้าเป็เด็กหนุ่มน้อยที่มองไม่เห็นความไม่จริงใจในสายตานั้นของเ้าสิ แม้เพียงแค่แวบหนึ่งข้าก็เห็นทัน!
“ได้”
เพื่อความสะดวกในการพูดคุยอี้เฟยจึงได้เชิญจงิเข้ามาภายในห้องหนังสือของตนที่ ‘เก็บทุกอย่าง’ ให้เข้าที่เรียบร้อยหมดจดอย่างพร้อมสำหรับคุยงาน...
“เสี่ยวเฟยทำไมนายต้องมีผู้จัดการล่ะ” จงิเข้ามานั่งลงตรงข้ามกับอี้เฟยพร้อมเอ่ยถามในสิ่งที่ตนสงสัยต่อทันที และไม่คิดว่าคำตอบที่ได้รับจากเด็กหนุ่มจะทำให้เขายิ่งรู้สึกแปลกใจเพิ่มมากขึ้นไม่ได้
“ผมเพิ่งตัดสินใจที่จะเข้าวงการบันเทิงครับ”
“วงการบันเทิง?” สถานที่แบบนั้นไม่ใช่สถานที่ที่ดีสักเท่าไหร่... จงิเพียงแค่คิดแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยออกไปเพราะจะเป็การไม่สมควร เขาพยักหน้าตามจากนั้นค่อยถามกลับเกี่ยวกับการวาดภาพ
“แล้วการวาดภาพล่ะ”
“วาดภาพต้องใช้เวลา และความรู้สึกอันลึกซึ้ง... ไม่ได้ทิ้งหรอกครับ เพียงแค่ระหว่างนี้อยากลองหาสิ่งใหม่ๆทำดู พอดีกับที่ได้พบพี่เฉียนหลิงเห็นแววจึงได้เอ่ยชวนให้ลองมาทางด้านวงการบันเทิงดูน่ะครับ”
อี้เฟยได้ฟังคำถามของจงิแล้วก็ยิ้มออกมา คิดว่าอีกฝ่ายคงจะเสียดายฝีมือการวาดภาพของเขาเป็แน่หากว่าเขาจะเลิกวาดแล้วไปเอาดีด้านอื่น โดยในส่วนตัวความคิดของเขานั้นการวาดภาพไม่ใช่เื่ยากอะไรเพราะมันอยู่ในวิถีชีวิตของเขามาั้แ่ดั้งเดิมนานแล้ว ถ้าคิดจะเอาดีด้านนี้ก็คงจะหารายได้ได้มากแน่นอนซึ่งมันทำเมื่อไหร่ก็ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวของเขา
แต่ว่า... การเข้าวงการบันเทิงมันก็สำคัญเช่นกัน เพราะอ๋องอย่างเขาก็ย่อมมีแผนการเตรียมไว้อยู่ในใจอยู่แล้ว
“พี่เฉียนหลิงเป็ผู้จัดการอิสระ ผมเองก็ไม่ได้คิดที่จะเข้าสังกัดบริษัทไหนด้วย เราทั้งสองคนคุยตกลงเื่สัญญาทุกอย่างลงตัวแล้วครับ”
“พี่ก็รู้ว่าศิลปินจิตรกรน่ะมีอารมณ์และความเป็อิสระในตัวเองสูงขนาดไหน ผมแค่อยากลองทำสิ่งใหม่ๆดูก็เท่านั้นแหละครับ”
“ถ้านายไม่จริงจังก็ดีอยู่หรอก เพราะวงการนี้ถ้าไม่เข้าสังกัดบริษัทให้ช่วยเป็เส้นสายหรือสนับสนุนโปรโมทต่างๆให้ก็อาจจะได้งานยากอยู่นะ”
“ผมไม่ได้ซีเรียสครับ” อี้เฟยรู้อยู่แล้วว่าหากเดินทางสายวงการบันเทิงนี้โดย้าเป็อิสระไร้ข้อผูกมัดก็อาจจะลำบากหน่อยเพราะไร้ผู้สนับสนุน แต่เขาก็เชื่อมั่นในความเป็บุรุษอันดับหนึ่งไม่มีสองของตนเองว่าเขาจะทำได้แน่นอน!
อีกอย่างอ๋องอย่างเขาผู้มีความสามารถรอบด้านเช่นนี้ก็ไม่ได้ ‘ซีเรียส’ จริงๆนั่นแหละว่าจะไม่มีเงิน เพราะว่าเขาต้องมีเงินแน่นอน! อืม ยังมีเสด็จอาอี้ชิงอยู่ด้วย!
จงิเห็นท่าทางสบายๆไร้เดียงสาและยังอ่อนต่อโลก(?)ของเด็กหนุ่มก็พลันนึกเป็ห่วงอยู่หลายเื่ แต่ว่าในเมื่ออี้เฟยตั้งใจและตัดสินใจแล้วเขาก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวในการตัดสินใจของอีกฝ่ายได้หรอก นอกจากอีกเื่หนึ่งที่เขาจะไม่กล่าวเตือนสักประโยคไม่ได้
“เกี่ยวกับเฉียนหลิงคนนั้น... นายไม่รู้หรือว่า”
“ผมชอบคนที่การทำงานครับ”
จงิยังไม่ทันได้พูดจบประโยค อี้เฟยก็พูดขึ้นมาต่อทันทีซึ่งดูจะผิดวิสัยนิสัยของเ้าตัวนัก... จงิจึงเข้าใจว่าอี้เฟยคงจะรับรู้เื่ราวของเฉียนหลิงแล้ว แต่ทว่าในเมื่อรู้แล้วทำไมยังเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเฉียนอีกเล่า
ในส่วนนี้เขาไม่เข้าใจอี้เฟยเลย พอมองใบหน้าหล่อเหลาสง่างามที่มักพกพารอยยิ้มนุ่มนวลสง่างามอยู่เสมอก็บังเกิดความคิดหลากหลายในภายในหัว
“ถ้ามีอะไรก็บอกฉันได้นะ ห้ามเกรงใจอย่างเด็ดขาด” ไม่รู้ว่าทำไมจงิถึงได้กล่าวเช่นนี้... ทั้งๆที่รู้ดีว่าหากอี้เฟยเข้าไปพัวพันกับคนคนนี้และเื่ราวหักเหลี่ยมคมภายในตระกูลเฉียนอันโด่งดังนั้นก็คงจะเป็เื่ยากแล้ว
“ครับ”
อี้เฟยตอบรับไปทั้งชะงักเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจงิจะเอ่ยเช่นนี้ เขายิ้มรับไมตรีจากนั้นจึงกลับมาคุยเื่งานต่อ ตกลงเซ็นชื่อลงสัญญาซื้อขายมอบภาพวาดและรับเช็คเงินกันเป็อันเรียบร้อย…
จงิอยู่พูดคุยกับอี้เฟยต่ออีกสักสองสามประโยคก่อนที่จะขอตัวลาพร้อมกับไว้โอกาสหน้าไปทานข้าวหรือวันหน้าในการพบกันใหม่
“เดินทางกลับดีๆนะครับ”
จงิพยักหน้ายิ้มให้อี้เฟยที่เดินมาส่งเขาเองที่หน้าประตู ก่อนหันหลังก้าวเดินออกจากบ้านไปด้วยสีหน้าว่างเปล่าและเดาอารมณ์ความคิดไม่ออก... ตระกูลเฉียน
“อี้เฟย”
“ไม่เป็ไร” อี้เฟยส่งจงิเสร็จปิดประตูบ้านลงด้วยสีหน้าราบเรียบไร้ซึ่งรอยยิ้มสุภาพเช่นเคย... เขารู้ความคิดของจงิ หากเป็ปกติจงิคงจะไม่รีบกลับเช่นนี้หรอกเพียงแต่ว่าวันนี้มีเื่ของเฉียนหลิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อีกฝ่าย้าหลีกเลี่ยงความเดือดร้อนซึ่งอี้เฟยก็เข้าใจดี
อืม และเขาก็รู้ถึงความคิดของเฉียนหลิงด้วยเช่นกัน เ้าตัวกำลังรู้สึกผิดต่อเขา
“ไหนเลยจะต้องเคร่งเครียดถึงปานนั้น... แค่มีข้าอยู่เ้าก็ไม่จำเป็ต้องคิดอะไรมากนักหรอก ข้าเลือกที่จะเป็ที่พึ่งพิงให้เ้า ไยเ้าจะต้องคิดมากกังวลอันใดอีกกัน”
“แค่อยู่กับปัจจุบันก็พอ”
“ผู้ใดอยู่กับเราในยามยากผู้นั้นควรค่าแก่การคบหาให้ไมตรี”
อี้เฟยกล่าวต่อมาอีกสักหลายประโยคยาวอย่างจริงจัง จงิกลัวเดือดร้อนเขาเข้าใจแต่ไม่จำเป็ต้องมาข้องใจในการตัดสินใจของอ๋องอย่างเขา... แค่เป็ตระกูลอันดับต้นของประเทศแล้วอย่างไร แต่ในสายตาอ๋องอย่างเขาสกุลจงสกุลเฉียนนับเป็ตัวอะไรได้!
“วันนี้ฉันอารมณ์ดีมากจะเข้าไปทักทาย Weibo ก็แล้วกัน” อี้เฟยเปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวดเร็วมากเพียงสักพักเขาก็กลับมาพูดและยิ้มสดใสได้แล้ว แต่ภายในใครจะรู้...
“อื้มดีมาก!” เฉียนหลิงยกยิ้มกว้างเห็นด้วยเมื่ออี้เฟยบอกว่าจะเข้าล็อกอินและถ่ายรูปลงใน Weibo สักที จิตใจความเป็แฟนคลับเซียนเซียนของเขากระตือรือร้นขึ้นมามากเลยทีเดียว
เื่อื่นก็แค่ช่างมันเถอะ ในเมื่ออี้เฟยพูดแบบนี้เขาก็เลิกคิดมากแล้ว... ไม่แน่อี้เฟยอาจจะเป็คนที่์ส่งมาช่วยเหลือเขาจริงๆก็ได้ เขาเชื่ออี้เฟย!
“แล้วเื่เอ็มวี?”
“ผู้กำกับซ่างคอนเฟิร์มมาแล้วล่ะ!”
อี้เฟยได้งาน... นี่ก็เป็เื่น่ายินดีอีกเื่หนึ่งของพวกเขา! เฉียนหลิงกล่าวอย่างรู้สึกยินดีและอดหัวเราะหึๆออกมาไม่ได้ “หึๆๆ”
“ยิ้มของนายดูมีความสะใจแบบแปลกๆนะ”
“คนพวกนั้นต้องมาเจอนายนี่!”
“วางใจเถอะหลิง... ใครๆก็ต้องเจอฉันทั้งนั้นแหละ ฉะนั้นตอนนี้ต้องรีบหาเงินให้มากๆหน่อย ทุกอย่างต่อไปในวันข้างหน้าจำต้องใช้เงินเป็สิ่งสนับสนุนเราอีกมาก”
“ฉันช่วยอะไรนายได้บ้าง”
“เป็ขันที... อืม เป็ผู้ช่วยฉันทุกอย่างและเป็ผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมให้ฉันให้ได้ก็ดีสุดๆเลยล่ะ”
[Weibo]
อี้เฟย
Following 0 / Follower 1.3M
-----------------------------
Talk
เสด็จอา 'โรแมนติก' มันใช้กับคู่รักเพคะ ตอนนี้เอามาใช้กับอ๋องน้องไม่ได้!
เฉียนหลิงเมื่อคืนหลับดีไหม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจ้า... ตอนที่หลิงตื่นอยู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่หลังจากที่หลิงหลับมีแน่ๆที่ห้องน้ำกับห้องนอนด้วย!
ได้รับเงินจากพี่จงิแล้วเย้ๆๆ แยกทางๆ หรือเปล่าน้า (?)
ละเนี่ยยยยย คุณ 1102 คุณแอบมองตลอดอ่ะ เราดูออก!
และสุดท้ายกับเว่ยป๋อโนเนมของท่านอ๋องมาแบบคูลๆมากจ้า ไม่มีโปรไฟล์ไม่มีหน้าปกก็ตกคนเข้ามาฟอลได้ขนาดนี้
ตอนนี้ท่านอ๋องของพวกเราในที่สุดก็ได้รับเงินก้อนโตแล้วววว ตอนหน้ามาร่วมกันเป็กำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็เช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)