บทที่ 20
ทำไมแม่ถึงคิดว่าผมเป็คนพิการ
ทางด้านบ้านสี่ไม่รู้เลยว่าปัญหาที่น่าปวดหัวกำลังเดินเข้ามาหาถึงบ้านทั้งสามคนยังคงคุยและปรึกษากันเื่ร้านค้าที่กำลังจะไปจ่ายเงินซื้อพรุ่งนี้
"เหมยจูแล้วน้องจะต้องเข้าไปอำเภอขายของเองทุกวันหรือเปล่า"ตงซีเฉินถามภรรยาน้ำเสียงแ่เบา
"ฉันตั้งใจว่าจะหาลูกจ้างขายแทนตัวฉันเองคงไม่มีเวลามานั่งขายเองหรอกพี่ซีเฉิน ฉันยังมีลูกสาวตัวน้อยต้องดูแลและยังมีสามีต้องดูแลอีกนะ ส่วนร้านค้าฉันเข้าไปดูอาทิตย์ละครั้งก็ไม่ใช่ปัญหาอีกทั้งฉันอยากจะเปิดร้านอื่นอีก แต่ต้องค่อยๆ ดูไป"ตงซีเฉินสีหน้าดีขึ้นเมื่อภรรยาบอกว่าเธอมีหน้าที่ดูแลสามีและลูกน้อยเลยคิดจะหาคนงานไปขายของแทนทำให้เขารู้สึกผิดกับภรรยาไม่น้อยที่เขาเดินได้แล้วแต่ไม่กล้าบอกภรรยา
"แต่เหมยจู แม่ว่าลูกควรจะหาคนที่ไว้ใจได้นะเื่เงินมันไม่เข้าใครออกใครหรอกลูก"ฟู่เจียจิ่นกังวลกลัวว่าลูกจ้างที่จ้างมาจะคิดไม่ซื่อ
"หนูว่าจะลองถามลุงเซียงดูค่ะ ว่าพอจะมีคนแนะนำบ้างไหมลุงเซียงเป็คนขับเกวียนที่หนูว่าจ้างวันนี้ ลุงดูเป็คนน่าสงสารหนูให้ค่าจ้างสิบหยวนเขาดีใจใหญ่เลย" หนิงเหมยจูนึกถึงลุงเซียงคนขับเเกวียนเธอจะลองถามดูพรุ่งนี้เพราะยังไงต้องให้ลุงเซียงมาส่งอยู่แล้วเธอตั้งใจจะเอาจักรยานของเด็กออกมาให้เสี่ยวลู่ปั่นเล่นไว้ออกกำลังกาย
"ดีแล้วลูก ช่วยคนที่ลำบาก บุญจะหนุนนำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น"ฟู่เจียจิ่นเห็นด้วยกับลูกสาว ในเมื่อพอจะมีก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้
"นังเหมยจู แกออกมาเดี๋ยวนี้นะ!"เสียงแม่เฒ่าตงะโเรียกอยู่ที่หน้าบ้านเสียงดัง
"นั่นไงแม่ ผลบาปของหนูมาแล้ว" หนิงเหมยจูพูดขณะมองหน้าสามีอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงในเมื่อแม่เขามาหาเื่ถึงบ้าน
"ไม่เป็ไรเหมยจู เราแยกบ้านกับบ้านใหญ่แล้วอะไรที่น้องคิดว่าไม่ถูกต้องน้องจัดการได้เลยอีกทั้งพี่เองเป็ลูกชังของครอบครัวมาตลอดคนที่พี่ต้องอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตคือน้องและลูก ไม่ใช่บ้านใหญ่ตงแล้วในหนังสือสัญญาแยกบ้านพ่อกับแม่ไม่มีค่าเลี้ยงดูใดๆ ไม่มีธัญพืชหรืออาหารอื่นๆที่ต้องส่งเสียให้เป็ค่าเลี้ยงดูพี่ออกมาอยู่กับเสี่ยวลู่สองคนั้แ่แม่ของเสี่ยวลู่หย่าขาดจากพี่แล้ว"ตงซีเฉินยิ้มให้ภรรยาแต่แววตาของเขานั้นกลับเจือไปด้วยความเศร้า
"ไม่เป็ไรลูกเขย ใครไม่รักปล่อยเขาไปอย่างน้อยแม่ยายคนนี้ก็รักลูกเขยเหมือนลูกแท้ๆ ของแม่เอง"
ฟู่เจียจิ่นรู้ดีว่าบ้านตงนั้นเป็ยังไงและเพราะอะไรพ่อแม่ของตงซีเฉินจึงรังเกียจลูกชายคนนี้ก่อนหน้านี้เธอยอมรับว่าเธอนั้นอ่อนแอจนต้องโดนทำร้ายมาตลอดทั้งร่างกายและจิตใจแต่ตอนนี้เธอต้องเข้มแข็งและเปลี่ยนตัวเองเหมือนกับเหมยจู เพื่อปกป้องครอบครัวของเธอรวมทั้งลูกเขยของเธอด้วยเมื่อคิดได้ดังนั้นฟู่เจียจิ่นจึงเป็คนเดินออกมาหน้าบ้านคนแรกสองสามีได้แต่มองหน้ากันก่อนจะรีบตามออกไป
"มีอะไร มาร้องโวยวายทำไมที่นี่" ฟู่เจียจิ่นถามอย่างไม่ชอบใจ
"ออกมากันได้แล้วเหรอ นังเหมยจูกล้าดียังไงเอาเงินของเ้าสี่ซื้อจักรยานมาแล้วจักรยานอยู่ไหน ฉันจะเอากลับบ้านตง"แม่เฒ่าตงเมื่อเห็นว่ามีคนเดินออกมาแล้วเธอจึงรีบถามหารถจักรยาน
"หน้าด้าน แล้วรู้ได้ยังไงว่าลูกสาวของฉันเอาเงินซีเฉินไปซื้อสงสัยสมองเธอคงจะไม่ปกตินะกู้หลัน ก็เห็นอยู่ว่าฉันอยู่ที่นี่เหมยจูจะะเอาเงินลูกเขยไปซื้อได้ยังไงแล้วที่สำคัญตอนที่ลูกเขยนอนอยู่ติดเตียงเธอและลูกสะใภ้ตัวดีทั้งหลายก็มาขนเอาอาหารและของที่มีค่าไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง"แม้ว่าฟู่เจียจิ่นจะไม่ค่อยออกไปไหน แต่ข่าวเื่นี้มีใครบ้างที่ ไม่รู้
"อะไร แกพูดอะไร ฉันไม่ได้มาเอาไปเสียหน่อย ต่อให้ฉันจะมาเอาไปจริงๆเ้าสี่มันคือลูกของฉันทำไมฉันจะมาเอาของบ้านลูกชายฉันไม่ได้ มีแต่แกนะสิคิดยังไงหอบลูกชายมาอยู่กับลูกสาวทั้งๆ ที่มีลูกเขยวัยฉกรรจ์อยู่ด้วยหรือว่าผัวหย่าจึงหาเป้าหมายใหม่ โอ๊ย!" แม่เฒ่าตงพูดไม่ทันจบก็เจอแรงถีบของฟู่เจียจิ่นเข้าไปเต็มเท้าจนกระเด็นออกมานอกลานบ้าน
"แก่แล้วยังจิตใจสกปรกอีก ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะฉันหย่า ฉันไม่เถียงฉันมาเพราะลูกสาวและลูกเขยอย่างซีเฉินชวนให้มาอยู่ด้วยไม่มีใครคิดอกุศลแบบเธอหรอกนะ ส่วนเงินซื้อจักรยานก็เป็เงินของเหมยจูเองเธอลืมไปแล้วเหรอว่าวันที่เหมยจูแต่งงานเข้ามานั้นมีสินเดิมมากแค่ไหน
แค่ซื้อจักรยานคันละไม่กี่ร้อยหยวนทำไมเหมยจูของฉันจะไม่มีปัญญาซื้อเองและจักรยานคันนี้เหมยจูซื้อให้น้องชายอย่างฮุ่ยหมินขี่ไปโรงเรียนและพรุ่งนี้จะไปซื้อให้เสี่ยวลู่หลานสาวตัวน้อยของฉันขี่เล่นอีกหนึ่งคันทำไมมีปัญหาหรือไง"
ชาวบ้านที่ตามมาดูได้แต่อ้าปากค้างนี่ใช่ฟู่เจียจิ่นผู้แสนอ่อนโยนและขี้กลัวจริงเหรอทำไมวันนี้จึงได้กลายเป็คนละคนแบบนี้แม้แต่หนิงเหมยจูเองยังไม่เชื่อสายตาว่าแม่ผู้แสนอ่อนโยนและขี้กลัวของเธอจะกล้าถีบแม่สามีเสียกระเด็นส่วนตงซีเฉินนั้นมองแม่ของเขาด้วยสายตาว่างเปล่าไม่คิดว่าแม่ผู้ให้กำเนิดกล้าคิดเื่แบบนี้ได้
"น้าเจียจิ่น น้ากล้าทำร้ายแม่สามีฉันได้ยังไงน้าไม่กลัวฉันแจ้งเ้าหน้าที่เหรอ"กู้เปียวอ้ายสะใภ้ใหญ่ได้สติก่อนจึงชี้หน้าถามเสียงสั่น
"ถ้าฉันกลัว ฉันจะทำไหม ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่เอาน้ำสกปรกมาล้างปากแม่สามีของเธอสมองคิดได้แค่นี้จริงๆ ใช่ไหมหากฉันอยากมีสามีใหม่ฉันไม่จำเป็ต้องมามองลูกเขยตัวเองหรอกมีแต่คนจิตใจวิปริตเท่านั้นที่คิดได้"ฟู่เจียจิ่นอยากจะเข้าไปตบซ้ำเหลือเกินมันน่าไหม
"แล้วการที่พูดแบบนี้ไม่เท่ากับดูถูกชาวบ้านคนอื่นด้วยเหรอในหมู่บ้านเรามีกี่ร้อยครัวเรือนและมีตั้งหลายครอบครัวที่ลูกเขยอยู่บ้านเดียวกับแม่ยายการที่เธอพูดแบบนี้เท่ากับดูถูกทุกคนด้วยเหมือนกัน หรือเธอว่าไม่จริง"
"นั่นนะสิ ฉันเองก็สามีตายลูกสาวและลูกเขยก็รับให้มาอยู่บ้านเดียวกันอย่างนี้ก็เท่ากับเธอด่าฉันด้วยใช่ไหม"
ชาวบ้านคนหนึ่งที่สามีตายถูกลูกเขยและลูกสาวรับมาอยู่ด้วยพูดขึ้นเหมือนกันจากนั้นจึงมีอีกหลายคนที่ส่งเสียงสนับสนุนฟู่เจียจิ่นทำให้หรือแม่เฒ่าตงนั้นเกิดความกลัวไม่คิดว่าจะออกมาในรูปแบบนี้ จนหนิงฮุ่ยหมินและเสี่ยวลู่ปั่นจักรยานกลับมาทำให้แม่เฒ่าตงเกิดแรงฮึดเพราะเห็นจักรยานคันใหม่และคิดอยากได้กลับไปบ้านตัวเองจึงบอกให้สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองเข้าไปเอาจักรยานมา
"สะใภ้ใหญ่สะใภ้รองเธอสองคนเข้าไปเอาจักรยานมาเราจะได้กลับบ้านเสียที"
"ใครกล้าก็เข้ามา" หนิงเหมยจูเดินออกมายืนอยู่ด้านหน้าก่อนจะหันไปสั่งน้องชายให้พาเสี่ยวลู่เข้าบ้านไปอย่าออกมาจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
"ฮุ่ยหมินพาเสี่ยวลู่เข้าไปอยู่ในห้องก่อน เสร็จเื่แล้วค่อยออกมา"หนิงฮุ่ยหมินพยักหน้ารับก่อนจะอุ้มเสี่ยวลู่เข้าบ้านไปเขาเองไม่อยากให้หลานสาวตัวน้อยต้องเจอกับเหตุการณ์นี้เพราะั้แ่ที่ปั่นจักรยานเข้ามาเสี่ยวลู่กอดเอวเขาแน่นและดูเหมือนว่าเสี่ยวลู่จะตัวสั่นเพราะกลัวคนที่ได้ชื่อว่าเป็ย่าและป้าสะใภ้ใหญ่
"ขอโทษนะแม่สามี คุณมีสิทธิ์อะไรจะมาเอาจักรยานคันนี้ไป แต่ถ้าอยากได้ต้องจ่ายเงินมาสามร้อยหยวนค่าจักรยานคันนี้ก่อนแล้วเข้ามาเอากลับไปบ้านตงได้เลยแต่ถ้าไม่มีเงินก็อย่าคิดที่จะหยิบหรือเอาของจากบ้านนี้ไปอีก"หนิงเหมยจูพูดเสียงเย็น
"ฉันจะเอาของบ้านลูกชายฉัน ฉันเป็แม่ฉันมีสิทธิ์แกมันก็แค่สะใภ้ที่ลูกชายฉันไม่้าแกอย่ามาพูดดีสะใภ้ใหญ่สะใภ้รองยืนบื้ออยู่ทำไมรีบเข้าไปเอาจักรยานมาสิ"แม่เฒ่าตงอ้างสิทธิ์ที่เธอเป็แม่สามีเป็แม่ของตงซีเฉินเ้าของบ้านหลังนี้อย่างหน้าไม่อายชาวบ้านและทุกคนที่ได้ยินต่างก็เบือนหน้าหนีทั้งนั้น
"หยุดเถอะครับแม่ แล้วใครบอกแม่ว่าผมไม่้าเหมยจูภรรยาคนนี้หากไม่ใช่เธอผมก็คงจะตายไปแล้วครับและผมเองที่เป็คนให้แม่ยายและฮุ่ยหมินมาอยู่ที่นี่เอง"ตงซีเฉินทนฟังแม่ของตัวเองมานานแล้วจึงอดที่จะพูดขึ้นไม่ได้
"เ้าสี่แกกล้าปกป้องคนอื่นมากกว่าแม่ของตัวเองหรือยังไงแกพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว แกเอาจักรยานคันนั้นมาให้หลานชายแกเสียตอนนี้หลานชายแกโตพอจะขี่ได้แล้ว"
"ผมให้ไม่ได้ครับ แม่ก็ได้ยินที่แม่ยายและภรรยาของผมพูดแล้วถ้าแม่อยากได้แม่ก็จ่ายเงินมาสิครับผมเชื่อว่าถ้าแม่จ่ายเงินเหมยจูภรรยาของผมคงจะยอมให้จักรยานแก่แม่แน่ๆอีกอย่างแม่ก็รู้ว่าผมนั้นตกเขาจนขาหักไม่มีเงินไปรักษาผมอยู่มาได้เพราะเงินของภรรยาทั้งนั้นผมยังคงต้องพึ่งพาภรรยาและแม่ยายต่อไปอีกนะครับอย่าทำให้ผมกับเสี่ยวลู่ต้องลำบากเลยแม่อย่ามาสร้างเื่จนทำให้ภรรยาต้องขอหย่าจากผมเลยนะครับ"
ตงซีเฉินทำหน้าเศร้าระหว่างพูดหนิงเหมยจูและฟู่เจียจิ่นแทบอยากะโปรบมือให้ตงซีเฉินจริงๆใครว่ามารยานั้นมีแต่ผู้หญิงแล้วดูนี่สิมันคืออะไรแม้แต่แม่เฒ่าตงยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะะโออกมาปกป้องภรรยาแบบนี้
"แกอย่ามาพูดแบบนี้นะ แกไม่รู้หรือยังไงว่าตอนที่แกนอนอยู่ที่เตียงเมียของแกคนนี้นัดเจอใครบ้าง มันกล้าถึงขนาดนัดแนะกับชายหนุ่มคนอื่นเพื่อจะหนีไปเพราะว่าแกเป็คนพิการยังไงล่ะแกอย่าโง่ไปหน่อยเลย"
"ใครบอกแม่ล่ะครับว่าผมนั้นพิการตลอดเวลาที่ผ่านมาเหมยจูพยายามเสาะหาหมอต่างๆ มากมายแอบมารักษาผมการที่เธอพบเจอคนมากหน้าหลายตามันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอนี่คือการพิสูจน์ว่าเหมยจูนั้นรักผมมากแค่ไหนมากกว่าครับแม่เธอยอมที่จะให้คนอื่นเข้าใจผิดกล่าวหาต่างๆ นานาแต่ไม่ยอมพูดความจริงออกไปว่าเธอทำแบบนั้นทำไม
ภรรยาแบบนี้ผมจะหาได้จากที่ไหนอีกและแม่ยายไม่รังเกียจลูกเขยจนๆ แถมยังมีลูกติดแบบผมภรรยาไม่รังเกียจที่สามีจะต้องกลายเป็คนพิการ เื่นี้มันพิสูจน์ทุกอย่างแล้วครับและผมไม่ใช่คนพิการ"
ตงซีเฉินพูดจบจึงลุกขึ้นยืนจากรถเข็นก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาหาหนิงเหมยจูภรรยาของเขาพร้อมกับส่งยิ้มให้เธอด้วยความอบอุ่นและจริงใจ
**********************